- หน้าแรก
- เนตรจุติสะเทือนโลกนินจา
- บทที่ 351 - สามนินจาหวนคืน
บทที่ 351 - สามนินจาหวนคืน
บทที่ 351 - สามนินจาหวนคืน
บทที่ 351 - สามนินจาหวนคืน
เช้าวันรุ่งขึ้น คาคาชิเดินทางมาถึงหน้าอาคารโฮคาเงะเหมือนเช่นทุกวัน เขาบังเอิญเห็นชิซุยกำลังหาวหวอดๆ อย่างหนักพอดีจึงขมวดคิ้วถามด้วยความเป็นห่วง "ชิซุย ตาของนายบวมเป่งเลยนะ เมื่อคืนได้นอนตอนไหนเนี่ย"
ชิซุยขยี้ตาแล้วหาวอีกหวอดหนึ่งก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงเนือยๆ "อรุณสวัสดิ์ครับรุ่นพี่คาคาชิ เมื่อคืนผมมัวแต่จัดการธุระบางอย่างอยู่ กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปตีหนึ่งกว่าแล้วล่ะครับ"
"รีบหาเวลาพักผ่อนจะดีกว่านะ เห็นสภาพนายแล้วฉันก็ชักจะง่วงตามไปด้วยเลย"
คาคาชิพูดพลางบิดขี้เกียจ ราวกับว่าเขาติดเชื้อความง่วงมาจากชิซุยจริงๆ "ช่วงนี้คณะทูตจากแคว้นต่างๆ จะเดินทางมาเยือน ห้ามให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นเด็ดขาดนะ"
"ผมเข้าใจครับ"
ชิซุยพยักหน้ารับ
ณ มุมหนึ่งในที่ห่างไกล ร่างของใครบางคนเฝ้ามองพวกเขาสองคนเดินเข้าไปในอาคารโฮคาเงะ ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างพึงพอใจ
"นายท่าน ชิซุยไม่มีความผิดปกติใดๆ ครับ"
...
ภายในอาคารโฮคาเงะ เมื่อได้ฟังคำพูดของชิคาคุ คาคาชิกับชิซุยก็ถึงกับมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ
"ท่านชิคาคุ ท่านบอกว่าโอโรจิมารุจะเดินทางกลับมาที่โคโนฮะพร้อมกับคณะทูตของแคว้นหิมะงั้นเหรอครับ"
โอโรจิมารุมีความเกี่ยวข้องกันแคว้นหิมะยังไง ทำไมถึงได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษแบบนี้ล่ะ
ต้องไม่ลืมนะว่าสมาชิกแสงอุษาคนอื่นๆ ตอนนี้ยังกินข้าวแดงอยู่ในคุกหรือไม่ก็ต้องไปแบกหินแบกปูนอยู่ที่ไซต์ก่อสร้างกันอยู่เลย
"ใช่แล้วล่ะ ถึงเวลานั้นท่านซึนาเดะก็จะเดินทางจากเมืองหลวงแคว้นไฟกลับมาหารือเรื่องต่างๆ กับเขาด้วยตัวเอง"
ชิคาคุนวดคลึงหว่างคิ้วของตัวเองเบาๆ "พวกนายก็คงจะรู้กิตติศัพท์ความน่าสะพรึงกลัวของเขาดี ถึงตอนนั้นคงต้องรบกวนนายกับชิซุยช่วยจับตาดูเขาให้ดีด้วยนะ"
"รับทราบครับ!" ทั้งสองคนตอบรับพร้อมกัน
ถึงแม้ในใจจะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่เห็นได้ชัดว่าเรื่องพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาควรจะรับรู้ ดังนั้นคาคาชิและชิซุยจึงไม่เก็บมาคิดให้รกสมอง รับคำสั่งแล้วขอตัวลากลับไปปฏิบัติหน้าที่
เมื่อภายในห้องทำงานเหลือเพียงชิคาคุคนเดียว เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน สายตาทอดมองออกไปยังทิศทางหนึ่งของหมู่บ้านอย่างตัดพ้อ
หึ ใครบางคนอุตส่าห์กลับมาถึงหมู่บ้านตั้งแต่วันนี้แล้วแท้ๆ แต่กลับไม่ยอมมาที่อาคารโฮคาเงะ คงเพราะไม่อยากรับช่วงต่องานสินะ
"ชิคาคุ คนเก่งก็ต้องเหนื่อยหน่อยนะ เอกสารบางส่วนของแคว้นไฟฉันก็ขอฝากให้นายช่วยจัดการด้วยก็แล้วกัน"
คนเก่งก็ต้องเหนื่อยบ้าบออะไรกัน ตำแหน่งผู้ช่วยโฮคาเงะเขาใช้งานกันแบบนี้เหรอ
เมื่อชิคาคุที่ต้องนั่งหลังขดหลังแข็งจัดการเอกสารไปแล้วถึง 97 ฉบับตั้งแต่เช้าตรู่นึกถึงคำพูดของซึนาเดะ เขาก็รู้สึกปวดจี๊ดขึ้นมาที่หัวใจทันที
เดิมทีเรื่องใหญ่ระดับการที่โอโรจิมารุกลับมาเยือนโคโนฮะ ซึนาเดะควรจะเป็นคนลงมาจัดการด้วยตัวเองแท้ๆ แต่ตอนนี้กลับผลักภาระมาให้เขาต้องเป็นคนลงมือ...ช่างไม่มีความรับผิดชอบเอาเสียเลย
เจ้าหญิงซึนาเดะผู้เคยบุกไปสังหารไดเมียวอย่างห้าวหาญและมุ่งมั่นตั้งใจทำงานคนนั้นหายไปไหนเสียแล้วล่ะ
อย่างน้อยๆ อย่างน้อยที่สุด...ก็หาคนมาช่วยแบ่งเบาภาระฉันหน่อยสิโว้ย!
ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"ท่านชิคาคุ คณะทูตจากแคว้นสายฟ้าเดินทางมาถึงแล้วและต้องการจะเจรจากับท่านครับ"
"ท่านชิคาคุ ฝ่ายสำรวจตลาดรายงานว่าราคาของยันต์ระเบิดในตลาดกำลังพุ่งสูงขึ้น คาดว่าอาจจะมีคนลอบกว้านซื้อยันต์ระเบิดเป็นจำนวนมากเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับสงครามครับ"
"ท่านชิคาคุ มีคนจากบ่อนคาสิโนหลายแห่งในเมืองหลวงแคว้นไฟมาทวงหนี้ ตอนนี้พวกเขากำลังอออยู่หน้าประตูบอกว่าต้องการพบท่านซึนาเดะครับ"
"ท่านชิคาคุ มีนินจารายงานว่าพบเห็นบุคคลที่มีลักษณะคล้ายโอโรจิมารุปรากฏตัวอยู่บริเวณย่านการค้าของหมู่บ้านครับ จะให้ดำเนินการอย่างไรดีครับ"
เมื่อมองดูตั้งแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานที่กองสูงขึ้นเรื่อยๆ ชิคาคุก็รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองกำลังจะแตกสลาย
ฉันอยากเกษียณ ฉันจะเกษียณ!
งานพรรค์นี้ใครอยากทำก็มาทำเลย...ไม่สิ นี่มันคืองานของท่านซึนาเดะ เธอควรจะมาจัดการด้วยตัวเองต่างหาก!
...
"ฮัดชิ้ว!"
ซึนาเดะยกมือขึ้นขยี้จมูก คิ้วของเธอขมวดเข้าหากันเล็กน้อยพลางบ่นพึมพำกับตัวเอง "มีใครกำลังนินทาฉันอยู่ลับหลังหรือเปล่าเนี่ย"
จิไรยะที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังดื่มเหล้าจนหน้าแดงก่ำ เมื่อได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่วน
"ฉันว่าร้อยทั้งร้อยคงเป็นชิคาคุนั่นแหละ ก็ใครใช้ให้เธอโยนงานทั้งหมดไปให้เขาทำทันทีที่กลับมาถึงล่ะ"
ซึนาเดะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนใจ "ก็อาจจะจริงนะ ช่วงนี้งานมันล้นมือจริงๆ เขาคงจะโดนกดดันจนแทบจะเป็นบ้าแล้วล่ะมั้ง"
จิไรยะวางจอกเหล้าลงพร้อมกับเรอออกมาเบาๆ เขาพูดด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย "ชิคาคุเป็นถึงเสาหลักของโคโนฮะเราเลยนะ ถ้าเธอไปกดขี่ข่มเหงเขามากขนาดนั้น ระวังเขาจะทนไม่ไหวแล้วสะบัดก้นหนีทิ้งงานเอาซะจริงๆ หรอก"
ซึนาเดะเบ้ปาก เอ่ยอย่างไม่ยอมแพ้ "ที่ฉันทำแบบนี้ก็เพราะเชื่อมั่นในความสามารถของเขาต่างหากล่ะ อีกอย่าง วันนี้ฉันก็ไม่ได้มาเพื่อเที่ยวเล่นสักหน่อย แต่มาจัดการเรื่องงานต่างหาก"
"โอ้โห การมานั่งคุยกับฉันถือเป็นเรื่องงานสำหรับไดเมียวแห่งแคว้นไฟเลยเหรอเนี่ย ช่างเป็นเกียรติอะไรอย่างนี้"
น้ำเสียงราบเรียบติดจะเย็นชาดังขึ้นข้างหู ซึนาเดะและจิไรยะเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นโอโรจิมารุเดินเข้ามาในร้านเหล้าและมุ่งตรงมาที่โต๊ะของพวกเขาแล้ว
ซึนาเดะเลิกคิ้วขึ้น เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่ามีคนหันมามองเพราะได้ยินคำว่า 'ไดเมียว' เธอก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินนำเข้าไปด้านในร้าน "เข้าไปคุยกันในห้องส่วนตัวเถอะ"
โอโรจิมารุยิ้มบางๆ แล้วเดินตามไปอย่างว่าง่ายในฐานะแขกที่ดี
สีหน้าของจิไรยะดูซับซ้อนขึ้นมาทันที ความเมามายดูจะสร่างซาลงไปมาก เขาก้าวเท้าเดินตามทั้งสองคนไป
ซึนาเดะรู้ล่วงหน้ามานานแล้วว่าโอโรจิมารุจะกลับมาที่โคโนฮะ แถมที่อีกฝ่ายยอมเดินทางมาก็เป็นเพราะคำเชิญของเธอนั่นแหละ
การพบปะเจรจาอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้เป็นเพียงแค่ฉากบังหน้า ในสถานที่ที่เป็นทางการแบบนั้นไม่เหมาะที่จะนำเรื่องที่อาจก่อให้เกิดข้อถกเถียงมาพูดคุย การได้อยู่กันตามลำพังแค่สามนินจาในวันนี้ต่างหากคือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด
พนักงานของร้านนำทางซึนาเดะ โอโรจิมารุ และจิไรยะเข้าไปในห้องส่วนตัวที่มิดชิดด้านในสุด
เมื่อประตูห้องปิดลง การมองเห็นและการได้ยินจากโลกภายนอกก็ถูกตัดขาดอย่างสิ้นเชิง
โอโรจิมารุนั่งลงแล้วเป็นฝ่ายเริ่มเปิดบทสนทนาก่อน "ฉันไม่คิดเลยนะว่าพวกเธอจะเป็นฝ่ายมาหาฉันก่อน ตามหลักแล้วพวกเธอไม่น่าจะรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับฮาเนะนี่นา"
ซึนาเดะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ฉันใช้วิชาสัมภเวสีคืนชีพเพื่อสืบข้อมูลความเคลื่อนไหวของนายกับฮิวงะ ฮาเนะน่ะ แถมทางฉันก็ยังมีคนที่เคยติดต่อกับพวกนายอยู่ด้วย"
โอโรจิมารุชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยรอยยิ้มออกมา "อ้อ เป็นแบบนี้นี่เอง ดันคุงสินะ ตอนนั้นเขาไม่ได้ตามฮาเนะไปด้วยงั้นเหรอ"
"เกิดเรื่องพรรค์นั้นขึ้น นายคิดว่าดันจะวางใจทนดูฉันขึ้นรับตำแหน่งไดเมียวอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรได้งั้นเหรอ"
"นั่นสินะ"
จิไรยะ "..."
นี่พวกเธอกำลังคุยเรื่องอะไรกัน ทำไมฉันถึงตามความคิดของพวกเธอไม่ทันเลยล่ะ
ฟังจากที่พูด หมายความว่าคาโต้ ดันก็ถูกฮิวงะ ฮาเนะชุบชีวิตขึ้นมาเหมือนกันงั้นเหรอ ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
ยิ่งไปกว่านั้น ซึนาเดะถึงกับยอมใช้วิชาสัมภเวสีคืนชีพเลยเชียวเหรอ
จิไรยะมองหน้าซึนาเดะด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
ซึนาเดะทำเป็นมองไม่เห็นสายตาของเขา เธอจ้องหน้าโอโรจิมารุเขม็งแล้วพูดขึ้นว่า "จากความสัมพันธ์ระหว่างนายกับเขา เขาคงไม่จำกัดอิสรภาพของนายหรอก ดังนั้นฉันจะพูดตรงๆ เลยก็แล้วกัน กลับมาเถอะ โอโรจิมารุ"
"...ฉันเดินทางมาโคโนฮะในฐานะคณะทูตของแคว้นหิมะนะ เธอรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังพูดอะไรออกมา"
"แน่นอนอยู่แล้ว"
ซึนาเดะประสานสายตากับโอโรจิมารุอย่างไม่หลบเลี่ยง "ฉันจะใช้ตำแหน่งโฮคาเงะและไดเมียวเป็นหลักประกัน เพื่อลบล้างความผิดทุกอย่างของนายเอง!"
โอโรจิมารุชะงักลมหายใจไปชั่วขณะ จู่ๆ ก็ได้ยินซึนาเดะยื่นข้อเสนอแบบนี้ แม้แต่คนอย่างเขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะมีความรู้สึกหลากหลายถาโถมเข้ามาในจิตใจ
น้ำเสียงของโอโรจิมารุยังคงราบเรียบเย็นชาเหมือนเคย แต่มันกลับแฝงความหวั่นไหวที่ยากจะสังเกตเห็นเอาไว้ "ลบล้างความผิดทุกอย่างของฉัน แถมยังใช้ชื่อของไดเมียวและโฮคาเงะเป็นหลักประกันอีก เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะ"
ซึนาเดะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของโอโรจิมารุ น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและเด็ดขาด "เรื่องนั้นฉันรู้ดี แต่ฉันก็รู้ด้วยว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่อนุญาตให้ฉันลังเลอีกต่อไปแล้ว ภัยคุกคามจากแสงอุษาและเจ้าเด็กนั่นทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน และความสามารถของนายก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดสำหรับพวกเรา"
โอโรจิมารุขมวดคิ้ว "จนถึงป่านนี้เธอยังมีความหวังว่าจะชนะอยู่อีกเหรอ เท่าที่ฉันรู้มา ในการต่อสู้ครั้งก่อน แคว้นต่างๆ สูญเสียกำลังรบไปตั้งหนึ่งในสามเลยไม่ใช่หรือไง ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าเธอจะโยนความพ่ายแพ้ทั้งหมดไปให้แสงอุษาจนมองไม่เห็นช่องว่างความห่างชั้นนี้น่ะ"
จิไรยะอดไม่ได้ที่จะแทรกขึ้นมา "นี่นาย ช่วยมีความเชื่อมั่นในหมู่บ้านบ้านเกิดของตัวเองให้มันมากกว่านี้หน่อยไม่ได้หรือไง"
โอโรจิมารุยักไหล่ "ฉันมองไม่เห็นโอกาสชนะเลยสักนิด ความห่างชั้นของพลังรบระดับสูงสุดมันมากเกินไป"
แค่ฮาเนะเพียงคนเดียวก็แข็งแกร่งพอที่จะสยบทุกแคว้นได้แล้ว
หากไม่ใช่เพราะแคว้นหิมะต้องการเวลาในการเข้าควบคุมพื้นที่ที่ยึดครองมาได้และปลอบขวัญประชาชนในพื้นที่เหล่านั้นล่ะก็ ป่านนี้แคว้นต่างๆ คงพ่ายแพ้ราบคาบไปนานแล้ว
เมื่อได้ยินดังนั้น จิไรยะก็ตั้งท่าจะเถียงกลับ แต่ซึนาเดะก็ยกมือขึ้นห้ามเขาไว้ เธอส่งยิ้มให้โอโรจิมารุแล้วเอ่ยว่า
"ยังไม่ทันคิดเรื่องชนะก็ต้องเผื่อทางแพ้เอาไว้ก่อน การที่ฉันเรียกนายกลับมาก็เพื่อวางแผนเตรียมรับมือหลังจากพ่ายแพ้สงครามต่างหากล่ะ นายคงไม่ได้คิดว่าตัวนายเองมีน้ำหนักมากพอที่จะพลิกสถานการณ์บนตราชั่งนี้ได้หรอกใช่ไหม"
โอโรจิมารุหรี่ตาลง ปิดปากเงียบสนิท
[จบแล้ว]