- หน้าแรก
- แฟนผมไม่ได้มีดีแค่ความสวย
- บทที่ 13 ยัยนี่ไม่มีความเกรงใจเลยหรือไง?
บทที่ 13 ยัยนี่ไม่มีความเกรงใจเลยหรือไง?
บทที่ 13 ยัยนี่ไม่มีความเกรงใจเลยหรือไง?
บทที่ 13 ยัยนี่ไม่มีความเกรงใจเลยหรือไง?
การโต้เถียงระหว่างทั้งสองคนยุติลง ดาดฟ้าก็กลับมาเงียบสงบทันที
สายลมเอื่อยๆ พัดผ่านมา หอบเอาเสียงหัวเราะและเสียงหยอกล้อจากสนามกีฬาดังแว่วมาแต่ไกล นกที่โผบินผ่านท้องฟ้าเป็นครั้งคราวดึงดูดสายตาของพวกเขา
เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลงและน่าเกียจคร้าน ถ้าเพียงแต่... หางตาของหลี่จื่อเชียนไม่ได้เต็มไปด้วยภาพเรียวขาเหยียดตรงในถุงน่องไหมสีดำที่กำลังแกว่งไปมาอย่างร่าเริง
'ยัยนี่ไม่รู้จักความเกรงใจบ้างเลยหรือไง?'
หลี่จื่อเชียนรู้สึกว่าเธอไม่มีสิ่งนั้นเลยสักนิด
ถ้าคนคนนี้มีความเกรงใจอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ควรจะสำรวมพฤติกรรมเวลาเข้ามาในถิ่นของคนอื่นสิ เขาไม่ได้ขอให้นั่งหลังตรงแหน่วหรือคอยดูสีหน้าเขาตลอดเวลา แต่อย่างน้อยก็ควรจะมีท่าทีพื้นฐานของคนนอกบ้างไม่ใช่หรือไง?
ทำไมถึงได้เดินทอดน่องสบายใจเฉิบ ทำเหมือนที่นี่เป็นสวนหลังบ้านของตัวเอง ทำให้การโผล่พรวดเข้ามาของเธอดูเป็นเรื่องปกติไปได้???
หลี่จื่อเชียนรู้สึกว่า 'สัญชาตญาณหวงถิ่น' ขั้นพื้นฐานที่สุดของสิ่งมีชีวิตเซลล์คาร์บอนนั้นเป็นสิ่งจำเป็น เช่นเดียวกับ 'เส้นแบ่งเขต' ที่เพื่อนร่วมโต๊ะห้ามล้ำเส้นเด็ดขาด
เขารู้สึกว่าม่อหนานเป่ยทำเกินไปหน่อย
และด้วยความบังเอิญ ในขณะเดียวกันนั้น ม่อหนานเป่ยก็กำลังมีความคิดคล้ายๆ กับหลี่จื่อเชียนพอดี
ทำไมเวลาที่เธอกำลังมองไปรอบๆ ดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์ กินข้าวกล่อง และรู้สึกมีความสุขสุดๆ หางตาของเธอถึงต้องเหลือบไปเห็นหลี่จื่อเชียนที่กำลังพิงผนังห้องเก็บของ อาบแดดด้วยท่าทางสบายใจเฉิบอยู่ตลอดเวลาด้วย!
หมอนี่ไม่มีความเกรงใจเลยหรือไง!
เฮ้! เขากำลังรบกวนเวลาพักเที่ยงของคนอื่นอยู่นะ!
——ต้องหาวิธีทำให้หมอนั่นหายไปจากที่นี่ซะ
ในวินาทีนั้น ความคิดนี้ก็แวบขึ้นมาในหัวของหลี่จื่อเชียนและม่อหนานเป่ยพร้อมๆ กัน
เวลาพักเที่ยงคือเวลาพักผ่อนอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่สามารถแบ่งปันให้คนนอกได้
และเห็นได้ชัดว่า การต้องมาอยู่กับอีกฝ่ายไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงการพักผ่อนเลยสักนิด
ในสายตาของทั้งคู่ การต้องมาใช้พื้นที่ร่วมกันมีแต่นำมาซึ่งความรู้สึกที่ต้อง 'เตรียมพร้อมรบ' ตลอดเวลา
ขืนเป็นแบบนี้แล้วใครจะไปพักผ่อนลง?
เมื่อจ้องมองไปที่เรียวขาในถุงน่องไหมสีดำที่ยังคงแกว่งไปมาอยู่ในสายตา—แม้จะเจริญตา แต่ก็ไม่ได้เจริญใจเอาเสียเลย—หลี่จื่อเชียนก็อ้าปากพูดกับม่อหนานเป่ย
"นี่ ชานมฉันล่ะ? เมื่อไหร่จะเอามาให้ซะที?"
ใช่แล้ว จุดประสงค์เดียวที่เขาพูดแบบนี้ออกไป ก็เพื่อทำให้ม่อหนานเป่ยรู้สึกหงุดหงิด
ก็นะ เขาจะอารมณ์เสียตอนพักเที่ยงอยู่คนเดียวได้ยังไงล่ะ?
มีคนทุกข์เป็นเพื่อนย่อมดีกว่าทุกข์อยู่คนเดียว
ไม่ผิดคาด สีหน้าผ่อนคลายของม่อหนานเป่ยเปลี่ยนเป็นถมึงทึงในทันที
เธอขมวดคิ้ว และโพล่งออกมาโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยสักนิด
"จะรีบไปไหน? กะจะกินปุ๊บแล้วไปเกิดใหม่เลยหรือไง?"
?
ที่ฉันพูดไปก็เพื่อเตือนให้รู้ว่า ‘เธอยังติดชานมฉันอยู่’ แล้วก็หัดรู้ความไปซื้อมาซะ ไม่ใช่ให้มาด่าฉันฉอดๆ อยู่นี่!
ปฏิกิริยาของม่อหนานเป่ยทำเอาหลี่จื่อเชียนตกใจจริงๆ แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดให้เขาสวนกลับไปในทันที
"พูดภาษาคนให้มันดีๆ ไม่ได้หรือไงวะ?"
"ไม่ได้"
"อ้อ~ สรุปคือพูดภาษาคนไม่เป็นสินะ? ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้แฮะ"
พูดจบ หลี่จื่อเชียนก็ยักไหล่แบมือด้วยท่าทางจนปัญญาแบบสุดๆ
เมื่อถูกยั่วโมโห ม่อหนานเป่ยก็เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เชิดหน้าขึ้น แล้วตอบเขากลับไปด้วยน้ำเสียงที่ราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา
"การเลือกวิธีพูดให้เหมาะสมกับสิ่งที่กำลังคุยด้วย ไม่ใช่เรื่องพื้นฐานของมารยาทมนุษย์หรือไง?"
...ปากคอเราะร้ายไม่เบา แถมตรรกะยังชัดเจนสุดๆ
ขืนเถียงต่อไปก็ไร้ประโยชน์ หลี่จื่อเชียนเลยตัดสินใจเปลี่ยนมุมใหม่เพื่อต่อกรกับม่อหนานเป่ย
"ฉันจะบอกอะไรให้นะ ช่วงนี้ออกไปไหนมาไหนก็ระวังตัวไว้หน่อย"
?
เมื่อเห็นหลี่จื่อเชียนจู่ๆ ก็เปลี่ยนมาใช้น้ำเสียงจริงจัง ม่อหนานเป่ยก็สับสนไปชั่วขณะ
"ระวังจะโดนฟ้าผ่าตายเอา"
ในจังหวะที่ม่อหนานเป่ยกำลังงงงวยอยู่นั้น หลี่จื่อเชียนก็พูดขยายความขึ้นมา
"..."
"ทำไมนายไม่ตายๆ ไปซะวะ!"
คนบ้าอะไรจู่ๆ มาแช่งให้คนอื่นโดนฟ้าผ่า?
ปกติแล้วมีใครเขาคุยกันแบบนี้บ้าง?
นี่มันคำพูดที่สิ่งมีชีวิตเซลล์คาร์บอนเขาพูดกันเหรอ?
หมอนี่ต้องเป็นหมาแน่ๆ??
"ใครเป็นคนเลิกพูดภาษาคนก่อนล่ะ?"
"นายไง?!"
หลี่จื่อเชียน: ?
ถ้าม่อหนานเป่ยพูดแบบนี้ เขาจะยอมทนไม่ได้เด็ดขาด!
คนอะไรจะไร้เหตุผลได้ขนาดนี้?
สองคำที่เขาให้ความสำคัญที่สุดในชีวิตก็คือคำว่า ‘ยุติธรรม’
มีที่ไหนทำผิดแล้วไม่ยอมรับ แถมยังมาโยนความผิดให้เขากันหน้าด้านๆ?
แล้วการทวงของเดิมพันมันผิดตรงไหน?
นั่นมันยุติธรรมสุดๆ แล้วไม่ใช่เหรอ?
แล้วพอมันออกมาจากปากม่อหนานเป่ย ทำไมมันถึงกลายเป็น ‘พูดไม่เป็นภาษาคน’ ไปได้ล่ะ?
"ฉันทำอะไรผิด? ฉันก็แค่ทวงชานมของฉัน ในฐานะเจ้าหนี้ ทวงถามถึงหนี้สินมันมากไปหรือไง? หรือเธอคิดว่าการเบี้ยวหนี้มันเป็นสิ่งที่คนปกติเขาทำกัน?"
ม่อหนานเป่ย: ???
"มันเหมือนกันตรงไหนวะ? นายจะบิดเบือนประเด็นเกินไปหน่อยไหม? แล้วจะให้ฉันออกไปซื้อชานมให้นายตอนพักเที่ยงได้ยังไง?"
ม่อหนานเป่ยถึงกับมึนงงไปเล็กน้อยกับตรรกะชุดใหญ่ของหลี่จื่อเชียน
เธอไม่ได้จะเบี้ยวหนี้สักหน่อยไม่ใช่เหรอ?
แล้วทำไมเธอถึงโดนประณามทางศีลธรรมอีกแล้วล่ะ?
และพอพูดถึงการประณามทางศีลธรรม เธอก็นึกไปถึงคาบอ่านหนังสือเองที่แสนประหลาดเมื่อเช้านี้
มันไร้สาระสิ้นดี!
ตรรกะของหมอนี่มันแถสีข้างถลอกปอกเปิก โคตรจะปัญญาอ่อนเลย!
ก่อนที่ม่อหนานเป่ยจะได้ด่าความหน้าด้านของหลี่จื่อเชียนในใจจนจบ เขาก็รับช่วงต่อจากคำพูดของเธอแล้วเริ่มเปิดฉากอีกครั้ง
"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จก็อยู่ที่นั่น"
"หา?"
สำนวนนี้มันเอามาใช้แบบนี้ได้ด้วยเหรอ???
ความตกตะลึงของม่อหนานเป่ยถูกตีความไปอีกแบบอย่างสิ้นเชิงในความคิดของหลี่จื่อเชียน
"ฉันเข้าใจละ เธอก็แค่ตั้งใจจะเบี้ยวหนี้ ไม่มีความจริงใจเลยสักนิด เฮ้อ ไม่น่าเชื่อเลยนะม่อหนานเป่ย ว่าเธอจะเป็นคนแบบนี้"
พูดจบ คงรู้สึกว่ายังไม่สะใจพอ เขาจงใจเดาะลิ้นเสียงดังและส่ายหน้าไปมา เพื่อแสดงออกถึง ‘ความเจ็บปวดใจ’
"จึ๊ๆ"
ม่อหนานเป่ย: ???
"นี่ หงายกะลาหัวแล้วหัดใช้สมองคิดบ้างนะ! ตอนเที่ยงเขาตรวจกันเข้มจะตายชัก ถ้าเป็นนาย นายจะออกไปได้ไหมฮะ?"
ม่อหนานเป่ยโกรธจนเลือดขึ้นหน้า!
หมอนี่มันทำไมถึงได้ปากหมาขนาดนี้เนี่ย?
ตอนพักเที่ยง ทั้งฝ่ายปกครอง หัวหน้าระดับชั้น และเหล่าคณาจารย์ต่างก็ผลัดเวรกันเดินตรวจตราบริเวณประตูโรงเรียนและริมรั้ว เพื่อคอยจับนักเรียนที่แอบสั่งอาหารเดลิเวอรี่หรือพยายามจะปีนกำแพงโดดเรียน
เข้มงวดเบอร์นี้ จะให้เธอไปซื้อชานมให้หลี่จื่อเชียนได้ยังไงกัน?
ซื้อกับผีน่ะสิ!
ขืนออกไปซื้อ มีหวังเธอได้ไปนั่งจิบน้ำชาในห้องปกครองแทนแหงๆ!
ในจังหวะที่เธอกำลังคิดว่าหลี่จื่อเชียนใช้ส่วนไหนของสมองคิดถึงได้พ่นคำพูดพล่อยๆ แบบนั้นออกมา เธอก็ได้ยินเขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแฝงความงุนงงว่า
"ฉันออกได้นะ?"
"ได้ เอาเลย ไหนบอกมาซิว่านายจะออกไปยังไง?"
ม่อหนานเป่ยโกรธจัดจนเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเอง
เธอหันขวับไปหาหลี่จื่อเชียน ยกขาขวาขึ้นไขว่ห้าง กอดอก และสูดหายใจเข้าลึก
เธออยากจะรู้ใจจะขาดว่าหลี่จื่อเชียนจะใช้วิธีไหนในการฝ่าฝืนกฎในสถานการณ์คับขันแบบนี้
"ใบลาไง"
ม่อหนานเป่ย: ?
"ให้ตายเถอะ ใบลา! บ้าเอ๊ย! จะไปซื้อชานมให้นายก็ต้องเขียนใบลาวันนี้ พรุ่งนี้ก็ใบลา เขียนใบลาแม่งทุกวันเลยใช่ไหม? นายเห็นเหล่าหวังเป็นตัวอะไรวะ?"
"ครูประจำชั้นไง"
ม่อหนานเป่ย: ????
นั่นคือสิ่งที่เธอหมายถึงตอนถามคำถามนั้นหรือไง?
เธอหมายความว่าการเขียนใบลาทุกวันแบบนี้ มันคือการเห็นเหล่าหวังเป็นไอ้งั่งหรือเปล่าต่างหาก!
ก่อนที่เธอจะได้โวยวายออกไป เธอก็เห็นหลี่จื่อเชียนแบมือออกและพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเองว่า
"ฉันก็บอกวิธีให้แล้วนี่ไง? คนที่ต้องไปคิดหาวิธีลางานมันต้องเป็นเธอไม่ใช่หรือไง? เพราะคนที่ติดหนี้ชานมสิบแก้วมันไม่ใช่ฉันสักหน่อย"
ม่อหนานเป่ย: ????????