- หน้าแรก
- ชีวิตสุดเทพของเด็กหลังห้องกับระบบไร้เทียมทาน
- บทที่ 100 - ความโกรธเกรี้ยวของนักเรียน
บทที่ 100 - ความโกรธเกรี้ยวของนักเรียน
บทที่ 100 - ความโกรธเกรี้ยวของนักเรียน
บทที่ 100 - ความโกรธเกรี้ยวของนักเรียน
ลำดับต่อไปคือพิธีมอบรางวัล ผู้ที่ขึ้นมามอบรางวัลให้กับพวกเขาก็คือ ซุนเฉียง หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียนของโรงเรียนมัธยมที่สี่ ซุนเฉียงมีฉายาว่า กวงโถวเฉียง เป็นครูที่นักเรียนโรงเรียนมัธยมที่สี่เกลียดขี้หน้าที่สุด และหวาดกลัวที่สุดเช่นกัน
พี่เฉียงหัวโล้นคนนี้เป็นพวกหน้าไหว้หลังหลอก ครูใหญ่คนปัจจุบันใกล้จะถึงวัยเกษียณเต็มทีแล้ว ถึงตอนนั้นก็จะมีตำแหน่งสำคัญๆ ในโรงเรียนว่างลงหลายตำแหน่ง และผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจเด็ดขาดที่สุดในโรงเรียนก็คือบอร์ดบริหาร การที่เขาเสนอตัวขึ้นมามอบรางวัลก็เพื่อใช้เจิ้งเฟยเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์กับเจิ้งเหล่ยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
"ครั้งนี้ทำผลงานได้ดีมากนะ วันหน้าก็ขอให้พยายามต่อไปล่ะ" ซุนเฉียงยื่นถ้วยรางวัลให้เจิ้งเฟยพร้อมกับยิ้มหน้าบาน
เจิ้งเฟยชูถ้วยรางวัลขึ้นด้วยความภาคภูมิใจสุดๆ ถึงขั้นจงใจส่งสายตาท้าทายไปทางลั่วเทียน เพื่ออวดอ้างบารมีต่อหน้าทุกคนในสนามกีฬา
"ขอแสดงความยินดีกับห้องสิบเอ็ด ชั้นมัธยมสี่ ที่คว้ารางวัลยอดเยี่ยมไปครองได้สำเร็จ ขอเสียงปรบมือดังๆ ให้กับพวกเขาด้วยครับ" พิธีกรกล่าวเชิญชวน
แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกอับอายขายหน้าก็คือ ด้านล่างกลับเงียบกริบราวกับป่าช้า การที่เขาต้องมายืนพูดอยู่คนเดียวแบบนี้มันช่างดูเหมือนไอ้โง่เสียเหลือเกิน
"ล็อกผล! โกงชัดๆ!" มีคนทนดูความอยุติธรรมนี้ไม่ไหว ตะโกนด่าทอขึ้นมา
"ใช่ โกงหน้าด้านๆ โกงยิ่งกว่ากรรมการเป่านกหวีดดำในบอลโลกซะอีก"
"ล็อกผล! ล็อกผล! ล็อกผล!"
นักเรียนต่างพากันโกรธแค้น เสียงตะโกนด่าทอดังกระหึ่มราวกับคลื่นลูกใหญ่
สีหน้าของซุนเฉียงมืดครึ้มลงทันที อุตส่าห์ขึ้นมายืนบนเวทีแล้วแท้ๆ แต่ไอ้เด็กพวกนี้กลับหักหน้าเขาอย่างจัง
"หุบปาก!" ซุนเฉียงยังไงก็เป็นถึงหัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียน ภาพลักษณ์อันน่าสะพรึงกลัวของเขาฝังรากลึกอยู่ในใจของนักเรียนหลายคน เสียงตวาดกร้าวของเขาทำเอานักเรียนหลายคนได้แต่เก็บความโกรธไว้ในใจ ไม่กล้าโวยวายอะไรอีก
แต่เขาก็ประเมินความมุ่งมั่นของเด็กพวกนี้ต่ำเกินไป โดยเฉพาะพวกพี่ๆ มัธยมหกที่กำลังจะเรียนจบ พวกเขาเหลือเวลาอีกไม่ถึงครึ่งเดือนก็จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว เพลง 'เพื่อนร่วมโต๊ะที่แสนดี' เข้าไปดังก้องอยู่ในใจ กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกส่วนลึกของพวกเขา
มันคือของขวัญล้ำค่าที่สุดสำหรับพวกเขาก่อนจะเรียนจบ แต่ของขวัญชิ้นนี้กลับถูกไอ้พวกผู้ใหญ่หน้าไหว้หลังหลอกปล้นรางวัลยอดเยี่ยมไปหน้าตาเฉย เปลี่ยนให้เป็นแค่รางวัลที่หนึ่ง จะไม่ให้พวกเขาโกรธแค้นได้ยังไง
"ไม่ยุติธรรม เพลง 'เพื่อนร่วมโต๊ะที่แสนดี' เพราะกว่าสตรีตแดนซ์นั่นเป็นหมื่นเป็นแสนเท่า ทำไมถึงไม่ได้รางวัลยอดเยี่ยมล่ะ?" นักเรียนคนหนึ่งตะโกนถาม
ยังไงก็อยู่มัธยมหกกำลังจะเรียนจบอยู่แล้ว พวกเขาไม่กลัวซุนเฉียงหรอก สอบเสร็จเมื่อไหร่พวกเขาก็เป็นอิสระแล้ว หลายคนอาจจะไม่ได้เหยียบเข้ามาในโรงเรียนมัธยมที่สี่อีกเลยด้วยซ้ำ ในเมื่อไม่กลัว ก็ย่อมต้องทวงถามความยุติธรรมให้ถึงที่สุด
ซุนเฉียงไม่คาดคิดเลยว่าจะมีนักเรียนกล้าท้าทายอำนาจเขาเยอะขนาดนี้ สีหน้าก็ยิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่
แต่ยังไงเขาก็เป็นถึงหัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียน ทำงานในวงการนี้มาตั้งหลายปี เรื่องแถสีข้างถลอกนี่ถนัดนักล่ะ เขาหันไปตอบหน้าตาเฉยว่า "ฉันก็รู้ว่าเพลง 'เพื่อนร่วมโต๊ะที่แสนดี' เป็นการแสดงที่ดีมาก แต่คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า เพลงนี้มีความผิดพลาดในช่วงต้น แสดงว่าพวกเขายังเตรียมตัวมาไม่ดีพอ ก็เลยต้องหักคะแนนตามความเหมาะสม"
ข้ออ้างที่ซุนเฉียงยกมาอ้างก็ง่ายแสนง่าย นั่นก็คือตอนที่เถียนเถียนเถียนร้องเพี้ยนเพราะความประหม่าในตอนเริ่มเพลงนั่นแหละ
พอเถียนเถียนเถียนได้ยินแบบนี้ ใบหน้าก็ซีดเผือด ขอบตาแดงก่ำ เธอรู้สึกผิดจับใจ คิดว่าเป็นเพราะความผิดพลาดของเธอแท้ๆ ที่ทำให้ทีมต้องชวดรางวัลยอดเยี่ยมไป
"ตดเถอะ! คิดว่าฉันไม่รู้หรือไงว่าเจิ้งเฟยเป็นลูกของคณะกรรมการโรงเรียนน่ะ ถ้าไม่มีเส้นสาย หมอนั่นจะได้รางวัลเหรอ? แบบนี้ยังจะบอกว่าไม่ได้ล็อกผลอีกเหรอ?" นักเรียนคนที่รู้ตื้นลึกหนาบางตะโกนแฉ แฉลากไส้จนหมดเปลือก
"อ๋อ~" นักเรียนคนอื่นๆ ถึงกับร้องอ๋อ กระจ่างแจ้งกันไปตามๆ กัน ที่แท้เจิ้งเฟยก็เป็นลูกคณะกรรมการโรงเรียนนี่เอง มิน่าล่ะถึงได้รางวัล
"ไหนบอกว่าไม่ได้ล็อกผลไง ที่แท้ก็เป็นเพราะเป็นลูกของบอร์ดบริหารนี่เอง"
"นั่นสิ ต่อให้เพลง 'เพื่อนร่วมโต๊ะที่แสนดี' จะผิดพลาดไปนิดหน่อย แต่มันก็ยังดีกว่าไอ้สตรีตแดนซ์นั่นเป็นพันเป็นหมื่นเท่า"
นักเรียนด้านล่างเริ่มวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างไม่เกรงใจ ยิ่งพูดยิ่งโมโห ถึงแม้ยุคสมัยนี้จะเป็นสังคมระบบเส้นสาย แต่ที่นี่มันคือโรงเรียนนะโว้ย แค่งานเลี้ยงเล็กๆ ยังจะมาเล่นตุกติกโกงกันหน้าด้านๆ เสียชื่อคนเป็นครูบาอาจารย์หมด
"พวกเราไม่ยอม!" นักเรียนเริ่มก่อความวุ่นวาย ไม่รู้ว่ามีขวดน้ำเปล่าลอยมาจากทิศทางไหน พุ่งเข้ามากระแทกหัวโล้นๆ ของซุนเฉียงอย่างจัง
"ใคร? ใครปามา?" ซุนเฉียงเจ็บจนต้องร้องโอดโอย ตะคอกถามเสียงดุดัน
คำตอบที่เขาได้รับก็คือขวดน้ำเปล่าที่ลอยละลิ่วลงมาราวกับห่าฝน แม้กระทั่งเปลือกกล้วยที่กินเหลือก็ยังปลิวว่อนขึ้นมาบนเวทีด้วย
"ไม่ยุติธรรม! โกงชัดๆ!" นักเรียนตะโกนด่าทอพลางปาสิ่งของขึ้นไปบนเวทีอย่างต่อเนื่อง
เมื่อเห็นความขัดแย้งระหว่างนักเรียนกับผู้บริหารโรงเรียนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าของคณะกรรมการบริหารก็เริ่มเจื่อนลง หนึ่งในนั้นหันไปถามเจิ้งเหล่ยว่า "คุณเจิ้ง คุณคิดว่าเรื่องนี้ควรจะจบลงยังไงดี? คงไม่อยากให้ลูกชายของคุณต้องมาเป็นต้นเหตุให้นักเรียนลุกฮือขึ้นมาประท้วงหรอกใช่ไหม?"
ถ้าเป็นแค่รางวัลธรรมดาๆ ยกให้เจิ้งเฟยไปก็ไม่เป็นไรหรอก สิ่งที่บอร์ดบริหารอย่างพวกเขาให้ความสำคัญก็คือผลประโยชน์ หากไม่กระทบกับผลประโยชน์ของตัวเอง ก็ถือซะว่าให้เกียรติเจิ้งเหล่ยไป แต่ตอนนี้มันกลายเป็นการลุกฮือของนักเรียนหมู่มากไปแล้ว
พวกเขาเป็นคณะกรรมการบริหาร ยิ่งนักเรียนสงบเสงี่ยมเจียมตัวเท่าไหร่ พวกเขาก็ยิ่งบริหารงานง่ายขึ้นเท่านั้น การที่นักเรียนลุกฮือขึ้นมาประท้วงแบบนี้ มันขัดต่อผลประโยชน์ของพวกเขาอย่างสิ้นเชิง และถ้าเรื่องบานปลายจนฉาวโฉ่ไปถึงข้างนอก ชื่อเสียงของโรงเรียนก็จะป่นปี้ไปด้วย
ทำไมเจิ้งเหล่ยจะไม่รู้ความหมายแฝงในคำพูดพวกนั้น เพียงแต่การจะให้ริบรางวัลของเจิ้งเฟยคืนไปดื้อๆ แบบนี้ มันก็รู้สึกเสียหน้าไม่น้อยเลยทีเดียว
ซุนเฉียง หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียน ทนยืนอยู่บนเวทีต่อไปไม่ไหวแล้ว รีบวิ่งหนีหางจุกตูดลงมา พอเห็นครูใหญ่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบยัดไมโครโฟนใส่มือครูใหญ่ แล้วไม่กล้าเสนอหน้าขึ้นไปบนเวทีอีกเลย
ลั่วเทียนเห็นภาพเหตุการณ์นี้ก็รู้สึกตื้นตันใจเหมือนกัน การทุ่มเทความพยายามย่อมได้รับผลตอบแทนเสมอ สายตาของมวลชนนั้นเฉียบแหลม การที่ความพยายามของเขาเป็นที่ชื่นชอบและได้รับการยอมรับจากผู้คน แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว
"นักเรียนทุกคนครับ หลังจากที่คณะกรรมการได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว จึงตัดสินใจว่าจะทำการประเมินคะแนนของการแสดงชุด 'เพื่อนร่วมโต๊ะที่แสนดี' ใหม่อีกครั้ง โดยตัดคะแนนสูงสุดและต่ำสุดออก การแสดงชุด 'เพื่อนร่วมโต๊ะที่แสนดี' ได้คะแนนรวมสิบคะแนนเต็ม และรางวัลยอดเยี่ยมในค่ำคืนนี้ จะเปลี่ยนเป็นของการแสดงชุด 'เพื่อนร่วมโต๊ะที่แสนดี' ครับ" ครูใหญ่ประกาศ
นักเรียนด้านล่างต่างโห่ร้องด้วยความยินดี ถึงเพลง 'เพื่อนร่วมโต๊ะที่แสนดี' จะเป็นแค่เพลงๆ หนึ่ง แต่มันก็ร้อยเรียงความทรงจำทั้งหมดในช่วงชีวิตมัธยมปลายของพวกเขาเอาไว้ ความรู้สึกในวัยมัธยมปลายคือความรู้สึกที่บริสุทธิ์และจริงใจที่สุด ที่พวกเขาพยายามทวงคืนความยุติธรรมให้กับลั่วเทียน ก็เพื่อไม่ให้ความทรงจำอันงดงามในวัยรุ่นของพวกเขาต้องถูกแปดเปื้อน
นักเรียนพวกนั้นดีใจยิ่งกว่าตอนที่ตัวเองได้รับรางวัลเสียอีก ในขณะที่เจิ้งเฟยที่ยืนอยู่ด้านล่างเวทีกลับทำหน้าเหมือนกินอึเข้าไป สีหน้าดูไม่ได้สุดๆ
"เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงผลการตัดสิน ดังนั้นขอรบกวนให้นักเรียนที่เพิ่งได้รับรางวัลไปเมื่อสักครู่นี้ นำถ้วยรางวัลและเงินรางวัลมาคืนด้วยนะครับ" ประโยคนี้ของครูใหญ่ราวกับเอามีดมาแทงซ้ำเข้าที่กลางใจของเจิ้งเฟยอย่างจัง
เจิ้งเฟยทำหน้าไม่สบอารมณ์สุดๆ ทุกคนบนเวทีกำลังรอเขาอยู่ แต่เขากลับยืนนิ่งไม่ไหวติง
ซุนเฉียงร้อนใจ รีบวิ่งขึ้นไปกระซิบเสียงเบา "ก็แค่ถ้วยรางวัลใบเดียวเอง ไว้คราวหน้ามีแข่งค่อยหาทางเอามาให้เธอใหม่ก็แล้วกัน"
แต่เจิ้งเฟยกลับโกรธจนหน้าเบี้ยว สันดานลูกคุณหนูจอมหยิ่งยะโสกำเริบขึ้นมาทันที เขาพูดด้วยความไม่ยินยอมว่า "ทำไมล่ะ? แจกถ้วยรางวัลมาให้แล้วแท้ๆ มีสิทธิ์อะไรมาเอาคืนไปล่ะ?"
ต่อหน้าคนตั้งมากมาย ถ้าต้องคืนถ้วยรางวัลกลับไป ก็แปลว่าเขาด้อยกว่าลั่วเทียนน่ะสิ? คนอย่างเจิ้งเฟยไม่มีทางยอมเสียหน้าแบบนี้หรอก
ซุนเฉียงขมวดคิ้ว คิดในใจว่าไอ้เด็กเจิ้งเฟยนี่มันช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียจริง เขาอุตส่าห์พูดดีๆ ด้วยแล้วนะเนี่ย
ถ้าไม่เห็นแก่หน้าของเจิ้งเหล่ยที่เป็นถึงบอร์ดบริหารโรงเรียนล่ะก็ เขาคงขี้เกียจจะมาต่อปากต่อคำกับนักเรียนคนหนึ่งให้เสียเวลาหรอก
ยังมีนักเรียนอีกเป็นพันๆ คนรออยู่ด้านล่างเวที แถมเขายังรู้สึกได้ถึงสายตาไม่พอใจของบอร์ดบริหารที่จ้องมองมาจากด้านหลัง น้ำเสียงที่พูดก็เริ่มเจือปนไปด้วยความหงุดหงิด "อย่าพูดให้มากความ รีบเอาถ้วยรางวัลกับเงินรางวัลมาให้ฉันเดี๋ยวนี้"
(จบแล้ว)