เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 26 ราชาเกล็ดม่วง!

บทที่ 26 ราชาเกล็ดม่วง!

บทที่ 26 ราชาเกล็ดม่วง!


หลินซีเพิ่งจะพยุงโจวถงทะยานหนีออกมา พังพอนปีศาจที่แผ่รัศมีสีม่วงเจิดจ้าก็พุ่งพรวดออกมาจากใต้ซากปรักหักพังของอาคารทันที

มันไม่ใช่ใครที่ไหน แต่คือ 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 แห่งเผ่ามาร์เทนอันเลื่องชื่อ!

จากนั้น...

ด้วยความเร็วที่เกือบจะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มันพุ่งทะยานเข้าหาหลินซีและโจวถงอย่างบ้าคลั่ง จมูกของมันกระดิกฟุดฟิดตลอดเวลา ชัดเจนว่ามันกำลังดมกลิ่นเพื่อตามล่าร่องรอยของทั้งสองอย่างไม่ลดละ

เพียงไม่นาน

มันก็ไล่กวดตามหลังคนทั้งคู่มาติดๆ

"แย่แล้ว แย่แล้ว! มันตามทันแล้ว!"

เมื่อเห็นแสงสีม่วงพุ่งวาบมาจากด้านหลัง ใบหน้าของโจวถงก็ซีดเผือดลงในพริบตา

ทว่าหลินซียังคงรักษาความเยือกเย็นเอาไว้ได้มากกว่า

เธอเหลือบมองแสงสีม่วงเบื้องหลัง ก่อนจะกล่าวกับโจวถงด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมั่นใจว่า

"อย่ากลัวไปเลย ตราบเท่าที่ฉันยังมีแรงกายเหลืออยู่ มันไม่มีทางตามเราทันหรอก... อย่าลืมสิว่าฉันคือ 【 อาชีพ: นักฆ่าห้วงมิติ 】 ระดับมหากาพย์ ฉันสามารถมุดเข้าสู่ห้วงมิติว่างเปล่าได้ มันไม่มีทางรู้หรอกว่าเราจะโผล่ไปที่ไหนในก้าวต่อไป!"

และก็เป็นจริงอย่างที่เธอว่า

แม้ว่า 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 จะไล่ตามมาทัน แต่ทุกครั้งที่มันกระโจนเข้าใส่ หลินซีก็มักจะใช้ทักษะมิติหลบเลี่ยงไปได้อย่างหวุดหวิดเสมอ

อย่างไรก็ตาม

หลังจากใช้ทักษะมิติอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

แรงกายของเธอก็เริ่มจะถึงขีดจำกัด หลินซีต้องกระดกยาฟื้นฟูแรงกายเข้าปากขวดแล้วขวดเล่าเพื่อพยุงร่างกายเอาไว้

ในจังหวะที่เธอใกล้จะหมดแรงนั่นเอง

เธอก็สังเกตเห็นว่า 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 เลิกตามล่าพวกเธอแล้ว นั่นทำให้เธอถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่ประมาท รีบเร่งฟื้นฟูแรงกายของตนเองต่อไป

ขณะเดียวกัน โจวถงก็ได้ใช้ทักษะเนตรพิเศษมองย้อนกลับไปข้างหลัง

สายตาของเธอทะลุผ่านสิ่งกีดขวางนับไม่ถ้วน จนกระทั่งมองเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ในตอนนี้ มีกลุ่มคนสวมชุดอุปกรณ์สีน้ำเงินกำลังระดมซัดสกิลใส่ 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 อย่างดุเดือด ทั้งเวทมนตร์น้ำแข็งและคมดาบที่เคลือบไปด้วยไอเย็นต่างถาโถมเข้าใส่ราชาพังพอนตัวนั้นไม่ขาดสาย

เมื่อเห็นดังนั้น โจวถงก็อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น

"เยี่ยมไปเลย! พวกเขากำลังฟัดกันอยู่! นั่นมันสมาชิกของกิลด์เหมันต์นี่นา พวกเขากำลังล้อมกรอบ 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 อยู่ พวกเราลอดตายแล้ว!"

ได้ยินเช่นนั้น

หลินซีเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเสียที เธอหลงนึกว่าไอ้ราชาพังพอนนั่นแอบซุ่มเพื่อจะลอบโจมตีเสียอีก นั่นคือเหตุผลที่เธอต้องระแวดระวังตัวอยู่ตลอดเวลา

เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย เธอจึงหาโขดหินนั่งลงเพื่อพักผ่อนคลายเส้นประสาทที่ตึงเครียด

ทว่า

เธอเพิ่งจะได้พักเพียงครู่เดียวเท่านั้น

ทันใดนั้น โจวถงที่ยังคงใช้สกิลเฝ้าสังเกตการณ์อยู่ก็ร้องตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง

"จบเหร่แล้ว! กิลด์เหมันต์โดนกวาดล้างเกลี้ยงเลย! พวกเลเวลสามสิบตายเรียบ!"

"หนีเร็ว! หนีเร็วเข้า!"

พูดจบเธอก็รีบคว้าแขนเสื้อของหลินซีทันที

หลินซีดีดตัวลุกขึ้นยืนแล้วพาโจวถงมุดเข้าสู่ห้วงมิติว่างเปล่าอีกครั้ง

เป็นไปตามคาด

ไม่นานนัก เงาร่างสีม่วงที่อยู่เบื้องหลังก็ไล่ตามมาทันอีกครั้ง

และดูเหมือนว่าความเร็วของมันจะไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ดูท่าว่าคนจากกิลด์เหมันต์พวกนั้นจะทำอะไรมันไม่ได้เลยสักนิด

การไล่ล่าดำเนินต่อไปเช่นนั้น

ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมง

ในตอนนี้

หลินซีเหนื่อยล้าจนแทบไม่เหลือแรงจะขยับ ยาฟื้นฟูแรงกายที่เธอและโจวถงพกมาถูกใช้ไปจนเกลี้ยงเกลา

"จบสิ้นกันแค่นี้เหรอ? เราต้องมาตายที่นี่จริงๆ ใช่ไหม?"

เธอกัดฟันกรอดด้วยความรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างที่สุด

ใบหน้าของโจวถงเองก็ขาวซีดราวกับคนตาย

เธอมองหน้าหลินซีแล้วเอ่ยว่า

"หลินซี ไม่ต้องแบกฉันแล้ว หนีไปคนเดียวเถอะ เธอต้องรอดไปได้แน่ ฉันมันก็แค่ตัวถ่วง..."

"ไปเร็วเข้า เดี๋ยวฉันจะถ่วงเวลาไว้ให้เอง รอดไปได้แล้วอย่าลืมเผากระดาษเงินกระดาษทองไปให้ฉันด้วยนะ ฮือๆ!"

แม้จะหวาดกลัวจนสั่นไปทั้งตัว แต่โจวถงก็ตั้งใจจะอยู่รั้งท้ายเพื่อเปิดทางหนีให้เพื่อนจริงๆ

"ฉันวิ่งไม่ไหวแล้ว แรงกายหมดเกลี้ยงเลย!" หลินซีกล่าวพลางทรุดฮวบลงกับพื้น

"ถ้าอย่างนั้น... ชาติหน้าเรามาเกิดเป็นพี่น้องกันใหม่นะ!"

โจวถงร้องไห้โฮออกมา

แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะหลับตาลงเพื่อรอรับความตายนั้นเอง

ทันใดนั้น

เธอก็สังเกตเห็นว่าแสงสีม่วงที่ไล่ล่าพวกเธอมาตลอด กลับหยุดชะงักลงที่ระยะห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร

ด้วยความสงสัย เธอจึงใช้ทักษะเนตรมองสำรวจดูอีกครั้ง

และเธอก็ได้เห็นเงาร่างของเย่เป่ย

"หลินซี ดูนั่นสิ! เย่เป่ยนี่นา... เขามาช่วยเราแล้ว!"

"เจ้าเด็กคนนี้รู้จักเล่นบทอัศวินขี่ม้าขาวช่วยสาวงามด้วยเหรอเนี่ย เอาละ ฉันยอมยกเธอให้เขาแต่งงานด้วยเลย!"

เธอร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

หลินซีกลอกตาใส่เพื่อนพลางพูดอย่างระอาว่า

"เย่เป่ยเพิ่งจะเปลี่ยนอาชีพมาเองนะ ต่อให้เขาจะเก่งแค่ไหนก็ไม่มีทางสู้ 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 ได้หรอก... รีบบอกให้เขาหนีไปเร็วเข้า!"

เมื่อได้ยินดังนั้น โจวถงก็หน้าจ๋อยลงทันที

"จริงด้วยแฮะ..."

จากนั้น

เธอก็แบกหลินซีที่หมดสภาพขึ้นหลัง แล้วมุ่งหน้าไปทางที่เย่เป่ยและราชาเกล็ดม่วงอยู่

พวกเธอไม่อยากให้เย่เป่ยต้องมาทิ้งชีวิตเพื่อช่วยพวกเธอ

ในขณะเดียวกัน

เย่เป่ยกำลังจ้องมองพังพอนปีศาจตรงหน้าที่เกล็ดส่องประกายสีม่วงระยิบระยับ แววตาของเขาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น

【 ราชาเกล็ดม่วง (มินิบอส) 】

【 ระดับ: ราชา ☆☆☆☆☆ 】

【 เลเวล: 25 】

【 สกิล: 《ความเร็วสุดขั้ว》, 《แสงปีศาจ》, 《กรงเล็บพิษ》, 《คลื่นโซนิค》 】

【 จุดอ่อน: ผลึกสีม่วงบนหน้าผาก หากโจมตีโดนตรงนั้นจะสร้างความเสียหายมหาศาล 】

"ดี ดีจริงๆ ตามหาแทบตายสุดท้ายก็มาหาถึงที่... ไม่คิดเลยว่าจะฟลุ๊คเจอราชาพังพอนปีศาจระหว่างทางแบบนี้"

เย่เป่ยตามหาบอสมาตั้งนานแต่ไม่เจอสักตัว

พอได้มาเจอโดยบังเอิญแบบนี้ เขาจึงตื่นเต้นเป็นธรรมดา

เพราะโอกาสที่หนังสือสกิลระดับมหากาพย์จะดรอปจากการฆ่าบอสนั้นมีสูงกว่ามอนสเตอร์ทั่วไปมาก

"เจ้ามนุษย์... กล้าดียังไงมาขวางทางข้า แกกำลังรนหาที่ตาย"

【 ราชาเกล็ดม่วง 】 ยืนตระหง่านขึ้นเหมือนมนุษย์ สายตาดุดันจับจ้องไปที่เย่เป่ย ก่อนที่ร่างของมันจะเคลื่อนไหวกลายเป็นเส้นแสงพุ่งตรงเข้าหาเขาในพริบตา

มันมองออกว่าเย่เป่ยคือ 【 อาชีพ: นักอัญเชิญ 】 ตราบเท่าที่มันฆ่าเย่เป่ยได้ อสูรอัญเชิญก็จะตายตามไปด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น พวกนักอัญเชิญมักจะจัดการง่ายกว่าอสูรอัญเชิญของพวกมันเป็นร้อยเท่า มันจึงตัดสินใจพุ่งเป้าโจมตีไปที่เย่เป่ยโดยตรง

อย่างไรก็ตาม

《 กอบลินสงครามศักดิ์สิทธิ์ 》 ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา

เมื่อเห็น 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 พุ่งเข้ามา มันก็รีบใช้ร่างกายอันกำยำขนาดมหึมาเข้าบังเย่เป่ยเอาไว้ทันที

จากนั้น

《 โล่แสงศักดิ์สิทธิ์ 》 ก็ถูกเปิดใช้งาน ครอบคลุมร่างของเย่เป่ยเอาไว้ด้วย

ปัง!

วินาทีต่อมา 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 ก็กระแทกเข้ากับโล่แสงศักดิ์สิทธิ์อย่างแรง จนเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นทันที

"แค่โล่กระจอกๆ คิดจะหยุดราชาอย่างข้าได้งั้นเรอะ?"

ปัง ปัง ปัง!

【 ราชาเกล็ดม่วง 】 กางกรงเล็บแหลมคมสีม่วงที่อาบไปด้วยพิษร้าย สับเข้าใส่โล่แสงศักดิ์สิทธิ์ไม่ยั้ง พละกำลังมหาศาลของมันทำให้รอยร้าวขยายวงกว้างขึ้น ขณะที่พิษร้ายก็เริ่มกัดกร่อนโล่ไปอย่างรวดเร็ว

หลังจากต้านทานได้เพียงสิบวินาที

《 โล่แสงศักดิ์สิทธิ์ 》 ก็แตกกระจาย 《 กอบลินสงครามศักดิ์สิทธิ์ 》 จึงต้องใช้ร่างกายเนื้อเข้าขวางการโจมตีถัดไปของมันแทน

แม้เจ้ากอบลินจะรู้ดีว่าเย่เป่ยนั้นแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่มันก็ตั้งใจจะปกป้องนายเหนือหัวด้วยชีวิต นี่คือพันธกิจของมัน

แควก!

ร่างกายของ 【 ราชาเกล็ดม่วง 】 ไม่ได้ใหญ่โตนัก ขนาดพอๆ กับมนุษย์ทั่วไปเท่านั้น

แต่ร่างกายสูงสิบจ้างของ 《 กอบลินสงครามศักดิ์สิทธิ์ 》 กลับดูเหมือนตุ๊กตาผ้าขี้ริ้วเมื่ออยู่ต่อหน้ามัน ร่างถูกฉีกทึ้งออกอย่างง่ายดาย

ไม่ถึงหนึ่งนาที ลมหายใจของ 《 กอบลินสงครามศักดิ์สิทธิ์ 》 ก็สิ้นสุดลง

ร่างของมันสลายกลายเป็นละอองแสงจางหายไป

โจวถงและหลินซีที่เพิ่งมาถึง ทันได้เห็นเหตุการณ์นี้พอดี

"น้องชายเย่เป่ย หนีไปเร็ว! นายสู้มันไม่ได้หรอก... อสูรอัญเชิญของนายตายไปแล้ว ถ้าไม่หนีตอนนี้จะไม่ทันการนะ! เดี๋ยวพี่สาวหลินกับถงถงจะช่วยถ่วงเวลาไว้ให้ นายรีบหนีไปเร็ว!" หลินซีตะโกนลั่นด้วยความร้อนรน

เมื่อได้ยินคำพูดของหลินซี โจวถงก็กลอกตามองบนแล้วพูดเสริมว่า

"เออ รีบไปเหอะ ไม่ต้องมาเล่นบทช่วยสาวงามแล้ว เพราะสาวงามของนายกำลังจะตายหยังเขียดอยู่แล้วเนี่ย!"

เย่เป่ยไม่ได้หันกลับไปมองตามเสียงของสองสาวเลยแม้แต่น้อย

เพราะในเวลานี้ พรสวรรค์ 【 กายาประจักษ์ 】 ของเขาได้ทำงานแล้ว!

ค่าสถานะพื้นฐานทั้งสี่ของเขาเริ่มพุ่งทะยานขึ้นอย่างบ้าคลั่ง

ขุมพลังไร้ขีดจำกัดกำลังพลุกพล่านอยู่ในร่างกายของเขา มันคือความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างความเจ็บปวดจากการถูกฉีกกระชากและความตื่นเต้นอันหนักหน่วงจนแทบคลั่ง!

จบบทที่ บทที่ 26 ราชาเกล็ดม่วง!

คัดลอกลิงก์แล้ว