เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 : ซาสึเกะ เด็กหนุ่มที่แกล้งทำเป็นเย่อหยิ่ง

บทที่ 14 : ซาสึเกะ เด็กหนุ่มที่แกล้งทำเป็นเย่อหยิ่ง

บทที่ 14 : ซาสึเกะ เด็กหนุ่มที่แกล้งทำเป็นเย่อหยิ่ง


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

บทที่ 14 : ซาสึเกะ เด็กหนุ่มที่แกล้งทำเป็นเย่อหยิ่ง

เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ และตอนนี้ก็ผ่านไปสองชั่วโมงแล้ว

ทั้งสามในทีมที่เจ็ดกำลังฝึกควบคุมจักระที่หน้าต้นไม้ใหญ่

นารูโตะและซาสึเกะทั้งคู่ต่างมีความรู้สึกอยากเอาชนะ ไม่อยากจะแพ้อีกฝ่ายกัน

ถ้านายเดินสี่ก้าว ฉันก็ต้องเดินได้ห้าก้าว ทั้งคู่กัดฟันและจ้องตาสู้อย่างไม่ลดละ พวกเขาทั้งสองพยายามเดินขึ้นไปบนต้นไม้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

“พยายามเข้านะ นารูโตะ ซาสึเกะคุง” ซากุระที่นั่งอยู่บนยอดต้นไม้ได้ยิ้มออกมาเล็กน้อย เธอมองดูซาสึเกะและนารูโตะที่อยู่ด้านล่าง

ในเวลาเพียงสองชั่วโมง เธอก็สามารถปีนขึ้นไปบนยอดต้นไม้ได้สำเร็จ

นารูโตะอยู่ในสภาพเสื้อผ้าที่ขาดรุ่งริ่ง มีโคลนติดอยู่ตามผิวหนัง  เขาหอบหายใจแฮ่กๆ และนั่งลงบนพื้น เงยหน้ามองซากุระด้านบนแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "ซากุระจัง สุดยอดมาก"

ในตอนนี้เขาสามารถขึ้นไปได้เพียงสองในเจ็ดส่วนของต้นไม้ใหญ่เท่านั้น

ทางด้านซาสึเกะก็คือสามในเจ็ด

“แน่นอน ขนาดอาจารย์ซาโตรุยังชมว่าฉันมีความสามารถเลย” ซากุระเงยหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

นารูโตะเกาแก้มแล้วพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “ซากุระจัง ช่วยบอกเคล็ดลับให้ฉันหน่อยได้ไหม?”

หูของซาสึเกะขยับเล็กน้อย เขาจับคุไนไว้ในมือแน่นและจ้องมองไปที่ต้นไม้ใหญ่ตรงหน้า แสร้งทำเป็นไม่สนใจ แต่แอบฟังการพูดคุยระหว่างนารูโตะกับซากุระ

“ไม่มีปัญหา ฉันจะบอกเคล็ดลับให้” ซากุระกระโดดลงมาจากยอดต้นไม้ ร่อนลงบนพื้นหญ้าอย่างนุ่มนวลและมองดูซาสึเกะที่เขินอายเล็กน้อย เธอได้แต่คิดในใจขึ้นมา

'ถึงจะเขินอยู่ แต่ซาสึเกะคุงก็หล่อมากเกินไปแล้ว'

นารูโตะรู้ว่าซาสึเกะกำลังแอบฟังอยู่ เขาจึงยิ้มออกมาอย่างรู้ทันแล้วพูดว่า "เฮ้ ซาสึเกะ นายเรียกตัวเองว่าอัจฉริยะมาโดยตลอด แล้วอัจฉริยะอย่างนายก็อยากรู้เคล็ดลับที่ว่านี้ด้วยเหรอ?"

หลังจากถูกจับได้ว่ากำลังแอบฟัง ซาสึเกะก็หน้าแดงเล็กน้อยแล้วเดินไปที่ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติที่อยู่ห่างไกลออกไปพร้อมล้วงมือในกระเป๋า

“อย่าคิดไปเองสิเจ้าบ๊อง ฉันรู้เคล็ดลับที่ว่านี้มานานแล้ว”

นารูโตะ เจ้าบื้อเอ๊ย!

เขาเองก็อยากเคล็ดลับของซากุระจริงๆ ให้ตายเถอะ แต่พอนารูโตะพูดแบบนั้น เขาก็ไม่มีหน้าจะฟังต่อ

นารูโตะมองดูซาสึเกะที่กำลังเดินจากไปแล้วพูดว่า "จุ๊ๆ อวดดีเหลือเกิน"

“ซาสึเกะคุง….” ซากุระผงะและมองตามหลังของเขาไป เธอเองก็พอรู้ว่าซาสึเกะยังไม่เข้าใจมัน

ถ้าเขารู้เคล็ดลับการปีน ด้วยบุคลิกของซาสึเกะ เขาคงจะปีนขึ้นไปบนต้นไม้เพื่อเยาะเย้ยนารูโตะอย่างแน่นอน

“ซากุระจัง ปล่อยเขาไว้คนเดียวเถอะ และบอกเคล็ดลับมาให้ฉันหน่อยนะ” นารูโตะพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

“เคล็ดลับก็คือ...” ซากุระอธิบายเทคนิคการควบคุมจักระ

หลังจากฟังแล้ว นารูโตะก็บีบคางของเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแล้วพูดว่า "ฉันเข้าใจแล้ว!"

แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเข้าใจทั้งหมด แต่อย่างน้อยเขาก็สามารถจำสิ่งที่ซากุระพูดได้

นารูโตะยกนิ้วโป้งขึ้นแล้วพูดออกมาด้วยรอยยิ้มสดใสว่า "ซากุระจัง เธอเป็นอัจฉริยะจริงๆ ที่ค้นพบเคล็ดลับง่ายๆ แบบนี้ ขนาดฉันที่ฟังยังเข้าใจได้เลย"

ซากุระเกาแก้มแล้วพูดอย่างเคอะเขิน “จริงๆ แล้วฉันแอบปรึกษาอาจารย์ซาโตรุมาก่อน”

เธอเป็นคนแรกในทีมที่ไม่ได้อายที่จะเข้าไปขอเคล็ดลับ เธอถึงขั้นโค้งคำนับเพื่อขอเคล็ดลับวิธีการใช้จักระจากซาโตรุเลย

ส่วนนารูโตะและซาสึเกะต่างก็มีทิฐิและไม่ยอมแพ้ใคร

“เอาล่ะ มาดูกันเถอะ ฉันจะปีนขึ้นไปบนยอดต้นไม้นำหน้าซาสึเกะไปหนึ่งก้าวเอง!” นารูโตะกำหมัดแน่นแล้วมองดูต้นไม้ด้วยรอยยิ้มอันแสนมั่นใจ

“สู้เข้านะนารูโตะ เดี๋ยวฉันจะไปถามอาจารย์ซาโตรุต่อว่ามันต้องใช้นิ้วเดียวเกาะต้นไม้ยังไง” เมื่อเห็นถึงความมุ่งมั่นที่แน่วแน่ของนารูโตะ ซากุระก็เริ่มคิดว่านี้เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกว่านารูโตะไม่ได้เป็นคนน่ารำคาญขนาดนั้น

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป....

หลังจากที่นารูโตะรู้เคล็ดลับแล้ว เขาก็ก้าวไปบนต้นไม้ใหญ่ด้วยความมั่นคง ตำแหน่งที่เขาสามารถปีนขึ้นไปได้นั้นสูงกว่าตำแหน่งที่ซาสึเกะขึ้นไปได้หลายก้าว

“ไอ้บ๊องนั้นขึ้นไปสูงกว่าฉันได้ไง?” ซาสึเกะล้มลงกับพื้น จับคุไนไว้แน่นพลางจ้องมองไปที่ลำต้นของต้นไม้ด้วยสีหน้าอันเต็มไปด้วยความโกรธ

นารูโตะที่เป็นแค่คนโง่กลับสามารถเดินได้ไกลมากกว่าตัวเขาถึงห้าก้าว!

คำถามก็คือ มันเป็นเพราะเคล็ดลับที่ว่าของซากุระงั้นเหรอ?

ซาสึเกะเหลือบมองไปบนยอดต้นไม้ใหญ่ที่ซากุระได้ฝึกใช้นิ้วเดียวยึดลำต้นไว้สำเร็จแล้ว

จะให้ไปขอเคล็ดลับเหรอ?

ตลกแล้ว!

ซาสึเกะยอมตายดีกว่าไปขอเคล็ดลับจากซากุระ

"น่าเบื่อเหลือเกิน"

ซาโตรุเอนกายลงบนม้านั่ง พออ่านจบก็ปิดหนังสือลงและถอนหายใจอย่างเกียจคร้าน เขามองไปยังจุดที่ใช้ในการฝึกของทีมที่เจ็ดด้วยตาทิพย์ของเขา

ซากุระมีจักระน้อย แต่เธอสามารถควบคุมจักระได้ดี

ส่วนเด็กจิ้งจอกนารูโตะและซาสึเกะต่างก็มีจักระมากมาย

โดยเฉพาะนารูโตะ ปริมาณจักระของเขานั้นเยอะจนน่าเหลือเชื่อ

ยิ่งจักระมากเท่าไร มันก็ยิ่งควบคุมได้ยากขึ้นเท่านั้น ซึ่งด้วยการรบกวนของจักระเก้าหาง ต่อให้นารูโตะจะฝึกหนักกว่าคนอื่นๆ เขาก็ยังอยู่ในตำแหน่งรั้งท้ายในโรงเรียนเสมอ

แต่หลังจากที่ซาโตรุได้ผนึกจักระเก้าหางอย่างสมบูรณ์ในครั้งที่แล้ว มันก็ทำให้ตอนนี้นารูโตะสามารถควบคุมจักระได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

เรื่องจักระเก้าหางไว้ค่อยพูดถึงทีหลัง สำหรับตอนนี้ให้เจ้าเด็กตัวเหม็นพวกนี้วางรากฐานในการควบคุมจักระก่อน เพื่อที่จะได้ฝึกบทเรียนอื่นกันต่อในอนาคต

“มาทำสุกี้ยากี้กันเถอะ” ซาโตรุประสานมือของเขาเข้าด้วยกัน หายไปภายในเสี้ยววิ และปรากฏขึ้นอีกครั้งหลังจากนั้นสามวินาที

บนพื้นของสวนสาธารณะ มีโต๊ะยาวที่มีเนื้อวัวคุณภาพสูงจำนวนมากและหม้อสุกี้ยากี้ที่กำลังเดือดปุดๆ

โฮคาเงะรุ่นที่ 3 กำลังจะกินมัน แต่ซาโตรุก็เอาไปเสียแล้ว

“ตาแก่โฮคาเงะรุ่นที่ 3 นี้ฟุ่มเฟือยจริงๆ ถึงขั้นกินเนื้อวัวคุณภาพดีทุกวัน” ซาโตรุต้มเนื้อวัวและโรยน้ำตาลลงในหม้อ

ช่วงนี้เขาเบื่อมาก ปกติเวลาประมาณนี้เขาจะไปเที่ยวเล่นกับพี่สาวรุ่นใหญ่

แต่ตอนนี้เขาถังแตกเสียแล้ว!

แม้ว่าพี่สาวรุ่นใหญ่พวกนั้นจะว่าฟรีเพราะความหล่อของเขา แต่ซาโตรุก็เกลียดผู้หญิงที่รุกหนักเกิน

นารูโตะสูดจมูกแล้วมองไปไกลๆ

สิ่งที่ดึงดูดสายตาเขาตอนนี้ก็คือซาโตรุที่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นและกินสุกี้ยากี้อย่างสบายใจเฉิบ

นารูโตะเริ่มกระวนกระวายในใจ เขาชี้ไปที่ซาโตรุแล้วพูดด้วยความโกรธว่า "มานั่งสุกี้ยากี้เลยเหรออาจารย์ซาโตรุ? อาจารย์ตะกละนี้! ผมฝึกซ้อมอย่างหนักแทบตาย แต่อาจารย์กลับกินเนื้อวัวสบายใจเฉิบเนี่ยนะ มีอาจารย์แบบนี้ที่ไหนอีกกัน?"

"โจนินรวยมากเลยสินะ ถึงสามารถกินเนื้อวัวพรีเมี่ยมแบบนี้ได้ทุกวันเลย" ซากุระกุมท้องด้วยความหิวโหย เธอเองก็หิวแล้วหลังจากฝึกฝนมาทั้งวัน

*โครก คราก*

ท้องของเธอได้มีเสียงดังออกมา ซากุระหน้าแดงก่ำ เธอได้แต่กัดฟันและฝึกฝนต่อไป

รอก่อนเถอะ!

ซาโตรุ ไอ้อาจารย์บ้านี้ที่กล้าพูดว่าฉันอ้วนขึ้น

วันนี้ฉันหิวจัด เดี๋ยวจะกินให้หมดเลย!

"ผมก็อยากกินเหมือนกันนะ" นารูโตะวิ่งไปหาซาโตรุอย่างรวดเร็ว และนั่งขัดสมาธิบนพื้นพร้อมกับหยิบชามและตะเกียบ ขณะที่เขากำลังจะหยิบเนื้อขึ้นมานั้น...

“กินอาหารหรูๆ ทุกวันเดี๋ยวก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่นิสัยเสียได้ในอนาคต หลังจากเธอฝึกเสร็จ ไว้อาจารย์จะเลี้ยงราเม็งให้แล้วกัน” ซาโตรุคว้าศีรษะของนารูโตะแล้วโยนเขานั้นไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างไกลออกไป

นารูโตะลุกขึ้น ปัดสิ่งสกปรกบนใบหน้าและลำตัว ชี้ไปที่ซาโตรุแล้วพูดออกมาด้วยความโมโห “อาจารย์ตะกละ นั่นแค่อยากกินคนเดียวใช่ไหม?!”

นารูโตะยังคงฝึกฝนต่อ แต่ฝึกด้วยอารมณ์โมโห

ซาสึเกะเดินไปหาซาโตรุแล้วพูดด้วยน้ำเสียงแข็งๆ  “อาจารย์ซาโตรุ”

"มีอะไรเหรอ?" ซาโตรุแสร้งถาม แต่เขารู้จุดประสงค์ของซาสึเกะอยู่แล้ว

ในที่สุดซาสึเกะ เจ้าเด็กเหย่อหยิ่งคนนี้ก็ไม่สามารถนิ่งเฉยได้อีกต่อไป

ดวงตาของซาสึเกะเต็มไปด้วยความเขินอาย เขาหันหน้าออกไปข้างหนึ่ง ใบหน้าของเขาแดงขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็พูดออกอย่างเย็นชา “ค…เคล็ดลับที่อาจารย์สอนซากุระ”

หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เขาอาจจะตามหลังนารูโตะและซากุระ

แต่ซาสึเกะไม่สามารถเข้าไปถามนารูโตะกับซากุระได้ เพราะมันดูเสียหน้า เขาก็เลยตัดสินใจมาถามซาโตรุ

“ตราบใดที่เธอแข็งแกร่งขึ้น เธอก็พร้อมจะยอมทำทุกอย่างเลยสินะ?” ซาโตรุวางตะเกียบลงแล้วมองซาสึเกะอย่างไม่แยแส

“อะไรก็ตามที่ทำให้ผมแข็งแกร่งขึ้นได้ ต่อให้ตายก็ไม่เป็นไร ผมจะต้องฆ่าชายคนนั้นด้วยมือของผมเอง!” ซาสึเกะกำหมัดแน่น แววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังพวยพุ่งออกมา

"ชัดเจนดี" ซาโตรุตบไหล่ซาสึเกะแล้วพูดว่า "ตะโกนด้วยเสียงที่ดังที่สุดของเธอเลยว่าอาจารย์ซาโตรุคือผู้ชายที่หล่อที่สุด แล้วฉันจะบอกเคล็ดลับให้"

“เหอะ หยุดล้อกันเล่นได้แล้วนะ!” ซาสึเกะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

ให้ตะโกนสุดเสียงว่าอาจารย์ซาโตรุคือผู้ชายที่หล่อที่สุดเหรอ?

หลงตัวเองหรือไงกัน!

ซาโตรุหัวเราะเบาๆ “อย่าอายไปน่า แค่ตะโกนออกไปก็พอแล้ว เธอไม่อยากจะแข็งแกร่งขึ้นเหรอ?”

ซาสึเกะมองนารูโตะที่อยู่ไกลๆ และเห็นว่านารูโตะเกือบจะปีนขึ้นไปบนยอดต้นไม้แล้ว เขากัดริมฝีปากแรงๆ

“อา…อาจารย์ซาโตรุคือผู้ชายที่หล่อที่สุด!” ซาสึเกะกระซิบ

"เสียงเบาเกินไป"

“ให้ตายเถอะ อาจารย์ซาโตรุ จำไว้เลย” ซาสึเกะกัดฟันแน่นและจ้องไปที่ซาโตรุพร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดัง

“อาจารย์ซาโตรุเป็นผู้ชายที่หล่อที่สุด!”

เสียงดังก้องไปทั่วสวนสาธารณะ ซากุระและนารูโตะมองซาสึเกะด้วยสีหน้าแปลกๆ

“หน้านายนี่มันตลกจริงๆ” ซาโตรุถ่ายรูปด้วยกล้องเก็บไว้

หน้าอันแดงก่ำของซาสึเกะยังไม่หายไป แต่เขาก็ได้ถามออกมาอย่างเย็นชาต่อ "สรุปแล้วเคล็ดลับที่ว่าคืออะไร?"

“เธอใช้จักระมากเกินไป ต้องกระจายจักระอย่างสมดุล” ซาโตรุชี้ไปที่ท้องของซาสึเกะด้วยตะเกียบแล้วพูดออกมา "ตอนใช้คาถาไฟก็เหมือนกัน"

"เมื่อเธอเรียนรู้ที่จะกระจายจักระแล้ว เธอจะสามารถใช้มือร่ายคาถาง่ายขึ้นมาก"

"ขอบคุณครับ ถ้าแบบนั้นคงทำให้ง่ายมากขึ้นจริง" ซาสึเกะเอามือล้วงกระเป๋า เขาหันหลังแล้วเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่อยู่ห่างไกลออกไป

คนทั้งสามในหน่วยที่เจ็ดยังคงฝึกซ้อมต่อไป ส่วนซาโตรุก็จากไปหลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จ

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ บทที่ 14 : ซาสึเกะ เด็กหนุ่มที่แกล้งทำเป็นเย่อหยิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว