- หน้าแรก
- ใครหาว่านักอัญเชิญจะกระจอก
- บทที่ 26 ราชาเกล็ดม่วง!
บทที่ 26 ราชาเกล็ดม่วง!
บทที่ 26 ราชาเกล็ดม่วง!
หลินซีเพิ่งจะพยุงโจวถงทะยานหนีออกมา พังพอนปีศาจที่แผ่รัศมีสีม่วงเจิดจ้าก็พุ่งพรวดออกมาจากใต้ซากปรักหักพังของอาคารทันที
มันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 แห่งเผ่ามาร์เทนอันเลื่องชื่อ!
จากนั้น...
ด้วยความเร็วที่เกือบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มันพุ่งทะยานเข้าหาหลินซีและโจวถงอย่างบ้าคลั่ง จมูกของมันกระดิกฟุดฟิดตลอดเวลา ชัดเจนว่ามันกำลังดมกลิ่นเพื่อตามล่าร่องรอยของทั้งสองอย่างไม่ลดละ
เพียงไม่นาน
มันก็ไล่กวดตามหลังคนทั้งคู่มาติดๆ
"แย่แล้ว แย่แล้ว! มันตามทันแล้ว!"
เมื่อเห็นแสงสีม่วงพุ่งวาบมาจากด้านหลัง ใบหน้าของโจวถงก็ซีดเผือดลงในพริบตา
ทว่าหลินซียังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้มากกว่า
เธอเหลือบมองแสงสีม่วงเบื้องหลัง ก่อนจะกล่าวกับโจวถงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจว่า
"อย่ากลัวไปเลย ตราบเท่าที่ฉันยังมีแรงกายเหลืออยู่ มันไม่มีทางตามเราทันหรอก... อย่าลืมสิว่าฉันคือ 【 อาชีพ: นักฆ่าห้วงมิติ 】 ระดับมหากาพย์ ฉันสามารถมุดเข้าสู่ห้วงมิติว่างเปล่าได้ มันไม่มีทางรู้หรอกว่าเราจะโผล่ไปที่ไหนในก้าวต่อไป!"
และก็เป็นจริงอย่างที่เธอว่า
แม้ว่า 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 จะไล่ตามมาทัน แต่ทุกครั้งที่มันกระโจนเข้าใส่ หลินซีก็มักจะใช้ทักษะมิติหลบเลี่ยงไปได้อย่างหวุดหวิดเสมอ
อย่างไรก็ตาม
หลังจากใช้ทักษะมิติอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
แรงกายของเธอก็เริ่มจะถึงขีดจำกัด หลินซีต้องกระดกยาฟื้นฟูแรงกายเข้าปากขวดแล้วขวดเล่าเพื่อพยุงร่างกายเอาไว้
ในจังหวะที่เธอใกล้จะหมดแรงนั่นเอง
เธอก็สังเกตเห็นว่า 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 เลิกตามล่าพวกเธอแล้ว นั่นทำให้เธอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ประมาท รีบเร่งฟื้นฟูแรงกายของตนเองต่อไป
ขณะเดียวกัน โจวถงก็ได้ใช้ทักษะเนตรพิเศษมองย้อนกลับไปข้างหลัง
สายตาของเธอทะลุผ่านสิ่งกีดขวางนับไม่ถ้วน จนกระทั่งมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ในตอนนี้ มีกลุ่มคนสวมชุดอุปกรณ์สีน้ำเงินกำลังระดมซัดสกิลใส่ 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 อย่างดุเดือด ทั้งเวทมนตร์น้ำแข็งและคมดาบที่เคลือบไปด้วยไอเย็นต่างถาโถมเข้าใส่ราชาพังพอนตัวนั้นไม่ขาดสาย
เมื่อเห็นดังนั้น โจวถงก็อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น
"เยี่ยมไปเลย! พวกเขากำลังฟัดกันอยู่! นั่นมันสมาชิกของกิลด์เหมันต์นี่นา พวกเขากำลังล้อมกรอบ 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 อยู่ พวกเราลอดตายแล้ว!"
ได้ยินเช่นนั้น
หลินซีเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเสียที เธอหลงนึกว่าไอ้ราชาพังพอนนั่นแอบซุ่มเพื่อจะลอบโจมตีเสียอีก นั่นคือเหตุผลที่เธอต้องระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา
เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เธอจึงหาโขดหินนั่งลงเพื่อพักผ่อนคลายเส้นประสาทที่ตึงเครียด
ทว่า
เธอเพิ่งจะได้พักเพียงครู่เดียวเท่านั้น
ทันใดนั้น โจวถงที่ยังคงใช้สกิลเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ก็ร้องตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง
"จบเหร่แล้ว! กิลด์เหมันต์โดนกวาดล้างเกลี้ยงเลย! พวกเลเวลสามสิบตายเรียบ!"
"หนีเร็ว! หนีเร็วเข้า!"
พูดจบเธอก็รีบคว้าแขนเสื้อของหลินซีทันที
หลินซีดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้วพาโจวถงมุดเข้าสู่ห้วงมิติว่างเปล่าอีกครั้ง
เป็นไปตามคาด
ไม่นานนัก เงาร่างสีม่วงที่อยู่เบื้องหลังก็ไล่ตามมาทันอีกครั้ง
และดูเหมือนว่าความเร็วของมันจะไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ดูท่าว่าคนจากกิลด์เหมันต์พวกนั้นจะทำอะไรมันไม่ได้เลยสักนิด
การไล่ล่าดำเนินต่อไปเช่นนั้น
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง
ในตอนนี้
หลินซีเหนื่อยล้าจนแทบไม่เหลือแรงจะขยับ ยาฟื้นฟูแรงกายที่เธอและโจวถงพกมาถูกใช้ไปจนเกลี้ยงเกลา
"จบสิ้นกันแค่นี้เหรอ? เราต้องมาตายที่นี่จริงๆ ใช่ไหม?"
เธอกัดฟันกรอดด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างที่สุด
ใบหน้าของโจวถงเองก็ขาวซีดราวกับคนตาย
เธอมองหน้าหลินซีแล้วเอ่ยว่า
"หลินซี ไม่ต้องแบกฉันแล้ว หนีไปคนเดียวเถอะ เธอต้องรอดไปได้แน่ ฉันมันก็แค่ตัวถ่วง..."
"ไปเร็วเข้า เดี๋ยวฉันจะถ่วงเวลาไว้ให้เอง รอดไปได้แล้วอย่าลืมเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ฉันด้วยนะ ฮือๆ!"
แม้จะหวาดกลัวจนสั่นไปทั้งตัว แต่โจวถงก็ตั้งใจจะอยู่รั้งท้ายเพื่อเปิดทางหนีให้เพื่อนจริงๆ
"ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว แรงกายหมดเกลี้ยงเลย!" หลินซีกล่าวพลางทรุดฮวบลงกับพื้น
"ถ้าอย่างนั้น... ชาติหน้าเรามาเกิดเป็นพี่น้องกันใหม่นะ!"
โจวถงร้องไห้โฮออกมา
แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะหลับตาลงเพื่อรอรับความตายนั้นเอง
ทันใดนั้น
เธอก็สังเกตเห็นว่าแสงสีม่วงที่ไล่ล่าพวกเธอมาตลอด กลับหยุดชะงักลงที่ระยะห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร
ด้วยความสงสัย เธอจึงใช้ทักษะเนตรมองสำรวจดูอีกครั้ง
และเธอก็ได้เห็นเงาร่างของเย่เป่ย
"หลินซี ดูนั่นสิ! เย่เป่ยนี่นา... เขามาช่วยเราแล้ว!"
"เจ้าเด็กคนนี้รู้จักเล่นบทอัศวินขี่ม้าขาวช่วยสาวงามด้วยเหรอเนี่ย เอาละ ฉันยอมยกเธอให้เขาแต่งงานด้วยเลย!"
เธอร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น
หลินซีกลอกตาใส่เพื่อนพลางพูดอย่างระอาว่า
"เย่เป่ยเพิ่งจะเปลี่ยนอาชีพมาเองนะ ต่อให้เขาจะเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางสู้ 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 ได้หรอก... รีบบอกให้เขาหนีไปเร็วเข้า!"
เมื่อได้ยินดังนั้น โจวถงก็หน้าจ๋อยลงทันที
"จริงด้วยแฮะ..."
จากนั้น
เธอก็แบกหลินซีที่หมดสภาพขึ้นหลัง แล้วมุ่งหน้าไปทางที่เย่เป่ยและราชาเกล็ดม่วงอยู่
พวกเธอไม่อยากให้เย่เป่ยต้องมาทิ้งชีวิตเพื่อช่วยพวกเธอ
ในขณะเดียวกัน
เย่เป่ยกำลังจ้องมองพังพอนปีศาจตรงหน้าที่เกล็ดส่องประกายสีม่วงระยิบระยับ แววตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น
【 ราชาเกล็ดม่วง (มินิบอส) 】
【 ระดับ: ราชา ☆☆☆☆☆ 】
【 เลเวล: 25 】
【 สกิล: 《ความเร็วสุดขั้ว》, 《แสงปีศาจ》, 《กรงเล็บพิษ》, 《คลื่นโซนิค》 】
【 จุดอ่อน: ผลึกสีม่วงบนหน้าผาก หากโจมตีโดนตรงนั้นจะสร้างความเสียหายมหาศาล 】
"ดี ดีจริงๆ ตามหาแทบตายสุดท้ายก็มาหาถึงที่... ไม่คิดเลยว่าจะฟลุ๊คเจอราชาพังพอนปีศาจระหว่างทางแบบนี้"
เย่เป่ยตามหาบอสมาตั้งนานแต่ไม่เจอสักตัว
พอได้มาเจอโดยบังเอิญแบบนี้ เขาจึงตื่นเต้นเป็นธรรมดา
เพราะโอกาสที่หนังสือสกิลระดับมหากาพย์จะดรอปจากการฆ่าบอสนั้นมีสูงกว่ามอนสเตอร์ทั่วไปมาก
"เจ้ามนุษย์... กล้าดียังไงมาขวางทางข้า แกกำลังรนหาที่ตาย"
【 ราชาเกล็ดม่วง 】 ยืนตระหง่านขึ้นเหมือนมนุษย์ สายตาดุดันจับจ้องไปที่เย่เป่ย ก่อนที่ร่างของมันจะเคลื่อนไหวกลายเป็นเส้นแสงพุ่งตรงเข้าหาเขาในพริบตา
มันมองออกว่าเย่เป่ยคือ 【 อาชีพ: นักอัญเชิญ 】 ตราบเท่าที่มันฆ่าเย่เป่ยได้ อสูรอัญเชิญก็จะตายตามไปด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น พวกนักอัญเชิญมักจะจัดการง่ายกว่าอสูรอัญเชิญของพวกมันเป็นร้อยเท่า มันจึงตัดสินใจพุ่งเป้าโจมตีไปที่เย่เป่ยโดยตรง
อย่างไรก็ตาม
《 กอบลินสงครามศักดิ์สิทธิ์ 》 ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา
เมื่อเห็น 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 พุ่งเข้ามา มันก็รีบใช้ร่างกายอันกำยำขนาดมหึมาเข้าบังเย่เป่ยเอาไว้ทันที
จากนั้น
《 โล่แสงศักดิ์สิทธิ์ 》 ก็ถูกเปิดใช้งาน ครอบคลุมร่างของเย่เป่ยเอาไว้ด้วย
ปัง!
วินาทีต่อมา 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 ก็กระแทกเข้ากับโล่แสงศักดิ์สิทธิ์อย่างแรง จนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นทันที
"แค่โล่กระจอกๆ คิดจะหยุดราชาอย่างข้าได้งั้นเรอะ?"
ปัง ปัง ปัง!
【 ราชาเกล็ดม่วง 】 กางกรงเล็บแหลมคมสีม่วงที่อาบไปด้วยพิษร้าย สับเข้าใส่โล่แสงศักดิ์สิทธิ์ไม่ยั้ง พละกำลังมหาศาลของมันทำให้รอยร้าวขยายวงกว้างขึ้น ขณะที่พิษร้ายก็เริ่มกัดกร่อนโล่ไปอย่างรวดเร็ว
หลังจากต้านทานได้เพียงสิบวินาที
《 โล่แสงศักดิ์สิทธิ์ 》 ก็แตกกระจาย 《 กอบลินสงครามศักดิ์สิทธิ์ 》 จึงต้องใช้ร่างกายเนื้อเข้าขวางการโจมตีถัดไปของมันแทน
แม้เจ้ากอบลินจะรู้ดีว่าเย่เป่ยนั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่มันก็ตั้งใจจะปกป้องนายเหนือหัวด้วยชีวิต นี่คือพันธกิจของมัน
แควก!
ร่างกายของ 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 ไม่ได้ใหญ่โตนัก ขนาดพอๆ กับมนุษย์ทั่วไปเท่านั้น
แต่ร่างกายสูงสิบจ้างของ 《 กอบลินสงครามศักดิ์สิทธิ์ 》 กลับดูเหมือนตุ๊กตาผ้าขี้ริ้วเมื่ออยู่ต่อหน้ามัน ร่างถูกฉีกทึ้งออกอย่างง่ายดาย
ไม่ถึงหนึ่งนาที ลมหายใจของ 《 กอบลินสงครามศักดิ์สิทธิ์ 》 ก็สิ้นสุดลง
ร่างของมันสลายกลายเป็นละอองแสงจางหายไป
โจวถงและหลินซีที่เพิ่งมาถึง ทันได้เห็นเหตุการณ์นี้พอดี
"น้องชายเย่เป่ย หนีไปเร็ว! นายสู้มันไม่ได้หรอก... อสูรอัญเชิญของนายตายไปแล้ว ถ้าไม่หนีตอนนี้จะไม่ทันการนะ! เดี๋ยวพี่สาวหลินกับถงถงจะช่วยถ่วงเวลาไว้ให้ นายรีบหนีไปเร็ว!" หลินซีตะโกนลั่นด้วยความร้อนรน
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินซี โจวถงก็กลอกตามองบนแล้วพูดเสริมว่า
"เออ รีบไปเหอะ ไม่ต้องมาเล่นบทช่วยสาวงามแล้ว เพราะสาวงามของนายกำลังจะตายหยังเขียดอยู่แล้วเนี่ย!"
เย่เป่ยไม่ได้หันกลับไปมองตามเสียงของสองสาวเลยแม้แต่น้อย
เพราะในเวลานี้ พรสวรรค์ 【 กายาประจักษ์ 】 ของเขาได้ทำงานแล้ว!
ค่าสถานะพื้นฐานทั้งสี่ของเขาเริ่มพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ขุมพลังไร้ขีดจำกัดกำลังพลุกพล่านอยู่ในร่างกายของเขา มันคือความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากและความตื่นเต้นอันหนักหน่วงจนแทบคลั่ง!