- หน้าแรก
- พลิกชะตาหมอเทวดาเนตรสวรรค์
- บทที่ 435 - ช่างเจ้าเล่ห์นัก
บทที่ 435 - ช่างเจ้าเล่ห์นัก
บทที่ 435 - ช่างเจ้าเล่ห์นัก
บทที่ 435 - ช่างเจ้าเล่ห์นัก
ถังฝานเหาะมาถึงจุดนัดพบที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า ประจวบเหมาะกับที่ตงฟางจ้านหลงก็มาถึงพอดี
ทั้งสองคนหน้าตาเหมือนกันแทบจะทุกระเบียดนิ้ว เพียงแต่ตงฟางจ้านหลงจะดูรูปร่างกำยำกว่าถังฝานเล็กน้อย หากไม่สังเกตดีๆ ก็ยากจะดูออก
"น้องชาย สำเร็จไหม?" ตงฟางจ้านหลงตบไหล่ถังฝานพลางเอ่ยถาม
"อืม!"
"ยอดเยี่ยมไปเลย ไป พวกเรากลับกันเถอะ!" ตงฟางจ้านหลงหัวเราะลั่น
ถังฝานครุ่นคิดก่อนจะกล่าวว่า "วิทยายุทธ์ของสำนักปาจี๋ก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน หากไม่ใช่เพราะเหลิ่งอีเจี้ยนเสียรู้ผมก่อน ถ้าผมคิดจะฆ่าเขาจริงๆ ก็คงไม่ง่ายขนาดนั้น"
ตงฟางจ้านหลงเสริมว่า "วรยุทธ์ของอู๋อิงเจี๋ยก็ลึกล้ำมาก ฉันพัวพันกับเขามาตั้งนาน ต่อให้งัดพลังทั้งหมดออกมาสู้ ก็ใช่ว่าจะสลัดเขาหลุดได้ง่ายๆ"
ถังฝานกล่าว "โชคดีที่ผมเรียนรู้วิทยายุทธ์ของสำนักปาจี๋จากเหลิ่งอีเจี้ยนมาก่อน ไม่อย่างนั้นการต่อสู้กับอู๋อิงเจี๋ยในรอบหน้าคงยากลำบากแน่"
ตงฟางจ้านหลงเอ่ยอย่างตื่นเต้น "ยังไงก็เถอะ นายชนะแล้ว!"
แววตาของถังฝานฉายแววเคร่งเครียด ถอนหายใจกล่าวว่า "ทำลายสำนักปาจี๋ได้ ก็ยังมีสำนักจิ่วจี๋ สำนักสือจี๋อีก ศัตรู... มีอยู่ทุกที่!"
ตงฟางจ้านหลงพยักหน้าอย่างชื่นชม "น้องชาย นายแตกต่างจากพวกเรา อนาคตของนายไร้ขีดจำกัด จำเป็นต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ไว้ล่วงหน้าจริงๆ!"
บางทีเจียงเป่ยแห่งนี้... คงใกล้ถึงเวลาต้องจากไปแล้วกระมัง... ถังฝานพึมพำในใจ เขาไขว่คว้าหาสิ่งที่สูงส่งกว่านั้นจริงๆ
ไม่ใช่เพื่อสิ่งอื่นใด เพียงเพื่อคลี่คลายปริศนาที่วนเวียนอยู่ในตัวเขา เขาจำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น สิ่งของที่ลิงวิเศษวั่นเฉินให้เขาตามหา มีหลายชิ้นที่เขาต้องไปตามหาด้วยตัวเอง
หลังจากกลับมา ถังฝานก็คลายวิชาแปลงโฉมให้ตงฟางจ้านหลงก่อน พร้อมกับหัวเราะ "ครั้งหน้า อย่าให้พี่ฮว๋าจำคนผิดอีกล่ะ!"
"ฮ่าฮ่า ฝันไปเถอะ!" ตงฟางจ้านหลงยิ้มพลางเดินเข้าวิลล่าไป
ทว่าถังฝานไม่ได้กลับไปหาม่อเหยียนในทันที แต่ตรงไปที่พักของเฉินสิงอวี่แทน
เฉินสิงอวี่กำลังหลับตาทำสมาธิอยู่ พอได้ยินเสียงก็เงยหน้าขึ้นขวับ
"นายท่านถัง!" เมื่อเห็นว่าเป็นถังฝาน เฉินสิงอวี่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
"เหล่าเฉิน ผมมีงานจะมอบหมายให้คุณทำหน่อย"
"เชิญสั่งมาได้เลยครับ!"
"คุณทำแบบนี้นะ..."
เฉินสิงอวี่ตั้งใจฟังแผนการของถังฝาน พลางพยักหน้ารับคำรัวๆ
สุดท้าย ถังฝานก็พูดขึ้นว่า "สำนักปาจี๋ต้องพยายามใช้กระแสสังคมมากดดันผมแน่ งั้นพวกเราก็ชิงลงมือก่อน ทำให้พวกมันกลายเป็นหมาหัวเน่าไปเลย!"
เฉินสิงอวี่รับคำ "นายท่านถังโปรดวางใจ เรื่องนี้ผมถนัดนัก!"
หลังจากออกจากที่พักของเฉินสิงอวี่ ถังฝานก็ปรายตามองไปทางวิลล่าของเย่าหมิง ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ไม่ได้แวะไป
เขามั่นใจว่าความผิดปกติระหว่างที่เขาฝึกวิชาก่อนหน้านี้ เย่าหมิงจะต้องรับรู้ได้แน่นอน
แต่เรื่องนี้รอให้ฝ่ายนั้นมาถามเองจะดีกว่า หากเขารีบร้อนไปอธิบาย มันจะดูมีพิรุธเสียเปล่าๆ
เมื่อกลับถึงห้อง ถังฝานเพียงแค่ทักทายม่อเหยียนคำหนึ่ง แล้วก็มุดเข้าห้องตัวเองไปฝึกวิชาต่อ
ม่อเหยียนมองตามแผ่นหลังของเขาด้วยสายตาตัดพ้อ แต่เมื่อคิดว่าเขาตั้งใจฝึกปรือขนาดนี้ ก็ไม่อยากไปรบกวนเขาอีก
ถังฝานหลับตาลงครุ่นคิด ในหัวมีแต่ภาพการต่อสู้กับเหลิ่งอีเจี้ยนทุกกระบวนท่า
การต่อสู้ครั้งนี้ ถังฝานชิงความได้เปรียบมาตั้งแต่ต้น จึงไม่ได้สูญเสียพลังงานไปมากนัก
แต่เหลิ่งอีเจี้ยนนั้นต่างออกไป เขาแทบจะงัดเอาวิทยายุทธ์โบราณขั้นสุดยอดของสำนักปาจี๋ออกมาใช้ทั้งหมด
นั่นทำให้ถังฝานรู้ซึ้งถึงวิทยายุทธ์ของสำนักปาจี๋อย่างทะลุปรุโปร่ง ความมั่นใจเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เขาตั้งตารอที่จะได้ประลองกับอู๋อิงเจี๋ยในครั้งต่อไป
เมื่อเหลิ่งอีเจี้ยนตายไปแล้ว เพื่อรักษาหน้าตา สำนักปาจี๋ย่อมไม่กล้าผิดนัดประลอง จึงมีเพียงอู๋อิงเจี๋ยเท่านั้นที่ต้องออกโรงเอง
หากถังฝานไม่ได้คิดจะกอบโกยเงินจากการประลองครั้งนี้ ป่านนี้เขาคงบุกไปสู้ตายกับอู๋อิงเจี๋ยแล้ว
หากอู๋อิงเจี๋ยพ่ายแพ้ สำนักปาจี๋ก็คงเหลือแต่ชื่อ ทำได้เพียงก้มหัวยอมจำนนต่อสำนักฝานอู่เท่านั้น
สำนักฝานอู่จะผงาดขึ้นมามีชื่อเสียงโด่งดัง และมีที่ยืนในยุทธภพวิถียุทธ์โบราณ ผลประโยชน์ที่จะตามมาหลังจากการต่อสู้ครั้งนี้ จะเป็นสินทรัพย์ที่มองไม่เห็นก้อนโตเลยทีเดียว
แน่นอนว่า ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของอนาคต
ถังฝานสลัดความคิดวุ่นวายทิ้งไป เริ่มตั้งสมาธิฝึกปรืออย่างจริงจัง
อีกด้านหนึ่ง ตงฟางจ้านหลงอารมณ์ดีเป็นพิเศษ พอเข้าประตูมาก็พุ่งเข้ากดฮว๋าหรูเฟิ่งลงบนเตียงทันที
"ตาบ้า คุณไม่เหนื่อยแล้วเหรอ?" ฮว๋าหรูเฟิ่งค้อนขวับ
"ฮี่ฮี่ วันนี้ฉันอารมณ์ดี!" ตงฟางจ้านหลงพูดหน้าเป็น เขามองเรือนร่างอันเย้ายวนของฮว๋าหรูเฟิ่งแล้วก็เกิดอารมณ์ขึ้นมา
ถังฝานเดาไม่ผิด ถึงแม้ฮว๋าหรูเฟิ่งจะมีความต้องการสูงขึ้นเพราะฤทธิ์ยา แต่ตัวตงฟางจ้านหลงเองก็แอบปล่อยตัวปล่อยใจไปกับมันไม่น้อย
ฮว๋าหรูเฟิ่งจับหน้าเขาพลิกไปมา ถามว่า "ทำไมคุณถึงกลับคืนร่างเดิมแล้วล่ะ?"
"ทำไมเหรอ?"
"ฉันจะบอกอะไรให้นะ ฉันน่ะชอบตอนที่คุณเปลี่ยนหน้าเป็นถังฝานมากๆ เลยล่ะ มันแปลกใหม่ เร้าใจสุดๆ!" ฮว๋าหรูเฟิ่งยิ้มร้ายกาจ
"คุณนี่มัน..."
"ฮ่าฮ่า..." ฮว๋าหรูเฟิ่งหัวเราะร่วนจนตัวงอ
"ดีล่ะ นังตัวดี ดูสิว่าฉันจะจัดการคุณยังไง!" ตงฟางจ้านหลงรู้ว่าฮว๋าหรูเฟิ่งกำลังแหย่เขาเล่น ก็ยิ่งตื่นเต้น พลังรบพุ่งปรี๊ด
อย่างไม่รู้ตัว ถังฝานได้กลายเป็นเครื่องเทศเติมสีสันให้ชีวิตรักอันจืดชืดของคู่สามีภรรยาวัยกลางคนคู่นี้ไปเสียแล้ว...
หากถังฝานรู้เรื่องนี้เข้า ไม่รู้ว่าจะปวดหัวขนาดไหน
อู๋อิงเจี๋ยกลับถึงที่พักด้วยความเบิกบานใจ แต่เมื่อรู้ว่าเหลิ่งอีเจี้ยนยังไม่กลับมา เขาก็เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี
จนกระทั่งรุ่งสาง ล่วงเลยไปจนถึงเที่ยง... วันกับคืนผ่านไป เหลิ่งอีเจี้ยนก็หายเข้ากลีบเมฆ ราวกับระเหยไปในอากาศ ไม่มีข่าวคราวใดๆ เลย
อู๋อิงเจี๋ยแทบคลั่ง เขาระดมกำลังคนทั้งหมดที่มีออกตามหา
แต่มันก็เหมือนงมเข็มในมหาสมุทร ไม่เห็นแม้แต่เงา
เหลือเวลาอีกเพียงสองวันก็จะถึงวันประลอง สำนักปาจี๋เหลือเวลาไม่มากแล้ว
ยามดึก อู๋อิงเจี๋ยเรียกประชุมเหล่าผู้อาวุโส เพื่อปรึกษาหารือแผนรับมือ
"ข้าไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด แต่คิดว่าหัวหน้าหอเหลิ่งคงพบกับอันตรายใหญ่หลวง เกรงว่าจะไม่ได้กลับมาแล้ว!" อู๋อิงเจี๋ยกวาดสายตามองไปรอบๆ กำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยคิดว่าเป็นฝีมือของถังฝาน แต่ถังฝานก็ถูกเขาตามพัวพันอยู่ตลอดเวลา เขาจึงปัดความคิดนี้ทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
สิ่งเดียวที่เขาคิดออกคือ ปัญหาต้องอยู่ที่ชายชุดดำคนขายโอสถ กับชายหนุ่มชุดขาวอีกคนแน่นอน
ในขณะที่สั่งคนออกตามหาเหลิ่งอีเจี้ยน เขาก็สั่งให้ตามหาตัวสองคนนั้นด้วย แต่ก็คว้าน้ำเหลวเช่นกัน
"ตอนนี้เราต้องรับมือกับสองเรื่อง เรื่องแรกคือคำชี้แจงต่อบุคคลภายนอก เรื่องที่สองคือการประลองกับถังฝาน การประลองครั้งนี้เราเป็นฝ่ายท้าทาย จะยกเลิกไม่ได้เด็ดขาด" ผู้อาวุโสที่อาวุโสที่สุดคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
อู๋อิงเจี๋ยกล่าว "เรื่องการประลอง ข้าคิดไว้แล้ว สำนักปาจี๋ของเรายอมยืนหยัดตาย ดีกว่าคุกเข่าพ่ายแพ้ ดังนั้น ข้า... จะเป็นคนลงประลองเอง! เพียงแต่เราต้องมีคำชี้แจงที่เหมาะสม"
ผู้อาวุโสอีกคนถามขึ้น "ท่านประมุข ท่านเคยประมือกับถังฝานมาแล้ว คิดว่าฝีมือเขาเป็นอย่างไรบ้าง?"
อู๋อิงเจี๋ยตอบ "ดูเหมือนว่า เขาจะถูกข้าพัวพันโดยไม่ตั้งใจ แต่ในระหว่างนั้น เขาก็ฉวยโอกาสหยั่งเชิงฝีมือข้าไปด้วย จึงไม่ได้ใช้วิชาอาคมของแดนเซียน ความรู้สึกของข้าคือ ต่อให้เขางัดพลังทั้งหมดออกมา ก็ไม่ใช่คู่มือของข้าหรอก!"
ผู้อาวุโสอีกคนกล่าว "การประลองครั้งนี้ ท่านประมุขต้องคว้าชัยมาได้อย่างแน่นอน! ส่วนเรื่องคำชี้แจง ข้าเห็นว่าสู้ปล่อยข่าวออกไปเลยดีกว่า บอกว่าหัวหน้าหอเหลิ่งถูกคนชั่วลอบทำร้ายก่อนวันประลอง ดังนั้น..."
อู๋อิงเจี๋ยตาเป็นประกาย ถ้าทำแบบนี้ ปลายหอกก็จะพุ่งเป้าไปที่ถังฝานเต็มๆ!
วันต่อมา อู๋อิงเจี๋ยกำลังเตรียมจะส่งคนไปกระจายข่าว นึกไม่ถึงว่าลูกน้องจะวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงาน
"ท่านประมุข แย่แล้วครับ ถังฝานนั่น... มันเลวทรามจริงๆ!"
อู๋อิงเจี๋ยขมวดคิ้ว รีบถาม "เกิดอะไรขึ้น?"
ลูกน้องรายงาน "ตอนนี้ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเลยครับ ทุกคนบอกว่าถังฝานเพื่อที่จะแย่งชิงโอสถสถิตมังกรพยัคฆ์ จึงโดนสำนักปาจี๋ลอบทำร้าย และถูกท่านประมุขทำร้ายจนบาดเจ็บที่ตลาดเซียน ส่วนโอสถนั่นก็ถูกหัวหน้าหอเหลิ่งชิงไป ตอนนี้ทั้งคนทั้งโอสถหายสาบสูญไปแล้ว!"
"ไอ้สารเลวเอ๊ย ช่างเจ้าเล่ห์นัก!" อู๋อิงเจี๋ยโกรธจัดจนลุกพรวด เตะโต๊ะตรงหน้าจนแตกกระจาย
"ถังฝาน แกแน่มาก!" อู๋อิงเจี๋ยหน้าซีดเผือด แบบนี้แผนที่พวกเขาปรึกษากันเมื่อคืนก็กลายเป็นเรื่องตลกไปเลยสิ!
การหายตัวไปของเหลิ่งอีเจี้ยนกลายเป็นความจริง ซึ่งดันไปตรงกับข่าวลือพอดี
แถมก่อนหน้านี้ที่ตลาดเซียน ก็มีคนเห็นเขาตามตอแยถังฝานไม่เลิกอยู่ตั้งหลายคน...
เมื่อเป็นเช่นนี้ ไม่ว่าสำนักปาจี๋จะออกมาแก้ตัวยังไง คนนอกก็ไม่มีทางเชื่อพวกเขาอีกแล้ว
"เดี๋ยวก่อน ตามหลักแล้ว ถังฝานไม่น่าจะรู้ข่าวการหายตัวไปของหัวหน้าหอเหลิ่งนี่นา แล้วข่าวลือนี้มันหลุดออกมาได้ยังไง?" หลังจากได้สติ อู๋อิงเจี๋ยก็เริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี
(จบแล้ว)