เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 206 - ให้ความร่วมมือ? ฉันไม่เคยสนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอก

บทที่ 206 - ให้ความร่วมมือ? ฉันไม่เคยสนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอก

บทที่ 206 - ให้ความร่วมมือ? ฉันไม่เคยสนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอก


บทที่ 206 - ให้ความร่วมมือ? ฉันไม่เคยสนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอก

ห้าปาร์ตี้จากแผนกชั้นเลิศถึงกับยืนมองตาค้าง

พวกเขาไม่รู้มาก่อนว่าเฉินหมิงมีสกิลสายมิติ

รู้แค่ว่าเขามีพลังป้องกันที่แข็งแกร่งมากๆ แถมยังสามารถอัญเชิญสัตว์อสูรระดับราชันออกมาได้ด้วย

"ลูกพี่ใหญ่เป็นถึงผู้เปลี่ยนอาชีพสายมิติเลยเหรอเนี่ย!"

สมาชิกในปาร์ตี้จี้เย่มองหน้ากันเอง

เอาจริงๆ นะ...

ตอนที่แพ้ให้กับเฉินหมิงกลางลานกว้างในค่ายพักแรมก่อนหน้านี้

พวกเขาก็ไม่ได้ถึงกับไม่ยอมรับหรอกนะ แต่ก็แอบรู้สึก... อัดอั้นตันใจนิดๆ

ก็แหม ตามหลักแล้ว

มีผู้เปลี่ยนอาชีพคนไหนบ้างล่ะที่เลเวลยี่สิบกว่าๆ แล้วอัญเชิญสัตว์อสูรที่มีพลังต่อสู้ระดับราชันออกมาได้?

แถมตอนนั้นก็ไม่ได้เห็นเฉินหมิงลงมือสู้ด้วยตัวเองเลยสักนิด

ดังนั้น พวกเขาก็เลยอยากจะเห็นฝีมือที่แท้จริง 'ของตัวเขาเอง' มาตลอด

ยังไงซะลูกพี่ใหญ่คนนี้ก็ไม่ใช่อาชีพสายอัญเชิญนี่นา

บนเกาะด้านหลัง

คนจากทุกฝ่ายย่อมคอยสังเกตการณ์อยู่

ถึงจะเป็นดันเจี้ยน

แต่การท้าทายเพื่อเข้าดันเจี้ยนวิหารสมุทรมายานั้น ก็ไม่ได้แยกมิติของดันเจี้ยนออกไปต่างหาก

ดังนั้นในช่วงที่เรือกำลังมุ่งหน้าไปยังเกาะปะการัง พวกเขาก็ยังสามารถมองเห็นได้ชัดเจน

เพียงแต่ไม่สามารถยื่นมือเข้าไปก้าวก่ายได้

ตอนนี้

เมื่อเห็นฉากที่เฉินหมิงยกมือขึ้นแหวกทะเล

หลายคนก็เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

คนของสมาพันธ์วอโค่วที่ก่อนหน้านี้ยังปากดีเยาะเย้ยพลโล่ระดับ C ว่าอวดดี ถึงกับหุบปากเงียบกริบ

"นี่มันวิชาอะไรกัน?"

"ซี๊ด... แหวกทะเลเป็นทางเดินได้เลยเหรอ?"

อีกด้านหนึ่ง

คนของเผ่าคนแคระดำทำหน้าแบบว่า 'ว่าแล้วเชียว' แฝงความโกรธแค้น

"ที่แท้ก็มีอาชีพที่สองเป็นสายมิติด้วยนี่เอง!"

ครั้งก่อนในดันเจี้ยนข้ามมิติ

ไอ้ผู้เปลี่ยนอาชีพดาวบลูสตาร์ตัวแสบคนนี้ ก็ใช้สกิลมิตินี่แหละในการทะลวงผ่านกระแสพลังทะลวงมิติไปได้

แล้วก็เป็นต้นเหตุที่ทำให้พวกเขาสูญเสียอัจฉริยะระดับ SSS ไปหนึ่งคน

พอได้ยินคำพูดของเผ่าคนแคระดำ

สมาพันธ์วอโค่ว, สมาพันธ์ประภาคาร และเผ่าหมิงไห่ก็เข้าใจทันที

เผ่าหมิงไห่ขมวดคิ้วครุ่นคิด เริ่มประเมินความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเฉินหมิง

ส่วนสมาพันธ์วอโค่วยังคงท่าทีเดิม

"ชิ... ก็แค่ลูกไม้ปาหี่"

"ดูอลังการเฉยๆ เอาเข้าจริงก็ทำอะไรไม่ได้หรอก"

...

บนผืนน้ำ

เรือที่เฉินหมิงนั่งเริ่มแล่นไปตาม 'ทางเดินมิติ' ที่แหวกน้ำออกเป็นเส้นตรง

ทั้งสองข้างทางราวกับมีกำแพงมิติที่มองไม่เห็นขนาบอยู่

พวกสัตว์ประหลาดทะเลที่ดุร้ายถูกกันเอาไว้อยู่นอกกำแพงมิตินั้น

"บุ๋งๆๆ!"

สัตว์ประหลาดทะเลลำตัวยาวเรียวหลายตัวว่ายวนอยู่รอบๆ กำแพงมิติ พยายามพุ่งชนเพื่อโจมตีอยู่ตลอดเวลา

แต่ไม่ว่าจะพุ่งชนอย่างบ้าคลั่งแค่ไหน

ก็ไม่อาจทะลวงเข้ามาได้เลย

ตลอดเส้นทางนี้ เฉินหมิงทำเรือแล่นผ่านไปได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรค

คนกว่ายี่สิบชีวิตบนเรือ รวมทั้งฉีอวี่คง

ต่างมองภาพนี้ด้วยความประหลาดใจ

พวกเขาผ่านบททดสอบการขึ้นเกาะเพื่อเข้าดันเจี้ยนมาแล้วเมื่อวานนี้

จำนวนสัตว์ประหลาดทะเลนี่เยอะจนเรียกได้ว่านับไม่ถ้วน

ราวกับต้องเผชิญกับฝูงสัตว์ประหลาดบุก

และสิ่งที่พวกเขาต้องทำก็คือ ยืนหยัดให้รอดจากฝูงสัตว์ประหลาด พร้อมกับคุ้มกันเรือให้ไปถึงเกาะปะการังให้ได้

ต้องรู้ไว้ว่าสัตว์ประหลาดทะเลพวกนี้ดุร้ายมาก

แถมแต่ละตัวยังมีพลังร้ายกาจ ถ้าเผลอพลาดท่าเข้าไปพัวพันในการต่อสู้ล่ะก็ ไม่ตายก็คางเหลือง!

ถึงพวกเขาจะอาศัยความร่วมมือของทั้งยี่สิบปาร์ตี้ผ่านมันมาได้ก็เถอะ

ความยากถือว่าอยู่ในระดับปานกลางค่อนข้างสูง

แต่เฉินหมิงแค่ตัวคนเดียว กลับจัดการได้สบายๆ ราวกับปอกกล้วยเข้าปาก

แถมตลอดทางก็ไม่ต้องออกแรงสู้เลยแม้แต่น้อย

'ฟิ้ว——'

ท่ามกลางการ 'ต้อนรับ' อย่างอุ่นหนาฝาคั่งของสัตว์ประหลาดทะเล

เรือลำนี้ก็ค่อยๆ แล่นผ่านเส้นทางนี้ไป

ไปถึงเขตที่มีหมอกปกคลุมโดยไม่มีอะไรบุบสลายเลยแม้แต่นิดเดียว

"ลูกพี่ ทะลุหมอกไปก็จะเป็นเกาะปะการังแล้ว"

ฉีอวี่คงเตือนสติ

"เกาะปะการังทางทิศตะวันออกตอนนี้โดนเผ่าหมิงไห่กับสมาพันธ์ประภาคารยึดครองอยู่ แต่ข้างบนนั้นก็มีคนของเผ่าคนแคระดำกับสมาพันธ์วอโค่วอยู่ด้วย"

เฉินหมิงพยักหน้า

เท่ากับว่าเกาะปะการังที่ควรจะเป็นของพวกเขา ตอนนี้โดนกองกำลังทั้งสี่ร่วมมือกันฮุบไปแล้วสินะ

"ลูกพี่ ลองดูซิว่าเดี๋ยวเราจะใช้แผนไหนดี?"

ฉีอวี่คงสูดหายใจลึก เตรียมพร้อมรบ

"เราต้องร่วมมือกันยังไงบ้าง?"

เอาจริงๆ ตอนนี้เขายังไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมถึงเอามาแค่ห้าปาร์ตี้

จำนวนผู้เปลี่ยนอาชีพของทั้งสี่กองกำลังบนเกาะ อย่างน้อยก็ต้องเป็นร้อยคนเลยนะ

ระหว่างที่คุยกันอยู่

เรือก็แล่นเข้าไปในเขตหมอกจัดเสียแล้ว

"ให้ความร่วมมือ? ฉันไม่เคยสนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอก"

"หา?"

...

บนเกาะ

เมื่อเห็นเรือที่เฉินหมิงนั่งแล่นเข้าไปในหมอกอย่างฉลุย

กลุ่มคนที่อยากจะดูว่าพลโล่ระดับ C คนนี้จะมีฝีมือแค่ไหนถึงกับต้องผิดหวัง

หลังจากเข้าสู่ม่านหมอกในด่านป้องกันเกาะก็จะไม่สามารถมองเห็นอะไรได้อีกแล้ว

เพียงแต่ฝ่ายที่พ่ายแพ้จากการตีเกาะหรือป้องกันเกาะ จะถูกเด้งออกมาจากเกาะปะการัง

และต้องนั่งเรือฝ่าด่านมาใหม่ตั้งแต่ต้น

ถ้าเรือพัง...

ก็ต้องว่ายน้ำกลับมาเอง

"ไม่ต้องห่วงหรอก เกาะปะการังทิศตะวันออกมีคนของพวกเราทั้งสี่ฝ่ายคุมอยู่"

"มันตัวคนเดียวทำอะไรไม่ได้หรอก"

"มีผู้เปลี่ยนอาชีพเผ่าหมิงไห่อยู่ด้วย ไอ้ชาวหัวเซี่ยจอมโอหังคนนี้ต้องได้รู้ซึ้งถึงความเป็นจริงแน่"

ถึงวิธีผ่านด่านทางน้ำของเฉินหมิงจะน่าทึ่งมากจริงๆ

ระดับการควบคุมมิติก็ถือว่าสูงลิบลิ่ว

แต่การที่หมอนั่นพกมาแค่ห้าปาร์ตี้แล้วคิดจะบุกขึ้นเกาะ นี่มันเพ้อเจ้อชัดๆ

ขนาดเมื่อวานยี่สิบปาร์ตี้รุมตีเกาะทิศตะวันออกยังแพ้ไม่เป็นท่าเลย

ดังนั้นคนจากทั้งสี่กองกำลังจึงไม่ได้กังวลอะไร

พวกเขาแค่รู้สึกว่า ไอ้หนุ่มหน้าใหม่จากสมาพันธ์หัวเซี่ยคนนี้มีของอยู่บ้าง

คงต้องคอยจับตาดูหน่อยแล้วล่ะ

แต่ถ้าถามว่ามันจะเป็นภัยคุกคามต่อการชิงทางเข้าได้ไหม?

หึ

ไร้สาระสิ้นดี

...

ไม่นานนัก

เรือก็ฝ่าเขตหมอกจัดเข้าไปได้สำเร็จ

เฉินหมิงถึงได้เห็นหน้าตาของเกาะปะการังชัดๆ ซะที

สิ่งที่เห็นคือแนวปะการังเรียงรายโผล่พ้นน้ำขึ้นมาอยู่เบื้องหน้า

มันเชื่อมต่อกันจนกลายเป็นพื้นที่กว้างพอสมควร

ผิดจากที่คิดไว้ว่าจะเป็นแผ่นดินผืนใหญ่

ในพื้นที่นี้มีแค่โขดหินปะการังโผล่ขึ้นมาเป็นหย่อมๆ อย่างหนาแน่น

ตรงกลางยังมีแอ่งน้ำขังอยู่เป็นหลุมเป็นบ่อ

บนเกาะปะการังโล่งแจ้งแห่งนี้ สามารถมองเห็นผู้เปลี่ยนอาชีพจากทั้งสี่กองกำลัง

แค่ยืนอยู่บนเกาะปะการังก็กินพื้นที่ไปไม่น้อยแล้ว

ทางเข้าดันเจี้ยนวิหารสมุทรมายานี่มันจะอนาถาเกินไปแล้วมั้ง

อย่างน้อยก็น่าจะให้เป็นเกาะเล็กๆ สิ

"ลูกพี่ จะบวกมั่วซั่วจริงๆ ดิ?"

ใกล้จะถึงด่านโจมตีเกาะแล้ว

ฉีอวี่คงก็ยังอดห่วงไม่ได้

กำลังคนแค่นี้ จะไปสู้กับพวกนั้นได้ยังไง

คำตอบที่ได้รับจากฉีอวี่คง คือน้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจของเฉินหมิง

"เอาเรือไปเทียบซะ"

จบบทที่ บทที่ 206 - ให้ความร่วมมือ? ฉันไม่เคยสนใจเรื่องพรรค์นั้นหรอก

คัดลอกลิงก์แล้ว