เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 518-519

บทที่ 518-519

บทที่ 518-519


บทที่ 518 : จิตวิญญาณแห่งมรดก

ความเย่อหยิ่ง ความเหงา การดิ้นรนเอาตัวรอด การหักหลัง ความอ่อนโยน ความเจ็บปวดของอิทาจิ...

ทางเลือกของอิทาจินั้นไม่สามารถพูดได้ว่ามันถูกต้อง เพราะเขายอมแยกตระกูลอุจิวะเพื่อหมู่บ้านโคโนฮะ

เพราะหมู่บ้านมีปัญหามากมายกับครอบครัวเขา

เขาต่างหากที่ตกเป็นเหยื่อในปัญหาระหว่างตระกูลและหมู่บ้าน

คิซาเมะยืนเงียบ ๆ มองทิวทัศน์ที่ห่างไกลพูดและพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“หากลือกหมู่บ้าน ก็ต้องเสียสละครอบครัวเพื่อป้องกันการเกิดสงคราม ยุติข้อพิพาทภายในและหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่ขยายออกไปด้วยทางเลือกนั้น”

แต่ก็ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นความผิดพลาด

สายลับคือการใช้ชีวิตอยู่โดยที่ไม่สามารถมองเห็นแสงสว่างได้ เช่นเดียวกับหนูในท่อน้ำสกปรก มันสามารถมีชีวิตอยู่ได้เพียงในความมืดเท่านั้น

ตอนนี้ทั้งสองแทบจะเรียกได้ว่ากำลังสนทนาแบบเปิดใจ และคิซาเมะเองก็เริ่มรู้สึกชื่นชมและเคารพอิทาจิ

ที่ผ่านมาชีวิตของอิทาจิ เขาคืดแต่เรื่องสงครามและสันติภาพ

เมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก เขาได้เห็นความโหดร้ายของสงคราม ดังนั้นอิทาจิจึงอยากจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้และมุ่งเป้าไปที่การเป็นโฮคาเงะ

ทุกอย่างเป็นจริงมากราวกับว่าคิซาเมะได้สัมผัสมันด้วยตัวเอง

เขารู้ว่าอิทาจิแบกภาระและความกดดันหนักมากเกินไป

แต่ความเย่อหยิ่งและบุคลิกของเขาทำให้เขาถูกดันโซล่อลวง ในขณะที่นักเรียนคนอื่น ๆ ยังคงสนุกสนานไปกับช่วงเวลาแห่งความสุขในโรงเรียน แต่อิทาจิได้ก้าวเข้าสู่สนามรบของเหล่านินจาแล้ว และมีส่วนร่วมในการต่อสู้แย่งชิงอำนาจระหว่างผู้บริหารอาวุโสของโคโนฮะและตระกูลอุจิวะอีกด้วย

ทุกครั้งที่มันมันเกิดขึ้น ทุกทางเลือกมาพร้อมกับการนองเลือดและสงครามมากมาย

เนตรวงแหวนอันทรงพลังของตระกูลอุจิวะทำให้ผู้คนมากมายหวาดกลัวและคลั่งไคล้มัน

จิตใจของมนุษย์นั้นบิดเบี้ยวมาก ทุกคนคิดถึงแต่ผลประโยชน์จากมุมมองของตนเองเท่านั้น

“ตอนนี้ทุกอย่างจบแล้ว ถึงเวลาของฉันแล้วล่ะ”

“อิทาจิ...” คิซาเมะมองไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า

ฝนตกหนักกระทบพื้นดินจนเสียงดัง

แต่ในหมู่บ้านโคโนฮะ ตระกูลเซ็นจูจะเป็นฝ่ายได้เปรียบเสมอ

และอีกด้านหนึ่ง

ตระกูลเซ็นจูได้ถ่ายทอดเกี่ยวกับความคับข้องใจกับตระกูลอุจิวะจากรุ่นสู่รุ่น

“โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ….ดันโซ ...” อิทาจิพึมพำ

หากตระกูลเขารอดไปได้ ก็จำเป็นต้องทำการยึดตำแหน่งของโฮคาเงะ และสงครามโลกครั้งที่ 4 ของเหล่านินจาจะต้องเกิดขึ้น ปัญหาต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอก แม้ว่าการยึดอำนาจจะประสบความสำเร็จ ตระกูลอุจิวะและหมู่บ้านโคโนฮะจะถูกแยกออกจากกันถาวร และตระกูลอุจิวะเองก็จะถูกทำลายเช่นกัน.

.

.

.

“อากาศแย่จังเลยนะอิทาจิ นายยังจำวันนั้นได้ไหม? ….วันนั้นก็เป็นอากาศแบบนี้เหมือนกัน”

ที่นี่เป็นที่ที่เขาเคยหลบฝนร่วมกับอิทาจิ

“ฉันจำได้ว่าตอนที่เราพบกันครั้งแรก นายบอกว่าคนอย่างเราจะไม่มีวันจบสวย และเราอาจตายเมื่อใดก็ได้ ดูเหมือนว่านายได้ทำนายชะตากรรมของตัวเองไว้ได้แม่นจริง ๆ”

หลังจากที่คิซาเมะออกมาจากสนามรบ เขาก็พาตัวเองมาถึงหน้าผา

สายตาของเขามองข้ามป่าอันเขียวชอุ่ม และมองดูดวงอาทิตย์ที่อยู่ไกล ๆ ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในเวลานี้

“ท้ายที่สุดแล้ว ฉันเองก็เคยฆ่าคนที่ันเรียกว่าเพื่อนเหมือนกัน…”

ทางเลือกทั้งหมดของเขาซึ่งดูเหมือนจะเป็นทางเลือก แต่่มันกลับเป็นการบังคับให้ตัดสินใจในที่สุด

ไม่ว่าจะเลือกอันไหน มันก็จะมาพร้อมกับความเจ็บปวด

เขาคิดว่าเขารู้จักอิทาจิมากพอแล้ว แต่หลังจากคิดดูแล้วก็พบว่าสิ่งที่อิทาจินั้นซับซ้อนกว่าที่เขาจินตนาการไว้มาก

บทที่ 519 : ฉันอยากอยู่คนเดียวเงียบ ๆ

“คนอย่างเราที่สามารถฆ่าใครก็ได้ มันถูกกำหนดให้จบแบบเลวร้ายเช่นนี้แหละ ฮ่าฮ่าฮ่า” คิซาเมะหัวเราะเสียงดังเมื่อเขาพูดจบ

แต่รอยยิ้มนั้นกลับมีแต่ความขมขื่น

“นายยังเคยบอกด้วยนะว่าคน ๆ หนึ่งไม่สามารถรู้ได้ว่าเขา แต่เพียงชั่วครู่ก่อนที่จะตายก็จะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาเป็นคนแบบไหน”

“อิทาจิตอนที่นายตาย นายเห็นมันไหม แล้วนายเป็นคนแบบไหน?”

คิซาเมะแห้งพึมพำกับตัวเอง

"นายมายืนทำอะไรที่นี่?" ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังคิซาเมะ ทันทีที่คิซาเมะได้ยินเสียง ดาบเล่มใหญ่ในมือของเขาก็ฟันไปข้างหลังทันที

ดาบขนาดใหญ่ของคิซาเมะเฉียดผ่านร่างนั้นไปเล็กน้อย

“เป็นนายนี่เอง” คิซาเมะพูดด้วยความประหลาดใจเล็กน้อยขณะมองดูใครบางคนที่จู่ ๆ ก็ปรากฏตัวขึ้น และน้ำเสียงของคิซาเมะก็ไม่ได้แปลกใจเลย

เพราะโฮชิงากิ คิซาเมะไม่ชอบคน ๆ นี้มากนัก แม้ว่าทั้งคู่จะอยู่ในองค์กรแสงอุษา แต่คิซาเมะคิดว่าคน ๆ นี้เจ้าเล่ห์เกินไป

คิซาเมะไม่ชอบติดต่อกับผู้คนที่เต็มไปด้วยหัวใจและความคิดที่ซับซ้อน

“คิซาเมะ….อุจิวะ อิทาจิ ตายแล้วใช่ไหม?” คน ๆ นั้นกล่าวหลังจากเงียบไปสักพัก

“ใช่….อิทาจิเพิ่งทิ้งเราไป” เมื่อพูดถึงอิทาจิ คิซาเมะก็มีสีหน้าเศร้าขึ้นมา

“ในเมื่ออิทาจิตายไปแล้ว นายจะทำอย่างไรต่อไปล่ะ? มีแผนอะไรไหม?” คน ๆ นั้นเงยหน้าขึ้นแล้วถามคิซาเมะ

“ฉันอยากจะสงบสติอารมณ์คนเดียวสักพัก หลังจากที่อิทาจิจากไปแล้ว ฉันรู้สึกว่าฉันหมดความสนใจกับอย่าง” คิซาเมะถอนหายใจเและจากนั้นก็หันหลังเดินลงภูเขาไป

หลังจากที่คิซาเมะเดินไปได้สักพัก เขาก็พบว่าคน ๆ นั้นยังคงตามเขามา คิซาเมะจึงหยุดและพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่ค่อยชอบใจ

“นี่กำลังทำอะไรอยู่กันแน่? หัวหน้าจะให้เราจับคู่กันครั้งหน้าหรือไง แต่ฉันขอโทษ ฉันไม่ชอบหน้านายเท่าไหร่และคู่ของฉันคืออิทาจิเท่านั้น ฉันยินดีที่จะทำภารกิจคนเดียว”

“ว้าว ไม่คิดเลยว่านายกับอิทาจิจะรักกันดีขนาดนี้ นั้นมันทำให้ฉันประหลาดใจจริง ๆ คิซาเมะ” จู่ ๆ น้ำเสียงของน้ำเสียงของคนตรงหน้าก็เริ่มเปลี่ยนไป และเมื่อก่อนมันไม่ใช่เสียงที่คิซาเมะคุ้นเคย

“นายเป็นใครกันแน่?” คิซาเมะได้ยินเสียงเปลี่ยนไป ใบหน้าของคิซาเมะก็เริ่ทจริงจังขึ้นมาเช่นกัน และเขาก็กำดาบที่อยู่ข้างหลังของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัวและจ้องมองไปยังคนที่อยู่ด้านหน้าเขม่ง

“มันนานมากแล้วคิซาเมะ….ฉันจำฉันไม่ได้แล้ว” พูดและถอดหน้ากากบนใบหน้าของเขาออก

“เป็นคุณจริง ๆ ด้วย…มาดาระ” คิซาเมะมองใบหน้าภายใต้หน้ากากของมาดาระด้วยความตกใจ และกำอาวุธในมือแน่นโดยไม่รู้ตัว แต่ไม่นานคิซาเมะก็ปล่อยมืออีกครั้ง

“จริง ๆ แล้วคุณคือผู้นำที่แท้จริงมาดาระ มันน่าทึ่งจริง ๆ คุณสามารถปราบเพนที่มีพลังมหาศาลได้ คุณคือมาดาระตัวจริง ๆ ด้วย” คิซาเมะกล่าวด้วยความเคารพ

“ฮิฮิฮิ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก เราทุกคนล้วนเป็นนินจาที่มาจากหลายหมู่บ้าน เรารวมตัวกันเพื่ออุดมการณ์เดียวกัน ไม่ว่าจะจะชนชั้นสูงหรือชนชั้นต่ำก็ตาม”

มาดาระพูดเบา ๆ

“ถึงอย่างนั้น…คนอย่างมาดาระอุตส่าห์มาหาถึงที่ มีจะให้คิซาเมะคนนี้รับใช้หรือไม่ล่ะครับ?” คิซาเมะถามด้วยความเคารพ

จบบทที่ บทที่ 518-519

คัดลอกลิงก์แล้ว