- หน้าแรก
- ระบบไม่ปลื้ม: ผมใช้บัคอัปเกรดของฟรีจนเป็นเทพ
- บทที่ 360 - เกมมันเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย?
บทที่ 360 - เกมมันเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย?
บทที่ 360 - เกมมันเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย?
บทที่ 360 - เกมมันเล่นแบบนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย?
[00:32]
[00:31]
"หาว~"
การนับถอยหลังใกล้จะผ่านไปครึ่งทาง ซูมู่ไป๋ปรือตาขึ้นเล็กน้อย เหลือบมองดวงดาวบนท้องฟ้าแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหาววอดออกมา
"ไหนตกลงกันว่ามีการโจมตีระดับเทวะไงล่ะ แล้วนี่ทำไมยังไม่มาอีกเนี่ย?"
ในตอนนี้บรรยากาศภายในช่องไลฟ์สตรีมก็เริ่มกลับมาคึกคักขึ้นอีกครั้ง
[เขากำลังหาวใช่มั้ย?! ด่านสุดท้ายของการท้าทายความสำเร็จพิเศษ "ยอดอัจฉริยะเผ่ามนุษย์" เชียวนะ ไอ้หมอนี่ดันรู้สึกเบื่อเนี่ยนะ?!]
[ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะทำตัวสบายอารมณ์แบบนี้ไปได้ตลอด!]
[ฉันก็ไม่เชื่อเหมือนกัน! ต่อไปมันจะมีการโจมตีระดับเทวะแล้วนะเว้ย ระดับความแข็งแกร่งนั่นมันเท่ากับพลังรบที่แกร่งที่สุดในประเทศเราเลยด้วยซ้ำ หรือว่าเขาจะสามารถ... เชี่ยเอ๊ย!]
[ไป๋เยี่ย: ความประหลาดของฉัน มันเหนือกว่าที่พวกแกจินตนาการไว้เยอะว่ะ]
วิ้ง~
วินาทีที่การนับถอยหลังผ่านไปครึ่งทาง แสงดาวอันเจิดจ้าก็สาดส่องลงมาจากยอดเขาอย่างกะทันหัน
ตู้ม!
ทุกที่ที่แสงดาวพาดผ่าน ม่านหมอกก็พลันมลายหายไปจนหมดสิ้น มิติรอบด้านราวกับกำลังสั่นสะเทือนเบาๆ
เพียงชั่วพริบตาเดียว แสงดาวก็ร่วงหล่นลงมาเหนือศีรษะของซูมู่ไป๋
จากนั้น... ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีกเลย...
เหมือนกับตอนจุดประทัดช่วงปีใหม่แล้วดันโยนประทัดด้านออกไปนั่นแหละ การโจมตีระดับเทวะอันยิ่งใหญ่อลังการ เมื่อร่วงหล่นลงมาปะทะร่างของซูมู่ไป๋ มันก็ไม่ได้มีความแตกต่างไปจากการโจมตีระดับตำนานก่อนหน้านี้เลยแม้แต่นิดเดียว
มันไม่มีแม้กระทั่งคุณสมบัติที่จะทำให้เขายกมือขึ้นมาปัดป้องเลยด้วยซ้ำ!
"..."
ในวินาทีนี้ ผู้เล่นทุกคนในดินแดนต้องห้ามของทวยเทพต่างก็เงียบกริบไปตามๆ กัน
คนเรามันไม่น่าจะ... อย่างน้อยก็ไม่ควรจะ...
เข้าเกมมาพร้อมๆ กันแท้ๆ แต่ทำไมไป๋เยี่ยถึงได้ฝืนลิขิตฟ้าได้ขนาดนี้กันวะ?
หรือว่าหมอนี่มันไปแฮ็กแก้ข้อมูลเกมกันแน่?!
ในขณะที่ทุกคนกำลังเบิกตาโพลงอ้าปากค้าง ตื่นตะลึงไปกับการที่ซูมู่ไป๋สามารถเมินเฉยต่อการโจมตีระดับเทวะได้นั้น การนับถอยหลังก็ดำเนินมาถึงวินาทีที่ 23 พอดี
วินาทีนี้ ระยะเวลาแสดงผลของ [โล่แห่งจุดจบ] ก็หมดลงพอดี
จากนั้น ทุกคนที่กำลังเฝ้าหน้าจอไลฟ์สตรีมต่างก็ต้องเบิกตาโพลง ปากอ้าค้างออกกว้างอย่างควบคุมไม่ได้
สิ่งที่เห็นบนหน้าจอคือภาพที่ซูมู่ไป๋โบกไม้โบกมือด้วยความรำคาญใจ
ตู้ม!!!
พลังงานอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งปะทุออกมาจากร่างของเขาในชั่วพริบตา คลื่นกระแทกอันบ้าคลั่งกวาดล้างไปทั่วยอดเขาเทียนเจียว
วินาทีต่อมา ม่านหมอกที่ลอยอวลอยู่เหนือยอดเขาก็ถูกพลังงานสายนี้ระเบิดจนสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย!
กระทั่งแสงดาวที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ก็ยังพลันแตกสลายไปภายใต้พลังงานสายนี้ในพริบตา
หลังจากสิ้นเสียงระเบิด ยอดเขาเทียนเจียวก็ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนบนหน้าจอไลฟ์สตรีมเป็นครั้งแรก
ม่านหมอกที่คอยวนเวียนอยู่รอบๆ ยอดเขาและคอยปลดปล่อยการโจมตีระดับตำนานออกมาอย่างต่อเนื่อง บัดนี้กลับอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น!
หลังจากเงียบกริบไปหลายวินาที จู่ๆ ข้อความในช่องแชตก็ระเบิดออกมาราวกับห่าฝน
[โอ้ พระเจ้าช่วย ไอ้หมอนี่มันก็แค่โบกมือไปมานิดเดียวแท้ๆ แต่มันกลับเปลี่ยนแปลงเนื้อหาการท้าทายของด่านสุดท้ายไปเลยงั้นเหรอ?!]
[พอดูไป๋เยี่ยเล่น ฉันเพิ่งจะค้นพบว่าเกมมันมีวิธีเล่นแบบนี้ด้วยเว้ย]
[หึหึ นายตาสว่างเร็วไปหน่อยนะ ขืนไม่มีความแข็งแกร่งระดับไป๋เยี่ยล่ะก็ ก้มหน้าก้มตาเก็บเลเวลต่อไปเงียบๆ เถอะ]
[พระเจ้าช่วย หมอนี่มันไปทำอะไรมาอีกเนี่ย?!]
[ซี๊ด~ หรือว่าไป๋เยี่ยกะจะพังด่านนี้ทิ้งไปเลยจริงๆ วะเนี่ย?]
[เกมหมื่นภพ: ไอ้นี่มันโกง!]
การระเบิดเมื่อครู่นี้ คือผลลัพธ์สุดท้ายของ [โล่แห่งจุดจบ]
ในวินาทีที่โล่ป้องกันหายไป มันจะจุดระเบิดเอาความเสียหายทั้งหมดที่ดูดซับเอาไว้ตลอด 30 วินาทีออกมาสร้างความเสียหายในจำนวนที่เท่าๆ กันให้กับศัตรูทั้งหมดในบริเวณโดยรอบ!
เพียงแค่สามสิบวินาทีสั้นๆ [โล่แห่งจุดจบ] ต้องรองรับลำแสงระดับตำนานกว่าสองร้อยสาย ไหนจะยังมีแสงดาวระดับเทวะอีกหลายสาย
สามารถจินตนาการได้เลยว่าพลังงานที่ปะทุออกมาในท้ายที่สุดนั้นมันจะรุนแรงมหาศาลขนาดไหน
แต่ถึงกระนั้น ซูมู่ไป๋เองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่า ไอ้เจ้านี่มันจะระเบิดม่านหมอกรอบๆ จนแตกกระจายไปเลย ทำให้ลำดับต่อไปนั้นปราศจากการโจมตีระดับตำนานโดยสิ้นเชิง
วิ้ง~ วิ้ง~
เมฆหมอกสลายตัวไป แต่ทว่าแสงดาวบนท้องฟ้ากลับไม่ได้หยุดการโจมตีลง หลังจากสิ้นเสียงระเบิด แสงดาวอันเจิดจรัสอีกสองสายก็พุ่งกระหน่ำเข้ามาหาซูมู่ไป๋อีกระลอก
แม้ว่า [เคลื่อนย้ายแดนมรณะ] จะคูลดาวน์เสร็จตั้งนานแล้ว ทว่าซูมู่ไป๋กลับไม่มีความคิดที่จะเรียกใช้มันเลยแม้แต่น้อย
เขาเปลี่ยนข้างสลับขาไขว่ห้าง ขณะเดียวกันนั้นความคิดก็เริ่มทำงานอีกครั้ง
วิ้ง~
ชั่วพริบตาเดียว แสงดาวอันเปล่งประกายก็สว่างวาบขึ้นรอบกายซูมู่ไป๋ และควบแน่นกลายเป็นโล่แสงดาวชั้นหนึ่งปกคลุมอยู่ทั่วร่าง
[ป้อมปราการแสงดาว]!
นี่คือสกิลที่ติดมากับไอเทมสวมใส่ระดับศักดิ์สิทธิ์ทำลายล้างที่เขาเพิ่งสวมใส่เข้าไปอย่าง [สนับขารักษ์ดารา]
[แจ้งเตือน: คุณเปิดใช้งานป้อมปราการแสงดาว มันจะสะท้อนการโจมตีทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้กลับไป และทำการฟื้นฟูพลังชีวิตที่สูญเสียไปของคุณกลับคืนมาในปริมาณที่เท่ากัน ระยะเวลาแสดงผล 20 วินาที]
ด้วยเหตุนี้เอง ภาพที่ผู้เล่นนานาประเทศจะได้เห็นในลำดับต่อไปจึงเป็นภาพอันน่าตกตะลึง
ตู้ม! ตู้ม!
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาก็คือ ในวินาทีที่แสงดาวสองสายนั้นร่วงหล่นลงมา มันก็ถูก [ป้อมปราการแสงดาว] บนร่างของซูมู่ไป๋สะท้อนกลับไป จนต้องพุ่งสวนกลับไปตามเส้นทางเดิมในชั่วพริบตา
ตู้ม! ตู้ม!
จากนั้นบนท้องฟ้าก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นมาสองครั้งซ้อน ภาพมายาของดวงดาวทั้งสองดวงกลับถูกระเบิดจนแตกละเอียดไปเสียอย่างนั้น!
"เอ่อ..."
เล่นเอาซูมู่ไป๋ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งเหมือนกัน
"ภาพมายาดวงดาวที่สามารถปล่อยการโจมตีระดับเทวะออกมาได้ มันจะเปราะบางขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?"
เขาเองก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่า แค่สะท้อนแสงดาวกลับไป ภาพมายาดวงดาวสองดวงนั้นก็ถึงกับระเบิดตูมตามไปเลย...
นี่มันจงใจมาเนียนตบทรัพย์กันชัดๆ!
วิ้ง...
ถึงแม้ว่าซูมู่ไป๋และทุกคนจะพากันตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก แต่การโจมตีจากดวงดาวดวงอื่นๆ ก็ยังคงไม่หยุดหย่อน
เพียงแต่แสงดาวแต่ละสายที่ร่วงหล่นลงมาหลังจากนี้ เมื่อถูกสะท้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้น พวกมันก็จะลากเอาภาพมายาดวงดาวที่ปลดปล่อยพวกมันออกมาลงนรกไปพร้อมๆ กันด้วย
ตอนที่เกมหมื่นภพตั้งค่าการท้าทายความสำเร็จพิเศษในครั้งนี้ มันคงไม่เคยคิดเลยว่าจะมีตัวตนที่วิปริตพิสดารอย่างซูมู่ไป๋ปรากฏตัวขึ้นมา
ลำพังแค่ต้องรับมือกับการโจมตีอันทรงพลังที่สาดกระหน่ำลงมาเต็มท้องฟ้า มันก็มากพอที่จะทำให้ทุกคนหัวหมุนทำอะไรไม่ถูกกันแล้ว ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับเก้าขั้นเทวะตัวจริงเสียงจริงมาเอง ก็ยังไม่มีปัญญาจะโจมตีสวนกลับไปได้เลย
จากความยากระดับนี้ก็พอจะดูออกแล้วว่า การจะกลายมาเป็น [ยอดอัจฉริยะเผ่ามนุษย์] นั้นมันไม่ง่ายดายเลยสักนิด
ยิ่งไปกว่านั้น ระยะห่างระหว่างภาพมายาดวงดาวกับยอดเขาเทียนเจียว อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีเกือบร้อยกิโลเมตร ในสถานการณ์ปกติแล้ว จะมีผู้ท้าทายคนไหนที่มีระยะการโจมตีไกลถึงขนาดนี้ได้ล่ะ?
ด้วยเหตุนี้เอง ตอนที่เกมหมื่นภพทำการตั้งค่าภาพมายาดวงดาว เพื่อความสะดวกสบาย มันจึงแอบสุกเอาเผากินไปสักหน่อย โดยมอบพลังงานสำหรับการโจมตีให้กับพวกมันเพียงอย่างเดียว เมื่อใดก็ตามที่ถูกโจมตีด้วยความรุนแรงในระดับที่ใกล้เคียงกัน มันก็จะแตกสลายไปในพริบตา
และนี่ก็คือที่มาของฉากเด็ดอันเลื่องชื่อในเวลานี้นี่เอง
ผู้เล่นนานาประเทศในดินแดนต้องห้ามของทวยเทพต่างเฝ้ามองดวงดาวบนฟากฟ้าเหนือศีรษะของซูมู่ไป๋ ที่ค่อยๆ ระเบิดแตกออกไปทีละดวงๆ ด้วยความเหม่อลอย
บนท้องฟ้าเหนือยอดเขาเทียนเจียว มองดูแล้วราวกับมีดวงดาวนับไม่ถ้วนกำลังโคจรไปมา
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ดวงดาวที่สามารถปล่อยการโจมตีระดับเทวะออกมาได้นั้น กลับมีจำนวนไม่มากสักเท่าไหร่
ส่วนภาพมายาดวงดาวดวงอื่นๆ มันก็เป็นแค่ภาพมายาจริงๆ นั่นแหละ
ถ้าจะให้พูดด้วยศัพท์แสงเกมของดาวเคราะห์สีน้ำเงินแล้วล่ะก็ ดวงดาวส่วนใหญ่มันก็เป็นแค่กราฟิกประดับฉากเท่านั้น ไม่ได้มีประโยชน์หอกอะไรเลย
และนี่ก็ทำให้เกิดปัญหาตามมา...
"หืม? หายไปไหนหมดแล้วเนี่ย?"
ซูมู่ไป๋แหงนหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้า จู่ๆ เขาก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน
[ป้อมปราการแสงดาว] รอบกายของเขายังไม่ทันจะสลายไปเลย แต่การโจมตีกลับหายไปหมดแล้ว...
[00:08]
[00:07]
ตัวเลขนับถอยหลังยังคงเดินต่อไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว ทว่าในด่านทดสอบสุดท้ายนี้กลับไม่มีการโจมตีใดๆ หลงเหลืออยู่อีกต่อไป
ไม่ว่าจะเป็นม่านหมอกรอบด้าน หรือภาพมายาดวงดาวที่มีความสามารถในการโจมตีบนฟากฟ้า ต่างก็ถูกซูมู่ไป๋ปั่นหัวเล่นจนพังพินาศไปหมดแล้ว
[00:03]
ในช่วงสามวินาทีสุดท้าย ผู้เล่นทุกคนต่างพากันจ้องมองไปที่หน้าจอไลฟ์สตรีมอย่างตาไม่กระพริบ
ซูมู่ไป๋เองก็ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรง
เมื่อการนับถอยหลังในวินาทีสุดท้ายสิ้นสุดลง เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังก้องกังวานอยู่ข้างหูเขาทันที
[จบแล้ว]