เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 23 : ความรักคือคำสาปที่บิดเบี้ยวที่สุด

บทที่ 23 : ความรักคือคำสาปที่บิดเบี้ยวที่สุด

บทที่ 23 : ความรักคือคำสาปที่บิดเบี้ยวที่สุด


บทที่ 23 : ความรักคือคำสาปที่บิดเบี้ยวที่สุด

สองวันต่อมา....ในช่วงเช้าตรู่

หมอกขาวปกคุลมเป็นวงกว้างและแสงแดดก็ส่องลอดผ่านลงมาสร้างความอบอุ่น

ที่หน้าเต็นท์ใหญ่

“ศัตรูอยู่ที่ไหนกัน? สองวันที่ผ่านมาไม่เห็นปรากฏมาแม้แต่ครั้งเดียว” ซาโตรุนั่งบนหิน และกำลังแปรงฟันด้วยความเบื่อหน่าย

“เป็นไปได้ไหมว่าพวกมันถูกความแข็งแกร่งของฉันกดดันจนหนีไปแล้ว?” ซาโตรุคิดอย่างจริงจัง

ไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นเวลาสองวัน ถือว่าแปลกจริงๆ

เป็นไปได้ไหมว่าเขาแข็งแกร่งเกินไปทำให้ศัตรูวิ่งหนีหางจุกตูด

ก็เป็นไปได้จริงๆ

เขาไม่ได้หลงตัวเองเลย เพราะมันเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งที่ศัตรูวิ่งหนีเขาไป

“จะว่าไปวันนี้ฉันก็หล่อมากเหมือนเดิมเลยแฮะ”หลังจากแปรงฟัน  ซาโตรุก็มองในกระจก เขาแตะใบหน้าแล้วยิ้มด้วยความพึงพอใจ

“อาจารย์ซาโตรุ” ซากุระเดินไปหาซาโตรุโดยเอามือไพล่หลังและยิ้มออกมา

“หน้าแป้นชื่นบานแต่เช้า ถ่ายหนักมาเหรอ?” ซาโตรุถอนหายใจและมองซากุระที่ยิ้มแป้น

“อาจารย์ซาโตรุ หนูเป็นผู้หญิงนะคะ ช่วยหยุดทำตัวหยาบคายสักหน่อยจะได้ไหม?” ซากุระแอบกำหมัดแน่น มีเส้นเลือดโผล่บนหน้าผากของเธอ

'ช่างเถอะ'

'ฉันจะต้องอดทนไว้'

"ดูสิ" ซากุระหยิบลูกโป่งออกมา จักระสีฟ้าอ่อนโผล่ออกมาจากฝ่ามือของเธอ ลูกโป่งสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จากนั้นบิดเป็นเกลียว

ลูกโป่งเสียงดัง "ปุ้" มันถูกทำให้แตกโดยจักระของซากุระ

แม้แต่ซาโตรุยังต้องประหลาดใจเมื่อเห็นซากุระสามารถใช้จักระเพื่อทำให้ลูกโป่งแตกได้

เด็กเก้าหางก็ยังทำไม่ได้ ส่วนซาซึเกะที่มีเนตรวงแหวนก็ยังทำไม่ได้เช่นกัน ในทางตรงกันข้าม ซากุระที่ดูธรรมดาๆ กลับทำได้ก่อน

ซาโตรุลูบศีรษะซากุระด้วยแววตาชื่นชม ก่อนจะพูดว่า "ทำได้ดีมาก  ฝึกให้หนักแล้วเธออาจจะกอบกู้โลกได้เลย"

ซากุระ เด็กคนนี้ไม่มีจักระมากเท่ากับนารูโตะและซาสึเกะ แต่เธอกลับสามารถควบคุมจักระได้อย่างละเอียด

ถือได้ว่าเป็นพรสวรรค์เช่นกัน

กระสุนวงงจักรเป็นวิธีการโจมตีที่แสนสะดวกมาก

แม้ว่าจักระจะมีปริมาณน้อย แต่ก็สามารถใช้กระสุนวงจักรได้

ทว่าขั้นสุดท้ายของกระสุนวงจักรทั่วไปนั้นเป็นการเปลี่ยนแปลงธาตุและรูปร่าง มันจึงค่อนข้างยากที่จะเรียนรู้

เพราะเช่นนั้นกระมั้ง กระสุนวงจักรจึงเป็นคาถาที่สุดยอดมาก

ซึ่งถ้าต้องการใช้กระสุนวงจักรขั้นสูงกว่านี้ ก็จำเป็นต้องมีจักระจำนวนมาก

"กอบกู้โลกเหรอ?" ซากุระพูดพูด “อาจารย์ซาโตรุ พูดจริงเหรอคะ? งั้นได้โปรดสอนฉันขั้นต่อไปให้ด้วยสิค่ะ”

วิธีการโจมตีในปัจจุบันของเธอมีแต่การขว้างคุไน

ดังนั้นเธอจึงตั้งตารอคอยที่จะเรียนรู้คาถากระสุนวงจักร

“ยัยเด็กใจร้อน ต้องพูดว่า 'อาจารย์ซาโตรุหล่อที่สุด' ก่อนสิ ฉันถึงจะสอนเธอให้” ซาโตรุกล่าวว่า

“อาจารย์ทำไมถึงหลงตัวเองมากขนาดนี้กันคะเนี่ย?” ซากุระพูดออกมาอย่างโกรธๆ

แม้ว่าอาจารย์ซาโตรุจะหล่อจริงๆ แต่ให้พูดออกมาจากปาก มันก็ทำให้เขินอยู่นะ

“ต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นหรือเปล่า? ถ้าอย่างนั้นก็พูดมันออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจด้วย” ซาโตรุยิ้มเล็กน้อย

“อ...อาจารย์ซาโตรุหล่อที่สุด” ซากุระหน้าแดงเล็กน้อย ความเขินอายปรากฏทั่วทั้งใบหน้าเธอ

“อืม พูดได้ดี” ซาโตรุพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

“อาจารย์...” ซากุระพูดอย่างไม่พอใจ “ได้โปรดสอนขั้นที่สองให้ด้วยค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นลองระเบิดมันด้วยจักระดู” ซาโตรุหยิบลูกโป่งน้ำขนาดเท่าฝ่ามือออกมาแล้วโยนให้ซากุระ

ซากุระจับมันด้วยความสงสัยและพยายามทำให้แตกด้วยจักระ แต่ลูกโป่งน้ำกลับไม่ขยับ

“หมุนพลังลงไปก่อน หลังจากบีบอัดจักระแล้ว ควบคุมจักระให้หมุนโดยเร็ว” ซาโตรุกล่าว

"ยากมาก" ซากุระกัดฟัน ใบหน้าอันน่ารักของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงเนื่องจากใช้แรงมากเกินไป แม้ว่าเธอจะพยายามอย่างเต็มที่ ลูกโป่งน้ำก็แค่สั่นเท่านั้น

เป็นเรื่องยากมากที่จะปล่อยจักระออกไป เพราะจักระที่ปล่อยออกมาจะถูกควบคุมและหมุนจนกว่าลูกโป่งน้ำจะแตก

มันยากสุดๆ!

ซากุระคิดกับตัวเอง

มันเป็นคาถาของนินจาระดับ A อย่างแท้จริง การเรียนรู้มันยากเป็นอย่างยิ่ง

“ค่อยๆ ทำไปอย่างช้าๆ อย่าลืมบอกเจ้าเด็กเหลือขอสองคนนั้นถึงขั้นนี้ด้วยล่ะ” ซาโตรุตบไหล่ซากุระแล้วเดินไปทางแม่น้ำในระยะไกล

เวลาผ่านไป

ทุกคนในทีมที่เจ็ดต่างมุ่งความสนใจไปที่การฝึกฝน ซากุระฝึกขั้นที่ 2 ส่วนนารูโตะและซาสึเกะยังอยู่ในขั้นแรกอยู่เลย

ทั้งสองรู้สึกว่าพวกเขาถูกซากุระแซงหน้าอีกแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงกัดฟันและฝึกให้หนักขึ้น

“เร็วเข้า รีบพึ่งตัวเองได้แล้วเจ้าพวกเด็กน้อย” ซาโตรุนอนอยู่บนพื้นหญ้าริมแม่น้ำ ชำเลืองมองทีมที่เจ็ดที่อยู่ไกลๆ จากนั้นก็ถอนหายใจแล้วกลับไปนอนต่อ

หลังจากนั้นไม่กี่นาที.....

ชายหนุ่มรูปงามคนหนึ่งได้เดินไปหาซาโตรุ เขามีผมสีดำ มีกระดิ่งคล้องคอและชุดกิโมโนสีชมพูอ่อนของผู้หญิง

ผอมบาง

แต่เป็นผู้ชาย

ผิวขาวมาก

แต่เป็นผู้ชาย

ทั้งน่ารักและอ่อนโยน

แต่เป็นผู้ชาย

โธ่ พระเจ้า

ฮาคุนั่งยองๆ ลงบนพื้นหญ้า เขามองดูใบหน้าหล่อเหลาของซาโตรุอย่างใจเย็น

นี่น่ะเหรอนินจากระหายเลือด ซาโตรุ

ฮาคุนึกถึงตอนที่เขาได้ปะทะกับซาโตรุ ใบหน้างดงามของเขาแดงขึ้นเล็กน้อย ร่องรอยของความอับอายและความโกรธยังปรากฏในดวงตาของเขา

เขายังคงจำจิ้มทะลวงข้ามสหัสวรรษได้ดี!

ฮาคุค่อยๆ ยกมือขึ้นและแตะที่คอของซาโตรุ

คุณซาบุสะคงจะต้องดีใจมากถ้าเขากำจัดซาโตรุได้

ฮาคุกัดริมฝีปาก แต่เขาก็ยอมแพ้และหยิบเสื้อคลุมกิโมโนมาคลุมตัวซาโตรุเบาๆ

“เป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด ไม่งั้นแกได้ตายแน่” ซาโตรุคิดพลางมองฮาคุผ่านแว่นกันแดดสีดำ

“ผมกำลังเก็บสมุนไพรอยู่บนภูเขาลูกนี้ แต่เห็นคุณกำลังนอนริมแม่น้ำเลยแวะมาดู” ฮาคุยิ้มออกมาอย่างน่ารัก จากนั้นเขาก็เขย่าตะกร้าในมือ

“ระวังจะเป็นหวัดเอานะครับ”

ฮาคุกำลังรวบรวมสมุนไพรจริงๆ และการได้พบกับซาโตรุถือเป็นความบังเอิญมาก

"คาถาน้ำแข็งนั้นเป็นขีดกำจัดสายเลือดที่หาได้ยากมากเลยนะ" ซาโตรุหยิบอมยิ้มออกมา แกะมันแล้วโยนมันเข้าไปในปากของเขา

ฮาคุผงะเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ตื่นตระหนก จากนั้นเขาก็ได้ถามด้วยรอยยิ้มบางเบา “รู้ได้อย่างไรว่าเป็นผม?”

"ก้นไง" ซาโตรุชี้ไปที่ก้นของฮาคุพร้อมกับอมยิ้มในปาก

"หยาบคายที่สุด!" ฮาคุหน้าแดงเล็กน้อย พอนึกถึงจิ้มทะลวงข้ามสหัสวรรษ เขาก็จับก้นตัวเองไว้โดยไม่รู้ตัวและจ้องมองไปที่ซาโตรุด้วยความโกรธ

“ไม่ต้องอายหรอก ฉันไม่สนใจผู้ชาย” ซาโตรุเคี้ยวอมยิ้มแล้วพูดเสียงเบา “ฉันปล่อยเธอไปก่อนได้ แต่เธอต้องไปฝึกให้กับนักเรียนของฉันก่อน”

แม้ว่าหนุ่มตัวน้อยคนนี้จะมีคาถาน้ำแข็งที่หายาก แต่จักระของเขาอ่อนแอมาก

ซาโตรุสามารถจัดการกับฮาคุได้อย่างง่ายดาย แต่ความแข็งแกร่งของฮาคุนั้นเหมาะสมยิ่งในการเอาไปฝึกฝนให้เจ้าเด็กตัวเหม็นในทีมที่เจ็ด

คงช่วยพัฒนาความแข็งแกร่งของทีมเจ็ดได้พอสมควร

ฮาคุประสานมือเล็กๆ ของเขาเข้าด้วยกัน เอียงศีรษะแล้วยิ้มเบาๆ “ได้อยู่แล้ว”

"ถ้าอย่างนั้นก็ฆ่าพวกเขาได้เลย" ซาโตรุกล่าว

"ฆ่าพวกเขาเหรอ?" ปากของฮาคุกระตุกเล็กน้อย

ให้เขาฆ่ากลุ่มเกะนินที่ตัวเองคุมอยู่ ซาโตรุเป็นอาจารย์ของพวกเขาจริงๆ เหรอ?

"ฆ่าพวกเขา" ซาโตรุพูดทวนซ้ำ

เด็กที่มีเนตรวงแหวนต้องใช้อารมณ์ที่รุนแรงในการเติบโต

ซึ่งด้วยการกระทำเช่นนี้ ทั้งนารูโตะและซากุระก็จะเติบโตด้วยเช่นเดียวกัน

การเป็นครูมันยากลำบากมาก แต่เขาต้องการให้พวกเขาเติบโตขึ้นมาด้วยการพึ่งพาตนเองได้โดยเร็วที่สุด

“แล้วอย่ามาโทษผมและเสียใจทีหลังแล้วกัน” ฮาคุกล่าว

“เดี๋ยวพวกเขาก็ต้องมาขอบคุณฉันต่างหาก” ซาโตรุโบกมือไปมา

“ผมขอชื่นชมคุณจริงๆ ที่ใจเย็นได้มากขนาดนี้ ถึงกับสามารถพูดคุยและหัวเราะกับศัตรูของตัวเองได้เชียวนะ” ฮาคุยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน

“ก็ไม่เห็นมีอะไรนิ เธออ่อนแอจะตายไป” ซาโตรุพูดอย่างสบายๆ เขาไม่ได้กลัวอะไรฮาคุเลยจริงๆ

“คุณมีคนสำคัญหรือเปล่า? คนที่ยอมให้ทุกอย่าง คนที่คุณอยากปกป้องมากที่สุด” ฮาคุทัดผมไปข้างหลังหู ความทรงจำเมื่อพบกันครั้งแรกกับซาบุสะได้ปรากฏขึ้นในใจของเขา

ในสายตาของเขานั้น ซาบุสะมีความสำคัญมากกว่าชีวิตของเขาเสียอีก

เพื่อปกป้องเขาคนสำคัญคนนั้น เขาจึงเต็มใจที่จะเป็นเครื่องมือโดยไม่ต้องคิดไตร่ตรอง ตราบใดที่เขาสามารถอยู่เคียงข้างซาบุสะได้นั้น ทุกอย่างก็คุ้มค่าที่จะแลกแล้ว

ฮาคุยิ้มแล้วกล่าวว่า "ผมน่ะมีคนที่สำคัญมาก สำหรับเขาแล้ว ผมยินดีจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้"

“แต่มันอาจจะทำให้เธอตายได้เลยนะ” ซาโตรุกล่าว

“เมื่อผู้คนมีสิ่งที่ต้องปกป้อง พวกเขาจะแข็งแกร่งมากขึ้น” ฮาคุยิ้มออกมาด้วยความสุข "ในวันที่หิมะตก เขากลายเป็นที่พึ่งที่เดียวของผม"

“ถึงเขาจะทำเหมือนผมเป็นเครื่องมือของเขา แต่ผมมีความสุขมาก แม้ว่าผมจะตายก็ไม่เป็นไรเลย”

ในยามนั้น ฮาคุถูกพ่อแม่และทุกคนมองว่าเป็นสัตว์ประหลาด หลายๆ คนอยากจะเผาเขาให้ตาย

ในยามนั้นซาบุสะกลับปรากฏตัวขึ้น ในยามที่เขาอับจนหนทางและไม่รู้เดินต้องไปทางไหน ซาบุสะได้บอกว่าเขามีค่า

เขาเข้าใจว่าซาบุสะกำลังหลอกใช้เขา แม้ว่าเขาจะถูกใช้เป็นเครื่องมือที่ใช้แล้วทิ้งก็ไม่เป็นไร ขอแค่เพียงซาบุสะเป็นแสงสว่างให้แก่เขาเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว

“ความรักคือคำสาปที่บิดเบี้ยวที่สุด เธอจบสิ้นแล้วล่ะ” ซาโตรุกัดอมยิ้ม มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย และรอยยิ้มของเขาก็เต็มไปด้วยความรู้สึกเศร้าใจแทน

เมื่อเต็มใจสละชีวิตเพื่อผู้อื่น แสดงว่าคนคนนั้นไม่มีหวังอะไรในชีวิตแล้ว

มนุษย์ล้วนต่างมีจุดมุ่งหมายการมีชีวิตรอดเป็นสิ่งพื้นฐานที่สุด

ฮาคุผู้นี้เต็มใจที่จะเป็นเครื่องมือและยอมสละชีวิตเพื่อคนที่เขารัก

นี่เป็นคำสาปที่บิดเบี้ยวที่สุดแล้ว

จบบทที่ บทที่ 23 : ความรักคือคำสาปที่บิดเบี้ยวที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว