- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นตัวร้าย แต่ไหงนางเอกถึงมาปกป้องผมล่ะเนี่ย
- บทที่ 26 ลุงตง ยามเฝ้าประตู
บทที่ 26 ลุงตง ยามเฝ้าประตู
บทที่ 26 ลุงตง ยามเฝ้าประตู
บทที่ 26 ลุงตง ยามเฝ้าประตู
"มึงล้อกูเล่นเหรอวะ?"
ไอ้หน้าบากทำหน้าเหี้ยมเกรียม กำไม้พลองแน่น สาวเท้าเข้าหาอย่างคุกคาม
"วันนี้ มึงต้องเอาเงินนั่นมาให้กู ไม่ว่าจะอยากให้หรือไม่ก็ตาม!"
"ไม่งั้น..."
"ไม่งั้นอะไร? จะเอาชีวิตฉันเหรอ?"
เจียงฉางหยวนควงโทรศัพท์เล่น น้ำเสียงของเขาแฝงนัยยะบางอย่าง
เมื่อได้ยินดังนั้น ไอ้หน้าบากก็ชะงักไป ความสงสัยเริ่มก่อตัวขึ้นในใจ
ไอ้เด็กนี่ไม่แสดงอาการกลัวเลยสักนิด ท่าทางเหมือนควบคุมทุกอย่างไว้ได้หมด หรือว่ามันพากำลังเสริมมาด้วย?
ดวงตาของจางเฉียงกับหวังคังเป็นประกาย คุณชายเจียงพาพวกพี่น้องมาด้วยสินะ
"ไอ้หนู กูรู้ว่าเมื่อก่อนมึงเคยป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ แต่เพื่อนมึงสองคนดันไปฉีกบิลของลูกพี่หนิวทิ้ง"
"หนี้ทุกก้อนย่อมมีเจ้าหนี้ กฎก็ต้องเป็นกฎ ถ้ามึงไม่จ่าย ก็อย่ามาโทษว่าพวกกูโหดร้ายที่หักขาพวกมันก็แล้วกัน"
"บิลบ้าอะไรมันจะแพงขนาดนั้น?"
"หึ มีคนติดหนี้ลูกพี่หนิวอยู่หมื่นนึง เป็นหนี้ก็ต้องจ่ายสิวะ พวกกูทำธุรกิจถูกกฎหมายนะโว้ย"
"ตอแหล!"
จางเฉียงดิ้นรนด้วยความโกรธ
"พวกมึงก็แค่พวกปล่อยเงินกู้นอกระบบ สูบเลือดสูบเนื้อชาวบ้านไปวันๆ"
"หุบปาก!"
ถ้าไม่กลัวว่าเจียงฉางหยวนจะมีคนรออยู่ข้างนอก ไอ้หน้าบากคงตบปากจางเฉียงไปแล้ว
"ช่างเถอะว่าพวกกูทำอะไร พวกมันทำให้ลูกพี่หนิวเสียรายได้ พวกมันก็ต้องชดใช้!"
"จะจ่ายมาดีๆ หรือจะยอมเสียขาไปข้างนึง ถ้าเรื่องนี้ถึงหูลูกพี่หนิว เขาไม่มานั่งคุยด้วยเหตุผลเหมือนกูหรอกนะ"
น้ำเสียงของไอ้หน้าบากเต็มไปด้วยการข่มขู่
"สรุปคือ ฉันต้องจ่ายเงินก้อนนี้ใช่ไหม?"
"ก็ถือว่ามึงฉลาดดีนี่"
"ก็ได้ พวกแกคนเยอะกว่า พวกแกถูกเสมอ"
เจียงฉางหยวนยอมจ่ายเงินอย่างว่าง่าย ความลังเลในสายตาของไอ้หน้าบากมลายหายไปในพริบตา ที่แท้ไอ้เด็กนี่ก็แค่ทำเก่งไปงั้นเอง
แต่พอได้เงินมา งานของเขาก็เสร็จสิ้น
"ขอโทษครับ คุณชายเจียง ที่ลากคุณมาซวยด้วย"
"บอกฉันมาสิ ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกนายสองคน?"
จางเฉียงและหวังคังสารภาพทุกอย่างด้วยความรู้สึกผิดเต็มอก
หลังจากที่เจียงฉางหยวนแยกย้ายกับพวกเขา พวกเขาก็อยากจะเอาดีให้ได้ แต่ด้วยความที่ไม่มีวุฒิการศึกษา การหางานดีๆ ทำจึงเป็นเรื่องยาก
พวกเขาติดหนี้บุญคุณเจียงฉางหยวนและไม่อยากเดินเส้นทางสายมืดกับคนอื่นอีก ทุกคนจึงแยกย้ายกันไปตามทางของตัวเอง
โชคร้ายที่จางเฉียงและหวังคังโดนหลอกให้ไปเข้าร่วมแก๊งทวงหนี้ของลูกพี่หนิว เป็นเวลาครึ่งเดือนที่มโนธรรมในใจรั้งไม่ให้พวกเขาทำ 'ยอด' ได้เลยสักบาท
ก่อนที่เจียงฉางหยวนจะโทรเรียกพวกเขาไปที่หมู่บ้านลี่ซาน พวกเขาเพิ่งจะโดนซ้อมและถูกบังคับให้รับบิลทวงหนี้มา
"ตอนแรกพวกเราไม่เข้าใจความหมายที่คุณพูดก่อนไปเลยครับ คุณชายเจียง แต่พอไปที่หมู่บ้านลี่ซานแล้วได้เจอแม่ของคุณ เธอก็ดูแลพวกเราเป็นอย่างดีตอนขากลับ"
"เธอสอนอะไรพวกเราหลายอย่างเลยครับ เรารู้สึกได้เลยว่าเธอห่วงใยพวกเราจากใจจริง เหมือนกับที่คุณทำเป๊ะเลย เพราะงั้น..."
พอกลับมา พวกเขาก็เลยฉีก 'งาน' ชิ้นแรกทิ้งซะเลย
เจียงฉางหยวนถึงกับพูดไม่ออก อาบน้ำร้อนมาก่อนแท้ๆ แต่ดันมาโดนหลอกซะได้ สติปัญญาของสองคนนี้น่าเป็นห่วงจริงๆ!
"แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?"
"พวกมันกระจัดกระจายกันไปทั่วเมืองเป่ยหนิงเลยครับ ไม่ล้างจานก็รับจ้างใช้แรงงานแบบผิดกฎหมาย..."
สรุปสั้นๆ คือ ไม่มีใครได้งานดีๆ ทำเลยสักคน
"เรียกพวกมันกลับมา บอกพวกมันว่าฉันหางานดีๆ ให้พวกนายตั้งตัวได้แล้ว"
"ใครอยากทำงานกับฉัน ให้มาที่อยู่นี้ตอนบ่ายโมงครึ่ง ถ้าไม่อยากมาก็ไม่บังคับนะ"
ขณะที่ลุกขึ้นยืน เจียงฉางหยวนก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงพูดเสริมไปว่า
"พวกนายสองคนเก็บของซะ จะไม่ได้อยู่ที่นี่อีกแล้ว อะไรที่ไม่มีค่าก็ทิ้งๆ ไปเถอะ"
จางเฉียงกับหวังคังมองหน้ากัน รอยยิ้มแห่งความดีใจผุดขึ้นบนใบหน้า พวกเขารีบโทรแจ้งข่าวดีให้พวกพี่น้องฟังทีละคน
"คุณชายเจียงกลับมาแล้วเหรอ? บัดซบ ใครอยากจะล้างจานก็ล้างไปเถอะ! กูลาออกเว้ย!"
"กูว่าแล้วว่าคุณชายเจียงไม่ทิ้งพวกเราหรอก! วันนี้ขอเบี้ยวส่งอาหารวันแรกเลยเว้ย บ่ายโมงครึ่งกูไปถึงแน่"
"ฮ่าๆๆ กูไม่ต้องขุดถ่านหินแล้วโว้ย! กูจะลงจากรถคันนี้เดี๋ยวนี้แหละ!"
ในขณะที่ทุกคนกำลังมารวมตัวกัน เจียงฉางหยวนก็แวะไปที่สถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุด
"คุณตำรวจครับ มีคนพยายามกรรโชกทรัพย์ผมครับ!"
การจะมาล้วงเงินออกจากกระเป๋าเขาเนี่ยมันก็เรื่องนึง แต่พวกมันก็ต้องเก่งพอที่จะรักษาเงินก้อนนั้นไว้ให้ได้ด้วยล่ะนะ
ตอนที่ไอ้หน้าบากกับลูกน้องโดนรวบตัว สีหน้าของเขามันช่างซับซ้อนและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ใครมันเป็นคนแจ้งความวะ?
"หม่าเสี่ยวเตา คุณตกเป็นผู้ต้องสงสัยในข้อหากรรโชกทรัพย์และก่อกวนความสงบเรียบร้อยทางการเงิน ตามเราไปสอบสวนซะดีๆ"
"เอาตัวพวกมันไปให้หมด!"
เมื่อเห็นเจียงฉางหยวนที่ดูเหมือนพวกว่างงานเดินเตร็ดเตร่อยู่ในสถานีตำรวจ ไอ้หน้าบาก—หรือหม่าเสี่ยวเตา—ก็รู้ในทันทีว่าไอ้เวรตัวไหนเป็นคนแจ้งจับเขา
"ไอ้ลูกหมา มึงแจ้งจับกูเหรอ! ลูกพี่หนิวไม่ปล่อยมึงไว้แน่!"
"โอ๊ย ฉันกลัวจังเลย!"
เจียงฉางหยวนพูดประชดประชัน
"คุณตำรวจครับ เขาข่มขู่ผมด้วย ข้อหานี้บวกเพิ่มไปเลยนะครับ"
"ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผมหลังจากนี้ ก็เป็นฝีมือพวกมันแน่นอนครับ"
ตำรวจหนุ่มมองเจียงฉางหยวนพลางคิดในใจ ดูหน้านายไม่ได้มีความกลัวเลยสักนิดนะ
"มึง..."
"ทำตัวดีๆ หน่อย!"
เจียงฉางหยวนแอบถ่ายวิดีโอไว้ตอนที่เผชิญหน้ากับหม่าเสี่ยวเตาก่อนหน้านี้ พอมีหลักฐานอยู่ในมือ เงินที่เสียไปก็ได้คืนมาอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้หม่าเสี่ยวเตาจะถูกจับตัวได้ แต่ลูกพี่หนิวไม่ได้อยู่ที่แหล่งกบดาน ทางสถานีตำรวจรับปากว่าจะเร่งมือตามล่าตัวให้เร็วที่สุด
เจียงฉางหยวนไม่ได้เก็บเรื่องนี้มาใส่ใจ จางเฉียงกับหวังคังจะไม่อยู่ที่นั่นอีกแล้ว และตัวเขาเองก็จะไม่กลับไปเหยียบที่นั่นอีกเหมือนกัน
ถ้าลูกพี่หนิวอยากจะแก้แค้น ก็ต้องหนีตำรวจให้พ้นก่อนเถอะ!
ที่ตึกเฉิงเซิน กลุ่มคนหัวหลากสีกำลังยืนอออยู่ที่ประตูทางเข้าหลัก ทุ่มเถียงกับยามรักษาความปลอดภัยอย่างดุเดือด
"คุณชายเจียงของพวกเราเปิดบริษัทอยู่ที่นี่ ทำไมลุงถึงไม่ให้พวกเราเข้าไปวะ?"
"ไอ้แก่หน้าเงิน! รอให้คุณชายเจียงมาถึงก่อนเถอะ มึงจะต้องเสียใจ!"
ยามรักษาความปลอดภัยแค่นหัวเราะอย่างดูถูก ไอ้พวกกุ๊ยไร้อนาคตพรรค์นี้น่ะเหรอจะมาเปิดบริษัท?
ไร้สาระสิ้นดี!
"ตึกเฉิงเซินของพวกเราเป็นหนึ่งในทำเลทองของเมืองเป่ยหนิงเลยนะเว้ย ดูสิว่ามีแต่พวกเถ้าแก่ใหญ่ๆ โตๆ ทั้งนั้นที่เดินเข้าออกกันน่ะ"
"ขนาดจะมาสมัครเป็นภารโรง เขายังไม่รับพวกมึงเลย เปิดบริษัทงั้นเหรอ?"
"ถ้าพวกมึงเปิดบริษัทได้ กูก็เป็นประธานบริษัทได้เหมือนกันโว้ย!"
ความโกรธของจางเฉียงพุ่งปรี๊ดทะลุปรอท ขณะที่เขากำลังจะใช้กำลังบุกเข้าไป จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังมาจากข้างหลัง
"ประธานบริษัทเหรอ? ประธานบริษัทรักษาความปลอดภัยงั้นสิ?"
"คุณชายเจียง! คุณชายเจียงมาแล้ว!"
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องยินดีของเหล่าลูกน้อง เจียงฉางหยวนก็เดินก้าวเข้ามาอย่างสง่างามราวกับราชา โดยมีพวกพ้องคอยคุ้มกันนำทางมาจนถึงด้านหน้า
เมื่อเห็นไอ้เด็กเมื่อวานซืนเพิ่มมาอีกคน สีหน้าของยามก็ยิ่งดูถูกเหยียดหยามมากขึ้นไปอีก
"ไสหัวไปให้พ้นเลยไป! ไอ้พวกเด็กเมื่อวานซืน ริอ่านจะมาทำเบ่งต่อหน้ากูเหรอ?"
"ใกล้จะถึงเวลาเลิกงานแล้ว อย่ามาเกะกะขวางทางชาวบ้านเขา ไปให้พ้นเลยไป"
ยามโบกกระบองไล่พวกพ้องของเจียงฉางหยวน ขณะที่กระบองกำลังจะฟาดลงมาโดนเจียงฉางหยวน ชายร่างกำยำประดุจหอคอยเหล็กก็พุ่งพรวดเข้ามาจากทางขวา
เจิ้นต้าต่านยกมือขึ้นรับกระบองไว้ได้ทันควัน ดวงตาที่กลมโตราวกับกระดิ่งเบิกกว้างจ้องเขม็ง ทำเอาคนที่เห็นถึงกับผงะด้วยความกลัว
"ลองแตะต้องคุณชายเจียงดูสิ แล้วมึงจะได้เห็นดีกัน"
จางเฉียงกับคนอื่นๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลง แต่พร้อมใจกันก้าวเท้าไปข้างหน้าครึ่งก้าว แค่เจียงฉางหยวนออกคำสั่ง พวกเขาก็พร้อมจะพุ่งเข้าใส่แบบไม่คิดชีวิตเหมือนที่เคยทำมาตลอด
ยามพยายามออกแรงดึงกระบองกลับมาหลายครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
"พวกมึงกล้าดีนักนะที่มาหาเรื่องถึงตึกเฉิงเซิน! คอยดูเถอะ กูจะเรียกคนมาสั่งสอนพวกมึงเดี๋ยวนี้แหละ!"
"เอาสิ เรียกมาให้หมดเลย"
คำพูดของเจียงฉางหยวนทำเอายามถึงกับชะงัก ไอ้เด็กนี่มันใจเย็นมาตั้งแต่ต้นจนจบเลย หรือว่ามันจะเปิดบริษัทอยู่ที่นี่จริงๆ?
แต่แล้วเขาก็ปัดความคิดนั้นทิ้งไปในทันที ไอ้พวกกุ๊ยพวกนี้น่าจะไม่มีเงินกินข้าวด้วยซ้ำ จะมาเปิดบริษัทเนี่ยนะ? เป็นไปไม่ได้หรอก
ด้วยความที่ไม่รู้ว่าคุณชายเจียงกำลังมีแผนอะไรอยู่ในใจ เจิ้นต้าต่านจึงยอมลดมือลง คนอื่นๆ ก็เตรียมพร้อมลุยเต็มที่เหมือนกัน