- หน้าแรก
- ย้อนเวลา ร่ำรวยด้วยดวงตามองทะลุสรรพสิ่ง
- บทที่ 14 ความรู้สึกถึงเกียรติยศ
บทที่ 14 ความรู้สึกถึงเกียรติยศ
บทที่ 14 ความรู้สึกถึงเกียรติยศ
หลี่ เว่ยหมินเปลี่ยนใจ เดิมทีเขาตั้งใจจะหาของหวานให้เด็กสาวทั้งสองคนทาน แต่เมื่อเห็นพวกเธอโหยหาบะหมี่ไข่กันขนาดนี้ เขาก็พร้อมจะทำให้ความปรารถนาของพวกเธอเป็นจริง
“ตกลง ตอนนี้พวกเราไปหาไข่กันเถอะ เย็นนี้อาจะทำบะหมี่ไข่ให้พวกหลานกินเอง!”
นังหนูทั้งสองคนดีใจจนตัวลอย “ไชโย! พวกเราจะได้กินบะหมี่ไข่เหมือนท่านประธานเหมาแล้ว!”
หลี่ เว่ยหมิน: “...”
การจับไก่ป่าด้วยมือเปล่านั้นมีความยากอยู่บ้าง แต่การจะหาไข่ไก่ป่าสักสองสามฟองนั้นค่อนข้างง่าย
หลี่ เว่ยหมินใช้สายตากวาดมองเพียงครู่เดียวก็ล็อคเป้าหมายได้ทันที
บนเนินสูงแห่งหนึ่ง หลี่ เหมยและหลี่ หลานจ้องมองรังไก่ป่าซอมซ่อในพุ่มไม้ หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือจ้องมองไข่ไก่ป่าหลายฟองในรังนั้นจนน้ำลายแทบสอ
“อาเล็กเก่งที่สุดเลยค่ะ!”
ในการเข้าป่าครั้งนี้ หลานสาวทั้งสองคนไม่รู้ว่าพูดประโยคเดิมซ้ำไปแล้วกี่รอบ
พวกเธอไม่ได้เรียนหนังสือ จึงไม่มีถ้อยคำสวยหรูมาบรรยาย แต่นี่คือคำชมที่มาจากใจจริงที่มีต่ออาเล็กของพวกเธอ!
หลี่ เว่ยหมินหัวเราะร่า “รีบลงมือเข้า พวกเรายังต้องไปเยี่ยมบ้านถัดไปอีก!”
พอหลานสาวทั้งสองได้ยินว่ายังมีอีก ก็รีบแหวกพุ่มไม้เข้าไปเก็บไข่ไก่ป่าเหล่านั้นทันที
เป็นอันว่าหลี่ เว่ยหมินพาหลานสาวทั้งสองหาไข่ไก่ป่าได้ทั้งหมดสามรัง รวมแล้วประมาณสิบห้าถึงสิบหกฟอง!
เขามองดูท้องฟ้าและรู้สึกว่าเวลาจวนเจาะแล้ว หลานสาวทั้งสองยังเด็ก หากอยู่นานกว่านี้ร่างกายจะรับไม่ไหว
“ไป เคลื่อนขบวนกลับกรมกอง!”
ดวงตาของหลี่ เหมยเป็นประกาย “อาเล็กคะ จะไปโค่นล้มใครเหรอคะ?”
หลี่ เว่ยหมิน: “...”
“ไม่ได้จะโค่นล้มใครทั้งนั้น กลับบ้านกันได้แล้ว!”
“อ้าว...”
พอได้ยินว่าจะกลับบ้าน หลานสาวทั้งสองก็คอตกทันที
ทว่าคราวนี้ดูเหมือนอาเล็กของพวกเธอจะตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เขาใช้ผักป่าคลุมไข่ไก่ป่าในตะกร้าไว้ แล้วสาวเท้าเดินลงเขาอย่างรวดเร็ว!
...
ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรืออย่างไร ขณะที่หลี่ เว่ยหมินกลับเข้าหมู่บ้าน ก็ประจวบเหมาะกับกลุ่มชาวบ้านที่เลิกงานกำลังเดินทางกลับบ้านพอดี
เมื่อเห็นหลี่เหล่าซานผู้ไม่ค่อยจะขยับทำงานแบกตะกร้าลงมาจากภูเขา ชาวบ้านหลายคนก็พากันหัวเราะร่าทันที:
“เว่ยหมิน ขึ้นเขาไปเก็บเห็ดพิษมาอีกแล้วเหรอ?”
“ฮ่า ๆ เว่ยหมินมานี่สิ ให้ป้าดูหน่อยซิว่าวันนี้เก็บเห็ดพิษมาได้กี่ดอก!”
“เสี่ยวเหมย เสี่ยวหลาน พวกแกสองคนนี่ใจกล้าจริง ๆ นะที่กล้าตามอาเล็กเข้าป่า ไม่กลัวเขาเอาพวกแกไปขายหรือไง ฮ่า ๆ!”
“...”
หลี่ เว่ยหมินเกาหัว ภาพลักษณ์ของเขามันดูแย่ขนาดนั้นเลยเชียวหรือ!
หลี่ เว่ยหมินเป็นคนสองชาติภพ ย่อมมีวุฒิภาวะที่ดี เขาโดนล้อก็อาจจะไม่ถือสา แต่หลานสาวทั้งสองของเขาทำไม่ได้
ในช่วงสองวันนี้ อาเล็กนำความตื่นตาตื่นใจมาให้พวกเธอตลอด ในใจของนังหนูทั้งสองจึงลืมภาพอาเล็กคนเก่าที่ตะกละและขี้เกียจไปนานแล้ว แทนที่ด้วยภาพของอาเล็กที่ขุดจักจั่นได้ จับกระต่ายเป็น และเก่งกาจทำได้ทุกอย่าง!
ความเลื่อมใสของเด็กที่มีต่อผู้ใหญ่นั้นเกิดขึ้นได้ง่ายเพียงแค่นี้เอง
พวกเธอยังอายุน้อยเกินกว่าจะแยกแยะออกว่าอันไหนคือเรื่องล้อเล่น และอันไหนคือการถากถาง
เมื่อเห็นคนอื่นมาหัวเราะเยาะอาเล็กที่พวกเธอชื่นชม นังหนูทั้งสองจึงไม่พอใจทันที:
“ฮึ อาเล็กของหนูเก่งจะตายไป ไม่ได้เก็บเห็ดพิษมาสักดอกเดียว!”
“ฮึ อาเล็กของหนูจับกระต่ายได้ด้วย เก่งกว่าพวกคุณตั้งเยอะ!”
“ฮึ อาเล็กของหนูยังหาไข่ไก่ป่าได้อีกด้วย!”
“ใช่ ๆ อาเล็กของหนูยังทำบะหมี่ไข่ที่ท่านประธานเหมาชอบกินได้ด้วยนะ!”
“...”
ชาวบ้านพากันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครเชื่อคำพูดของเด็ก ๆ เลย
ทว่าเมื่อมองท่าทางของนังหนูทั้งสองคนแล้ว ก็ดูไม่เหมือนกำลังโกหก
พรึบ พรึบ พรึบ...
สายตาทุกคู่เปลี่ยนไปจับจ้องที่กระสอบบนหลังของหลี่ เว่ยหมินทันที
“เว่ยหมิน แกจับกระต่ายได้จริง ๆ เหรอ?”
“เว่ยหมิน ในกระสอบมีของดีอะไรน่ะ?”
“...”
หลี่ เว่ยหมินไม่ได้กำชับให้หลานสาวทั้งสองเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ เพราะไม่มีความจำเป็นต้องปิดบัง และก็ปิดบังไม่ได้ด้วย!
ยิ่งคนเราขาดแคลนอะไร ก็จะยิ่งไวต่อกลิ่นของสิ่งนั้น
หมู่บ้านเซี่ยงหยางมีขนาดเพียงเท่านี้ หากบ้านไหนต้มเนื้อ คนครึ่งหมู่บ้านก็ได้กลิ่นแล้ว ปิดบังกันไม่มิดหรอก!
อีกอย่าง หลี่ เว่ยหมินก็ไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังอยู่แล้ว
แม้การทำตัวต่ำต้อยจะเป็นทางสายกลาง แต่ก็ต้องไม่ต่ำต้อยจนเกินไป การแสดงความสามารถของตนออกมาบ้างจะช่วยให้พวกคนถ่อยไม่กล้าเข้ามารังควาน
คนในชนบทนั้น แม้จะมีคนซื่อสัตย์อยู่มาก แต่คนสันดานเสียก็มีไม่น้อย หากทำตัวอ่อนแอเกินไป พวกที่ชอบรังแกคนไม่มีทางสู้ก็จะจ้องแต่จะเอาเปรียบคุณอยู่ร่ำไป!
หลี่ เว่ยหมินมีชีวิตมาสองชาติภพ มีหรือจะไม่เข้าใจความจริงข้อนี้ เขาต้องการเปลี่ยนภาพจำที่ชาวบ้านมีต่อเขา และทำให้คนอื่นรู้ว่าพี่น้องตระกูลหลี่ไม่ใช่คนที่ใครจะมารังแกได้ง่าย ๆ หากใครคิดจะหาเรื่องบ้านเขา ก็ต้องลองพิจารณาดูให้ดีเสียก่อน!
คนเก่งไม่ได้มีแค่กำลังรบที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่การทำให้คนในครอบครัวกินอิ่มนอนอุ่นและมีชีวิตที่ดีได้ ก็เป็นบทพิสูจน์ความสามารถอย่างหนึ่ง
เหมือนกับพวกนักเลงหัวไม้ที่มักจะไม่กล้าไปรังแกพวกเด็กเรียนเก่งนั่นแหละ
เด็กเรียนเก่งอาจจะไม่ใช่คนที่ชกต่อยเก่ง แต่การเรียนเก่งก็เป็นเกราะป้องกันตัวเองอย่างหนึ่ง
เหมือนอย่างหลี่ เว่ยหมินเมื่อก่อน ที่ทั้งตะกละและขี้เกียจ เป็นชาวนาแต่กลับทำงานในไร่นาไม่เป็น แล้วใครจะมาให้ราคาเขาล่ะ?
เมื่อไม่มีใครนับถือ ต่อให้ถูกรังแกหรือเสียเปรียบอย่างหนัก เจ้าหน้าที่หมู่บ้านก็ย่อมจะเข้าข้างอีกฝ่าย ปล่อยให้คุณโกรธจนอกแตกตายไปเอง!
หลี่ เว่ยหมินต้องการแสดงความสามารถออกมาอย่างเหมาะสม เพื่อให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น และไม่ถูกพวกคนพาลจ้องเล่นงาน!
ดังนั้น หลี่ เว่ยหมินจึงเปิดกระสอบให้ทุกคนดูอย่างเปิดเผย:
“ฮ่า ๆ วันนี้โชคดีครับ ไปเจอโพรงกระต่ายเข้า เย็นนี้ไปดื่มเหล้าที่บ้านผมกันไหมครับ?”
“จิ๊ ๆ...”
เมื่อเห็นกระต่ายตัวอ้วนพีหลายตัว ชาวบ้านต่างก็พากันอิจฉาตาร้อน:
“ฮ่า ๆ เว่ยหมิน แกนี่เก่งจริง ๆ ฉันเข้าป่าอยู่บ่อย ๆ ยังไม่เคยเจอรังกระต่ายเลยสักครั้ง!”
“คราวก่อนฉันอุตส่าห์เจอรังกระต่ายรังหนึ่ง ใครจะไปรู้ว่าหารูออกไม่ครบ พอขุดได้ประเดี๋ยวเดียว กระต่ายก็วิ่งหนีออกไปทางรูอื่นเฉยเลย!”
“เว่ยหมิน ฉันขอเอาธัญพืชแลกกระต่ายของแกได้ไหม?”
“...”
สิ่งที่ทุกคนสนใจคือกระต่ายของหลี่ เว่ยหมิน ส่วนเรื่องที่เขาชวนไปดื่มเหล้าที่บ้านนั้น ไม่มีใครถือเป็นจริงเป็นจัง
ในยุคที่ทุกคนต่างก็ขาดแคลนอาหาร ใครจะกล้าแบกหน้าไปกินดื่มที่บ้านคนอื่นมือเปล่า
แน่นอนว่าหากใครอยากจะกินเนื้อกระต่ายของหลี่ เว่ยหมินจริง ๆ ก็ใช่ว่าจะไปไม่ได้
ในเมื่อหลี่ เว่ยหมินเป็นฝ่ายเอ่ยชวนก่อน ขอเพียงยอมสละเงินซื้อเหล้าสักขวด หรือติดกับแกล้มที่มีราคาพอ ๆ กันไป ก็สามารถไปร่วมวงได้แล้ว
แต่น่าเสียดาย ต่อให้จะอยากกินแค่ไหน แต่ถ้าไม่ใช่เทศกาลสำคัญ ก็ไม่มีใครตัดใจซื้อเหล้ามาดื่มหรอก!
เมื่อเห็นทุกคนต่างพากันชื่นชมอาเล็ก หลี่ เหมยและหลี่ หลานก็รู้สึกภาคภูมิใจไปด้วยเป็นอย่างยิ่ง ทั้งสองคนยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจจนหลี่ เว่ยหมินเกือบจะหลุดขำออกมา!
ช่วยไม่ได้นะ อุตส่าห์ได้กลับมาเกิดใหม่ทั้งที เมื่อเห็นคนในครอบครัวมีความสุข หลี่ เว่ยหมินก็อดไม่ได้ที่จะมีความสุขไปด้วย
ท่ามกลางเสียงพูดคุยด้วยความอิจฉาของชาวบ้าน หลี่ เว่ยหมินก็ก้าวเท้าเข้าบ้านไป
ไม่รู้ว่าใครปากไว ข่าวจึงไปถึงหูคนตระกูลหลี่เรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่เข้าประตูบ้าน กระสอบบนหลังก็ถูกสะใภ้ใหญ่รับไป
สะใภ้รองช่วยถือจอบออกจากบ่าของหลี่ เว่ยหมิน
หลานชายทั้งสองคนกระโดดโลดเต้นล้อมรอบกระสอบใส่กระต่ายด้วยความดีใจ:
“กระต่าย ผมอยากดูกระต่าย!”
“กระต่ายมีอะไรน่าดู ฉันจะกินเนื้อกระต่าย!”
“อาเล็กครับ คราวหน้าอาจะเข้าป่าไปจับกระต่ายอีก พาผมไปด้วยได้ไหมครับ?”
หลี่ เว่ยหมิน: “...”
จบบท