เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 : ตายเพื่ออุดมการณ์งั้นเหรอ?

บทที่ 28 : ตายเพื่ออุดมการณ์งั้นเหรอ?

บทที่ 28 : ตายเพื่ออุดมการณ์งั้นเหรอ?


บทที่ 28 : ตายเพื่ออุดมการณ์งั้นเหรอ?

ทั้งสองฝ่ายที่อยู่ในห้องมนตราผลึกน้ำแข็งกำลังต่อสู้กันอย่างหนักหน่วง แม้ว่าฮาคุจะต่อสู้กับทีมที่เจ็ดได้ แต่เขากลับไม่ได้ต่อสู้กับพวกเขาอย่างเต็มกำลังเลย

ในขณะที่สกัดกั้นทีมที่เจ็ด ฮาคุก็คอยระวังซาโตรุที่อยู่นอกขอบเขตคาถาและในขณะเดียวกัน ก็ยังคงมองหาโอกาสที่จะหลบหนีจากที่นี่ไปพร้อมกับซาบุสะ

ณ ยามนี้ ด้านนอกผลึกน้ำแข็ง

"การฝึกฝนเจ้าพวกเด็กตัวแสบเป็นไปด้วยดี" ซาโตรุหยิบอมยิ้มออกมา แกะออกและโยนมันเข้าไปในปากของเขาแล้วเริ่มดูดมันเบา ๆ เขาใช้ตาทิพย์ของเขาเพื่อดูการต่อสู้ของทีมที่เจ็ด

ด้วยความแข็งแกร่งในปัจจุบันของทีมที่เจ็ด การเอาชนะฮาคุคงเป็นเรื่องยากราวกับตกนรก

แต่ฮาคุคนนี้ทั้งไร้เดียงสาและใจดีมาก ก่อนที่จะฆ่าศัตรู เขาคงจะลังเลอยู่ครู่หนึ่ง

ซาโตรุใช้ประโยชน์จากเรื่องที่ฮาคุไม่สามารถฆ่าคนได้ เพื่อฝึกฝนทีมที่เจ็ด

ไม่มีศัตรูที่เหมาะสมสำหรับการฝึกฝีมือไปมากไปกว่านี้แล้ว

“ซาโตรุ ในเมื่อแกมีพลังมหาศาล ทำไมแกถึงยอมเป็นอาจารย์ทีมเด็กขยะนี้กันล่ะ?” ซาบุสะลุกขึ้นพร้อมกับเลือดสีแดงที่ไหลไปทั่วทั้งร่างกาย กระดูกสองชิ้นในช่องท้องของเขาหัก เขาได้แต่จ้องมองซาโตรุอย่างเย็นชา

มันเป็ฯเรื่องยากที่จะเข้าใจ เพราะซาโตรุมีพลังที่ทรงพลังเช่นนี้ เหตุใดเขาถึงตัดสินใจมาเป็นอาจารย์กัน?

ตัวเขาเองก็กระตือรือร้นที่จะได้รับพลังมาโดยตลอด ต้องการเปลี่ยนแปลงหมู่บ้านคิริงาคุเระที่รู้จักกันในชื่อหมู่บ้านหมอกโลหิต

เขาเกลียดการปกครองแบบเผด็จการของหมู่บ้านคิริงาคุเระ อยากเปลี่ยนแปลงถึงขั้นก่อกบฏครั้งหนึ่ง แต่จบลงด้วยความล้มเหลว

ทว่าหากมีพลังของซาโตรุ...

“เพราะสึนะจังไงล่ะ” ซาโตรุแตะคางแสร้งทำเป็นกำลังคิดอย่างจริงจัง

ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นที่รู้จักในนามนินจาผู้กระหายเลือดและเขาได้สังหารศัตรูนับไม่ถ้วน ตราบใดที่มันเป็นเป้าหมายของภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง คนแก่ หรือเด็ก เขาก็พร้อมทำ

ทุกคนต่างได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันจากเขา

แต่ตอนนี้เขาแค่อยากเป็นคนธรรมดาและใช้ชีวิตแบบธรรมดาๆ

ช่วยโลก?

สร้างปัญหาหรือ?

ไม่ใช่กงการอะไรของฉันสักหน่อย!

“สึนะจัง?” ใบหน้าของซาบุสะพลันเปลี่ยนไป

ใครกัน?

ซาโตรุตอบคำถามของอีกฝ่ายกลับไปอย่างไม่จริงจังนัก

“วางดาบเพื่อผู้หญิงที่ฉันรัก แกคงไม่เข้าใจสินะว่าหมายความของคำนี้คืออะไร?” ซาโตรุมองลงไปที่ซาบุสะเบาๆ มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย

“คงเพราว่าท้ายที่สุดแล้ว แกก็เป็นแค่เครื่องมือที่ถูกเรียกว่านินจา”

"หลังจากที่เทรุมิขึ้นสู่อำนาจ หมู่บ้านคิริงาคุเระก็ถูกแยกออกจากหมู่บ้านหมอกโลหิต"

“ตอนนี้แกอยากเปลี่ยนแปลงอะไรกัน? สุดท้ายที่แกกำลังทำอยู่ก็ไม่ต่างกับจมปลักกับความล้มเหลว” ซาโตรุยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวประชดประชัน

"หุบปากซะ" ซาบุสะที่เงียบมาตลอดได้เผยถึงความโกรธในดวงตาของเขา

เขารู้ว่าหมู่บ้านคิริงาคุเระในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว

หลังจากที่มิซึคาเกะ เทรุมิ เมย รุ่นที่ 5 เข้ารับตำแหน่ง เธอก็เปลี่ยนการปกครองแบบเผด็จการของหมู่บ้านหมอกโลหิตในอดีตมาเป็นหมู่บ้านคิริงาคุเระเช่นยามนี้

ซาโตรุดูดอมยิ้มแล้วพูดต่ออีกว่า “แกคงไม่สามารถลืมมันได้ เพราะมันเป็นเพียงแรงจูงใจเดียวที่เป็นแรงสนับสนุนให้แกมีชีวิตอยู่ตอนนี้สินะ”

“หรือแกเกลียดคิริงาคุเระที่เคยเลี้ยงแกให้เป็นปีศาจและละทิ้งฮาคุไปล่ะ?”

"หากเป็นผู้หญิงที่รักของฉัน...ฉันคงแก้แค้นหมู่บ้านคิริงาคุเระ ถ้าฉันเป็นฮาคุ ฉันคงซึ้งใจจนอยากจะร้องไห้ออกมาเชียวล่ะ"

"หุบปาก หุบปาก!" ใบหน้าของซาบุสะได้บิดเบี้ยวจนน่าเกลียด เขาประสานอิน ทันใดนั้นหมอกบางเบาก็ปรากฏขึ้นมาจากอากาศบางๆ

หมอกสีจางๆ ก่อตัวขึ้น และซาบุสะก็ปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบๆด้านหลังซาโตรุ

ขีดจำกัดสายเลือดงั้นเหรอ??

ไม่ว่ายังไงมันก็ต้องมีจุดอ่อน!

แสงสว่างวูบวาบไปทั่ว คุไนอันแหลมคมได้พุ่งฟันไปที่คอของซาโตรุ

“อย่ารีบร้อนไป เสียพลังงานเปล่าๆ มาคุยกันดีๆ เถอะ” ซาโตรุไม่ขยับและด้วยพลังของตาทิพย์ เขามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าคุไนที่แหลมคมกำลังพุ่งเข้ามาใกล้

*ตู้ม*

คุไนอันแหลมคมหยุดอยู่ตรงหน้าซาโตรุนิ่ง ราวกับถูกกำแพงที่มองไม่เห็นกั้นไว้

“ไม่เคยมีบันทึกในหนังสือว่าจะมีใครมีขีดจำกัดสายเลือดที่ประหลาดขนาดนี้มาก่อน!” ซาบุสะไม่ยอมแพ้แม้แต่ครั้งเดียว เขาประสานอินด้วยมือทั้งสองข้างเพื่อเตรียมที่จะหายไปในหมอกอีกครั้ง

“หายากนะที่จะมีนินจามุ่งมั่นแบบแกได้” ซาโตรุเอามือล้วงกระเป๋า  หันกลับมาและเตะหัวของซาบุสะอย่างแรง

ด้วยการเตะ "ปัง" อย่างแรง กะโหลกของซาบุสะก็ลั่น และร่างกายของเขาก็ถูกเตะออกไปจนหมุนตัวไปในอากาศหลายครั้ง เขากระแทกเสาหินอย่างแรง ร่างของเขาได้จมลงในเสาหินจนแทบจะกลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

“คะ แค่ก แค่ก” ซาบุสะไออย่างรุนแรง และทุกครั้งที่เขาไอ เขาจะพ่นเลือดออกมาจำนวนมาก ตอนนี้จิตสำนึกของเขาเริ่มเบลอ สมองเริ่มไม่รับรู้ ปากของเขาพึมพำอะไรบางอย่าง

ซาโตรุไม่ได้ทำอะไรเลยเลยเมื่อครู่ กล่าวคือขีดจำกัดสายเลือดของเขาสามารถทำงานได้โดยอัตโนมัติงั้นหรือ?

เป็นความสามารถที่อันตรายยิ่ง

ซาโตรุคนนี้…เป็นสัตว์ประหลาดชัดๆ!

ซาโตรุหายตัวและปรากฏตัวต่อหน้าซาบุสะ เขาก้าวขึ้นไปบนความว่างเปล่าและร่างกายของเขาก็กำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า

นี่คือหนึ่งในความสามารถของ [ไสยเวทย์ไร้ขีดจำกัด] ดึงพลังที่ไม่มีขีดจำกัดลงมาสู่ความเป็นจริงเพื่อให้สามารถยืนเหนือท้องฟ้าได้

"แกบินได้เหรอ?!" ซาบุสะตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็มองซาโตรุด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

มีขีดจำกัดสายเลือดที่สามารถทำให้บินอยู่บนท้องฟ้าจริงๆ เหรอเนี่ย?!

หลังจากการต่อสู้กับซาโตรุ ทัศนะและการรับรู้ทั้งสามประการของเขาได้เปลี่ยนไปอย่างสมบูรณ์

ความแข็งแกร่งของซาโตรุนั้นเกินกว่าความเข้าใจของนินจาผู้นี้

“ไม่จำเป็นต้องมองหาจุดอ่อนของฉันหรอก” ซาโตรุหัวเราะเบาๆ "ฉันลืมบอกแกไปว่าฉันน่ะมีระบบป้องกันอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมงเชียวนะ"

พลังของเขา [ไร้ขีดจำกัด] จะถูกเปิดใช้อัตโนมัติเสมอ มันสามารถแยกแยะการใช้ได้อย่างแม่นยำผ่านการตัดสินใจของซาโตรุเอง

ทั้งสิ่งที่เป็นอันตรายและไม่เป็นอันตราย

นี่คือสาเหตุที่ซาโตรุกล้าเรียกตัวเองว่าผู้ไร้เทียมทาน

เพราะนอกเหนือจากพิษและภาพลวงตาแล้ว การโจมตีทั้งหมดล้วนไม่สามารถทำร้ายเขาได้เลยสักนิดเดียว

“น่าแปลก มีความสามารถประหลาดแบบนี้อยู่บนโลกด้วยสินะ” สีหน้าของซาบุสะเปลี่ยนไป

ถ้าเป็นจริงอย่างที่ซาโตรุบอก แสดงว่าคงไม่อาจโจมตีใส่ได้เลย

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ทุกการโจมตีล้วนไร้ความหมาย!

มีแต่เสียแรงเปล่า

“แกชอบฮาคุใช่ไหม?” ซาโตรุถาม

“พูดบ้าอะไรเนี่ย!?” ใบหน้าของซาบุสะเปลี่ยนไป เขาไม่เคยคิดเลยว่าซาโตรุจะพูดเรื่องนี้ยามนี้

“ไม่ต้องอายหรอกไอ้คนซึนเดเระ” ซาโตรุชี้ไปที่หน้าอกของซาบุสะด้วยอมยิ้มแล้วพูดด้วยท่าทีเจ้าเล่ห์ “พูดมาสิ แกชอบเด็กที่ชื่อฮาคุใช่ไหม?”

ซาบุสะไม่ตอบโดยตรง แต่พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มลึกว่า "ในเมื่อฉันพ่ายแพ้แล้ว แกจะฆ่าหรือเชือดก็ได้ตามที่แกต้องการ แต่อย่ามาถามคำถามโง่ๆ แบบนี้!"

“หัวใจของแกเต้นเร็วขึ้นจังเลยนะ” ซาโตรุปิดปากแล้วหัวเราะเยาะ “ฮ่าๆ เห็นได้ชัดว่าแกชอบเขาจะตาย แต่แกกลับไม่กล้าตอบใจจริงออกมา ตลกมากเลยนะ”

“ฉันเคยให้โอกาสแกไปแล้ว ความจริงแกเองก็หนีไปได้ ทำไมไม่หนีไปล่ะ?” ซาโตรุพูดต่อไปเรื่อยๆ

“แกไม่เคยเจอกับความเศร้าโศก แกจะไปเข้าใจความฝันของฉันได้ยังไง!” ซาบุสะพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"ในฐานะนินจา ฉันมีสิ่งที่อยากจะทำให้เป็นจริง ต่อให้ฉันจะตายก็ตาม!"

เป็นครั้งแรกเลยที่เขาได้พบกับศัตรูที่ร้ายกาจเช่นซาโตรุ

หลังจากเอาชนะเขาแล้ว อีกฝ่ายกลับไม่ได้จัดการกับเขาทันที แต่กลับเอาแต่พูดคุยกับเขาด้วยเรื่องไร้สาระมากมาย

คำถามเหล่านี้เหมือนกับเป็นการทรมานเขาชัดๆ

“หยุดเสแสร้งได้แล้ว แกนี่มันซึนเดเระเหลือเกิน นิสัยซึนเดเระแบบนั้นเชยมาก มันล้าหลังไปนานแล้ว” ซาโตรุพูดเบาๆ “แกเองก็เข้าใจดีไม่ใช่เหรอ?”

“แกพูดผิดแล้วล่ะ”

“เป็นเรื่องดีที่แกกับฮาคุจะได้อยู่ด้วยกันอย่างสงบสุข แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชาย แต่เขาก็ยังมีรูหลังให้ใช้นะ” ซาโตรุพูดติดตลก

คำพูดของเขาเต็มไปด้วยการเสียดสี แต่นี่คล้ายกับเป็นคำเตือนครั้งสุดท้าย

"ฉันต้องต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ของฉันเท่านั้น ฉันจะไม่หวั่นไหวกับสิ่งที่แกพูดสักนิดเดียว!" ซาบุสะยังคงแน่วแน่ ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนเขาได้

ต่อให้จะตาย มันก็ไม่สำคัญ

ซาโตรุเฝ้าดูการต่อสู้ในผลึกน้ำแข็งผ่านตาทิพย์

ไอ้เด็กแสบนารูโตะเริ่มใช้จักระเก้าหางด้วยตัวเองเสียแล้ว

แม้ว่าจำนวนมันจะน้อย แต่อย่างน้อยเขาก็เติบโตขึ้นมาก

ตอนนี้ทีมเจ็ดฝึกฝนกันมามากพอแล้ว ก็คงถึงเวลาจัดการกับศัตรูเสียที

เช่นนั้นทางฝั่งเขาก็คงต้องรีบจัดการมันให้เรียบร้อยสินะ

จบบทที่ บทที่ 28 : ตายเพื่ออุดมการณ์งั้นเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว