- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนไหกู่: สู่เส้นทางเทพเจ้าวันสิ้นโลก
- บทที่ 90 - ระเบิด คือศิลปะที่แท้จริง
บทที่ 90 - ระเบิด คือศิลปะที่แท้จริง
บทที่ 90 - ระเบิด คือศิลปะที่แท้จริง
บทที่ 90 - ระเบิด คือศิลปะที่แท้จริง
เยี่ยเหวยซือส่ายหน้าอย่างจนใจ "ฉันพยายามเต็มที่แล้วพวก สัญญาณเตือนภัยนี่มันเป็นระบบอนาล็อก ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตน่ะ"
กู้เหวินก้มมองนาฬิกาข้อมือแล้วยิ้มบาง "ไม่เป็นไร พวกเราก็แค่ต้องฆ่าให้เร็วขึ้นอีกหน่อย ถล่มคฤหาสน์ตระกูลหลินให้ราบเป็นหน้ากลองก่อนที่กำลังเสริมของพวกมันจะมาถึง อย่างน้อยคนของตระกูลหลินก็หนีออกไปไม่ได้ไม่ใช่เหรอ"
ทุกคนสบตากันแล้วพยักหน้า พวกเขาเข้าใจความหมายของกู้เหวินดี! พวกเขาต้องรีบสังหารคนของตระกูลหลินให้หมดโดยเร็วที่สุด! แบบนี้ต่อให้คนภายนอกจะได้รับสัญญาณขอความช่วยเหลือแล้วแห่กันมาก็คงสายไปเสียแล้ว!
ไอ้โล้นพุ่งทะยานออกไปเป็นคนแรก "ลูกพี่ เดี๋ยวฉันเปิดให้เอง!"
เปรี้ยง!
ไอ้โล้นยกเท้าถีบประตูที่ส่งเสียงเตือนภัยดังลั่นจนปลิวว่อนไปไกล จากนั้นก็เรียกกู่เทียนอู๋กงออกมา ร่างของเขาอาบไล้ไปด้วยแสงสีเทาทะมึนพุ่งทะลวงเข้าไปในคฤหาสน์
พริบตาเดียว ชายหัวโล้นที่มีรอยแผลเป็นถูกไฟลวกเต็มใบหน้าและมีแววตาดุร้ายอันตรายก็โผล่มาขวางหน้าไอ้โล้นเอาไว้ เสียงแหบพร่าตวาดลั่น "ไสหัวไปซะ! ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่พวกแกควรจะมาเยือน!"
ไอ้โล้นแสยะยิ้มเย็นเมื่อได้ยินคำขู่ "ไสหัวไปงั้นเหรอ ไสหัวพ่องมึงสิ! ลุยแม่มเลย!"
ฟุ่บ!
ไอ้โล้นรีดเร้นพลังของกู่เทียนอู๋กงจนถึงขีดสุด เงาร่างของกู่เทียนอู๋กงขยายใหญ่ยักษ์ปรากฏขึ้นด้านหลังเขาราวกับเป็นร่างประทับ กู่เทียนอู๋กงมีลำตัวสีดำสนิทแผ่ซ่านพิษร้ายสีเขียวออกมา ดูอันตรายสุดขีด
พลังของกู่เทียนอู๋กงทำให้ทั่วร่างของไอ้โล้นเปลี่ยนเป็นสีเขียวและเต็มไปด้วยพิษร้ายสุดอันตราย เขาชักกริชสีดำที่อาบไปด้วยพิษร้ายซึ่งส่องประกายเย็นเยียบออกมา ไอ้โล้นแค่นเสียงหัวเราะแล้วพุ่งเข้าใส่ชายหน้าบากทันที! เขาพยายามฝึกฝนอย่างหนักเพื่อแข็งแกร่งขึ้นก็เพื่อคืนนี้แหละ! จะมาสั่งให้เขาไสหัวไปงั้นเหรอ ตลกสิ้นดี!
เมื่อเห็นไอ้โล้นพุ่งเข้ามาจู่โจม ชายหน้าบากก็ขมวดคิ้ว แววตาเย็นเยียบจ้องเขม็งพร้อมตวาดลั่น "รนหาที่ตาย!"
ตูม!
ชายหน้าบากระเบิดพลังกู่ในร่างจนถึงขีดสุดเช่นกัน เกราะดินเหนียวพวยพุ่งขึ้นมาปกคลุมทั่วร่างจนเขากลายสภาพเป็นมนุษย์โคลน ร่างกายขยายใหญ่โตโอฬารสูงเกือบสามเมตรราวกับยักษ์โคลนขนาดยักษ์พุ่งเข้าปะทะกับไอ้โล้นอย่างไม่เกรงกลัว! ชัดเจนว่าชายหน้าบากก็เป็นผู้ใช้กู่ระดับสี่เช่นกัน!
กู้เหวินส่งสายตาให้เฮยปิง เธอพยักหน้ารับ สะบัดเส้นผมสีดำขลับแล้วพุ่งทะยานกลายเป็นพายุหิมะซัดสาดเข้าไปในคฤหาสน์
เพิ่งจะก้าวเข้าไปได้เพียงสองก้าว ชายอีกคนก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเรียกสายลมอันกรรโชกแรงพัดพาร่างของเฮยปิงให้กระเด็นกลับมาที่หน้าประตูคฤหาสน์ ชายร่างผอมแห้งในชุดสีเขียวส่ายหน้าเบาๆ "มีพวกโง่เง่ามารนหาที่ตายเพิ่มอีกแล้วเหรอเนี่ย จิ๊ วันนี้มีผู้ใช้กู่ระดับสี่บุกมาถึงสองคนเลยแฮะ เหล่าหลิน จบงานนี้แกต้องจ่ายโบนัสให้ฉันด้วยนะ! ฉันขอโถกู่สีม่วงยี่สิบใบ!"
ร่างกายของเฮยปิงแผ่ซ่านไอเย็นยะเยือก ความเป็นมนุษย์ในตัวเธอเริ่มลดเลือนลงจนกลายเป็นเครื่องจักรสังหารที่ไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึก! เสื้อผ้าสีดำของเธอปลิวไสว พลังเยือกแข็งแผ่ซ่าน เธอยื่นมือคว้าอากาศว่างเปล่าก่อกำเนิดเป็นกระบี่น้ำแข็งเล่มหนึ่ง! กระบี่น้ำแข็งเล่มนี้โปร่งใสและงดงามราวกับผลึกแก้ว แม้ดูเปราะบางแต่กลับแข็งแกร่งจนไม่อาจทำลายได้ คมกระบี่เต็มไปด้วยรอยหยักฟันปลาขนาดเล็กมากมาย คงไม่มีใครอยากโดนกระบี่เล่มนี้ฟันเข้าแน่
ฟุ่บ!
เฮยปิงกระชับกระบี่น้ำแข็งในมือ พุ่งเข้าใส่ชายชุดเขียวโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ชายชุดเขียวขมวดคิ้ว "ไสหัวออกไปจากคฤหาสน์ตระกูลหลินซะ แล้วฉันจะไว้ชีวิตเธอ!" ทว่าเฮยปิงทำราวกับไม่ได้ยิน เธอเป็นเสมือนเครื่องจักรสังหารที่ไร้อารมณ์ แม้แต่สีหน้าก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ชายชุดเขียวกำหมัดแน่น "รนหาที่ตาย!"
ชายชุดเขียววาดฝ่ามือขวาออกไป พายุทอร์นาโดสีเขียวอันน่าสะพรึงกลัวก็ก่อตัวขึ้นบนพื้นราบ หอบเอาพลังทำลายล้างและแรงดูดมหาศาลพุ่งเข้ากลืนกินเฮยปิง
สีหน้าของเฮยปิงยังคงเรียบเฉย เธอฟาดกระบี่น้ำแข็งในมือลงมาเต็มแรง!
เปรี้ยง!
พายุทอร์นาโดสีเขียวถูกผ่าออกเป็นสองซีก ร่างในชุดสีดำของเฮยปิงพลิ้วไหวดุจวิญญาณน้ำแข็ง แทงกระบี่เข้าใส่ชายชุดเขียวอย่างไร้ปรานี
ชายชุดเขียวหน้าถอดสี รีบวาดมือทั้งสองข้างเรียกพายุหัวกุดออกมาพัดร่างเฮยปิงให้กระเด็นออกไปอีกครั้ง เขาถึงกับลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก! ชายชุดเขียวหน้าดำทะมึน เขาตระหนักได้แล้วว่าผู้หญิงที่ควบคุมพลังน้ำแข็งคนนี้... รับมือยากเอาการเลยทีเดียว...
ในเวลาเดียวกัน กู้เหวิน สือเว่ย และเยี่ยเหวยซือยังคงยืนปักหลักอยู่ตรงประตูคฤหาสน์ราวกับเป็นผู้ชมที่สอดมือเข้าไปช่วยไม่ได้ ตอนที่ผู้ใช้กู่ระดับสี่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือด หากผู้ใช้กู่ระดับสามโผล่เข้าไปแจมก็มีแต่ตายกับตาย แค่โดนลูกหลงก็อาจจะบาดเจ็บสาหัสได้แล้ว
สือเว่ยยืนดูพลางเดาะลิ้นชื่นชม "น้องเฮยปิงของพวกเราเก่งชะมัด เป็นต่อเห็นๆ!"
เยี่ยเหวยซือพยักหน้าพลางวิเคราะห์สถานการณ์ "เสียดายที่ไอ้โล้นกำลังเสียเปรียบ หมอนั่นโดนเกราะดินเหนียวของศัตรูแก้ทางเต็มๆ โจมตีไม่เข้าเลย"
ไป๋จิ้งเยวี่ยสะบัดผม "ไม่เป็นไร! เดี๋ยวพี่สาวคนนี้คอยบัฟเสริมพลังให้ไอ้โล้นเอง"
จู่ๆ กู้เหวินก็ขมวดคิ้ว เขาหันขวับไปมองที่ลานกว้างแล้วเอ่ยขึ้น "เลิกสนใจไอ้โล้นก่อนเถอะ ปัญหาของพวกเรามาถึงแล้ว"
บริเวณลานกว้างปรากฏร่างของผู้ใช้กู่จำนวนสี่สิบถึงห้าสิบคนในเครื่องแต่งกายหลากหลายรูปแบบ พลังของกู่อันแข็งแกร่งแผ่ซ่านออกมาจากร่างของพวกมัน! เหล่าผู้ใช้กู่เผยรอยยิ้มหยันพลางสาวเท้าเข้ามาใกล้ ท่าทางของพวกมันดูผ่อนคลายสบายๆ ราวกับไม่ได้เห็นการต่อสู้ในคืนนี้อยู่ในสายตาเลยสักนิด! และคนสี่สิบห้าสิบคนนี้ล้วนเป็นผู้ใช้กู่ระดับสามทั้งสิ้น!
พอเห็นภาพตรงหน้า สือเว่ยก็ถึงกับเบิกตากว้าง "เชี่ยเอ๊ย มีผู้ใช้กู่ระดับสามเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย บ้าไปแล้ว... กองกำลังลับของกลุ่มธุรกิจหลินซื่อจะน่ากลัวเกินไปแล้วมั้ง!"
การที่สามารถจัดหาผู้ใช้กู่ระดับสี่ได้ถึงสองคนบวกกับผู้ใช้กู่ระดับสามอีกเกือบห้าสิบคน ขุมกำลังระดับนี้แทบจะเทียบชั้นได้กับองค์กรนักทำความสะอาด ตำหนักเหยียนหวัง หรือหอเซียนได้เลยนะ! แน่นอนว่านี่หมายถึงเฉพาะขอบเขตอำนาจภายในเมืองอิ๋นเหอเท่านั้น
เยี่ยเหวยซือขมวดคิ้วมุ่น "ฉันก็พอเดาได้ว่าตระกูลหลินต้องแอบเลี้ยงดูผู้ใช้กู่เอาไว้เยอะแน่ แต่ไม่นึกเลยว่าจะเยอะขนาดนี้ เป้าหมายของกลุ่มธุรกิจหลินซื่อ... ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย!"
ไป๋จิ้งเยวี่ยสะบัดเส้นผม "เป้าหมายของพวกมันจะธรรมดาหรือไม่ธรรมดาพี่สาวก็ไม่สนหรอก สิ่งที่พี่สาวอยากรู้ก็คือคืนนี้พวกเราจะรอดชีวิตกลับไปได้ไหมต่างหาก ฉากใหญ่โตอลังการขนาดนี้... พี่สาวเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรกเลยนะ"
การต้องเผชิญหน้ากับผู้ใช้กู่ระดับสามเกือบห้าสิบคนพร้อมกัน สถานการณ์แบบนี้อย่าว่าแต่ไป๋จิ้งเยวี่ยเลย ทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็ไม่เคยประสบพบเจอมาก่อนทั้งนั้น!
ยกเว้นกู้เหวินเพียงคนเดียว!
ในชาติก่อนกู้เหวินเคยผ่านสมรภูมิรบที่โหดร้ายและนองเลือดกว่านี้มานับไม่ถ้วน เขาทอดสายตามองกลุ่มผู้ใช้กู่ระดับสามเหล่านั้นแล้วยิ้มบาง "ทำไมพวกเราจะรอดไปไม่ได้ล่ะ ยิ่งคนเยอะฉันยิ่งตื่นเต้น พวกนายไม่คิดบ้างเหรอว่านี่คือโอกาสดีที่จะได้ขัดเกลาทักษะการต่อสู้จริงน่ะ"
พอได้ยินกู้เหวินพูดแบบนั้น ทั้งสามคนก็ส่ายหน้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย "ไม่คิดโว้ย!" นี่มันขัดเกลาทักษะการต่อสู้ที่ไหนกัน นี่มันเอาชีวิตมาทิ้งชัดๆ!
"แต่ในเมื่อเดินมาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเราก็คงต้องงัดทุกอย่างออกมาสู้ตายกันสักตั้ง" เยี่ยเหวยซือส่ายหน้า ดวงตาภายใต้กรอบแว่นทอประกายเร้นลับ ในมือของเขาปรากฏรีโมตคอนโทรลขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เขายกยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นและสติปัญญา "ระเบิด คือศิลปะที่แท้จริง!"
[จบแล้ว]