เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - การสืบทอดในน้ำเต้า

บทที่ 41 - การสืบทอดในน้ำเต้า

บทที่ 41 - การสืบทอดในน้ำเต้า


บทที่ 41 - การสืบทอดในน้ำเต้า

ในหมวดหมู่หน้าตาดีของแพลตฟอร์มโต่วอวี๋ จู่ๆ ก็มีของแปลกโผล่ขึ้นมา

ความนิยมพุ่งทะลุหลักล้าน

ติดอันดับหนึ่งบนหน้าแนะนำ

ทุกๆ นาทีมีผู้คนนับแสนจ้องมองงูแดงตัวน้อยที่อาศัยอยู่ท่ามกลางพายุหิมะอันหนาวเหน็บ

งูตัวนี้ไม่มีความสามารถพิเศษอะไรเลย ในแต่ละวันมันเอาแต่ขดตัวอยู่ตรงนั้น กิน ดื่ม และนอนหลับ

ผู้ชมหน้าใหม่ที่หลงเข้ามาในห้องไลฟ์สตรีมนี้มักจะสงสัยว่าตัวเองกำลังดูอะไรอยู่ จากนั้นก็จะอดรำพึงไม่ได้ว่า พวกคนเมืองนี่ช่างสรรหาอะไรเล่นกันจริงๆ เดี๋ยวนี้เขาไม่ฮิตดูคนนอนหลับกันแล้ว แต่เปลี่ยนมาดูงูนอนหลับแทน

งูแดงตัวน้อยถูกสายตานับแสนคู่จ้องมองจนเริ่มสงสัยในชีวิตงูของตัวเอง

เดิมทีมันก็เป็นสัตว์ที่อ่อนไหวผิดปกติอยู่แล้ว แม้แต่เจตนาร้ายเพียงเล็กน้อยมันก็สัมผัสได้อย่างชัดเจน

และตอนนี้สายตานับแสนที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความชื่นชอบ ความสงสัย และความเกลียดชัง ก็ทำให้มันรู้สึกหงุดหงิดกระวนกระวายมาตลอดทั้งสัปดาห์ ทรมานยิ่งกว่าสิงโตป่าที่ถูกขังอยู่ในสวนสัตว์เสียอีก

มันไม่อาจตัดใจทิ้งผลจินเซียนไปได้ และก็ไม่สามารถทะลวงผ่านกำแพงต่างมิติไปได้เช่นกัน ช่างเป็นความทรมานที่แสนสาหัส!

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา งูทั้งตัวผอมลงไปถนัดตา ดวงตาสีฟ้าอมเขียวของมันถูกย้อมไปด้วยสีแดงก่ำ แผ่รังสีอำมหิตออกมาทั่วร่าง มันมักจะเลื้อยมาที่กำแพงต่างมิติ พองเกล็ดมังกรออก และส่งเสียงขู่ “ฟ่อๆ” เป็นระยะ

แต่ผู้ชมในห้องไลฟ์สตรีมกลับคิดว่ามันกำลังแสดงโชว์ ทุกครั้งที่งูแดงตัวน้อยแผลงฤทธิ์ ก็มักจะทำให้เกิดพายุ ‘ลูกชิ้นปลา’ ถล่มทลาย แถมยังมีจรวดส่งมาให้เป็นระยะ พร้อมกับข้อความ “เอาอีกๆ” ที่วิ่งพล่านอยู่บนหน้าจอ

โชคดีที่งูแดงตัวน้อยมองไม่เห็นหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่อย่างนั้นมันคงโกรธจนอกแตกตายแน่ๆ

เมื่อหลินชงศึกษาเคล็ดวิชาหัตถ์สวรรค์จนแตกฉานและเตรียมตัวที่จะเริ่มบ่มเพาะ เขาก็พบว่า ‘บทลงโทษผ่านไลฟ์สตรีม’ ที่เขาตั้งไว้ได้ผลเป็นอย่างดี ตอนนี้งูแดงตัวน้อยกระวนกระวายจนผอมโซไปหมด ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่า ‘ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง’

“ที่แท้แกก็กลัวไอ้นี่นี่เอง!”

หลินชงพึมพำกับตัวเอง พลางเตรียมตัวบ่มเพาะเคล็ดวิชาหัตถ์สวรรค์

การบ่มเพาะเคล็ดวิชาหัตถ์สวรรค์ยังคงต้องทำในโลกต่างมิติ เพราะภายในห้องไม่มีพลังวิญญาณแห่งฟ้าดิน

ในขณะเดียวกัน เนื่องจากเขาตั้งใจจะใช้การแกะสลักระเบิดเห็ดรุ่นพายุปีศาจเป็นวิธีบ่มเพาะ เขาจึงต้องเผชิญกับปัญหาการหลั่งไหลของพลังวิญญาณ

กล่าวคือ ทันทีที่นำเห็ดสีขาวออกไปนอกกำแพงต่างมิติ มันก็จะดูดซับพลังวิญญาณและกลายสภาพเป็นเห็ดสีทอง ซึ่งบนเห็ดสีทองนั้นไม่สามารถแกะสลักเส้นทางเชื่อมต่อพลังวิญญาณได้

ดังนั้น เขาจึงต้องหาวิธีทำให้เห็ดสีขาวยังคงเป็นเห็ดสีขาวแม้จะอยู่ข้างนอกก็ตาม

วิธีแก้ปัญหานี้มาตกอยู่ที่ ‘เหล็กขาว’ ซึ่งสามารถสกัดกั้นพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินได้ หลินชงจัดการฝนมันจนบางเฉียบ บางชนิดที่สามารถมองทะลุแสงได้เลยทีเดียว

วิธีการก็คือการฝนและขัดมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

หลังจากผ่านความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุดเขาก็ได้ ‘เหล็กขาวบางเฉียบ’ ขนาดประมาณครึ่งตารางเมตรมาแผ่นหนึ่ง หลินชงเรียกมันว่า ‘กระดาษเหล็กขาว’

เมื่อกระดาษเหล็กขาวแผ่นนี้ได้รับพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินและกลายสภาพเป็นหยกชิงอวี้วายุอัคคี มันก็ยังคงคุณสมบัติความอ่อนนุ่มเอาไว้ แต่ถึงแม้จะใช้มีดแทงจนเป็นรอย มันก็ไม่ทะลุ หลินชงคิดว่าถ้าเอาไปทำเป็นชุดเกราะคงบรรลัยแน่ๆ

เพราะมันจะกลายเป็นว่าชุดเกราะไม่พัง แต่คนใส่ช้ำในตาย…

สรุปก็คือ ทุกอย่างพร้อมสรรพ

หลินชงจัดฉากใหม่อีกครั้ง โดยให้โต๊ะตัวหนึ่งยื่นออกไปนอกกำแพงต่างมิติ หันกล้องไลฟ์สตรีมไปที่โต๊ะ และฝังระเบิดเห็ดรุ่นพายุปีศาจไว้รอบๆ เขาตั้งใจจะบ่มเพาะไปพร้อมกับใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อให้งูแดงตัวน้อยเข้ามาโจมตี

ทันทีที่งูแดงตัวน้อยถูกไลฟ์สตรีมก่อกวนจนสติแตก ระเบิดเห็ดรุ่นพายุปีศาจก็จะส่งมันไปลงนรกทันที

หลินชงหัวเราะในลำคออย่างชั่วร้าย

ในขณะเดียวกัน ห้องไลฟ์สตรีมก็แทบจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

‘ทำไมมุมกล้องเปลี่ยนไปล่ะ? ทำไมฉันถึงเห็นใบหน้าอันอัปลักษณ์ของมนุษย์ได้เนี่ย!’

‘เชี่ยเอ๊ย ไอ้ตัวประกอบโผล่มาแล้ว ฉันนึกว่ามันตายไปแล้วซะอีก!’

‘นายพูดอะไรน่ะ? ห้องไลฟ์สตรีมนี้ไม่ได้เป็นของงูตัวนั้นหรอกเหรอ?’

……

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา หลินชงรู้ดีว่าผู้ชมในห้องไลฟ์สตรีมต่างก็รังเกียจเขา เขาจึงเลือกที่จะเงียบ หันกล้องมาที่ตัวเอง และเตรียมเครื่องมือแกะสลักกับเห็ดไว้ในมือ

หลังจากนำกระดาษเหล็กขาวไปคลุมทับเห็ดสีขาว เขาก็ส่งมันออกไปนอกกำแพงต่างมิติ เช่นเดียวกับการทดลองหลายครั้งก่อนหน้านี้ มันไม่ได้ทำปฏิกิริยากับพลังวิญญาณแห่งฟ้าดินเลย

เอาล่ะ เริ่มบ่มเพาะได้!

เคล็ดวิชาหัตถ์สวรรค์ สมชื่อของมันเลย คือคาถาที่ช่วยเพิ่มความคล่องแคล่วให้กับมือ ตามคำอธิบายของคาถา เมื่อบรรลุขั้นสูงสุด มือเพียงข้างเดียวจะสามารถทำงานเทียบเท่ากับมือเจ็ดข้างได้ ไม่ว่าจะเป็นความแม่นยำ ความเร็ว หรือพละกำลัง ล้วนแต่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ ว่ากันว่ายังมีโอกาสที่จะประดิษฐ์ผลงานชิ้นเอกที่เหนือกว่าความสามารถปกติของตัวเองได้อีกด้วย

เพราะเหตุนี้มันจึงถูกเรียกว่า ‘พรสวรรค์’ แห่งความคล่องแคล่ว ประดิษฐ์ได้ทุกสรรพสิ่ง

หลินชงท่องมนตราด้วยปากและกำหนดจิตตราในใจ เขารู้สึกว่าการกระทำนี้คล้ายกับการทำพิธีบวงสรวง เพราะภาษาทั้งสองท่อนนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับการบ่มเพาะ จุดชีพจร หรือเส้นลมปราณเลย มันเป็นเพียงแค่บทสวดอ้อนวอนที่ท่องยากๆ เท่านั้น

“พลังวิญญาณสรรค์สร้างแต่โบราณกาลร่วงหล่นลงมา...” นี่คือมนตรา

‘ข้าขอรับไว้ด้วยความจริงใจและนำมาใช้งาน...’ นี่คือจิตตรา

เมื่อผสานเข้ากับมุทราและท่าทางที่ได้รับจากผู้ชม หลินชงก็เริ่มแกะสลักเห็ด เขาใช้มีดแกะสลักค่อยๆ กรีดและเฉือนลงไปทีละนิดๆ ผ่านกระดาษเหล็กขาวที่โปร่งแสง ประทับรอยลงบนเนื้อเห็ด

ส่วนความนิยมในห้องไลฟ์สตรีมก็เริ่มลดลงเหมือนเช่นเคย เมื่อผู้ชมมองไม่เห็นงูแดงตัวน้อย พวกเขาก็พากันแยกย้าย แต่สุดท้ายก็ยังมีคนเหลืออยู่หลายพันคน ที่นั่งดูหลินชงทำงานแกะสลักขนาดจิ๋วของเขา บนหน้าจอมีคำว่า ‘โคตรเทพ’ วิ่งผ่านไปมาไม่ขาดสาย

หกชั่วโมงต่อมา ในที่สุดหลินชงก็สลักเส้นทางเชื่อมต่อพลังวิญญาณรุ่น ‘พายุปีศาจ’ ลงบนเห็ดจนเสร็จสมบูรณ์

วิ้ง...

ระหว่างฟ้าดินดูเหมือนจะเกิดเสียงสั่นพ้องขึ้นเล็กน้อย

บนท้องฟ้าอันสูงส่งที่ไกลแสนไกล ดวงตายักษ์อันลึกลับสุดหยั่งคาดดวงหนึ่งค่อยๆ ลืมตาขึ้น ภายในดวงตาคู่นั้นมีสัญลักษณ์ประหลาดมากมายหมุนวนและถักทอเข้าด้วยกัน ดวงตายักษ์ดวงนี้ได้ถ่ายทอดพลังวิญญาณของมันเข้ามาในห้วงคำนึงของหลินชงโดยตรง หลินชงรู้สึกเพียงว่าในสมองของเขามีเสียง ‘วิ้ง’ ดังขึ้นเช่นกัน...

นี่คือ... การสืบทอด

หลินชงได้ทำการบวงสรวงต่อตัวตนปริศนาอันไกลโพ้นผ่านพิธีกรรมพิเศษ ด้วยเหตุนี้เขาจึงได้รับการยอมรับจากสำนักเซียนในน้ำเต้า และสามารถบ่มเพาะเคล็ดวิชาหัตถ์สวรรค์ได้แล้ว

เฮอะ... หลินชงรู้สึกว่ามือของเขาคล่องแคล่วขึ้นมาก คล่องแคล่วขึ้นมากจริงๆ ความรู้สึกที่นิ้วมือพลิ้วไหวราวกับฝูงปลาที่กำลังแหวกว่าย ทำเอาเขาอดตื่นเต้นไม่ได้

เขาจึงหดมือกลับมาโดยสัญชาตญาณ เตรียมจะพิจารณามันอย่างละเอียด

ทว่า ในชั่วพริบตาที่มือทั้งสองข้างกลับเข้ามาหลังกำแพงต่างมิติ บนมือของเขาก็คล้ายกับมีถุงมือสีขาวโปร่งแสงบางๆ ชั้นหนึ่งถูกถอดออก ภายในถุงมือนั้นมองเห็นเส้นลมปราณได้อย่างชัดเจน ราวกับเป็นมือปลอมคู่หนึ่ง มันลอยค้างอยู่ในอากาศเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแตกสลายกลายเป็นละอองแสงและเลือนหายไป

และความรู้สึกพลิ้วไหวดุจปลาแหวกว่ายบนนิ้วมือของหลินชง ก็พลันอันตรธานหายไปพร้อมกัน

เช่นเดียวกัน ดวงตายักษ์บนท้องฟ้าสีครามที่เกิดจากสัญลักษณ์ต่างๆ ในห้วงคำนึง ก็ค่อยๆ หลับตาลง และเลือนหายไปจากการรับรู้ของหลินชง

เชี่ยเอ๊ย... หลินชงได้แต่จ้องมองมือของตัวเองด้วยความตกตะลึง

ขนาดพลังวิญญาณที่บ่มเพาะมาได้ยังถูกริบไปหมด นี่มันไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว!

ไอ้กำแพงต่างมิติเฮงซวยนี่ ขนาดพลังวิญญาณที่บ่มเพาะมาได้มันยังปล้นเอาไปได้

หลินชงหงุดหงิดจนแทบคลั่ง

อุตส่าห์เสียเวลาตั้งนานกว่าจะได้วิธีบ่มเพาะเคล็ดวิชาหัตถ์สวรรค์มา สุดท้ายมันกลับไร้ประโยชน์สิ้นดี!

เฮ้อ... หลินชงถอนหายใจ หันไปเสียบสายลำโพงของเสี่ยวซาน

“มีวิธีไหนที่สามารถบ่มเพาะโดยไม่ต้องใช้พลังวิญญาณบ้างไหม?” หลินชงถามเสี่ยวซาน

“นายต้องทำภารกิจให้สำเร็จถึงจะได้รับคำตอบ แต่เนื่องจากคำตอบนี้มันง่ายเกินไป ถ้านายรับปากว่าคราวหน้าจะไม่ถอดสายลำโพงของฉันอีก ฉันก็จะยอมบอกให้ในฐานะเพื่อนคุยเล่นก็ได้ว่า ไม่มี” ระบบตอบ

นอนดีกว่า

หลินชงเห็นว่าฟ้ามืดแล้ว อารมณ์ก็บูดบึ้งสุดๆ จึงตัดสินใจไปนอน

ก่อนนอน เขาหันกล้องไลฟ์สตรีมกลับไปทางงูแดงตัวน้อย และจงใจเปิดโหมดถ่ายภาพกลางคืนแบบอินฟราเรดด้วย

งูแดงตัวน้อยสัมผัสได้ถึงสายตาที่จับจ้องมาทันที มันชูคอขึ้นและส่งเสียง “ฟ่อ” ออกมาคำหนึ่ง!

บนหน้าจอมีข้อความที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นวิ่งผ่านไปทันที

‘เชี่ยเอ๊ย ฉันเห็นงูอีกแล้ว!’

หลินชงไปนอนแล้ว

แต่กล้องยังคงจับภาพงูแดงตัวน้อยเอาไว้

เนื่องจากเป็นเวลาดึกมากแล้ว จำนวนผู้ชมในห้องไลฟ์สตรีมจึงมีไม่มากนัก แต่งูแดงตัวน้อยก็ยังคงรู้สึกไม่สบายตัวไปทั่วทั้งร่าง

กลางดึก

พายุลูกใหญ่พัดโหมกระหน่ำ

ภายใต้แสงไฟสลัวๆ จากโคมไฟกลางคืน เมื่อมองผ่านกำแพงต่างมิติออกไป จะเห็นยอดเขาคุนหลุนกลายเป็นสีสันอันสับสนปนเปจนแยกไม่ออกระหว่างสีดำและสีขาว ก้อนหินขนาดใหญ่ลอยคว้างมากับพายุ พุ่งเข้ากระแทกอย่างไร้สุ้มเสียง ก่อนจะแหลกละเอียดเป็นผุยผงเมื่อปะทะเข้ากับกำแพงต่างมิติ ภาพตรงหน้าราวกับนรกอเวจีที่ทำให้ผู้คนรู้สึกเหมือนกำลังเดินเตร็ดเตร่อยู่ในวันสิ้นโลก

และงูแดงตัวน้อยก็เป็นเพียงสีสันที่สดใสเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางความโกลาหลนี้ มันหมอบตัวลงต่ำเพื่อปกป้องผลจินเซียนเอาไว้ พายุพัดกระหน่ำและเชือดเฉือนลงบนร่างของมัน แต่ก็ไม่อาจทำให้มันสะท้านได้แม้แต่นิ้วเดียว

กล้องไลฟ์สตรีมบันทึกภาพทั้งหมดนี้เอาไว้อย่างเงียบๆ

ตัวเลขที่มุมขวาล่างของห้องไลฟ์สตรีมบ่งบอกว่ายังมีมนุษย์นกฮูกอีกหลายพันคนที่ยังไม่นอน กำลังนั่งดูพายุในโลกต่างมิติ แน่นอนว่าผู้ชมไม่มีทางรู้เลยว่าพวกเขากำลังรับชมฉากมหัศจรรย์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

พวกเขาแค่รู้สึกว่าสภาพแวดล้อมมันเลวร้ายเกินไปก็เท่านั้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 41 - การสืบทอดในน้ำเต้า

คัดลอกลิงก์แล้ว