- หน้าแรก
- เนตรจุติสะเทือนโลกนินจา
- บทที่ 331 - จิไรยะ: ฉันรู้สึกผิดต่อครอบครัวของมินาโตะจริงๆ!
บทที่ 331 - จิไรยะ: ฉันรู้สึกผิดต่อครอบครัวของมินาโตะจริงๆ!
บทที่ 331 - จิไรยะ: ฉันรู้สึกผิดต่อครอบครัวของมินาโตะจริงๆ!
บทที่ 331 - จิไรยะ: ฉันรู้สึกผิดต่อครอบครัวของมินาโตะจริงๆ!
"นางาโตะ โคนัน ยาฮิโกะคงไม่อยากเห็นพวกเธอทำแบบนี้หรอกนะ"
เสียงตะโกนของจิไรยะดังมาจากที่ไกลๆ
"เป้าหมายขององค์กรแสงอุษาไม่ใช่การนำพาสันติภาพมาสู่โลกนินจาหรอกหรือ แล้วสิ่งที่พวกเธอทำอยู่ตอนนี้มัน..."
"เป้าหมายของพวกเราไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักนิด แต่ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่า สันติภาพที่ไร้ซึ่งพลังค้ำจุนมันก็เป็นแค่เรื่องเพ้อฝันเท่านั้นแหละครับ อาจารย์จิไรยะ"
น้ำเสียงเย็นชาดังสะท้อนก้องอยู่ในหู ทำให้สีหน้าของจิไรยะเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง "คาถาดิน กำแพงพสุธา!"
จิไรยะประสานอินอย่างรวดเร็ว พื้นดินนูนตัวขึ้นก่อตัวเป็นกำแพงดินหนาหนักตั้งตระหง่านขึ้นมาจากพื้น
ตู้มมม
เสียงระเบิดของยันต์ระเบิดดังกึกก้องต่อเนื่องไม่ขาดสาย!
กำแพงดินที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาพังทลายลงในพริบตา ฝุ่นควันคลุ้งกระจายไปทั่ว
"ไม่ปรานีกันเลยสินะ โคนัน"
จิไรยะพุ่งตัวออกมาจากกลุ่มควัน เขามองลูกศิษย์ที่อยู่ตรงหน้า ก่อนจะปรายตามองไปทางอาจารย์ของตนเอง
ตาเฒ่านั่นกำลังทำอะไรอยู่นะ
นางาโตะกับวิถีสวรรค์เพนก็ว่าไปอย่าง พวกนั้นมีเนตรสังสาระคอยเสริมพลัง ความแข็งแกร่งจึงอยู่ในระดับที่น่ากลัว แต่ถึงแม้โคนันจะเก่งกาจ ทว่าเมื่อเทียบกับวิถีสวรรค์แล้วก็ถือว่ายังอยู่ในระดับธรรมดา เขาไม่น่าจะถึงขั้นกดดันอะไรไม่ได้เลยสิ
หืม
เมื่อเห็นสถานการณ์ทางฝั่งของโฮคาเงะรุ่นที่สาม จิไรยะก็แทบจะเก็บอาการไม่อยู่
เท่าที่สายตาจะมองเห็นได้ รอบตัวของซารุโทบิ ฮิรุเซ็นเต็มไปด้วยยันต์ระเบิด เหนือหัวของเขามีเมฆดำทะมึนที่ก่อตัวขึ้นจากยันต์ระเบิดคอยลอยตามทุกการเคลื่อนไหว อีกฝ่ายกำลังวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนเพื่อเอาชีวิตรอดจากเมฆทะมึนก้อนนั้น
ถ้าเขาดูไม่ผิด เมฆยันต์ระเบิดที่มีรัศมีครอบคลุมกว่าหนึ่งกิโลเมตรนั่นเกิดจากการรวมตัวของยันต์ระเบิดล้วนๆ ใช่ไหมน่ะ
เป็นที่รู้กันดีว่า ยันต์ระเบิดหนึ่งแผ่นมีขนาดเท่ากับเหรียญเงิน แล้วตอนนี้บนหัวของซารุโทบิ ฮิรุเซ็นมียันต์ระเบิดอยู่กี่แผ่นกันล่ะ
หนึ่งร้อยล้าน สองร้อยล้าน หรือว่าสามร้อยล้านแผ่น
ประเด็นคือไอ้เมฆยันต์ระเบิดก้อนนี้ทำท่าจะแผ่ขยายวงกว้างออกไปอีก และแน่นอนว่าต้นเหตุก็มาจาก... โคนัน
จิไรยะสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง เขามองโคนันและแผ่นยันต์ระเบิดที่ลอยพรั่งพรูออกมาจากเบื้องหลังของเธออย่างไม่ขาดสายด้วยความหวาดหวั่น
เขาคิดผิดไปมหันต์ ที่ไปด่วนสรุปเอาเองว่าโคนันไม่ได้เป็นภัยคุกคามอะไรมากมายนัก หากนางาโตะไม่มีเนตรสังสาระล่ะก็ เธอนี่แหละคือตัวอันตรายที่สุด!
ลูกศิษย์สาวคนนี้นอกจากจะโตมาสวยวันสวยคืนแล้ว เธอยังเป็นมหาเศรษฐีนีตัวท็อปอีกต่างหาก!
"อาจารย์จิไรยะ ทำใจซะเถอะค่ะ"
เมื่อเห็นว่าโคนันเตรียมจะลงมือ จิไรยะก็รีบดึงสติกลับมา "ถ้าพวกเธอทำเพื่อสันติภาพจริงๆ ทำไมไม่ร่วมมือกับโคโนฮะล่ะ ทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร พวกเธอกำลังเดินหลงทางอยู่นะ!"
"โลกใบนี้มักจะถูกชี้นำโดยผู้แข็งแกร่งเสมอมา เหมือนกับเซียนหกวิถีเมื่อพันปีก่อน หรือเซนจู ฮาชิรามะเมื่อหลายสิบปีก่อน และในตอนนี้ ตัวผมที่กลายเป็นพลังสถิตร่างสิบหางก็คือเซียนหกวิถีคนที่สอง!"
ยังไม่ทันที่โคนันจะได้ตอบ นางาโตะก็เดินเข้ามาหา กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากทั่วทั้งร่างของเขา
"ในอดีต โคโนฮะแข็งแกร่งที่สุด พวกคุณชี้นำทิศทางของโลก ระบบของหมู่บ้านนินจาทั้งห้าก็มีหลายส่วนที่ลอกเลียนแบบมาจากพวกคุณ ต่อมาเมื่อฮิวงะ ฮาเนะปรากฏตัวขึ้น เขาก็เป็นผู้ชี้นำยุคสมัยใหม่ แล้วทำไมในตอนนี้ ตัวผมที่กลายเป็นเซียนหกวิถีคนที่สองถึงจะชี้นำโลกนินจาบ้างไม่ได้ล่ะ"
"คุชินะ!"
คำถามของนางาโตะและเสียงร้องไห้คร่ำครวญของมินาโตะดังแทรกเข้ามาในโสตประสาทพร้อมๆ กัน
จิไรยะหันไปมองมินาโตะที่เดินโซเซเข้าไปหาคุชินะโดยไร้ซึ่งการขัดขวางใดๆ ในขณะที่พริกขี้หนูสีเลือดแห่งโคโนฮะบัดนี้นอนกองอยู่บนพื้นด้วยความอ่อนแรง ใบหน้าของเธอซีดเซียวไร้สีเลือด
เมื่อถูกชิงเอาสัตว์หางไป ต่อให้เป็นนินจาจากตระกูลอุซึมากิก็คงทนอยู่ได้ไม่นานนักหรอก...
จิไรยะขบกรามแน่น เส้นเลือดดำปูดโปนขึ้นบนท่อนแขนทั้งสองข้าง เขาตะโกนลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว
"นี่นายกะจะเลียนแบบฮิวงะ ฮาเนะอย่างนั้นเหรอ สิ่งที่เขาทำมันผิด การชี้นำโลกนินจาไม่ควรพึ่งพาสงครามและกำลังทหาร สิ่งที่นายกำลังทำอยู่ตอนนี้มันก็แค่การสานต่อความเกลียดชังเท่านั้น!"
นางาโตะจ้องมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย "ผมกังวลจริงๆ ว่าฮิวงะ ฮาเนะจะนำพาโลกนินจาไปสู่จุดจบที่ไม่อาจหวนกลับ แต่ผมก็ไม่ปฏิเสธหรอกนะว่า วิธีการของเขาได้นำพาสันติภาพมาสู่โลกนินจา อย่างน้อยในช่วงสองปีที่ผ่านมา โลกนินจาก็สงบสุขดี"
"นั่นไม่ใช่ความสงบสุข! มันเป็นแค่โหมโรงก่อนเกิดสงครามต่างหาก! สันติภาพที่แท้จริงมันควรจะ..."
นางาโตะเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "สงครามถือกำเนิดขึ้นจากการเข่นฆ่าแย่งชิงของมนุษย์ ตราบใดที่มนุษยชาติยังไม่สูญพันธุ์ สงครามก็ไม่มีวันจบสิ้น โลกใบนี้ไม่มีหรอกสันติภาพที่ยั่งยืนถาวร ดังนั้นผมขอแค่สันติภาพแบบสัมพัทธ์ก็พอแล้ว"
"หากสงครามและกำลังทหารสามารถนำพาสันติภาพแบบสัมพัทธ์มาได้ ผมก็จะทำมัน อาจารย์จิไรยะ แนวคิดเรื่องการรวมชาติให้เป็นหนึ่งเดียวกันก็กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในแคว้นฮิโนะคุนิ อุดมการณ์ในอดีตของอาจารย์ มันไม่เหมาะกับยุคสมัยนี้อีกต่อไปแล้วล่ะครับ"
จิไรยะจ้องมองนางาโตะพลางรู้สึกว่าอีกฝ่ายช่างดูแปลกหน้าเหลือเกิน
นางาโตะในอดีตไม่มีทางพูดจามีหลักการแบบนี้ออกมาได้หรอก และยิ่งไม่มีทางเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่ากำลังคือรากฐานของสันติภาพอย่างแน่นอน
แต่ทว่า...
เมื่อนึกถึงวิชาความรู้ต่างๆ ที่ถูกพร่ำสอนในโรงเรียนของแคว้นฮิโนะคุนิ รวมถึงทฤษฎีหลากหลายรูปแบบที่เขาเคยได้ยินมา
จิไรยะลอบทอดถอนใจ
บางทีอาจจะเป็นอย่างที่อีกฝ่ายพูด เขากลายเป็นคนที่ถูกยุคสมัยทอดทิ้งไปแล้วจริงๆ
นับตั้งแต่ถูกปล่อยตัวออกมาจากแคว้นคามินาริ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองก้าวตามโลกใบนี้ไม่ทันอีกต่อไป
ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปทุกวัน ทฤษฎีแปลกใหม่มากมายถูกส่งผ่านจากแคว้นยูคิและแพร่สะพัดไปทั่วโลกนินจา เหมือนกับที่หมู่บ้านนินจาต่างๆ เคยเรียนรู้ระบบของโคโนฮะในอดีต บัดนี้ประเทศต่างๆ เริ่มหันมาศึกษาระบบและแนวคิดของแคว้นยูคิกันแล้ว
ส่วนตัวเขาที่เปรียบเสมือนคนแก่ที่ปรับตัวเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ ไม่ได้ ก็ยังคงไม่อาจยอมรับความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ได้อยู่ดี
นางาโตะปรายตามองจิไรยะเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
"รวบรวมเก้าหางและสามหางเสร็จสิ้นแล้ว ไปกันเถอะโคนัน"
โคนันตีหน้าขรึมและหมุนตัวเดินตามไป
เมื่อจิไรยะได้ยินเช่นนั้น เขาก็ค่อยๆ หันไปมองที่สมรภูมิรบด้วยความตระหนก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความโกรธแค้น "คาคาชิ!"
ภาพที่เห็นคือคาคาชิที่ขาดการคุ้มกันจากเขาและมีจักระสัตว์หางไม่เพียงพอ บัดนี้ถูกโอซึซึกิ ชินอิจิเล่นงานจนพ่ายแพ้ และถูกแบกขึ้นบ่าไปแล้ว
"ปล่อยเขานะเว้ย!"
จิไรยะเตรียมจะพุ่งเข้าไปช่วย แต่นางาโตะที่ไม่ได้แม้แต่จะหันกลับมามอง กลับยกมือขึ้นชี้ไปทางเขา
"ข่ายเทพพิชิตฟ้า!"
น้ำเสียงเย็นยะเยียบของนางาโตะดังก้อง แรงผลักมหาศาลระเบิดออกจากตัวเขาเป็นศูนย์กลาง พัดโหมกระหน่ำเข้าใส่จิไรยะในทันที
จิไรยะทำได้เพียงยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาไขว้กันบังหน้าอก ร่างของเขาปลิวละลิ่วไปตามแรงผลักที่ไม่อาจต้านทานได้ ก่อนจะร่วงหล่นกระแทกเข้ากับซากปรักหักพังที่อยู่ห่างออกไปอย่างรุนแรง
เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากกองหิน เลือดซึมออกจากมุมปาก เขายังอยากจะสู้ต่อ แต่มหกรรมยันต์ระเบิดของโคนันที่ปกคลุมอยู่เหนือหัวของเขาและเหล่านินจาโคโนฮะก็เริ่มพุ่งทะยานลงมาจู่โจมพวกเขาราวกับห่าฝนแล้ว
แถมยังมีเพนทั้งหกวิถีคอยก่อกวนอยู่อีก ทำให้ทุกคนต้องรับศึกหนักจนไม่มีเวลาไปสนใจอย่างอื่น ได้แต่มองดูพวกนางาโตะทั้งสามคนเดินจากไปตาปริบๆ
"นางาโตะ ฉันกับแกอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้แล้ว!"
มินาโตะที่กำลังประคองกอดคุชินะถูกวิถีสวรรค์ขวางทางเอาไว้อีกครั้ง เขาทำได้เพียงทอดสายตามองคาคาชิที่ถูกจับตัวไป ใบหน้าของเขาเย็นชาถึงขีดสุด
นางาโตะได้ยินประโยคนั้นผ่านการเชื่อมต่อกับวิถีสวรรค์ ฝีเท้าของเขาชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเดินจากไปอย่างไร้ความรู้สึกใดๆ
หลังจากที่พวกเขาหายลับตาไป และเพนทั้งหกวิถีที่ยังพอขยับตัวได้ต่างก็พากันล่าถอยไปจนหมด ซึนาเดะก็เดินเข้ามาตบไหล่จิไรยะที่กำลังเศร้าโศกเสียใจอย่างหนักพลางเอ่ยชมว่า
"แสดงได้สมจริงมากเลยนะ สีหน้าเศร้าโศกปานจะขาดใจนั่นเนียนสุดๆ"
"???"
จิไรยะที่กำลังโศกเศร้าเสียใจเพราะลูกศิษย์สองคนเดินหลงทาง ซ้ำยังเป็นต้นเหตุให้ภรรยาของลูกศิษย์อีกคนต้องมาตายถึงกับทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก
"เธอพูดเรื่องอะไรของเธอน่ะ คุชินะถูกดึงสัตว์หางออกไป เธออยู่ได้อีกไม่นานแล้วนะ ทำไมเธอถึงยังไม่รีบไปรักษาอีก อย่างน้อย... อย่างน้อยก็ช่วยยื้อเวลาให้มินาโตะได้คุยกับเธออีกสักนิดก็ยังดี..."
เมื่อเห็นคุชินะที่นอนหายใจรวยรินอยู่ในอ้อมกอดของมินาโตะ จิไรยะก็รู้สึกปวดร้าวราวกับโดนมีดกรีดแทงที่หัวใจ
มินาโตะรักคุชินะมากขนาดนั้น ถ้าหากคุชินะต้องมาตายจากไป เขาจะตรอมใจตายตามเธอไปไหมนะ
นารูโตะก็ยังเด็กแค่นั้น กลับต้องมาสูญเสียแม่ไป ซ้ำร้ายอาจจะต้องสูญเสียพ่อไปด้วยอีกคน
และคนที่ฆ่าคุชินะก็คือนางาโตะ นางาโตะคือลูกศิษย์ของเขา ถ้าไม่ใช่เพราะเขา นางาโตะก็คงไม่เดินมาถึงจุดนี้หรอก...
เขาช่างรู้สึกผิดต่อครอบครัวของมินาโตะเหลือเกิน!
[จบแล้ว]