- หน้าแรก
- ย้อนเวลา ร่ำรวยด้วยดวงตามองทะลุสรรพสิ่ง
- บทที่ 1 สวัสดี ปี 1977
บทที่ 1 สวัสดี ปี 1977
บทที่ 1 สวัสดี ปี 1977
...
คนบางคนตายไปแล้ว แต่ก็ยังตายไม่สนิท
หลี่เว่ยหมินตกอยู่ในอาการสะลืมสะลือ
เขาเห็นกับตาว่าร่างของตัวเองถูกเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่าน...
เห็นกับตาว่าตัวเองถูกแม่หม้ายวัยกลางคนที่ยังพอดูมีเสน่ห์กับหญิงสาวตั้งครรภ์ที่หน้าตาสะสวยมอมเหล้าจนเมามาย จากนั้นก็ถูกแก้ผ้าล่อนจ้อนแล้วยัดเข้าไปในผ้าห่ม...
ให้ตายเถอะ!
ความคิดของหลี่เว่ยหมินแทบจะหยุดชะงัก
แม่หม้ายไป๋?
ไป๋อวิ๋น?
นั่นไม่ใช่แม่ยายกับเมียของเขาหรอกหรือ ทำไมพวกเธอถึงดูสาวขนาดนี้?
ฉากที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดนี้ หรือจะเป็นภาพย้อนอดีตในตอนที่เขาเมาเหล้าแล้วทำเรื่องงามหน้าตอนหนุ่มๆ?
แต่เดี๋ยวก่อน... ความจำของเขาก็คือ หลังจากเมาแล้วเขาปีนเข้ามุ้งของไป๋อวิ๋น จนถูกแม่หม้ายไป๋พาคนมาจับชู้ได้คาหนังคาเขา เขาถึงต้องจำใจแต่งงานกับไป๋อวิ๋นไม่ใช่หรือไง? แล้วทำไมตอนนี้กลายเป็นว่าสองแม่ลูกนั่นเป็นคนลากเขาขึ้นเตียงล่ะ?
อีกอย่าง ก่อนที่ไป๋อวิ๋นจะเสียตัวให้เขา เธอควรจะเป็นสาวบริสุทธิ์ผุดผ่องไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมตอนนี้ถึงตั้งท้องได้?
แปลกชะมัด ทำไมเขาถึงมองเห็นตัวอ่อนในท้องของไป๋อวิ๋นได้ล่ะ?
ความคิดของหลี่เว่ยหมินพันกันยุ่งเหยิงราวกับเศษด้าย จนเขาไม่อาจเรียบเรียงเรื่องราวได้ชั่วขณะ
เศษเสี้ยวความทรงจำจำนวนมหาศาลหมุนวนอย่างบ้าคลั่งราวกับโคมไฟม้าหมุน:
แม่หม้ายไป๋เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงเชิญเขาน่ะไปช่วยเปลี่ยนหลอดไฟ จากนั้นก็ชวนเขาดื่มเหล้า แล้วก็...
แล้วเขาก็ถูกแม่หม้ายไป๋พาชาวบ้านกลุ่มหนึ่งมาจับชู้ได้บนเตียง
มีให้เลือกสองทางคือ ไม่ส่งตัวให้คอมมูน ก็ต้องแต่งงานกับไป๋อวิ๋นลูกสาวคนโตของแม่หม้ายไป๋
เพื่อไม่ให้ต้องติดคุก เขาจึงจำใจแต่งไป๋อวิ๋นเข้าบ้าน
ตั้งแต่นั้นมา บ้านก็ลุกเป็นไฟ ครอบครัวแตกแยก ฝันร้ายของตระกูลหลี่ได้เริ่มต้นขึ้น!
...
ก่อนที่หลี่เว่ยหมินจะทันได้สติจากความทรงจำ เขาก็ได้ยินแม่หม้ายไป๋พูดขึ้นว่า:
“เสี่ยวอวิ๋น แกเตรียมตัวอยู่ที่บ้านนะ เดี๋ยวแม่จะไปเรียกคนมาเดี๋ยวนี้!”
ไป๋อวิ๋นดูเหมือนจะเขินอาย “แม่ หนูต้องถอดด้วยเหรอ?”
แม่หม้ายไป๋แค่นเสียงเย็น “ท้องลูกของหม่าเค่อหมิงจนป่านนี้แล้ว ยังจะมาแสร้งทำเป็นใสซื่ออยู่อีก!”
ไป๋อวิ๋นกระทืบเท้าคล้ายกับขัดใจ “แม่ หนูเป็นลูกในไส้ของแม่นะ แม่พูดกับหนูแบบนี้ได้ยังไง?”
“เหอะ ตามใจแกเถอะ ถ้าแม่กลับมาแล้วแกยังเตรียมตัวไม่เสร็จล่ะก็ ระวังหนังหัวไว้ให้ดี!”
พูดจบ แม่หม้ายไป๋ก็สะบัดก้นเดินจากไป
ไป๋อวิ๋นยิ้มอย่างยั่วยวนพลางยื่นมือมาตบหน้าอกหลี่เว่ยหมินเบาๆ “ไอ้โง่เอ๊ย ถือว่ากำไรแกแล้วกัน!”
พูดจบเธอก็เริ่มเปลื้องผ้า แล้วมุดเข้าไปในผ้าห่มอย่างไม่อายฟ้าดิน!
เมื่อสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายของไป๋อวิ๋น รวมถึงผิวสัมผัสของที่นอนอันแสนชัดเจน หลี่เว่ยหมินก็คาดเดาได้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันแน่ แต่เขากลับมาเกิดใหม่แล้ว!
เข้าใจแล้ว...
เขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว!
ในวินาทีนี้ หลี่เว่ยหมินถึงได้รู้ว่าทำไมชาติที่แล้วชีวิตของเขาถึงได้รันทดนัก!
เรื่องเมาแล้วทำเรื่องงามหน้านั่นเป็นเรื่องโกหก แม้แต่ลูกที่ไป๋อวิ๋นคลอดออกมาก็ไม่ใช่ลูกของเขา!
มิน่าล่ะ ต่อมาสองแม่ลูกนั่นถึงได้ทำร้ายเขาอย่างเลือดเย็น ที่แท้เรื่องทั้งหมดมันถูกกำหนดไว้ตั้งแต่แรกแล้ว!
ที่น่าเศร้าคือ ชาติก่อนจนกระทั่งตาย เขาก็ยังถูกปิดหูปิดตามาตลอด
ถ้าไม่ได้เกิดใหม่ ต่อให้กลายเป็นผี เขาก็คงเป็นผีที่ตายไปอย่างโง่เง่า!
พอนึกถึงพี่ใหญ่พี่รองที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในเหมือง นึกถึงพ่อแม่ที่ตรอมใจตายเพราะเสียลูกชาย นึกถึงพี่สะใภ้ทั้งสองที่ถูกไป๋อวิ๋นบีบคั้นจนต้องหนีไป นึกถึงหลานชายหลานสาวที่น่าสงสารเหล่านั้น...
ชั่วขณะหนึ่ง หลี่เว่ยหมินก็เกิดความรู้สึกสับสนปนเป ทั้งโกรธแค้นจนอยากจะบีบคอหญิงชั่วที่อยู่ข้างกายให้ตายคามือเดี๋ยวนี้!
ทันใดนั้น ร่างที่เย้ายวนข้างๆ ก็ขยับเข้ามากอดเขาไว้แน่น
หลี่เว่ยหมินขนลุกซู่ไปทั้งตัว นังคนไร้ยางอาย ยังกล้ามาเอาเปรียบเขาอีก!
ดังนั้น หลี่เว่ยหมินจึงเหยียดแขนออกตามสัญชาตญาณเพื่อให้ไป๋อวิ๋นนอนหนุนแขนของเขา
ไป๋อวิ๋นตกใจนึกว่าหลี่เว่ยหมินตื่นแล้ว จึงรีบเกร็งตัวนิ่ง จนกระทั่งพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ เธอจึงทำต่อ
ทันใดนั้น ไป๋อวิ๋นรู้สึกว่าคอของเธอถูกกดทับ ที่แท้เป็นแขนของหลี่เว่ยหมินที่โอบรัดเข้ามา
“เหอะ ขนาดเมายังไม่เจียมตัว สมควรแล้วที่ต้องมากินของเหลือจากคนอื่น!”
อย่างไรก็ตาม เพียงผ่านไปไม่กี่สิบวินาที ไป๋อวิ๋นก็รู้สึกง่วงงุนอย่างรุนแรง แล้วก็หมดสติไปในทันที!
หลี่เว่ยหมินต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการถอนมือที่กดลงบนเส้นเลือดข้างคอของไป๋อวิ๋นออกมา
การฆ่าคนน่ะง่าย แต่การตามล้างตามเช็ดน่ะลำบาก
ชาติที่แล้วครอบครัวต้องตกระกำลำบากเพราะถูกเขาฉุดดึงลงมา อุตส่าห์ได้เกิดใหม่ทั้งที หลี่เว่ยหมินไม่อยากให้มันจบลงตั้งแต่เพิ่งเริ่มต้น
โอกาสที่จะจัดการกับสองแม่ลูกมหาภัยนั่นมีอีกถมเถ การทำให้ครอบครัวมีความสุขต่างหากคือสิ่งที่สำคัญที่สุด!
อีกอย่าง เมื่อนึกถึงสิ่งที่สองแม่ลูกนั่นเคยทำไว้ การจะให้พวกเธอตายไปง่ายๆ มันก็น่าเสียดายเกินไป หลี่เว่ยหมินไม่ยอม “ตัดใจ” ทำแบบนั้นหรอก!
เขาใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย จากนั้นก็เปิดหน้าต่างหลังบ้านแล้วกระโดดหนีออกไป
เขาเดินผ่านสวนผักหลังบ้าน เตรียมจะออกทางประตูหลัง
แต่ในตอนที่มือของหลี่เว่ยหมินอยู่ห่างจากประตูหลังไม่ถึงนิ้ว เขาก็หยุดชะงักลงทันที
หืม มีคนอยู่ข้างนอก!
ไอ้คนหน้าหนูหูเหล็กคนหนึ่งกำลังเหยียบก้อนหินปีนกำแพงขึ้นมา...
นี่มัน... อู๋เสี่ยวซาน ลูกชายคนเล็กของอู๋เปียว ผู้ใหญ่บ้านไม่ใช่เหรอ?
อ้อ ตอนนี้อู๋เปียวยังเป็นหัวหน้ากองพลใหญ่
พอนึกถึงเรื่องราวในชาติก่อน หลี่เว่ยหมินก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้หมอนี่ที่คิดไม่ซื่อ หลี่เหมยหลานสาวคนโตของเขาจะรีบร้อนแต่งงานกับไอ้คนขี้เกียจสันหลังยาวนั่นทั้งที่ยังไม่รู้ความจริงได้ยังไง!
ไอ้สารเลว!
เมื่อนึกถึงความทุกข์ระทมของหลานสาวคนโตในชาติก่อน หลี่เว่ยหมินก็แทบอยากจะฆ่าอู๋เสี่ยวซานให้ตาย
วันนี้ขอเก็บดอกเบี้ยก่อนก็แล้วกัน วันหน้าถ้าฉันไม่ทำให้พวกแกอยู่อย่างตายทั้งเป็น ฉันจะยอมเปลี่ยนไปใช้นามสกุลเดียวกับพวกแกเลย!
หลี่เว่ยหมินยืนพิงกำแพงพลางกลั้นหายใจ
ถึงแม้ว่าอู๋เสี่ยวซานจะผอมแห้งแรงน้อยเหมือนไก่เหี่ยวๆ แต่ท่าทางของเขากลับคล่องแคล่วมาก เพียงไม่นานเขาก็ปีนข้ามกำแพงเข้ามาได้
ทว่า ทันทีที่เท้าแตะพื้น เขาก็รู้สึกเจ็บที่ต้นคอ แล้วจากนั้นก็ไม่รับรู้อะไรอีกเลย!
หลี่เว่ยหมินต่อยอู๋เสี่ยวซานจนสลบเหมือด จากนั้นก็ลากร่างของเขาไปที่หน้าต่างหลังห้องนอนของไป๋อวิ๋น จัดการแก้ผ้าจนล่อนจามแล้วยัดเขามุดเข้าไปด้านใน
คนที่เคยอยู่บ้านชั้นเดียวแบบสมัยก่อนจะรู้ดีว่า เตียงมักจะวางติดกำแพง
เตียงของไป๋อวิ๋นอยู่ติดหน้าต่างหลังบ้านพอดี ร่างของอู๋เสี่ยวซานจึงร่วงลงไปบนเตียงของเธอพอดิบพอดี
หลี่เว่ยหมินโยนเสื้อผ้าของอู๋เสี่ยวซานตามเข้าไป แถมยังใจดีปิดหน้าต่างให้คนทั้งสองด้วย ดูเหมือนเขาจะกังวลว่าทั้งคู่จะหนาวสั่น
หลังจากจัดการลบร่องรอยบนพื้นเสร็จ หลี่เว่ยหมินก็ยิ้มออกมาบางๆ เตรียมตัวจะออกจากทางประตูหลัง
พวกแกทั้งคู่ไม่ใช่คนดีอะไร งั้นก็ปล่อยให้กัดกันเองจนขนร่วงไปเลยแล้วกัน!
พอเดินมาถึงประตูหลัง หลี่เว่ยหมินก็หยุดชะงักอีกครั้ง
ข้างนอกมีคนมาอีกแล้ว!
เอิ่ม...
หลี่เว่ยหมินเพิ่งจะนึกขึ้นได้ ไม่ถูกสิ ทำไมเขาถึงมองทะลุกำแพงเห็นคนข้างนอกได้ล่ะ?
เมื่อกี้ตอนที่เห็นอู๋เสี่ยวซานอยู่นอกกำแพง มัวแต่จดจ่ออยู่กับความทรงจำในชาติก่อนจนสมองหมุนตามไม่ทัน
เขาไม่เพียงแต่มองเห็นตัวอ่อนในท้องของไป๋อวิ๋น แต่ยังมองเห็นสถานการณ์ภายนอกกำแพงได้ด้วย หรือว่า...
ก่อนที่เขาจะทันได้ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น หลี่เว่ยหมินก็ได้ยินเสียงฝีเท้าสับสนวุ่นวายดังมาจากลานหน้าบ้าน
เมื่อหันไปมองทะลุกำแพง ก็พบว่าเป็นแม่หม้ายไป๋ที่พาคนกลับมาแล้ว!
ไม่ต้องถามก็รู้ว่า ไอ้สองคนข้างหลังนั่นต้องเป็นคนที่แม่หม้ายไป๋เรียกมาเพื่อปิดทางหนีของเขาแน่ๆ!
นังผู้หญิงใจคออำมหิต กะจะเอาเขาให้ตายเลยสินะ!
เสียงเปิดประตูดังโครมใหญ่ ร่างของแม่หม้ายไป๋ปรากฏขึ้นที่หน้าประตู โดยไม่ทันดูสถานการณ์ภายในห้อง เธอก็แผดเสียงร้องด้วยความโกรธแค้นสลดใจ:
“ไอ้หลี่เว่ยหมิน ไอ้สัตว์นรก ฉันหวังดีชวนแกมาดื่มเหล้า แต่แกกลับทำเรื่องระยำยิ่งกว่าเดรัจฉาน... เอ๊ะ อู๋เสี่ยวซาน ทำไมเป็นแกได้ล่ะ?”
หลี่เว่ยหมินมองเห็นใบหน้าของแม่หม้ายไป๋ที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงได้อย่างชัดเจน รวมถึงกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ยืนอ้าปากค้างตาถลน!
อึก!
อึก... อึก...
หลี่เว่ยหมินรู้สึกประหลาดใจมาก สายตาของเขาช่างดีเหลือเกิน ขนาดอยู่หลังกำแพง เขายังเห็นพวกผู้ชายสมองทื่อเหล่านั้นพากันกลืนน้ำลายเอื๊อก!
“พี่หก ลูกสาวคนโตของแม่หม้ายไป๋นี่ขาวจริงๆ นะ!”
“เหอะๆ ก็ดูสิว่าลูกใคร แม่หม้ายไป๋ขาวขนาดนั้น ลูกสาวจะดำได้ยังไงล่ะ!”
“เชี่ยเอ๊ย หัวหน้ากองพลใหญ่แอบกิ๊กกับแม่หม้ายไป๋ ส่วนลูกชายดันมากิ๊กกับลูกสาวแม่หม้ายไป๋ วุ่นวายดีแท้!”
“...”
จบบท