เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ติดหนี้สามสิบล้าน 245 พระภิกษุมาเยือน

ติดหนี้สามสิบล้าน 245 พระภิกษุมาเยือน

ติดหนี้สามสิบล้าน 245 พระภิกษุมาเยือน


ติดหนี้สามสิบล้าน 245 พระภิกษุมาเยือน

พระภิกษุบนสะพานมองไปที่สวี่จิ้ง

เพียงแค่การมองแวบเดียว ก็ราวกับสายลมเย็นพัดผ่าน นำพาเม็ดทรายเล็กๆ เฉียดผ่านปลายจมูก

กลิ่นอายของฝุ่นดินโบราณและป่าเขาจางๆ โอบล้อมสวี่จิ้งเอาไว้

ทำให้จิตใจของเขาสงบลง

นั่นคือพระนักบวชผู้บำเพ็ญทุกรกิริยา

ต่อให้สวี่จิ้งจะไม่ได้ศึกษาธรรมะ เขาก็ยังสามารถมองเห็นความศรัทธาของพระภิกษุรูปนี้ที่อาจจะเดินทางข้ามน้ำข้ามเขามา จากสัมภาระอันหนักอึ้งและรองเท้าฟางที่สึกหรอ

สวี่จิ้งประนมมือสองข้าง โค้งคำนับพระภิกษุรูปนั้นจากระยะไกล จากนั้นก็ยื่นมือออกไปชี้บอกทางให้เขา

พระภิกษุรูปนั้นก็เผยรอยยิ้ม โค้งคำนับอย่างลึกซึ้งเพื่อตอบรับ ก่อนจะก้าวเดินออกไปทีละก้าวอย่างแน่วแน่ มุ่งหน้าสู่เส้นทางขึ้นเขา

บางทีอาจเป็นเพราะการโปรโมตได้ผล หรือบางทีคนเหล่านี้อาจจะเคยได้ยินตำนานแสงพุทธะบนยอดภูเขาหานซานมาตั้งนานแล้ว

แต่หลังจากพระภิกษุรูปนั้นจากไป ก็มีพระภิกษุรูปอื่นๆ ทยอยปะปนเข้ามากับกลุ่มนักท่องเที่ยวอย่างเงียบๆ

เหล่านักท่องเที่ยวพากันมองสำรวจด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่พระภิกษุส่วนใหญ่มองตรงไปข้างหน้า แววตาสงบนิ่ง สีหน้าเยือกเย็น เพียงแค่ปีนเขาไปอย่างเงียบๆ

มีพระภิกษุที่อายุน้อยกว่าสองสามรูปยิ้มตอบรับ และรู้สึกชื่นชมกับทิวทัศน์ของภูเขาต้าหาน

และยังมีอีกหนึ่งหรือสองรูป...

อืม

สวี่จิ้งมองดูพระอ้วนสองรูปที่สวมจีวรสีเหลือง พุงพลุ้ยอ้วนท้วน มีลูกประคำขนาดเล็กใหญ่พันรอบตัวชั้นแล้วชั้นเล่า ขณะที่เดินไปมาก็มีเสียงโลหะกระทบกันดังแว่วมาจากใต้จีวร

เขาก็เผยรอยยิ้มออกมาเช่นกัน

พระอ้วนมีเยอะแยะไป แต่สองรูปนี้... มองแวบเดียวก็รู้ว่าตั้งใจมาหาเรื่อง

สวี่จิ้งเผยรอยยิ้มเช่นเดียวกัน พร้อมกับยื่นมือชี้บอกทางให้พวกเขา

ทั้งสองคนประดับรอยยิ้ม พยักหน้าตอบรับ ทว่าแววตากลับจับจ้องอยู่ที่สวี่จิ้งอย่างคลุมเครือตลอดเวลา

“...คนนั้นก็คือสวี่จิ้งงั้นเหรอ”

“น่าจะเป็นเขาแหละ หึ ก็แค่เด็กเมื่อวานซืนคนหนึ่ง...”

“ทำเป็นเล่นตัวลึกลับ วันนี้เราสองคนจะแฉเขาให้ดู!”

“ไป...”

เสียงวิพากษ์วิจารณ์แผ่วเบาของทั้งสองคนลอยไปตามสายลม ไม่รู้ว่าสวี่จิ้งได้ยินหรือไม่ เขายังคงยืนนิ่งเงียบอยู่ที่เดิม พลางฮัมเพลงเบาๆ

รอคอยให้แขกของเขาเดินเข้าภูเขาไป

“มาแล้ว”

เขามองตรงไปข้างหน้า ดวงตาเผยรอยยิ้ม มองดูร่างผู้ใหญ่สองเด็กสองที่กำลังกระโดดโลดเต้นเดินทอดน่องมาจากสุดปลายทาง...

————

เส้นทางขึ้นเขาอันราบเรียบเป็นทางที่ต้องเดินผ่าน นักท่องเที่ยวทุกคนทยอยเดินทางมาถึงสถานีม้าชาโบราณท่ามกลางร่มเงาไม้เขียวขจี

สถานีม้าชาโบราณในวันนี้ ค่อนข้างพิเศษเล็กน้อย

การเล่านิทาน ไม่จำเป็นต้องรวบรวมพลังงาน จะมีการเล่าทุกๆ หนึ่งชั่วโมง แต่เนื้อหาจะเป็นแบบสุ่ม

ส่วนน้ำชาและของว่างล้วนให้บริการฟรี ทั้งด้านในและด้านนอกประตู ล้วนมีจุดบริการน้ำดื่มที่เตรียมไว้สำหรับพระภิกษุโดยเฉพาะ

มีนักท่องเที่ยวบางคนแอบเข้าไปนั่งข้างใน เพื่อรอชมการแสดงรอบแรกของวันนี้

และก็มีพระภิกษุเดินเข้าไปอย่างเงียบๆ หลังจากขอน้ำชาหนึ่งถ้วยและดื่มจนหมด ก็เดินทางขึ้นเขาต่อไป

เมื่อออกมาจากสถานีม้าชาโบราณ เส้นทางขึ้นเขาก็ปรากฏขึ้นสามสาย

ทางขวาสุด คือเส้นทางขึ้นลงเขาอันราบเรียบระดับเริ่มต้น ความยากต่ำมาก ภูมิประเทศราบเรียบ ระหว่างช่องว่างของยอดเขามีสะพานแขวนเชื่อมต่อกัน ตลอดทางมีทิวทัศน์งดงามและอุณหภูมิที่เหมาะสม

ส่วนทางขวาที่ค่อนมาทางตรงกลาง คือเส้นทางปีนเขาระดับความยากปานกลาง ประกอบด้วยเส้นทางอันตรายแปลกประหลาดอย่างทางแยกสามแพร่ง เส้นทางผู้กล้า บันไดไต่เมฆา บันไดสวรรค์ 999 ขั้น เป็นต้น สามารถทำให้นักปีนเขาสัมผัสได้ถึงความงดงามตระการตาของภูเขาต้าหาน ทิวทัศน์งดงามเกินบรรยาย ระหว่างทางขึ้นลง หัวใจจะเต้นรัวราวกับตีกลองไม่หยุดหย่อน

และทางซ้ายสุด คือเส้นทางปีนเขาพิเศษที่เพิ่งเปิดใหม่

พวกผิงผิงและกลุ่มของโจวพั่วเป็นผู้นำหน้า หลังจากดื่มชาเสร็จก็รีบเดินทางมาถึงที่นี่ เมื่อมองดูป้ายขนาดใหญ่ตรงหน้า ก็เผยรอยยิ้มออกมา

[กระเช้าลอยฟ้าเมฆาเหิน]

เชือกเส้นหนาพุ่งตรงเข้าไปในส่วนลึกของมวลเมฆ ที่นั่งที่หมุนไปข้างหน้าค่อยๆ เลื่อนไป ก่อนจะถูกพนักงานขวางเอาไว้

“กลุ่มละสี่คน นั่งให้เรียบร้อยแล้วออกเดินทางได้”

ในที่สุด!

ผิงผิงนั่งลงไปด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับถอนหายใจด้วยความสบาย

“ภูเขาว่านหยวนเอ๋ย... ในที่สุดก็ทำให้ฉันสบายได้สักที...”

“ทำไมล่ะ” โจวเหยี่ยหัวเราะหยอกล้อ “เมื่อก่อนไม่สบายเหรอ”

“เมื่อก่อนก็สบาย แต่เหนื่อยก็คือเหนื่อยจริงๆ นะ...”

จู้โส่วพยักหน้าอย่างบ้าคลั่งอยู่ด้านข้าง

การเที่ยวเล่นในภูเขาว่านหยวน ไม่ใช่แค่การดูเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องขยับตัวตามไปด้วย ทุกครั้งก็ทำเอาพวกเขาเล่นจนเหงื่อท่วมตัว

คราวนี้ดีเลย นอกจากการนั่งกระเช้าขึ้นเขาอย่างสบายๆ แล้ว ต่อให้ไม่ชอบปีนเขา ก็สามารถมาชมทิวทัศน์อันงดงามของภูเขาต้าหานบนยอดเขาได้แล้ว

พวกเขาหัวเราะ นั่งลงอย่างเป็นระเบียบทีละคน แล้วมุดเข้าไปในมวลเมฆพร้อมกับกระเช้าลอยฟ้า

ส่วนคนอื่นๆ ยังคงนั่งดื่มชาอยู่ในสถานีม้าชาโบราณ เพื่อรอคอยการมาถึงของนักเล่านิทาน

กริ๊ง~

เสียงกระดิ่งประตูดังขึ้น เฉิ่นจวงหันขวับไปด้วยความตื่นเต้น และหันกลับไปมองพร้อมกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ

แต่...

หืม?

คนที่เข้ามาไม่ใช่นักเล่านิทาน แต่เป็นผู้ใหญ่สองเด็กสอง

นักพรตสองคนที่สวมชุดนักพรตสีน้ำเงินอมม่วง สวมหมวกทรงสูงใบเล็ก เดินยิ้มเข้ามาใกล้

บนตัวของนักพรตหนุ่มมีเด็กสองคนถูกอุ้มและกอดไว้ทางซ้ายและขวา...

กลับกลายเป็นลิงสองตัว

“ราชันวานรเหรอ”

“เวรเอ๊ย”

“ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า นั่นมันราชันวานรแห่งหน้าผาอธิษฐานบนภูเขาศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่เหรอ”

“นายไม่ได้ตาฝาดหรอก เพราะฉันก็เห็นเหมือนกัน...”

“ไม่ใช่สิ แล้วลิงตัวนั้นเป็นใครอีกล่ะ ฉันเหมือนจะเคยเห็นเมื่อไม่นานมานี้ ราชันวานรชอบมากเลยนะ กอดรัดฟัดเหวี่ยงทุกวัน...”

“มีแค่ฉันหรือเปล่าที่อยากถาม ว่าทำไมพวกมันสองตัวถึงตามนักพรต... ขึ้นเขามาในวันที่วัดหมื่นพุทธะเปิดทำการวันนี้ล่ะ”

เฉิ่นจวงหันไปมองเสี่ยวหลี่ เสี่ยวหลี่เองก็มีสีหน้างุนงง พร้อมกับโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน

เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

“บางทีอาจเป็นเพราะการโปรโมต ที่บอกว่าผู้ถือใบรับรองผู้ถือศีลสามารถมาได้ทั้งหมด”

“ใบรับรองผู้ถือศีลนี้ไม่ได้มีแค่พระภิกษุเท่านั้นที่มี นักพรตก็มีเหมือนกัน...”

แต่นักพรตมาเยี่ยมชมวัดพุทธ ไม่ว่าจะมองยังไงก็รู้สึกแปลกประหลาดมาก

อีกอย่าง มาเองก็แล้วไปเถอะ ทำไมถึงพากลิงของภูเขาศักดิ์สิทธิ์มาด้วยล่ะ

ระหว่างพวกเขามีความสัมพันธ์อะไรกันแน่

เจินจวินจื่อเห็นทุกคนมองมาที่พวกเขาสองคน... ลิงบนตัวของพวกเขา จึงจัดแจงให้เหยากวงจื่อนั่งลงก่อน จากนั้นก็ยิ้มให้ทุกคน

“ต้าเซิ่งมีวาสนากับฉัน การมาเยือนในครั้งนี้ มันก็เป็นฝ่ายตามมาเอง~”

ทุกคนยังคงมีสีหน้าสงสัย เจินจวินจื่อจึงตบหน้าผากตัวเอง

“อ้อ! ต้าเซิ่งก็คือราชันวานรตัวนี้ เขามีชื่อนะ... ผู้ตอนรับเป็นคนตั้งให้”

อ้อ!!

ทุกคนกระจ่างแจ้งในทันที จากนั้นก็จ้องมองเขาอีกครั้ง

สรุปว่านายก็เลยพาต้าเซิ่งกับแฟนของมันมาด้วยงั้นเหรอ

“ไม่ใช่สิ... พวกนายมองด้วยสายตาแบบนี้หมายความว่ายังไง”

เจินจวินจื่อยืดอกขึ้น นึกถึงคำอธิบายของสวี่จิ้ง

“เดิมทีเสี่ยวเสียก็อยู่บนภูเขาลูกนี้อยู่แล้ว เธออยากกลับมาดู ฉันก็เลยมาส่งเธอ... ตามหลักแล้ว ต้าเซิ่งทำแบบนี้เรียกว่าตามกลับบ้านแม่ยาย!”

สมแล้วที่เป็นนักพรต

อธิบายได้ชัดเจนแจ่มแจ้ง

เมื่อเห็นว่าทุกคนไม่ถามอะไรแล้ว เขาจึงอุ้มเสี่ยวเสียแล้วนั่งลง พร้อมกับเหวี่ยงต้าเซิ่งไปไว้ข้างๆ

เจ้าลิงแสบตัวนี้ ไม่รู้หรือไงว่าตัวเองหนักแค่ไหน

ทับอยู่บนตัวเขาราวกับภูเขาไท่ซานกดทับ ทำเอาเขาเหนื่อยแทบตาย!

ไปอยู่ข้างๆ เลยไป!

ต้าเซิ่งเหลือบมองเขา แล้วกระโดดขึ้นไปบนโต๊ะ กำลังเตรียมจะหยิบถ้วยชาบนโต๊ะมาเล่น ก็ถูกเด็กรับใช้ในโรงน้ำชาที่พุ่งพรวดเข้ามาแย่งไปพร้อมกับรอยยิ้ม

“ต้าเซิ่ง!!! ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

เขาหัวเราะเสียงดังอย่างโอเวอร์ พร้อมกับยัดถ้วยรูปทรงลูกท้อแบบพิเศษให้กับราชันวานร

“คุณใช้ถ้วยนี้ดื่มนะ~”

ต่อให้เป็น “NPC” ดาวเด่นของแหล่งท่องเที่ยวของพวกเขา ก็ต้องระวังเรื่องการติดเชื้อข้ามสายพันธุ์ สะอาดและถูกสุขอนามัยไว้ก่อน!

ราชันวานรยืนอยู่บนโต๊ะ หางตั้งตรงดิ่ง ขนหน้าอกอันกำยำสั่นไหวไปมา ค่อยๆ รับถ้วยลูกท้อมา

เจินจวินจื่อลูบก้นมัน เป็นการส่งสัญญาณให้มันลงมาดื่ม

ต้าเซิ่งจึงลื่นไหลลงมาอย่างว่าง่าย แล้วนั่งพิงอยู่ข้างๆ เสี่ยวเสีย

[ที่นี่คือบ้านของเธอเหรอเจี๊ยก]

[เมื่อก่อนไม่ได้หน้าตาแบบนี้... แต่บ้านของฉันอยู่บนภูเขา เดี๋ยวขึ้นไปแล้วจะให้ดูนะเจี๊ยก!]

ทุกคนนั่งลงประจำที่ แสงไฟหรี่ลง พร้อมกับเสียงกระดิ่งลมดังกริ๊ง นักเล่านิทานก็มาถึงอย่างอ้อยอิ่ง

“นิทานในรอบนี้ จะเล่าเรื่องราวที่พิเศษสักหน่อย...”

“เรื่องราวมีชื่อว่า——ของขวัญจากเทพแห่งแม่น้ำ”

“ท่านผู้ชมทุกท่าน จะถือว่าเรื่องราวนี้... เป็นแค่เรื่องไร้สาระก็ได้...”

จบบทที่ ติดหนี้สามสิบล้าน 245 พระภิกษุมาเยือน

คัดลอกลิงก์แล้ว