- หน้าแรก
- เป็นพลโล่แล้วไง ขออัปป้องกันเต็มแม็กซ์ก็แล้วกัน
- บทที่ 204 - เขตน่านน้ำไร้ที่สิ้นสุด, ทางเข้าสี่ทิศของเกาะ!
บทที่ 204 - เขตน่านน้ำไร้ที่สิ้นสุด, ทางเข้าสี่ทิศของเกาะ!
บทที่ 204 - เขตน่านน้ำไร้ที่สิ้นสุด, ทางเข้าสี่ทิศของเกาะ!
บทที่ 204 - เขตน่านน้ำไร้ที่สิ้นสุด, ทางเข้าสี่ทิศของเกาะ!
วันต่อมา
ณ ลานกว้างของค่ายพักแรมโซนตะวันออก
ยี่สิบปาร์ตี้ยังคงเริ่มแผนการท้าทายดันเจี้ยนเพื่อเก็บเลเวลกันตามปกติ
สำหรับพวกเขา การเสียเวลาหนึ่งถึงสองวันเพื่อไปชิงทางเข้า ถือว่าเป็นการเสียเวลาไม่น้อย
อีกด้านหนึ่งของค่าย
แผนกชั้นเลิศที่เป็นผู้เปลี่ยนอาชีพรุ่นก่อนได้ฟื้นตัวกลับมาเป็นปกติหมดแล้ว
พวกเขาไม่ได้มากันหมดทั้งห้าร้อยคน แต่มาแค่หนึ่งร้อยคน ซึ่งก็คือยี่สิบปาร์ตี้เช่นกัน
'วิหารสมุทรมายา' เป็นดันเจี้ยนขนาดใหญ่พิเศษแบบหลายปาร์ตี้
ทางเข้าหนึ่งแห่งจะตรงกับ 'โซน' หนึ่งในดันเจี้ยน
จำนวนคนที่สามารถรองรับได้คือสองร้อยคน!
นั่นก็หมายความว่า
กองกำลังฝ่ายหนึ่ง สามารถส่งปาร์ตี้เข้าร่วมท้าทายได้สี่สิบปาร์ตี้
ดังนั้นการเปิดดันเจี้ยนครั้งนี้ จึงเป็นการเข้าร่วมพร้อมกันของทั้งสองร้อยคน ซึ่งรวมกันระหว่างรุ่นปัจจุบันและรุ่นก่อน
ส่วนอีกสี่ร้อยคนที่เหลือของแผนกชั้นเลิศรุ่นก่อน ถือว่าถูกคัดออกไปแล้ว
ในตอนนี้
ยี่สิบปาร์ตี้นี้ยืนตั้งแถวเตรียมพร้อมอยู่บนลานกว้างด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ประสบการณ์เมื่อวานทำให้พวกเขารู้สึกอัดอั้นตันใจมาก
วันนี้ต้องเอาคืนให้ได้!
เมื่อเทียบกับความเคร่งเครียดของทุกคน เฉินหมิงกลับมีท่าทีสบายๆ ชิลๆ
เขาเดินเข้าไปในกลุ่มคน
ฉีอวี่คงรู้ตัวดี จึงหลีกทางให้เฉินหมิงขึ้นไปยืนอยู่ข้างหน้าสุด
"ลูกพี่... นายจะไม่เก็บสัตว์อัญเชิญระดับราชันตัวนั้นกลับไปเหรอ?"
ลูกทีมคนหนึ่งในปาร์ตี้จี้เย่ของฉีอวี่คงเอ่ยปากถามขึ้น
คนอื่นๆ ถึงเพิ่งสังเกตเห็น
ว่าสัตว์อสูรซากศพเลเวล 51 ของเฉินหมิงยังคงอยู่ในค่าย แถมยังพาสมาชิกปาร์ตี้หมิงเฉินสองสามคนเดินขึ้นค่ายกลวาร์ปไปแล้ว
นี่คือกำลังจะไปลงดันเจี้ยนแล้วนี่หว่า
เฉินหมิงปรายตามอง ก่อนจะตอบส่งๆ ว่า
"เก็บกลับไปแล้วฉันจะเก็บเลเวลยังไงล่ะ?"
ก็เพราะมีมารกระดูกราชันหมาป่าคอยเป็นตัวแทนฟาร์มเลเวลให้ไม่ใช่เหรอ เขาถึงได้มีเวลาว่างแบบนี้น่ะ
"เอ่อ..."
ด้านหลัง เมื่อแผนกชั้นเลิศได้ยินคำพูดนี้ ก็ถึงกับพูดไม่ออก
เหตุผลมันก็ใช่แหละ
แต่ว่า...
ไม่เอาพลังรบระดับราชันไปด้วย มันจะไหวจริงๆ เหรอ?
พวกเขาไม่ได้สงสัยในฝีมือของเฉินหมิงหรอกนะ
แต่ศัตรูที่ต้องเผชิญหน้ามันมีเยอะเกินไปจริงๆ
น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟไงล่ะ
"เตรียมตัวพร้อมกันหรือยัง?"
ตอนนั้นเอง ร่างของเซี่ยชวนก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ
"งั้นก็ไปกันเถอะ"
วินาทีต่อมา
แสงจากค่ายกลวาร์ปขนาดใหญ่ก็สว่างวาบขึ้นใต้ฝ่าเท้าของคนนับร้อย
และเมื่อเห็นว่าแม้แต่เจ้าเมืองเซี่ยก็ยังไม่ถามถึงเรื่องราชันหมาป่าของเฉินหมิง
แผนกชั้นเลิศก็เลยไม่ได้พูดอะไรอีก
ได้แต่รู้สึกหวั่นๆ อยู่ในใจ
...
ชายแดนฝั่งตะวันออกของสมาพันธ์
เขตน่านน้ำ
บนแนวชายฝั่งที่ทอดยาว มีคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่ง
ป่าสัตว์ประหลาดกับเขตน่านน้ำเชื่อมต่อกันแทบจะไร้รอยต่อ
และบนพื้นที่แห่งนี้ ก็ไม่ปรากฏร่องรอยของสัตว์ประหลาดแม้แต่ตัวเดียว
ตั้งแต่โบราณกาล
บนดาวบลูสตาร์มีดินแดนไร้ที่สิ้นสุดอยู่สองแห่ง นั่นคือ ป่าสัตว์ประหลาด และเขตน่านน้ำสัตว์ประหลาด
เมื่อเทียบกับป่าสัตว์ประหลาดที่มีความหลากหลายและเต็มไปด้วยดันเจี้ยนมากมาย
เขตน่านน้ำไร้ที่สิ้นสุดกลับดู 'เงียบสงบ' กว่ามาก
จำนวนสัตว์ประหลาดในเขตน่านน้ำนั้นไม่อาจทราบได้ แต่ในหน้าประวัติศาสตร์กลับไม่เคยมีเหตุการณ์ฝูงสัตว์ประหลาดทะเลบุกโจมตีหรือรุกรานเมืองเลย
ทว่านี่ก็ไม่ได้หมายความว่าในเขตน่านน้ำจะไม่มีสัตว์ประหลาดและอันตราย
ในทางกลับกัน ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไป ก็เหมือนกับก้าวเข้าสู่อเวจีที่ลึกจนหยั่งไม่ถึง...
ไปแล้วไม่มีวันได้กลับมา
เขตน่านน้ำนั้นทั้งสงบและอันตราย ทั้งเงียบงันและอันตรายถึงชีวิต
มีข่าวลือว่า เขตน่านน้ำทั้งหมดได้ถูกรวบรวมเป็นหนึ่งเดียวแล้ว
เมื่อเทียบกับป่าที่วุ่นวาย เขตน่านน้ำกลับเป็นสถานที่ที่ปลาใหญ่กินปลาเล็กอย่างแท้จริง และโหดร้ายทารุณยิ่งกว่า
ท่ามกลางเขตน่านน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาล
มีเกาะโดดเดี่ยวที่มีพื้นที่ราบเรียบตั้งตระหง่านอยู่บนผิวน้ำ
บนเกาะโดดเดี่ยวไม่มีสิ่งก่อสร้างหรือพืชพรรณใดๆ เลย
ดูเหมือนหน้าผาหัวโล้นที่โผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาเท่านั้น
บนเกาะโดดเดี่ยว สามารถมองเห็นกลุ่มผู้เปลี่ยนอาชีพได้
พวกเขาแบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม ยึดครองพื้นที่ทั้งสี่ทิศเอาไว้
ในขณะนี้
ทางทิศตะวันออก
แสงจากค่ายกลวาร์ปก็สว่างขึ้น
วินาทีต่อมา
ร่างของเฉินหมิงและแผนกชั้นเลิศนับร้อยคนก็ปรากฏตัวขึ้น
ซ่า——
ทันทีที่เท้าแตะพื้น
เฉินหมิงก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายความเค็มคาวและความหนาวเหน็บอันเป็นเอกลักษณ์ของเขตน่านน้ำปะทะเข้าหน้า
พร้อมกันนั้น ยังมีเสียงคลื่นซัดสาดเข้าหาฝั่งดังมาเป็นระลอก
"แค่ในอากาศ ก็มีพลังงานธาตุวารีเจือปนอยู่ด้วยเหรอเนี่ย?"
เฉินหมิงค่อนข้างแปลกใจ
นี่ก็พอจะพิสูจน์ได้แล้วว่าธาตุวารีในเขตน่านน้ำนี้อัดแน่นขนาดไหน
ประเด็นสำคัญคือ เขตน่านน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาลทั้งหมดถูกนับรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน
เมื่อเทียบกับป่าสัตว์ประหลาดแล้ว
การที่ผู้เปลี่ยนอาชีพจะพิชิตดินแดนไร้ที่สิ้นสุดแห่งนี้ ย่อมต้องยากกว่ามากอย่างเห็นได้ชัด
"ที่นี่คือทางเข้าเหรอ?"
เฉินหมิงทอดสายตามอง สังเกตเกาะโดดเดี่ยวใต้ฝ่าเท้า
"ไม่ใช่หรอก ที่นี่บังเอิญตั้งอยู่ไม่ไกลจากดันเจี้ยน 'วิหารสมุทรมายา' ก็เลยถือเป็นฐานที่มั่นชั่วคราวน่ะ"
เซี่ยชวนที่ยืนอยู่ข้างๆ เฉินหมิงอธิบายให้ฟัง
"เกาะนี้ไม่ได้ถูกครอบครองโดยสมาพันธ์ใดสมาพันธ์หนึ่ง แต่ถูกแบ่งออกเป็นสี่โซน..."
เฉินหมิงได้ยินดังนั้นก็หันไปมองทิศอื่นๆ
ทางทิศตะวันตกของเกาะ เป็นกลุ่มคนที่สวมชุดคลุมยาว
เครื่องแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์นี้ คือผู้เปลี่ยนอาชีพจากสมาพันธ์ศาสนจักร
ทางทิศเหนือคือสมาพันธ์ประภาคาร
ในปาร์ตี้ของพวกเขาสามารถมองเห็นอมนุษย์รูปร่างสูงใหญ่ที่มีผิวสีน้ำเงินเข้มและมีเกล็ดปกคลุมอยู่
"พวกนั้นคือเผ่าหมิงไห่ ขาดแคลนสเตตัสการฟื้นฟู แต่สเตตัสความคล่องตัวโดดเด่นมาก"
"เมื่ออยู่ในเขตน่านน้ำ พวกนี้จะถนัดการลอบกัดลอบโจมตีสุดๆ"
ก็เพราะมีเผ่าหมิงไห่เข้ามาร่วมวงด้วยนี่แหละ
เมื่อวานแผนกชั้นเลิศถึงได้พ่ายแพ้กลับมายับเยิน
เผ่าหมิงไห่ก็สมชื่อ เมื่อต้องต่อสู้ในเขตน่านน้ำ ย่อมมีความได้เปรียบอย่างมหาศาล
เฉินหมิงหันไปมองทางทิศตะวันตกต่อ
ทิศตะวันตกก็คือคนคุ้นเคยกันทั้งนั้น
เผ่าคนแคระดำกับสมาพันธ์วอโค่ว
สี่ทิศทาง สี่กองกำลัง
เส้นแบ่งเขตแดนระหว่างกันก็ชัดเจน
เซี่ยชวนกล่าว "ทุกฝ่ายเคยตกลงกันไว้แล้ว ว่าห้ามต่อสู้กันบนเกาะ ที่นี่คือเขตสันติภาพ แต่พอออกทะเลไปแล้ว ก็ต้องวัดกันที่ฝีมือ"
"ส่วนวิธีแย่งชิงทางเข้านั้น ก็เป็นดันเจี้ยนระดับ 3 เหมือนกัน ดังนั้นถึงต้องให้พวกนายเป็นคนจัดการ"
แค่ทางเข้ายังเป็นดันเจี้ยนแยกต่างหากเลยเหรอ?
เฉินหมิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
วิหารสมุทรมายานี่มีของจริงๆ ด้วย
ทำเอาดูมีระดับขึ้นมาเลย
จะเข้าดันเจี้ยนยังต้องมีด่านทดสอบอีก
"ทางเข้ามีอยู่สี่แห่ง ตั้งอยู่ในเขตน่านน้ำทั้งสี่ทิศคือ ตะวันออก ใต้ ตะวันตก และเหนือพอดี ตำแหน่งของพวกเรา หรือก็คือทางเข้าทิศตะวันออก ถือว่าเป็นจุดที่ดีที่สุด"
"ตามหลักแล้ว แต่ละกองกำลังจะสามารถเข้าได้แค่ทางเข้าเดียว การแข่งขันก็เป็นแค่การแย่งชิงลำดับก่อนหลังเท่านั้น"
"แต่ตอนนี้สมาพันธ์ประภาคารกับวอโค่วกลับยึดทางเข้าทิศตะวันออก เหนือ และใต้เอาไว้ ไม่ยอมให้พวกเราเข้าไปแตะต้อง"
เฉินหมิงพยักหน้า พอจะเข้าใจแล้ว
พูดง่ายๆ ก็คือ พวกมันแค่อยากจะกวนประสาทกันชัดๆ
กะจะกั๊กทางเข้าแห่งสุดท้ายเอาไว้ปล่อยออกมาก่อนดันเจี้ยนเปิดแค่วันเดียวงั้นสิ
"อ้อ จริงสิ ลืมบอกนายไปเลย..."
จู่ๆ เซี่ยชวนก็ลดเสียงลง
"รางวัลของดันเจี้ยนวิหาร ทางสมาพันธ์สืบมาทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว ความจริงก็มีแค่สองอย่าง อย่างแรกคืออุปกรณ์ระดับเลเจนด์ที่ต้องเอาไปอัปเกรดในดันเจี้ยน"
"ส่วนอีกอย่าง ก็คือสเตตัสนิรันดร์ ที่นายเคยได้มาจากการถวายตัวเป็นเทพนั่นแหละ!"
"อะไรนะครับ?"
เฉินหมิงชะงักไป หันไปมองเจ้าเมืองเซี่ย
"สเตตัสนิรันดร์เหรอ?"
เซี่ยชวนพยักหน้ายืนยัน
"น่าเสียดาย รางวัลมันล่อตาล่อใจมาก แต่ก็ไม่เคยมีใครเคลียร์ผ่านได้เลย ดันเจี้ยนนั่นมันยากเกินไปจริงๆ"
เฉินหมิงสูดหายใจลึก ดวงตาเป็นประกายวาววับ
"ดีๆๆ..."
มิน่าล่ะถึงได้ชื่อว่าวิหาร!
ที่แท้ก็มีของจากขอบเขตแห่งเทพอยู่จริงๆ ด้วยสิ
ความคาดหวังที่เขามีต่อดันเจี้ยนขนาดใหญ่นี้
พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกระดับทันที
อุปกรณ์ระดับเลเจนด์ แล้วก็สเตตัสนิรันดร์!
ไม่ต้องพูดอะไรให้มากความแล้ว
ต่อให้พอดันเจี้ยนเปิด แล้วบอสข้างในคือเทพสมุทรโพไซดอน เขาก็จะหวดให้ร่วงให้ได้เลยคอยดู