เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 93 : ศิลปะไม่มีวันล้มเหลว!

บทที่ 93 : ศิลปะไม่มีวันล้มเหลว!

บทที่ 93 : ศิลปะไม่มีวันล้มเหลว!


บทที่ 93 : ศิลปะไม่มีวันล้มเหลว!

“ก่อนที่เรื่องจะยุ่งยากเกินไป ฉันจะเอาจริงแล้วนะ” ซาโซริที่สวมเสื้อคลุมเมฆสีแดง ผมสีแดงปลิวไสวตามสายลม ใบหน้าที่ไม่แสดงความรู้สึกได้มองไปที่กายและคนอื่นๆ

เสียงของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ แต่ใบหน้ากลับเหมือนหุ่นเชิดที่ไร้ซึ่งอารมณ์

เขารู้สึกได้ว่าหลังจากที่กายเปิดประตูด่านที่หกแล้วนั้นจะมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ถ้าเขาไม่ลงมือจริงจัง การต่อสู้คงจะยืดเยื้อ

ซึ่งหากยื้อไปนาน ซาโตรุคงจะปรากฏตัวขึ้นมา

เขาค่อนข้างที่จะระวังเรื่องความแข็งแกร่งของซาโตรุพอสมควร เพราะซาโตรุเคยเอาชนะอิทาจิมาก่อน ทั้งยังจับคิซาเมะได้ตัวเป็นๆ อีกด้วย

“ท่านซาโซริ ไม่ว่าจะมองใบหน้าที่แท้จริงของท่านกี่ครั้ง ก็ยังตลกมากเลยนะ” เดอิดาระมองดูซาโซริด้านล่างด้วยความรู้สึกขบขัน เมื่อเขาเห็นใบหน้าของซาโซริ เขาก็ผงะเล็กน้อย ดวงตาของเขาฉายแววสงสัยขึ้นมา

ใบหน้าที่เขาได้เห็นก่อนหน้านี้เป็นคุณลุงไม่ใช่เหรอ?

ทำไมครั้งนี้ถึงกลายเป็นวัยรุ่นไปได้เล่า?

นี่คือศิลปะแห่งนิรันดร์ที่ว่างั้นเหรอ?

“เดอิดาระ อย่ามายุ่ง” ซาโซริหยิบม้วนหนังสือออกมา และเมื่อควันสีขาวลอยขึ้น หุ่นสองตัวก็ปรากฏขึ้นในอากาศ

"อา?" ใบหน้าของเดอิดาระเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาพูดด้วยความโกรธว่า "ท่านต่างหากที่ควรเลิกยุ่ง เพราะงานศิลปะของผมมันกำลังเริ่มต้นไงล่ะ"

ตอนนี้เขากำลังอารมณ์ดี ทว่าซาโซริกลับออกคำสั่งไล่เขางั้นเหรอ?

ตลกแล้ว

เขาน่ะต้องการแสดงงานศิลปะที่งดงามให้กับคนเหล่านี้ทั้งหมดได้เชยชม

"หุ่นเชิดคือศิลปะแห่งความนิรันดร์ การระเบิดมันก็เป็นแค่การระบายอารมณ์ออกมาเท่านั้น" ซาโซริขยับนิ้วของเขาเล็กน้อย หุ่นสองตัวที่มีรูปร่างเป็นชายและหญิงลอยอยู่บนท้องฟ้าตรงหน้าเขา

หุ่นเชิดทั้งสองตัวนี้คือพ่อและแม่ของซาโซริจากหมู่บ้านซึนะ

“หา? ถึงจะเป็นท่านที่กล่าวเช่นนี้ก็เถอะ แต่ผมจะโกรธแล้วนะ!” หน้าผากของเดอิดาระปรากฏขึ้นพร้อมกับตัวอักษร [底] และมีร่องรอยของความโกรธปรากฏขึ้นในดวงตาของเขา

ต่อหน้าหน่วยสอดแนมและคนอื่นๆ ซาโซริและเดอิดาระกลับเริ่มโต้ตอบกันอย่างดุเดือด

คนหนึ่งคิดว่าความเป็นนิรันดร์ของหุ่นเชิดเป็นศิลปะที่สวยงามที่สุด

อีกคนหนึ่งก็คิดว่าช่วงเวลาแห่งการระเบิดเป็นศิลปะที่น่าตกตะลึงที่สุด

“พวกเขาสองคนนั้น...เกิดอะไรขึ้นกัน? พวกเขาไม่สนใจเราเลยเหรอ?” ฮิวงะ เนจิกุมหน้าท้องที่มีเลือดไหลออกมา หอบหายใจแรงๆและจ้องมองไปที่สมาชิกแสงอุษาทั้งสองที่อยู่ไกลๆ อย่างระมัดระวัง

ทีมหน่วยสอดแนมในตอนเรกเป็นศัตรูกับองค์กรแสงอุษา

แต่ตอนนี้แสงอุษาทั้งสองเริ่มทะเลาะกันงั้นเหรอ?

นี่เป็นโอกาสอันดีของพวกเขาแล้ว!

“ความสามารถของเดอิดาระนั้นแข็งแกร่งมาก ส่วนสมาชิกอีกคนของแสงอุษาก็ดูเหมือนจะเก่งมากในการบังคับหุ่นเชิด” คุเรไนมองดูพวกเขาอย่างระมัดระวัง

“คาคาชิ สมาชิกแสงอุษาที่ควบคุมหุ่นกระบอกนั้นให้กายจัดการ ส่วนเราจะจับเดอิดาระเอง”คุเรไนกล่าว

คาคาชิพยักหน้าเล็กน้อย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “งั้นก็มาเริ่มกันเลย”

เขารู้ว่าซาโซริและเดอิดาระเป็นสองนินจาที่แข็งแกร่งระดับคาเงะ ทว่าดูเหมือนพวกเขาจะไม่มีการทำงานเป็นทีมเลย

นี่เป็นจุดอ่อนที่ดีที่พวกเขาสามารถใช้ประโยชน์ได้

“ทะเลาะกันแรงเลย ทุกคนต่างมีความคิดเป็นของตัวเอง ใครๆ ก็อยากเอาชนะ นี่แหละวัยรุ่นตัวจริง” กาย ยกนิ้วโป้งขึ้น แสดงรอยยิ้มที่สดใส ฟันขาวของเขาเปล่งประกายแวววาวออกมา

“เมื่อมองดูสองคนนั้น ฉันก็นึกถึงสมัยวัยรุ่นตอนที่ฉันกำลังวิ่งเหยาะๆ ท่ามกลางพระอาทิตย์ตกดินกับคาคาชิและซาโตรุเลย” กายคิดเรื่องความหลังของเขาจนมีภาพปรากฏขึ้นในใจของเขา

ซึ่งมันเป็นเรื่องสมมติทั้งหมดเลย

“มาพิสูจน์กันหน่อยว่างานศิลปะของใครจะเจ๋งกว่ากัน” เดอิดาระล้วงเข้าไปในมือที่มีฟันของตน กัดดินเหนียวที่ทำให้เกิดการระเบิดจากฝ่ามือของเขา

คุเรไนและคนอื่นๆ ด้านล่างกำลังกระจายตัวกันออกไป

เขาเริ่มสังเกตเห็นแล้วว่าคาคาชิและคนอื่นๆ กำลังจะแยกออกเป็นสองกลุ่มเพื่อจับตัวเขาและเดอิดาระไว้

“ฝากสัตว์ร้ายสีน้ำเงินไว้ให้ฉันจัดการเอง” ซาโซริขยับนิ้วเล็กน้อย หุ่นทั้งสองก็จับใบมีดและฟันเข้าไปที่กายอย่างรวดเร็ว

ทั้งสองฝ่ายเริ่มต่อสู้กัน

ในเวลาเดียวกันนี้เอง

คาคาชิหายตัวไปทันทีและปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเดอิดาระ

"ตัดสายฟ้า" คาคาชิใช้เนตรวงแหวนจ้องมองเดอิดาระที่อยู่ตรงหน้า และจักระสีฟ้าอ่อนก็โผล่ออกมาจากฝ่ามือของเขา

พลังธาตุได้ไหลเข้ามาในจักระ

นี่คือคาถาแข็งแกร่งที่สุดของเขาในยามนี้ และเขาเองก็เหลือจักระไม่มากนัก ดังนั้นเขาจึงวางแผนที่จะใช้กระบวนท่านี้เพื่อเอาชนะ

ทันใดนั้น

เดอิดาระก็กระโดดไปด้านข้าง หลบการโจมตีของตัดสายฟ้า และเขาก็มองไปที่เนตรวงแหวนของคาคาชิด้วยความโกรธเล็กน้อย

"เร็วมาก" คาคาชิขมวดคิ้วเล็กน้อย

“เนตรวงแหวนงั้นเหรอ?” ใบหน้าของเดอิดาระบิดเบี้ยวและเขาก็กัดฟันแน่น ภาพของอุจิวะ อิทาจิในอดีตได้ปรากฏขึ้นในใจของเขาในเวลาเพียงไม่กี่วินาที

ดวงตาคู่นั้น...ไอ้เนตรวงแหวนบัดซบนั้น!

“แกมาจากตระกูลอุจิวะเหรอ?” เดอิดาระพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง “ดวงตาคู่นี้ ไม่แปลกใจเลยที่แกจะมองผ่านงานศิลปะที่สมบูรณ์แบบของฉันได้”

“แต่ว่าไอ้นัยน์ตาคู่นั้นมันบดบังงานศิลปะของฉัน”

“ฉันทนไม่ไหวแล้ว!”

เดอิดาระเกลียดเนตรวงแหวนมาก เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยพ่ายแพ้ให้กับเนตรวงแหวน

เขาเองถึงขั้นต้องเปลี่ยนตาซ้ายของเขาให้เป็นเครื่องจักรเพื่อต่อสู้กับเนตรวงแหวน จากนั้นเขาก็ฝึกฝนวิธีจัดการกับเนตรวงแหวนเป็นพิเศษ

เขาเกลียดเนตรวงแหวนมากจริงๆ เพราะมันขัดขวางงานศิลปะของเขา

“มาสิ ฉันจะทำให้แกตายด้วยงานศิลปะของฉันเอง!” ปากบนฝ่ามือของเดอิดาระได้เปิดออก แมงมุมดินเหนียวชิ้นใหญ่พุ่งออกมา

เมื่อเขากำลังจะประสานอินนั้นเอง

"พึ่บ" กลีบดอกซากุระสีชมพูอ่อนที่ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า และมังกรดินเหนียวก็กลายเป็นดอกไม้สีชมพูขนาดใหญ่

ทุกคนหายไปในพริบตา มีเพียงเดอิดาระที่แข็งทื่อและยืนอยู่บนยอดดอกไม้ด้วยความงุนงง

"คาถาลวงตา · กลีบดอกไม้หลบหลีก" คุเรไนปรากฏตัวออกมาจากอากาศ ในมือมีดอกไม้ขนาดใหญ่

คาถาลวงตา · กลีบดอกไม้หลบหลีก เป็นคาถาที่แข็งแกร่งที่สุดของเธอในยามนี้แล้ว

"ให้ตายเถอะ! ฉันตกหลุมพลางกลอุบายอ่อนแอแบบนี้อีกแล้ว..." ดวงตากลของเดอิดาระหรี่ลง และมือของเขาก็ค่อยๆ ขยับได้อีกครั้ง

เพื่อที่จะเอาชนะเนตรวงแหวนของอุจิวะอิทาจิ เขาได้ฝึกฝนอย่างหนักเพื่อต่อต้านภาพลวงตา

คุเรไนตะโกนออกมา “คาคาชิ!”

คาคาชิอาศัยช่วงเวลานั้นไว้โดยไม่ลังเล เขากระโจนเข้าหาเดอิดาระโดยใช้ตัดสายฟ้า เป้าหมายคือตรงที่หัวใจ

"ฮึ่ม!" เดอิดาระประสานอินด้วยมือข้างเดียว จักระไหลเข้ามาตามเท้าของเขา เขาวางแผนที่จะระเบิดพาหนะที่อยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขาทิ้งเสีย

มังกรยักษ์ตัวนี้มีพลังระดับ C2 และพลังของมันก็เพียงพอที่จะระเบิดภูเขาหินเล็กๆ หลายลูกได้ในคราวเดียว

แต่ทว่า..มังกรกลับไม่ระเบิด

“เป็นไปได้ยังไง? งานศิลปะของฉันไม่เคยล้มเหลวมาก่อน!” ใบหน้าของเดอิดาระเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็มองเห็นกระแสสีฟ้าอ่อนที่ไหลบนพื้นผิวร่างของมังกรอย่างคลุมเครือ

คาถาสายฟ้าเหรอ?

เพราะคาถาสายฟ้างั้นเหรอ!

จบบทที่ บทที่ 93 : ศิลปะไม่มีวันล้มเหลว!

คัดลอกลิงก์แล้ว