เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 571 - โวยวายไปก็แก้ปัญหาไม่ได้

บทที่ 571 - โวยวายไปก็แก้ปัญหาไม่ได้

บทที่ 571 - โวยวายไปก็แก้ปัญหาไม่ได้


บทที่ 571 - โวยวายไปก็แก้ปัญหาไม่ได้

เจิ้งกั๋วต้งอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ เขาไม่คิดเลยว่าพลังของหลินฝานจะแข็งแกร่งกว่าเขามากขนาดนี้

ที่สำคัญคือ จนถึงตอนนี้หลินฝานยังไม่ได้ใช้พลังพิเศษเลย

เขารู้ดีว่า ทันทีที่หลินฝานใช้พลังพิเศษ ความแข็งแกร่งก็จะเพิ่มขึ้นไม่น้อย

เมื่อคิดถึงตรงนี้ คิ้วของเจิ้งกั๋วต้งก็ขมวดแน่นยิ่งกว่าเดิม

หลินฝานไม่ปล่อยเวลาให้เจิ้งกั๋วต้งได้คิดนาน หลังจากซัดเจิ้งกั๋วต้งถอยไป เขาก็พุ่งทะยานเข้าใส่ซ้ำ เปิดฉากโจมตีอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน

ภายใต้การบุกทะลวงอันดุดันของหลินฝาน เจิ้งกั๋วต้งแทบไม่มีโอกาสได้หันหลังหนีด้วยซ้ำ เพราะความเร็วของหลินฝานไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย

ยิ่งไปกว่านั้น หากเขาคิดจะหนี เพียงหลินฝานงัดพลังพิเศษออกมาก็สามารถสกัดกั้นเขาไว้ได้อยู่ดี

ดังนั้น ตอนนี้เจิ้งกั๋วต้งจึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจำใจต้องปะทะกับหลินฝานต่อไป

ในเวลาเดียวกัน ทางฝั่งของพวกมู่หรงเสวี่ยก็เปิดฉากกดข่มศัตรูอยู่ฝ่ายเดียว

"พวกมันเป็นผู้วิวัฒนาการระดับสี่กันหมดเลย!"

"ทำไมพลังของพวกมันถึงเพิ่มขึ้นเร็วขนาดนี้?"

"ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเรามีแต่จะแย่ลงเรื่อยๆ นะ!"

บรรดาคนของตระกูลเจิ้งที่เฝ้าอยู่ภายในสำนักงานใหญ่ เมื่อมองเห็นสถานการณ์ด้านนอก สีหน้าของแต่ละคนก็เคร่งเครียดหนักขึ้นเรื่อยๆ

พวกเขาไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า พลังของกลุ่มมู่หรงเสวี่ยจะพัฒนาขึ้นมาถึงผู้วิวัฒนาการระดับสี่แล้ว

นี่หมายความว่า ขุมกำลังของทีมหลินฝานนั้นแข็งแกร่งมหาศาลมาก หากพวกเขาไม่ใช่ตระกูลใหญ่โต ก็คงไม่มีทางเอาไปเปรียบเทียบกับทีมของหลินฝานได้เลย

"ไม่สิ ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป พวกเราจะถูกพวกมันกดหัวราบคาบแน่!" เจิ้งจวินเหยียนเองก็ตื่นตะลึงที่พวกมู่หรงเสวี่ยล้วนมีพลังระดับสี่ เขาดูออกว่าหากสถานการณ์ยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่นานคนของพวกเขาที่อยู่ด้านนอกคงถูกพวกมู่หรงเสวี่ยกวาดล้างจนหมด

"ใช่ครับพี่จวินเหยียน ขุมกำลังของพวกมันแข็งแกร่งเกินไป คนของเราข้างนอกสู้พวกมันไม่ได้ ต้องรีบออกไปเสริมกำลังด่วนเลย!" ชายที่อายุน้อยกว่าเจิ้งจวินเหยียนไม่กี่ปีซึ่งยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยขึ้น

พลังของชายคนนี้ก็ไม่ธรรมดา เขาอยู่ในระดับสี่ช่วงปลาย ปกติก็มีความสัมพันธ์อันดีกับเจิ้งจวินเหยียน ถือว่าเป็นพรรคพวกสายเดียวกัน

เจิ้งจวินเหยียนขมวดคิ้วครุ่นคิด ก่อนจะตัดสินใจ "ต้องไปเสริมกำลังจริงๆ นั่นแหละ นายออกไปกับฉัน ส่วนคนอื่นๆ ให้อยู่เฝ้าตระกูลต้านทานซอมบี้เอาไว้ ห้ามปล่อยให้ซอมบี้ฝ่าเข้ามาได้เด็ดขาด"

"รับทราบ!" คนอื่นๆ ขานรับพร้อมเพรียง

"พี่จวินเหยียน พวกเราสองคนจะออกไปช่วย ต้องขออนุญาตท่านผู้นำก่อนไหมครับ?" ชายหนุ่มถามด้วยความกังวล

เมื่อครู่นี้เจิ้งกั๋วต้งเพิ่งจะสั่งให้พวกเขาปักหลักปกป้องตระกูล ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด

"สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีเวลาไปรายงานท่านผู้นำหรอก เชื่อว่าท่านผู้นำต้องสนับสนุนการตัดสินใจของเราแน่" เจิ้งจวินเหยียนตอบเสียงหนัก

ตอนนี้แม้แต่เจิ้งกั๋วต้งเองยังเอาตัวแทบไม่รอด หากพวกเขายังมัวแต่โลเล คนของตระกูลเจิ้งข้างนอกก็คงถูกพวกมู่หรงเสวี่ยสังหารเรียบ นั่นไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาอยากเห็นแน่

"ตกลงครับพี่จวินเหยียน ผมฟังพี่" ชายคนนั้นพยักหน้า

"พวกเราออกไป!" เจิ้งจวินเหยียนสะบัดมือ พุ่งทะยานออกไปเป็นคนแรก

เมื่อเห็นดังนั้น ชายคนนั้นก็ไม่รอช้า พุ่งตามเจิ้งจวินเหยียนออกไปติดๆ

"พี่คะ มีกำลังเสริมของพวกมันมาแล้ว" มู่หรงซานกวาดสายตาไปเห็นเจิ้งจวินเหยียนและชายคนนั้น จึงเอ่ยเตือนมู่หรงเสวี่ย

"สองคนที่ออกมาใหม่ พลังน่าจะไม่ธรรมดาเลย" มู่หรงเสวี่ยขมวดคิ้วเรียว

"แอนดี้ ฉันกับแกไปจัดการพวกมันเอง" มู่หงหลิงเองก็สัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของอีกฝ่าย เธอหรี่ตาลงแล้วหันไปมองแอนดี้

ตอนนี้ฝั่งพวกเธอ มีเพียงเธอและแอนดี้เท่านั้นที่มีพลังระดับสี่ช่วงกลาง แม้เธอจะไม่รู้ว่าเจิ้งจวินเหยียนกับชายคนนั้นมีระดับพลังที่แท้จริงแค่ไหน แต่เธอมั่นใจว่าสองคนนี้ต้องเก่งกว่าคนอื่นๆ แน่

ดังนั้น การจะรับมือกับเจิ้งจวินเหยียนและชายคนนั้น เธอรู้สึกว่าเธอและแอนดี้ควรเป็นคนรับหน้าที่นี้

โฮ่ง! โฮ่ง!

เมื่อได้ยินเสียงมู่หงหลิง แอนดี้ก็เห่าตอบรับสองครั้งเป็นการตกลง

ขณะที่มู่หงหลิงและแอนดี้กำลังจะพุ่งออกไปปะทะกับเจิ้งจวินเหยียนและชายคนนั้น เสียงของหลินฝานก็ดังมาจากอีกทิศทางหนึ่ง

"ไม่ต้องไปสนใจสองคนนั้น ปล่อยสองคนนั้นให้ฉันจัดการเอง พวกเธอรับมือคนอื่นๆ ต่อไป" หลินฝานร้องเตือน

ตั้งแต่วินาทีที่เจิ้งจวินเหยียนและชายคนนั้นพุ่งตัวออกมาจากสำนักงานใหญ่ตระกูลเจิ้ง เขาก็สังเกตเห็นแล้ว และรู้ด้วยว่าสองคนนั้นมีพลังระดับสี่ช่วงปลายและระดับสี่ขั้นสูงสุดตามลำดับ

พลังระดับนี้ พวกมู่หรงเสวี่ยไม่มีทางรับมือไหว

ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เขาก็ต้องเป็นคนจัดการเอง

"ฮ่าฮ่าฮ่า มีฉันอยู่ตรงนี้ แกอย่าหวังเลยว่าจะไปช่วยพวกมันได้" เจู่ๆ จิ้งกั๋วต้งก็ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น

แม้เขาจะเอาชนะหลินฝานไม่ได้ แต่เขาก็มั่นใจว่าหากแค่ถ่วงเวลาหลินฝานไว้ เขาย่อมทำได้อย่างไม่มีปัญหา

ตราบใดที่เขาถ่วงเวลาหลินฝานไว้ได้ เจิ้งจวินเหยียนกับชายคนนั้นก็สามารถพุ่งเข้าไปจัดการพวกมู่หรงเสวี่ยได้ เมื่อพวกมู่หรงเสวี่ยตกอยู่ในกำมือของพวกเขา เขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าหลินฝานจะยังกล้ากำเริบเสิบสานอยู่อีกไหม

"แค่แกคิดว่าจะหยุดฉันได้งั้นเหรอ? สงสัยแกคงยังประเมินพลังตัวเองไม่ชัดเจนพอสินะ" หลินฝานแค่นเสียงเย้ยหยัน

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

สิ้นเสียงเยาะเย้ย หลินฝานก็เพ่งจิตสั่งการ อาวุธลับสามชิ้นพุ่งแหวกอากาศออกไป ก่อนจะตรงดิ่งเข้าโจมตีเจิ้งจวินเหยียนและชายคนนั้น

"แย่แล้ว! มันใช้พลังพิเศษ!" เจิ้งกั๋วต้งหน้าถอดสีทันที นึกไม่ถึงเลยว่าหลินฝานจะมาไม้นี้

แต่ไม่นานเขาก็นึกขึ้นได้เรื่องหนึ่ง จึงเบาใจลงแล้วพูดว่า "ระยะควบคุมอาวุธลับของแกไม่มีทางไกลขนาดนั้นหรอก!"

ทว่า พอเจิ้งกั๋วต้งพูดจบ เขาก็ต้องอ้าปากค้าง เมื่อเห็นอาวุธลับทั้งสามชิ้นลอยไปถึงตัวของเจิ้งจวินเหยียนและชายคนนั้นแล้ว

"นี่มัน..." เจิ้งกั๋วต้งใบหน้าแข็งค้าง ให้ตายเขาก็คิดไม่ถึงว่าระยะควบคุมอาวุธลับของหลินฝานจะกว้างไกลได้ถึงเพียงนี้

"รีบสกัดอาวุธลับของมันเร็ว!" เจิ้งจวินเหยียนเบิกตาโพลง เขาเองก็ไม่คาดคิดเช่นกันว่าอาวุธลับของหลินฝานจะพุ่งมาได้ไกลขนาดนี้

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

อาวุธลับสามชิ้นบินฉวัดเฉวียนอยู่รอบตัวเจิ้งจวินเหยียนและชายคนนั้น พร้อมพุ่งเข้าโจมตีพวกเขาทุกเมื่อ

ด้วยระดับพลังของหลินฝานที่ทะลวงเข้าสู่ระดับห้า ผนวกกับการเลื่อนขั้นของพลังพิเศษ ไม่เพียงแต่ระยะการควบคุมจะกว้างขึ้นเท่านั้น แต่ความเร็วในการควบคุมก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ความเร็วในการโจมตีของอาวุธลับทั้งสามชิ้น เร็วกว่าสายตาและการตอบสนองของเจิ้งจวินเหยียนกับพรรคพวกมาก พวกเขาแทบจะมองวิถีการพุ่งของอาวุธลับไม่ทันด้วยซ้ำ

เพียงไม่นาน ชายที่มีพลังระดับสี่ช่วงปลายก็ได้รับบาดเจ็บ เขาถูกอาวุธลับกรีดเข้าที่ลำตัว เลือดสาดกระเซ็น ก่อนจะล้มกลิ้งลงไปกองกับพื้น

เพราะจังหวะที่หลินฝานควบคุมอาวุธลับนั้น เขาเล็งตัดเส้นเอ็นข้อเท้าของชายคนนั้นพอดิบพอดี

เมื่อสูญเสียเส้นเอ็นข้อเท้าคอยพยุงตัว บวกกับความเจ็บปวดแสนสาหัส เขาย่อมไม่อาจยืนทรงตัวได้อีกต่อไป

"อ๊าก!"

เสียงร้องโหยหวนดังออกมาจากปากของเขา บ่งบอกให้รู้ว่าความเจ็บปวดในเวลานี้มันทิ่มแทงลึกไปถึงกระดูก

การถูกตัดเอ็นข้อเท้า มันเจ็บปวดเจียนตาย ใครบ้างจะทนรับไหว

และทันทีที่เขาล้มลง ฝูงซอมบี้รอบๆ ก็พุ่งตะครุบเข้าใส่เขาทันที

"พี่จวินเหยียน! ช่วยผมด้วย!" เมื่อเห็นซอมบี้พุ่งเข้าใส่ ชายคนนั้นก็เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัวสุดขีด รีบตะโกนขอความช่วยเหลือจากเจิ้งจวินเหยียน

แต่น่าเสียดาย ที่เวลานี้เจิ้งจวินเหยียนแค่รับมือกับอาวุธลับสามชิ้นก็แทบจะเอาตัวไม่รอดแล้ว เขาจะเอาเวลาที่ไหนไปช่วยชายคนนั้น

โฮก!

พริบตาเดียว ซอมบี้ก็พุ่งเข้าถึงตัว แม้เขาจะใช้หมัดซัดกระเด็นไปได้สองสามตัว แต่ด้วยจำนวนซอมบี้ที่มหาศาลและพุ่งเข้ามาอย่างไม่ขาดสาย ในที่สุดร่างของเขาก็ถูกฝูงซอมบี้รุมทึ้งกลืนกินไป

ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!

หลินฝานยังคงใช้สมาธิควบคุมอาวุธลับสามชิ้นเข้าโจมตีเจิ้งจวินเหยียนอย่างต่อเนื่อง สีหน้าของเจิ้งจวินเหยียนในตอนนี้ย่ำแย่ถึงขีดสุด เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากและแผ่นหลัง เสื้อผ้าเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ

เขาสัมผัสได้เลยว่า เงามัจจุราชได้เข้าปกคลุมตัวเขาแล้ว

การถูกผู้วิวัฒนาการระดับห้าใช้พลังพิเศษควบคุมวัตถุระยะไกลโจมตีเข้าใส่แบบนี้ เขาจะมีโอกาสรอดไปได้อย่างไร

ตอนนี้เขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง ถ้ารู้แต่แรกว่าระยะควบคุมของหลินฝานจะกว้างไกลขนาดนี้ เมื่อกี้เขาคงไม่ออกมา หรือไม่ก็คงไม่ทะเล่อทะล่าเข้ามาในรัศมีนี้แน่

ฟุ่บ!

มีดสั้นพุ่งแฉลบผ่านแขนของเจิ้งจวินเหยียน ตัดแขนของเขาขาดกระเด็นในฉับเดียว

"อ๊ากกก!"

เจิ้งจวินเหยียนทนไม่ไหวต้องร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด

ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ดาวกระจายและเข็มเหล็กแหวกอากาศส่งเสียงหวีดแหลมพุ่งเข้ามาอีกระลอก คราวนี้พวกมันเสียบทะลุกะโหลกและลำคอของเจิ้งจวินเหยียนอย่างจัง ปลิดชีพเขาอย่างสมบูรณ์แบบ

เมื่อร่างของเจิ้งจวินเหยียนล้มลง ซอมบี้รอบๆ ก็พากันรุมตะครุบ และกลืนกินร่างของเขาด้วยวิธีเดียวกัน

บรรดาคนตระกูลเจิ้งที่มองดูอยู่ภายในสำนักงานใหญ่ ถึงกับขวัญหนีดีฝ่อเมื่อเห็นภาพนั้น

เดิมทีพวกเขายังหวังว่าเจิ้งจวินเหยียนและพรรคพวกจะออกไปพลิกสถานการณ์ได้ ใครจะไปคิดว่าทั้งสองคนยังไม่ทันได้เข้าใกล้พวกมู่หรงเสวี่ย ก็ถูกหลินฝานปลิดชีพทิ้งเสียแล้ว

"เห็นหรือยัง?" หลินฝานจับจ้องเจิ้งกั๋วต้งด้วยสายตาเย็นชา เอ่ยเสียงเรียบ "แกยังคิดจะถ่วงเวลาฉันอีกไหม? นี่แหละคือราคาที่แกต้องจ่ายสำหรับการคิดจะถ่วงเวลาฉัน"

"อ๊าก! ไอ้สารเลว! ไอ้ชาติหมา! ฉันจะฆ่าแก! ฉันต้องฆ่าแกให้ได้!" เจิ้งกั๋วต้งแทบจะคลุ้มคลั่ง เจิ้งจวินเหยียนและชายคนนั้นคือยอดฝีมือที่เหลืออยู่ไม่กี่คนของตระกูลเจิ้ง แต่ตอนนี้กลับต้องมาสังเวยชีวิตด้วยน้ำมือของหลินฝาน

รวมกับลูกหลานตระกูลเจิ้งที่ถูกทีมหลินฝานกำจัดไปก่อนหน้านี้ ก็เท่ากับว่ากำลังรบหลักของตระกูลเจิ้งได้สูญสิ้นไปในน้ำมือของทีมหลินฝานแทบทั้งหมดแล้ว

ความแค้นระดับนี้ สำหรับเจิ้งกั๋วต้งแล้ว มันไม่ต่างอะไรกับความแค้นฆ่าพ่อแย่งเมียเลยทีเดียว

"ถ้าโวยวายแล้วแก้ปัญหาได้ ถ้าโวยวายแล้วทำให้แกฆ่าฉันได้ แล้วตอนนี้ฉันจะมายืนสู้กับแกอยู่ตรงนี้ทำไม? สู้เราหยุดสู้แล้วมาแข่งกันตะโกนดูไหมล่ะว่าใครเสียงดังกว่ากัน?" หลินฝานกระตุกยิ้มเยาะ

เมื่อได้ยินเช่นนั้น แม้เจิ้งกั๋วต้งจะโกรธเกรี้ยวและบ้าคลั่งเพียงใด แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความไร้เรี่ยวแรงที่ถาโถมเข้ามา ในแง่ของความแข็งแกร่ง ดูเหมือนเขาจะสู้หลินฝานไม่ได้จริงๆ ไม่ว่าจะสู้ยิบตายแค่ไหน เขาก็ไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้เลย

หลินฝานเห็นว่าตัดกำลังอีกฝ่ายมามากพอแล้ว จึงไม่คิดจะเสียเวลากับเจิ้งกั๋วต้งอีก เขาสั่งการในใจ ดึงอาวุธลับทั้งสามชิ้นกลับเข้าสู่วงต่อสู้ ผนึกกำลังกับเขาเข้าโจมตีเจิ้งกั๋วต้งอย่างดุดัน

เมื่อต้องเผชิญกับการรุกฆาตของหลินฝาน เจิ้งกั๋วต้งที่ตกเป็นรองอยู่แล้วก็ยิ่งไร้ทางต่อต้าน เพียงไม่นานเขาก็ถูกหลินฝานซัดจนได้รับบาดเจ็บ

ปัง!

หลินฝานสบโอกาส พุ่งตัวไปอยู่ข้างกายเจิ้งกั๋วต้ง กำหมัดแน่นแล้วซัดออกไปสุดแรง ในจังหวะที่เจิ้งกั๋วต้งหลบหรือป้องกันไม่ทัน หมัดนั้นก็กระแทกเข้าที่หน้าอกของเจิ้งกั๋วต้งอย่างจัง

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 571 - โวยวายไปก็แก้ปัญหาไม่ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว