- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนไหกู่: สู่เส้นทางเทพเจ้าวันสิ้นโลก
- บทที่ 40 - ประเมินขั้วอำนาจ ผมอยู่ฝั่งไหนกันแน่?
บทที่ 40 - ประเมินขั้วอำนาจ ผมอยู่ฝั่งไหนกันแน่?
บทที่ 40 - ประเมินขั้วอำนาจ ผมอยู่ฝั่งไหนกันแน่?
บทที่ 40 - ประเมินขั้วอำนาจ ผมอยู่ฝั่งไหนกันแน่?
กู้เหวินที่เพิ่งอัดคนเสร็จกลับมีท่าทีเรียบเฉยสุดๆ อีกฝ่ายปากหมา เขาก็เลยซัดหน้ามันสักตั้ง แบบนี้ไม่สมเหตุสมผลตรงไหน?
ส่วนเรื่องที่ว่าจะผิดกฎขององค์กรนักทำความสะอาดหรือเปล่าน่ะเหรอ
ช่างหัวมันสิ!
กระทืบไปก่อนค่อยว่ากัน!
กู้เหวินเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของผู้อำนวยการแล้วเคาะประตู
"ผู้อำนวยการครับ ผมกู้เหวิน"
เสียงทุ้มกังวานทรงพลังของชายคนหนึ่งดังสวนออกมาทันที
"เข้ามาสิ"
กู้เหวินผลักประตูเข้าไป ก็เห็นผู้อำนวยการหลิวฮ่าวทันที หลิวฮ่าวสวมชุดจงซาน ดูอายุราวๆ สี่สิบปี ผิวสีทองแดง มีริ้วรอยเหี่ยวย่นเล็กน้อย ดูเหมือนคนที่ผ่านโลกมาอย่างโชกโชน
"ผู้อำนวยการ" กู้เหวินเอ่ยทัก
หลิวฮ่าวพยักหน้ารับพลางกวาดสายตาสำรวจกู้เหวินตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างละเอียด แล้วเอ่ยขึ้น
"นายคือกู้เหวินสินะ หลี่เหลิ่งเล่ารายละเอียดของนายให้ฉันฟังหมดแล้ว ไม่เลวเลย ถือเป็นบุคลากรชั้นยอดที่เหมาะกับองค์กรนักทำความสะอาดของพวกเรามาก"
กู้เหวินยักไหล่
"ไม่มีคำว่าเหมาะหรือไม่เหมาะหรอกครับ สำหรับยุคสมัยนี้ ผู้ใช้กู่ทุกคนล้วนเป็นที่ต้องการขององค์กรนักทำความสะอาดทั้งนั้น"
หลิวฮ่าวถอนหายใจแผ่วเบา
"นั่นสินะ คนธรรมดาอาจจะไม่รู้ แต่ตอนนี้ทั่วประเทศมักจะมีสถานการณ์พิเศษเกิดขึ้นอยู่บ่อยๆ จำนวนผู้ใช้กู่ของพวกเราไม่เคยพอใช้งานเลย"
"แล้วทำไมนายถึงอยากเข้าร่วมองค์กรนักทำความสะอาดล่ะ"
คำถามของหลิวฮ่าวดูเหมือนแค่ถามไถ่ไปเรื่อยเปื่อย แต่นี่กลับเป็นหนึ่งในคำถามสำคัญที่สุดสำหรับการสนทนาครั้งนี้!
ในฐานะผู้อำนวยการ หลิวฮ่าวจำเป็นต้องประเมินว่ากู้เหวินมีจุดประสงค์แอบแฝงในการเข้าร่วมองค์กรหรือไม่
กู้เหวินยังคงมีท่าทีเรียบเฉย เขาตอบกลับไปตรงๆ
"เพื่อทรัพยากรขององค์กรครับ องค์กรนักทำความสะอาดมีไหกู่และตัวกู่มากมาย ขอแค่ผมทำภารกิจสำเร็จและได้แต้มผลงาน ผมก็จะสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้โดยเร็วที่สุด"
"ถ้ามัวแต่เป็นผู้ใช้กู่อิสระ การเติบโตมันเชื่องช้าเกินไปครับ"
พอเห็นกู้เหวินตอบแบบนี้ หลิวฮ่าวก็ประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะหลุดหัวเราะแล้วส่ายหน้า
"ตอนแรกฉันนึกว่านายจะตอบว่าอยากทำประโยชน์เพื่อมนุษยชาติ หรือไม่ก็มีความฝันตั้งแต่เด็กว่าอยากจะเป็นพนักงานทำความสะอาด อะไรทำนองที่เป็นข้ออ้างโลกสวยซะอีก"
"ไม่นึกเลยว่านายจะเป็นคนพูดตรงขนาดนี้"
คำตอบของกู้เหวินทำให้หลิวฮ่าวรู้สึกประทับใจในตัวเขามากขึ้น
ตลอดหลายปีที่รับตำแหน่งผู้อำนวยการ เขาเจอคนที่ชอบพูดจาปั้นน้ำเป็นตัวมาเยอะแยะ ไม่มีใครยอมพูดความในใจออกมาตรงๆ หรอก
ทุกครั้งที่ได้ยินคำตอบดัดจริตพวกนั้น หลิวฮ่าวก็รู้สึกสะอิดสะเอียนเต็มทน
แน่นอนว่า...
คนที่ตอบแบบนั้นแล้วคิดแบบนั้นจริงๆ จากใจก็ใช่ว่าจะไม่มี
อย่างเช่นหลี่เหลิ่ง ตอนนั้นหมอนั่นบอกว่าอยากทำประโยชน์เพื่อแผ่นดินจิ่วโจว อยากรักษาความสงบสุขของบ้านเมือง ปกป้องสันติภาพของมนุษยชาติ และอยากให้โลกนี้ไร้ซึ่งภัยพิบัติ
ตอนนั้นหลิวฮ่าวก็แค่แค่นหัวเราะและไม่ได้ใส่ใจอะไร
แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า...
ลึกๆ แล้วเด็กที่ชื่อหลี่เหลิ่งคนนั้นจะคิดแบบนั้นจริงๆ
กู้เหวินจ้องมองหลิวฮ่าวพลางเอ่ยต่อ
"ผมคิดว่าความสัมพันธ์ระหว่างผมกับองค์กรนักทำความสะอาดคือการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ผมถึงกล้าบอกเป้าหมายและความต้องการของตัวเองออกไปตรงๆ ผู้อำนวยการจะมองว่าผมเป็นพวกเห็นแก่ตัวแบบสุดโต่งเลยก็ได้ครับ"
"ตราบใดที่องค์กรนักทำความสะอาดมอบผลประโยชน์ให้ผมมากพอ ผมก็พร้อมจะยอมตายเพื่อองค์กรได้เหมือนกัน"
คำพูดประโยคนี้ของกู้เหวินทำเอาหลิวฮ่าวถึงกับเงียบกริบ
ตลอดเวลาที่เป็นผู้อำนวยการมา เขาไม่เคยได้ยินใครพูดจาแบบนี้มาก่อนเลย
แต่ว่านะ...
ตรงไปตรงมาแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน
องค์กรนักทำความสะอาดไม่เคยขาดแคลนทรัพยากร สิ่งที่ขาดแคลนคือผู้ใช้กู่ที่แข็งแกร่งและมีฝีมือต่างหาก!
เวลาผ่านไปสามวินาทีเต็ม หลิวฮ่าวก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของกู้เหวินด้วยแววตาเรียบเฉย
"ในเมื่อนายเป็นพวกเห็นแก่ตัวแบบสุดโต่ง งั้นถ้าเกิดมีขุมอำนาจฝั่งศัตรูเอาผลประโยชน์มหาศาลมาล่อซื้อตัวนาย นายจะทรยศองค์กรนักทำความสะอาดและหักหลังแผ่นดินจิ่วโจวไหม"
สำหรับคำถามนี้ กู้เหวินส่ายหน้าทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
"ไม่ครับ"
"ถึงผมจะเห็นแก่ตัว แต่อย่างน้อยผมก็เป็นคนจิ่วโจว แม้ผมจะไม่ยอมสละผลประโยชน์ส่วนตัวเพื่ออุดมการณ์โลกสวยอะไรนั่น"
"แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่มีวันขายชาติเพื่อแลกกับผลประโยชน์หรอกครับ"
"สองเรื่องนี้มันไม่ขัดแย้งกันสักหน่อย"
หลิวฮ่าวตั้งคำถามต่อ
"สมมติว่ามีคนธรรมดากลุ่มหนึ่งอยู่ตรงหน้านาย นายแค่โทรศัพท์กริ๊งเดียวก็สามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้แล้ว นายจะช่วยไหม"
กู้เหวินยักไหล่
"ช่วยสิครับ ก็แค่เรื่องกล้วยๆ"
หลิวฮ่าวถามอีก
"แล้วถ้าการช่วยพวกเขาทำให้นายต้องจ่ายค่าตอบแทนล่ะ อย่างเช่นต้องสูญเสียโอกาสทองที่กำลังจะได้รับ นายยังจะช่วยพวกเขาอยู่ไหม"
กู้เหวินส่ายหน้าอย่างเด็ดขาด
"ไม่ช่วยครับ แบบนั้นมันไม่กล้วยแล้ว"
หลิวฮ่าวถามต่อ
"ถ้านายได้กู่ที่ทรงพลังแต่ชั่วร้ายสุดขั้วมาครอบครอง แล้วมีเงื่อนไขว่าต้องฆ่าคนนับสิบล้านคนถึงจะหลอมรวมมันได้สำเร็จ นายจะยอมฆ่าคนสิบล้านคนไหม"
เมื่อได้ยินคำถามนี้ กู้เหวินก็กระตุกยิ้ม
ในชาติก่อนเขาเคยได้ครอบครองกู่ประเภทนี้มาแล้ว และในชาติก่อนเขาก็ได้เลือกเส้นทางของตัวเองไปแล้วเช่นกัน
กู้เหวินพยักหน้ารับ
"ทำครับ"
หลิวฮ่าวหน้าถอดสีทันทีที่ได้ยิน กำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่าง กู้เหวินก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน
"แต่ผมไม่ฆ่าคนจิ่วโจวหรอกนะ ยังไงก็เพื่อนร่วมชาติ ผมลงมือไม่ลงหรอก ผมคงเลือกบินไปทัวร์แถวๆ เกาะตงอิ๋งหรืออเมริกาแทนมากกว่า"
เมื่อได้ยินคำตอบของกู้เหวิน ผู้อำนวยการก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิด เขารู้สึกปวดหัวตึบๆ
นิสัยของกู้เหวินเนี่ย จะบอกว่าเป็นคนดีก็ดูจะชั่วร้ายเกินไป เล่นตอบว่าพร้อมจะฆ่าคนนับสิบล้านคนหน้าตาเฉย
แต่จะบอกว่าชั่วร้ายก็ยังมีความดีหลงเหลืออยู่บ้าง อย่างน้อยหมอนี่ก็ไม่คิดจะฆ่าคนจิ่วโจว
จากบทสนทนาทั้งหมด ผู้อำนวยการเชื่อมั่นว่ากู้เหวินไม่ได้พูดจาส่งเดช แต่สิ่งที่เขาพูดคือสิ่งที่คิดอยู่ลึกๆ ในใจจริงๆ
ไม่อย่างนั้น กู้เหวินสามารถปั้นคำตอบสวยหรูที่ได้คะแนนเต็มร้อยมาตอบเขาได้อย่างสบายๆ
แทนที่จะให้คำตอบก้ำกึ่งชวนปวดสมองแบบนี้
ผู้อำนวยการประมวลผลการประเมินกู้เหวินอยู่ในหัว
ในที่สุด
ผู้อำนวยการก็ฟันธงขั้วอำนาจของกู้เหวินได้สำเร็จ
[ดีงามไร้กฎเกณฑ์]
เขาทำเฉพาะสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง ไม่สนกฎเกณฑ์และกรอบความคิดของสังคม จะดีหรือชั่วก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ชั่ววูบของเขาเท่านั้น
ไม่มีใครเดาใจได้เลยว่าเขาจะทำเรื่องบ้าบิ่นอะไรออกมาบ้าง
แม้จะถูกจัดให้อยู่ในฝั่งคนดี แต่นี่ก็คือคนดีที่พร้อมจะสังหารหมู่คนนับสิบล้านคนได้หน้าตาเฉย
มาตรฐานความดีความชั่วของคนทั่วไปใช้ไม่ได้กับกู้เหวิน ลึกๆ ในใจเขามีไม้บรรทัดวัดความถูกต้องเป็นของตัวเอง
อันที่จริง
ความดีงามไร้กฎเกณฑ์ของกู้เหวินเนี่ย ห่างจากคำว่าชั่วร้ายไร้กฎเกณฑ์เพียงแค่เส้นยาแดงผ่าแปดเท่านั้น
หลิวฮ่าวรู้สึกปวดขมับ
หมอนี่มันตัวอันตรายชัดๆ
แต่ถึงอย่างนั้น ตัวอันตรายแบบนี้แหละ หากใช้งานให้ถูกจุด ย่อมต้องกลายเป็นอาวุธสังหารที่ทรงอานุภาพได้อย่างแน่นอน!
"เอาล่ะ การประเมินเสร็จสิ้นแล้ว ฉันประเมินขั้วอำนาจของนายให้อยู่ในระดับดีงามไร้กฎเกณฑ์ นายพอใจไหม"
หลิวฮ่าวถามขึ้น
กู้เหวินขมวดคิ้วมุ่น
"ดีงามไร้กฎเกณฑ์เหรอครับ ไม่น่าใช่นะ ผมนึกว่าผมจะเป็นพวกชั่วร้ายไร้กฎเกณฑ์ซะอีก"
มุมปากของหลิวฮ่าวกระตุกเบาๆ
"ในคำถามที่ฉันถามนาย ถ้านายเจอคนธรรมดากำลังลำบาก แล้วนายไม่เพียงแต่ไม่ช่วย แถมยังบีบคอพวกเขาทิ้งดื้อๆ ถ้าทำแบบนั้นนายถึงจะเป็นพวกชั่วร้ายไร้กฎเกณฑ์"
กู้เหวินทำหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจังก่อนจะตอบ
"ถ้าพวกนั้นเป็นคนตงอิ๋ง ผมอาจจะทำแบบนั้นก็ได้นะ"
หลิวฮ่าวกรอกตามองบน
"ถ้ามีเงื่อนไขพ่วงท้ายมาด้วย นายก็เป็นพวกชั่วร้ายไร้กฎเกณฑ์ไม่ได้หรอก! อย่าคิดว่าการเป็นพวกชั่วร้ายไร้กฎเกณฑ์มันเท่นักเลย พวกนักใช้กู่สายมารส่วนใหญ่ก็มักจะเป็นพวกชั่วร้ายไร้กฎเกณฑ์หรือไม่ก็ชั่วร้ายมีกฎเกณฑ์กันทั้งนั้นแหละ"
กู้เหวินส่ายหน้าด้วยความผิดหวังเล็กน้อย
งั้นเหรอเนี่ย...
เสียดายจัง
หลิวฮ่าวมองหน้ากู้เหวินพลางเริ่มกุมขมับ
หลี่เหลิ่งรับตัวอันตรายแบบไหนเข้ามาในองค์กรนักทำความสะอาดกันเนี่ย...
[จบแล้ว]