เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 : ของขวัญจากคาคาชิ

บทที่ 5 : ของขวัญจากคาคาชิ

บทที่ 5 : ของขวัญจากคาคาชิ


บทที่ 5 : ของขวัญจากคาคาชิ

“สถานที่ซ่อนได้เปลี่ยนไปแล้ว ถือเป็นการตัดสินที่ชาญฉลาดจริงๆ” ซาโตรุนั่งบนก้อนหินแล้วมองดูนารูโตะและคนอื่นๆ ที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วด้วยตาทิพย์

หลังจากการเผชิญหน้าแบบตัวต่อตัว พวกเขาก็รู้ถึงความต่างของความแข็งแกร่ง จากนั้นจึงพากันแยกย้ายหาที่ซ่อนตัว เพื่อมุ่งความสนใจไปที่การลอบโจมตีและคิดแผนอื่นในการต่อสู้

เป็นความคิดที่ดีมาก

การทำแบบนี้เรียกได้ว่าเหนือกว่าเกะนินเริ่มต้นพอสมควร

น่าจะเป็นการตัดสินใจของซาสึเกะใช่ไหมนะ?

“ทีมเจ็ดก่อตั้งขึ้นมาด้วยการมีแกนหลักเป็นความรักและการแข่งขัน เราสามารถส่งเสริมการเติบโตของเจ้าเด็กพวกนี้ได้อย่างเต็มที่แน่” ซาโตรุหยิบอมยิ้มออกมาและแกะมัน พร้อมกับยัดใส่เข้าไปในปากของเขา

นารูโตะชอบซากุระ และซากุระก็ชอบซาสึเกะ

นารูโตะอยากได้ความรักจากซากุระ และซากุระก็ต้องการความรักจากซาสึเกะ

หลังจากที่นารูโตะแข็งแกร่งขึ้น ซาสึเกะก็จะรู้สึกได้ ซาสึเกะจึงยิ่งจะพยายามเต็มที่เพื่อให้แข็งแกร่งขึ้นมากกว่า

นี่คือแก่นแท้ของทีมที่เจ็ด

“น่าเสียดายที่ทั้งสามไม่มีการทำงานร่วมกันเป็นทีมเลย ทุกคนต่างก็แค่อยากอวดฝีมือตนเอง” ซาโตรุยืดเอวแล้วนอนบนก้อนหินด้วยใบหน้าเบื่อหน่าย

เนื้อหาของการประเมินที่เขาให้เด็กพวกนี้ทำคือทำให้เขาก้าวไปหนึ่งก้าว

อาจฟังดูเหมือนง่าย แต่จริงๆ แล้วเป็นเรื่องยากมาก

เนื่องจากเขามีความสามารถ [คุณไสยไร้ขีดจำกัดล่าง] อยู่ ต้องบอกว่าในโลกนินจาทั้งหมด มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถบังคับทำให้เขาขยับไปก้าวหนึ่งได้

แน่นอนว่าการก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวนั้นถือเป็นการประเมินแบบผิวเผิน แต่แก่นหลักที่แท้จริงของการทดสอบยังถูกซ่อนเอาไว้อยู่

“ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นไปได้ด้วยดีสินะ ฉันคงวางใจได้แล้ว”

ชายคนหนึ่งปรากฏตัวออกมาจากอากาศที่มีหมอกอันบางเบา เขามีผมสีเทาสั้นและสวมหน้ากากสีดำปิดหน้าไว้ ผ้าคาดหัวเขาก็ปิดตาข้างหนึ่งเขาไปด้วย

เขาสวมเสื้อนินสีเขียวพร้อมชุดสีดำอยู่ข้างใต้ ใบหน้าของเขาแทบไม่ต่างกับลุงที่ขี้เกียจลุกออกมาจากที่นอน

เขาเป็นโจนินชั้นสูงแห่งโคโนฮะ ผู้ได้รับฉายาว่านินจาจอมคัดลอก ฮาตาเกะ คาคาชิ

ซาโตรุยิ้มแล้วพูดว่า "นายมองว่ามันเป็นไปด้วยดีเหรอ? การประเมินของฉันยากมากเลยนะ ถ้าเด็กดื้อกลุ่มนี้ขืนยังทำแบบนี้ต่อไป พวกเขาจะอาจจะต้องกลับไปโรงเรียนนินจาก็เป็นได้"

“ฉันก็ไม่ได้คิดเลยว่าคนที่แข็งแกร่งในระดับนายจะอยากมาเป็นอาจารย์ของเด็กทีมเจ็ด” คาคาชิเอนหลังพิงลำต้นของต้นไม้

ในสายตาของคาคาชิ ซาโตรุนั้นแข็งแกร่งมาก เขาแทบไม่เคยพ่ายแพ้ใครเลยในช่วงหลายปีมานี้

อย่าได้ประมาทชายผู้ดูมีนิสัยไร้กังวลคนนี้ไปเชียว

ในบรรดาศัตรูที่ซาโตรุเคยเผชิญในอดีต มีเพียงไรคาเงะรุ่นที่สี่จากหมู่บ้านคุโมะงาคุเระ และมิซึคาเงะรุ่นที่ห้าจากหมู่บ้านคิริกาคุเระเท่านั้น

มีข่าวลือว่ากระทั่งหมัดของไรคาเงะรุ่นที่สี่ก็ไม่สามารถทำร้ายซาโตรุได้สักนิดเดียว!

แน่นอนว่าซาโตรุเคยพ่ายแพ้ครั้งหนึ่ง

ในยามนั้น ซาโตรุพ่ายแพ้ในการต่อสู้กับซึนาเดะ แต่ทุกคนก็รู้ว่าซาโตรุจงใจพ่ายแพ้เพื่อปกป้องซึนาเดะ

คาคาชิจึงประหลาดใจมากที่เมื่อซาโตรุกลับมาที่หมู่บ้าน เขากลับเสนอตัวเป็นอาจารย์ประจำทีมที่เจ็ด

คนที่แข็งแกร่งระดับนี้กลับต้องการเป็นอาจารย์ของเกะนิน

“นายคิดว่าฉันอยากจะสอนเด็กดื้อพวกนี้เหรอ? มันเป็นเพราะคำขอของสึนะจังต่างหาก” ซาโตรุถอนหายใจ เขาหยิบอมยิ้มออกมาแล้วถามว่า “อยากกินอมยิ้มของฉันไหม?”

“ถ้านายพูดถึงอมยิ้มจริงๆ ฉันจะกินก็ได้นะ” มุมปากของคาคาชิกระตุกเล็กน้อย

อยากกินอมยิ้มของฉันไหมเหรอ?

เราเป็นผู้ชายอายุมากทั้งคู่ ช่วยอย่าพูดจาให้มันสองแง่สองงามได้ไหม?

ที่จริงคาคาชิก็อยากจะกินอมยิ้มจริงๆ เพราะขนมของซาโตรุถือว่าเป็นขนมพิเศษของหมู่บ้านคิริงาคุเระและมันอร่อยมาก

แต่วิธีการพูดของซาโตรุเมื่อครู่มันออกจะ…ช่างมันเถอะ

"อย่าอายไปเลย" ซาโตรุเขย่าอมยิ้มไปมา

คาคาชิไม่ได้พูดถึงอะไรต่อ แต่หยิบระฆังออกมาสองใบแล้วเขย่าพร้อมกับพูดว่า "ถ้าใช้ระฆังเพื่อการประเมิน มันคงไม่ลำบากเหมือนตอนนี้แล้ว"

"มันเก่าเกินไป" ซาโตรุโบกมือ “ฉันรู้ว่านายกังวลเรื่องอะไร ไม่ต้องกังวลหรอก”

“ฉันจะสอนเด็กแสบพวกนี้ให้พึ่งพาตนเองโดยเร็วที่สุด ฉันจะทำงานให้เสร็จและไปหาสึนะจัง” ซาโตรุเอาอมยิ้มเข้าไปในปาก สีหน้าของเขาที่กำลังยิ้มแย้มอยู่ยากจะอ่านออกว่ากำลังคิดสิ่งใด

“โอ้ ถ้าอย่างนั้นก็ฝากทั้งสามคนด้วย เบามือกับพวกเขาหน่อย”

คาคาชิลุกขึ้นเบื้องหน้าของซาโตรุ โค้งคำนับเล็กน้อยแล้วพูดว่า "เพื่อลูกชายของท่านอาจารย์ ฉันคงต้องขอรบกวนนายแล้ว"

โฮคาเงะรุ่นที่ 4 นามิคาเสะ มินาโตะ เป็นอาจารย์ของคาคาชิและเป็นผู้มีพระคุณที่เขาเคารพมากที่สุดในชีวิตของเขา

เขาเป็นเหมือนวีรบุรุษที่ดึงคาคาชิจากความมืดสู่แสงสว่าง

“ว่าแต่เด็กจิ้งจอกนั่นเคยใช้พลังของเก้าหางหรือเปล่า?” ซาโตรุถาม

“มีครั้งหนึ่ง นารูโตะพ่นจักระสีแดงโลหิตไปทั่วร่างกายของเขา แต่ถูกผนึกหยุดไว้อย่างรวดเร็ว มันคงจะเป็นพลังจากเก้าหาง” คาคาชินึกเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นและกล่าวตอบ

“นั่นคือสิ่งที่องค์กรรากกังวลใช่ไหม? กังวลเรื่องเด็กจิ้งจอกนี้ที่อาจจะสูญเสียการควบคุมตัวเอง” ซาโตรุหันมองไปไกลๆ ผ่านตาทิพย์ของเขา เขาสามารถเห็นหน่วยลับนินจาหลายคนในระยะไกลได้เลย

ไม่จำเป็นต้องคิดก็รู้ หน่วยลับนินจาพวกนี้จะต้องเป็นคนขององค์กรราก จุดประสงค์ของพวกเขาคือการคอยสอดแนมนารูโตะ

“ดันโซ ตาแก่คนนั้นที่โหยหาอำนาจกลับกลัวพลังอำนาจเองเสียได้ ตลกดีแฮะ”

“ฉันเองก็เกลียดการถูกแอบมอง ยิ่งมาเฝ้ามองทั้งวันอย่างนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ลูกอมแค่นี้จะพอไหมนะ?”

ซาโตรุค่อยๆ ยกมือขึ้นราวกับทำท่าทางปืนเล็งไปที่คนองค์กรรากที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดจากระยะไกลๆ

"[ไสยเวทย์หมุนตามอาโอะ (น้ำเงิน)]"

มีสสารสีดำเข้มโผล่ออกมาจากปลายนิ้วของซาโตรุ สสารสีดำพุ่งออกมาด้วยความเร็วที่รวดเร็วมาก ทำให้เกิดรอยแตกขนาดใหญ่ไม่ว่ามันจะผ่านไปที่ไหนก็ตาม

เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้น

ป่าที่อยู่ห่างไกลกลับกลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่าชั่วพริบตา

นี่เป็นท่าการโจมตีที่ใช้บ่อยที่สุดของเขา มันคือ [ไสยเวทย์หมุนตามอาโอะ (น้ำเงิน)] และความสามารถสูงสุดของมันสามารถไปถึงลบอนันต์ได้เลย

อาจเรียกได้ว่าเป็นหลุมดำขนาดย่อมๆ

“ซาโตรุ นายทำเหรอ...?” คาคาชิผงะเล็กน้อยเมื่อมองไปยังจุดควันสีดำที่อยู่ไกลออกไป เหงื่อหยดหนึ่งได้ไหลออกมาจากหน้าผากของเขา

“มีใครหนีไปได้หรือเปล่า?” ซาโตรุวางมือไว้เหนือดวงตา มองดูควันดำไกลๆ และยิ้มออกมาอย่างรู้สึกผิด "ขอโทษ ขอโทษที พอเห็นว่าพวกเขาเฝ้าดูมาตลอดทั้งวัน ฉันก็เลยคิดว่าพวกเขาเป็นศัตรูจากหมู่บ้านอื่น"

“คนจากหมู่บ้านของเราคงไม่ได้ส่งสายลับมาสอดแนมดูเกะนินธรรมดาสามคนที่นี่ทั้งวันกันใช่ไหม?” ซาโตรุพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ฉันขอไม่ตอบ ตอนแรกฉันเองก็กลัวว่าพวกเขาจะรบกวนนาย แต่ด้วยความแข็งแกร่งของนาย คงไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องนี้แล้วสินะ” คาคาชิได้แต่ถอนหายใจออกมา

เนื่องจากมีซาโตรุ นารูโตะคงปลอดภัย ต่อให้จะเป็นชิมูระ ดันโซก็ไม่มีทางที่จะทำอะไรได้

ถึงซาโตรุจะดูขี้เล่นและไม่ค่อยจริงจัง แต่ก็ไม่มีใครในหมู่บ้านที่น่าเชื่อถือมากกว่าเขาอีกแล้ว!

แน่นอนว่าหลังจากการตายของคนในองค์กรรากเหล่านี้ ดันโซคงจะต้องโกรธมากอย่างแน่นอน แต่ไม่มีทางเลยที่เขาจะทำอะไรอย่างเปิดเผย

เพราะการสอดแนมนารูโตะที่ไม่ได้ทำอะไรผิดมันถือเป็นการฝ่าฝืนกฎของหมู่บ้าน

“ฉันยังมีงานต้องทำ ขอตัวไปก่อนนะ” คาคาชิชูสองนิ้วขณะที่เขากำลังจะออกไปในทันที

“เดี๋ยวก่อน ขอยืมหนังสือนายหน่อยสิ เดี๋ยวฉันจะคืนให้หลังจากอ่านจบ” ยามนี้เขากำลังประเมินความสามารถของทีมหน่วยเจ็ด ทำให้เขาไม่มีเวลาออกไปซื้อหนังสือเล่มใหม่ได้

“แต่ครั้งที่แล้วนายยังไม่ได้คืนเลยนะ!”

“มีอะไรแบบนั้นด้วยเหรอ? ดูท่าฉันคงเผลอลืมไป” ซาโตรุแสร้งทำเป็นคิดอย่างจริงจัง แต่จริงๆแล้วซึนาเดะฉีกหนังสือที่ยืมไป

เหตุผลก็คือเนื้อหาของหนังสือมีเนื้อหาลามกอนาจารเกินไป

“ฉันเพิ่งจะซื้อมันมาด้วยสิ...เอางี้ ฉันจะให้นายเป็นของขวัญแล้วกัน” คาคาชิยื่นมันให้ซาโตรุ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย “ยินดีกับการที่นายเป็นอาจารย์ของทีมที่เจ็ดด้วยนะ”

“ขอบคุณ ส่วนนี้ลูกอมของนาย” ซาโตรุไม่ปฏิเสธพร้อมกับเก็บหนังสือไป หยิบลูกอมออกมาแล้วโยนให้คาคาชิ

เขาและคาคาชิรู้จักกันมานานแล้ว

พวกเขาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

*****

จบบทที่ บทที่ 5 : ของขวัญจากคาคาชิ

คัดลอกลิงก์แล้ว