เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 291 - อิชชิกิพ่ายแพ้แล้วงั้นเหรอ

บทที่ 291 - อิชชิกิพ่ายแพ้แล้วงั้นเหรอ

บทที่ 291 - อิชชิกิพ่ายแพ้แล้วงั้นเหรอ


บทที่ 291 - อิชชิกิพ่ายแพ้แล้วงั้นเหรอ

"มีเพียงแค่นี้เองเหรอ"

ฮิวงะ ฮาเนะส่ายหน้าด้วยความผิดหวังเล็กน้อย "หากเนตรสังสาระและวิชาเนตรของนายมีพลังเพียงแค่นี้ล่ะก็ สู้ยกมันมาให้ฉันซะดีกว่า"

เมื่ออิชชิกิเห็นสายตาของฮิวงะ ฮาเนะที่หยุดมองอยู่ที่เนตรสีดำและเนตรสังสาระของเขา แววตาของเขาก็ไหววูบ ก่อนจะกลับมาเย็นชาอย่างรวดเร็ว เขายกระดับพลังของตัวเองขึ้นอีกครั้ง แล้วพุ่งเข้าใส่ฮิวงะ ฮาเนะ

วิชาเนตรร่วมผสานกับกระบวนท่า ทันทีที่ทั้งสองคนเข้าปะทะกัน แต่ละกระบวนท่าล้วนอันตรายถึงชีวิต ราวกับตั้งใจจะฉีกร่างของอีกฝ่ายให้ขาดสะบั้น!

ในระหว่างที่ทั้งสองคนพลิกแพลงกระบวนท่าและหลบหลีกไปมา เงาร่างของพวกเขาก็กระจายไปทั่วอาณาบริเวณรัศมีสิบกิโลเมตร

ไม่ว่าจะเป็นภูเขา คลองใหญ่ บนท้องฟ้า หรือบนพื้นดิน ล้วนสามารถมองเห็นเงาร่างของพวกเขาได้

เสียงคลื่นกระแทกอันแสบแก้วหูดังขึ้นในอากาศอย่างต่อเนื่อง ทั้งสองคนเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสุดขีด การโจมตีแต่ละครั้งล้วนแฝงไปด้วยแรงกระแทกมหาศาล คลื่นกระแทกแผ่กระจายออกไปราวกับมีตัวตน

สภาพแวดล้อมโดยรอบดูเปราะบางไปถนัดตาเมื่ออยู่ต่อหน้าพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นเทือกเขาสูงตระหง่านหรือหน้าผาที่สูงชัน ล้วนถูกฉีกกระชากได้อย่างง่ายดายราวกับเต้าหู้ ก่อนจะสลายกลายเป็นฝุ่นผงปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้า

การปะทะกันของพวกเขาทุกครั้งราวกับการจุดชนวนระเบิดขึ้นกลางอากาศ คลื่นกระแทกที่เกิดขึ้นไม่เพียงแต่จะถอนรากถอนโคนต้นไม้รอบด้านเท่านั้น แต่ยังฉีกกระชากพื้นดินจนเกิดเป็นรอยแยกบาดลึกอีกด้วย

ฝุ่นควันและเศษหินลอยคลุ้งไปทั่วอากาศบดบังวิสัยทัศน์จนหมดสิ้น ทว่าการต่อสู้ของทั้งสองคนยังคงดุเดือดเลือดพล่าน ราวกับไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกใดๆ ทั้งสิ้น

ท่ามกลางการต่อสู้อันดุเดือดนี้ สภาพแวดล้อมโดยรอบได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง อากาศเต็มไปด้วยเสียงสะท้อนของคลื่นกระแทก เงาร่างของทั้งสองคนผลุบๆ โผล่ๆ ท่ามกลางฝุ่นควัน การปรากฏตัวแต่ละครั้งล้วนตามมาด้วยการระเบิดพลังอันมหาศาล

ความเร็วของพวกเขานั้นรวดเร็วเกินไป คนธรรมดาไม่มีทางมองตามความเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ทันเลย

ไม่ต้องพูดถึงการเป็นผู้ชมการต่อสู้ในครั้งนี้หรอก สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว แม้แต่การปกป้องชีวิตตัวเองก็ยังเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง ภายใต้คลื่นสั่นสะเทือนของแรงกระแทก พวกเขารู้สึกราวกับร่างกายกำลังถูกพลังที่มองไม่เห็นฉีกกระชาก เลือดไหลซึมออกมาจากทวารทั้งเจ็ดอย่างไม่ขาดสาย อากาศรอบด้านถูกบีบอัดจนแทบจะจับต้องได้ การปะทะกันทุกครั้งทำให้พวกเขารู้สึกได้ว่าอวัยวะภายในกำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

เพื่อต้านทานผลกระทบเหล่านี้อย่างสุดความสามารถ นินจาธรรมดาจึงทำได้เพียงถอยห่างออกจากสมรภูมิ ทว่าถึงกระนั้น แรงสั่นสะเทือนจากคลื่นกระแทกก็ยังทำให้พวกเขาก้าวเดินไปได้อย่างยากลำบาก ราวกับพร้อมจะถูกพลังนี้กลืนกินได้ทุกเมื่อ

และในบรรดาคนเหล่านี้ ย่อมไม่รวมถึงโอโนะกิ

การต่อสู้ระหว่างเขากับท่านมูหยุดลงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือ หลังจากที่เขาเผยจุดอ่อนออกมาเพราะอาการปวดเอว การต่อสู้ของทั้งสองคนก็ไม่มีความจำเป็นต้องดำเนินต่อไปอีกแล้ว

โอโนะกิต้องยอมรับว่า หากวัดกันที่ความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง เขาก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอาจารย์อยู่ดี

โชคดีที่นี่คือสนามรบ ไม่ใช่การท้าประลองแบบตัวต่อตัว เมื่อมนุษย์โคลนคาถาธุลีสองคนสังเกตเห็นสถานการณ์ของเขาและรุดเข้ามาช่วยเหลือ ท่านมูก็ไม่ได้ลงมืออีก เพียงแค่จ้องมองพวกเขาและคอยดึงรั้งพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้แน่น

ด้วยเหตุนี้ โอโนะกิจึงได้ชมการต่อสู้ระหว่างฮิวงะ ฮาเนะและอิชชิกิตลอดทั้งการต่อสู้

เมื่อเห็นว่าการต่อสู้ไม่ได้เอนเอียงไปทางใดทางหนึ่ง โอโนะกิก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขายิ้มให้ท่านมูพลางเอ่ยขึ้น "แม้แต่อุจิวะ มาดาระยังเอาชนะอิชชิกิไม่ได้ การจะด่วนสรุปว่าฮิวงะ ฮาเนะสามารถเอาชนะเขาได้ในตอนนี้ มันก็คงจะเร็วเกินไปหน่อยล่ะมั้ง..."

ตูม!

พร้อมกับเสียงระเบิดอันกึกก้อง อิชชิกิถูกพลังมหาศาลซัดกระเด็นออกไป ร่างกายของเขาพุ่งแหวกพื้นดินราวกับดาวตก ร่างของเขาลากยาวไปบนพื้นดินจนเกิดเป็นรอยลึก ก่อนจะหยุดลงตรงบริเวณใกล้ๆ กับโอโนะกิพอดี

โอโนะกิ "..."

เขารู้สึกเหมือนโดนตบหน้าอย่างจัง!

เมื่อเห็นดังนั้น ท่านมูก็มองโอโนะกิด้วยสายตาแปลกๆ นึกไม่ถึงเลยว่าโอโนะกิจะมีพรสวรรค์ในการเป็นพวกปากกาลีบานเจาะด้วย

ทางด้านอิชชิกิ เขาก็ไม่ได้สนใจโอโนะกิที่มีสีหน้าซับซ้อน เขากัดฟันยันตัวลุกขึ้นยืน สายตาจ้องมองไปยังเงาร่างในชุดคลุมสีขาวบนท้องฟ้าด้วยแววตาที่หม่นหมอง

เมื่อครู่นี้ความแข็งแกร่งของฮิวงะ ฮาเนะเพิ่มสูงขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้เขาตั้งตัวรับไม่ทันจนถูกโจมตีเข้าอย่างจัง

นั่นไม่ใช่พลังของตัวอีกฝ่ายเอง แต่มีบางสิ่งบางอย่างกำลังมอบพลังให้กับฮิวงะ ฮาเนะ!

เมื่อนึกถึงรายงานเหตุการณ์บนดวงจันทร์ อิชชิกิก็พอจะคาดเดาอะไรบางอย่างได้ในใจ

ตระกูลโอซึซึกิบนดวงจันทร์ถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก เนตรจุติขนาดยักษ์ก็น่าจะตกไปอยู่ในมือของฮิวงะ ฮาเนะแล้วเหมือนกัน!

และการที่ฮิวงะ ฮาเนะงัดเอาไพ่ตายแบบนี้ออกมาใช้ ก็แสดงว่าอีกฝ่ายมั่นใจว่าสามารถจัดการเขาได้อย่างอยู่หมัดแล้ว ความระแวดระวังของอีกฝ่ายก็คงจะลดลงไปอีกขั้น

ความยินดีพาดผ่านแววตาของอิชชิกิวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกสะกดเอาไว้ในพริบตา

ไม่ได้หรอก เขาเข้าใจตัวตนที่เรียกว่านินจาดีกว่าใคร นอกเสียจากว่าเขาจะสูญเสียความสามารถในการต่อต้านไปอย่างเห็นได้ชัด ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายไม่มีทางลดความระแวดระวังลงแน่

ยิ่งไปกว่านั้น จะต้องมีเหยื่อล่อที่มากพอ ฮิวงะ ฮาเนะถึงจะยอมเป็นฝ่ายเข้าใกล้เขาเอง

เขาเหลือบมองเนตรสังสาระที่ฝ่ามือ เมื่อนึกถึงสายตาที่ฮิวงะ ฮาเนะมองมันด้วยความอยากได้ มุมปากของอิชชิกิก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ยากจะสังเกตเห็น

วินาทีต่อมา อิชชิกิก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว สีหน้าของเขาดุดันและบิดเบี้ยว เขาส่งเสียงคำรามลั่นออกมาด้วยคำพูดที่แฝงไว้ด้วยการแสดงห้าส่วนและความรู้สึกจากใจจริงอีกห้าส่วน

"ฮิ-วง-งะ ฮา-เนะ! แกมันก็แค่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำริอ่านจะมาตีเสมอฉันงั้นเหรอ!"

เขาราวกับคนสติหลุด ออกแรงกระทืบเท้าลงบนพื้นดิน พุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างขาดสติ กลิ่นอายรอบตัวทวีความบ้าคลั่งยิ่งขึ้น

ถึงแม้ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกครั้งในสภาวะนี้ ทว่าการโจมตีที่ไร้รูปแบบเช่นนี้กลับยิ่งทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบและอันตรายยิ่งกว่าเดิม

"เป็นอย่างที่คิดจริงๆ พวกโอซึซึกิก็เป็นแบบนี้กันหมด ไม่ว่าจะเป็นตระกูลหลักหรือตระกูลสาขา ก็ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย"

ท่ามกลางเสียงแหวกลมอันแหลมบาดหู ฮิวงะ ฮาเนะก็เร่งความเร็วขึ้นจนถึงขีดสุด เงาร่างของเขากลายเป็นสายฟ้าแลบ พุ่งทะลวงผ่านมิติในพริบตาเดียว

ดาบสีทองในมือของเขาส่องแสงเจิดจ้า ราวกับรวบรวมพลังทั้งหมดของฟ้าดินเอาไว้ มันกวาดเอาน้ำในคลองขึ้นมาและพัดพาชั้นบรรยากาศไปรอบด้าน แฝงไปด้วยอานุภาพที่ไม่อาจหาใครเทียบได้ แทงทะลุเข้าไปที่กลางอกของอิชชิกิอย่างโหดเหี้ยม

"คาถาระเบิดกงล้อทองจุติ!"

ในวินาทีนั้นอิชชิกิสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน รูม่านตาของเขาหดเกร็งอย่างรุนแรง ร่างกายตอบสนองตามสัญชาตญาณด้วยการพยายามจะหลบหนีเข้าไปในมิติ

ทว่าเมื่อนึกถึงเป้าหมายของตัวเอง อิชชิกิก็ชะงักไป เขาจงใจตอบสนองให้ช้าลงไปหนึ่งจังหวะ ทำเพียงแค่กัดฟันเบี่ยงตัวหลบจุดตายเท่านั้น

วิชาเนตรและวิชานินจามิติเวลาที่เขาปกปิดมาตลอด ก็เพื่อการนี้โดยเฉพาะ อาการบาดเจ็บแค่นี้จิ๊บจ๊อยมาก หากทำสำเร็จ เขาจะสามารถท่องไปทั่วโลกนินจาได้อย่างไร้กฎเกณฑ์ใดๆ ทั้งสิ้น!

"แหมะ!"

ของเหลวข้นเหนียวและเย็นเฉียบหยดหนึ่งร่วงหล่นลงบนแก้มของโอโนะกิอย่างเงียบเชียบ ทำให้ใจของเขากระตุกวาบ เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้รูม่านตาของเขาหดเกร็งอย่างรุนแรง

ภายใต้แสงแดดอันเจิดจ้า ดาบยาวที่ราวกับหล่อหลอมมาจากทองคำเปล่งประกายแสงบาดตา ตัวดาบแทงทะลุกลางอกของอิชชิกิไปจนมิด

ตัวตนที่เคยต่อกรกับอุจิวะ มาดาระได้อย่างสูสี ทว่าในตอนนี้กลับเป็นเหมือนนกที่ถูกเด็ดปีก ถูกดาบยาวเล่มนั้นแทงทะลุร่างและยกตัวขึ้นโดยไร้ทางสู้

เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากบาดแผลของอิชชิกิอย่างต่อเนื่อง มันกลายเป็นละอองเลือดฟุ้งกระจายอยู่ภายใต้แสงแดด ย้อมท้องฟ้าไปกว่าครึ่งจนกลายเป็นสีแดงฉาน และเมื่อฮิวงะ ฮาเนะสะบัดดาบอย่างแรง ร่างของอิชชิกิก็ลอยละลิ่วราวกับว่าวสายป่านขาด หยาดเลือดปลิวว่อนไปตามสายลม ร่วงหล่นลงสู่คลองใหญ่ที่คลื่นลมกำลังปั่นป่วนอยู่เบื้องล่าง

ตูม!

ร่างกายปะทะเข้ากับผืนน้ำ ก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สาดกระเซ็นไปทั่ว

โอโนะกิมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเหม่อลอย เขาส่ายหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "เป็นไปได้ยังไงกัน ขนาดอุจิวะ มาดาระยังพ่ายแพ้ให้กับจิเก็นเลย แล้วทำไมถึง..."

น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ ไม่ใช่แค่โอโนะกิเท่านั้น ในวินาทีนี้ นินจาหมู่บ้านอิวะทุกคนที่เห็นฉากนี้ต่างก็รู้สึกสิ้นหวังจับใจ

การต่อสู้ของทั้งสองคนถูกแสดงให้ทุกคนเห็นอย่างชัดเจน ทุกคนต่างรู้ดีว่าพลังของทั้งสองคนนั้น ไม่ใช่สิ่งที่พวกตนจะสามารถต้านทานได้เลย ในเมื่อตอนนี้ฮิวงะ ฮาเนะเป็นฝ่ายชนะ แล้วหมู่บ้านอิวะล่ะ...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 291 - อิชชิกิพ่ายแพ้แล้วงั้นเหรอ

คัดลอกลิงก์แล้ว