- หน้าแรก
- ราตรีนิรันดร์
- ฟรี บทที่ 345 ทะลวงดินแดนบริสุทธิ์แห่งเทพ
ฟรี บทที่ 345 ทะลวงดินแดนบริสุทธิ์แห่งเทพ
ฟรี บทที่ 345 ทะลวงดินแดนบริสุทธิ์แห่งเทพ
บทที่ 345 ทะลวงดินแดนบริสุทธิ์แห่งเทพ
เสียงลมหนาวหวีดหวิวปานผีสางร้องโหยหวน หอบเอาพายุหิมะเม็ดโตกระหน่ำซัดลงมาจากฟ้ายามราตรี ราวกับน้ำตกสีขาวโพลนที่เทกระจัดกระจายลงมาไม่ขาดสาย
ท่ามกลางพายุหิมะและลมกรรโชกแรง ร่างสองร่างประดุจสายฟ้าฟาดที่ฉีกกระชากความมืดมิด กำลังเปิดศึกดวลเดือดระดับยอดปิรามิดกันอยู่ รังสีกระบี่เจ็ดสีพุ่งทะยานปานสายฟ้าแลบ เข้าปะทะกับแสงขาวดำอย่างดุดัน คลื่นหิมะบนพื้นสาดกระเซ็นและม้วนตัวราวกับคลื่นยักษ์บ้าคลั่งในมหาสมุทร!
เฮ่อเหลียนเจาอวี่มีดีพอให้หยิ่งยโสจริงๆ เขาตีความ ‘คัมภีร์อวี้เซียน’ ได้อย่างทะลุปรุโปร่งถึงแก่นแท้ ยามที่ภูเขาหิมะถล่มทลาย เขาก็อาศัยจังหวะนั้นใช้กระบี่บินเจ็ดสีหอบเอาคลื่นหิมะสีขาวม้วนตัวมาเป็นสายยาว ราวกับกำลังยืมพลังจากขุนเขาทั้งลูกมาใช้
ต่อให้อยู่ห่างออกไปไกลลิบ คนดูทุกคนก็ยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจนแทบหายใจไม่ออก
ภาพที่เห็นตรงหน้าคือคลื่นหิมะสีขาวพัดโหมกระหน่ำ หอบเอาไอเย็นเยือกและเกล็ดหิมะจำนวนมหาศาลสาดซัดลงมาอย่างไม่ปรานีปราศรัย
ทุ่งหิมะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น หิมะถล่มทลายลงมา
เฮ่อเหลียนเจาอวี่ใช้กระบี่บินเจ็ดสีเป็นหัวหอก หอบเอาสภาวะพลังยิ่งใหญ่นี้พุ่งเข้าสังหารร่างที่อยู่เบื้องหน้า
คนดูหลายคนขนลุกซู่ ได้สัมผัสกับคำว่าพลังถล่มทลายปานฟ้าถล่มแผ่นดินทลายของจริง รู้สึกเหมือนกำลังจะโดนฝังทั้งเป็นในทะเลหิมะยังไงยังงั้น
วินาทีนี้ เฮ่อเหลียนเจาอวี่ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับทุ่งหิมะ ทุกการเคลื่อนไหวของเขาสามารถควบคุมสรรพสิ่งและเรียกใช้สภาวะพลังของฟ้าดินได้ดั่งใจนึก
ทว่า ท่ามกลางคลื่นหิมะที่โหมกระหน่ำ ฉินหมิงกลับเหินเวหาด้วยดาบ รับมือกับสุดยอดเคล็ดวิชาอวี้เซียนได้อย่างอยู่หมัด อาศัยสายฟ้าสวรรค์และไฟปฐพีทำลายล้างคลื่นหิมะที่ถาโถมเข้ามาจนสิ้นซาก
รังสีหมัดของเขาสะท้อนภาพการเกิดดับ ความเหี่ยวเฉารุ่งโรจน์ และพลังหยินหยาง พุ่งทะลวงทำลายคลื่นหิมะที่ถาโถมเข้ามาไม่ขาดสายด้วยอานุภาพทำลายล้างที่ไม่อาจต้านทานได้ สยบหิมะถล่มลงอย่างราบคาบ
บนทุ่งหิมะราวกับมีแม่น้ำสายใหญ่ระเบิดออก คลื่นหิมะสีขาวแตกกระจายไปทุกทิศทุกทาง เกล็ดหิมะปลิวว่อนไปทั่วจนปกคลุมคนดูไปหมด
เวลานี้ แค่หายใจเบาๆ ก็รู้สึกเหมือนกำลังกลืนเกล็ดน้ำแข็งลงคอ ไอเย็นยะเยือกเสียดแทงเข้าไปถึงปอด แถมยังมีกลิ่นอายของดินแดนเยือกแข็งปะปนอยู่ด้วย
กระบี่บินที่เคยเจิดจรัสแสบตาและพุ่งทะยานไปทั่วฟ้าดิน ส่งเสียงร้องคร่ำครวญออกมา ก่อนจะถูกพลังหยินหยางของฉินหมิงบิดจนหักสะบั้น!
ทุ่งหิมะที่กำลังบ้าคลั่ง มิติเวลาคล้ายกับหยุดนิ่งไปชั่วขณะ
ไอ้ที่เรียกว่าพลังควบคุมสรรพสิ่ง หรือสภาวะพลังของฟ้าดินอะไรนั่น โดนรังสีหมัดซัดจนกระจุยกระจายไปหมดแล้ว!
ผ่านไปอึดใจหนึ่ง คลื่นหิมะที่พังทลายถึงได้ร่วงหล่นลงมาจากฟ้ายามราตรี กระแสอากาศสีขาวโพลนไร้ขอบเขตเกือบจะพัดถล่มเข้าไปในแดนบริสุทธิ์แห่งฟางไว่ซะแล้ว
กลุ่มคนดูพากันวิ่งหลบกันจ้าละหวั่น เกือบจะโดนหิมะฝังทั้งเป็น
กระบี่บินเจ็ดสีหักเป็นสามท่อน ฉินหมิงใช้สองนิ้วคีบเศษกระบี่ท่อนเล็กสุดเอาไว้ พลางเอ่ยว่า “นี่หรือพลังที่ใกล้เคียงกับอาณาเขตของปราชญ์โบราณ? เจ้านี่มันกำลังลบหลู่ชื่อเสียงพวกเขาชัดๆ!”
เขาสะบัดเศษกระบี่ในมือทิ้ง มันพุ่งแหวกฟ้ายามราตรีปานแสงเหนือ พุ่งตรงดิ่งหมายจะเจาะหว่างคิ้วของเด็กหนุ่มชุดดำฝั่งตรงข้าม
เฮ่อเหลียนเจาอวี่ดีดนิ้วดังเพล้ง! สกัดเศษกระบี่ให้กระเด็นออกไป ใบหน้าของเขาเย็นชาสุดขีด
“กระบี่บินหักซะแล้ว!”
“นั่นมันของวิเศษที่เขาบำรุงรักษามาตั้งหลายปีเชียวนะ!”
คนดูหลายคนหน้าเหวอ ลอบทึ่งในใจ นึกไม่ถึงว่าฉินหมิงจะรับมือกับสุดยอดเคล็ดวิชาประจำสำนักได้อย่างดุดันขนาดนี้ ถึงขั้นใช้มือเปล่าหักกระบี่บินเจ็ดสีได้เลยเรอะ
เฮ่อเหลียนเจาอวี่ไม่ได้มีท่าทีท้อแท้เลยสักนิด กลับกัน สภาวะพลังของเขากลับพุ่งทะยานขึ้นไปอีก ดูอันตรายยิ่งกว่าเดิมซะด้วยซ้ำ
เขาเอ่ยเสียงเรียบ “ถ้าเมื่อกี้ข้าก้าวเข้าสู่อาณาเขตในวัยหนุ่มของปราชญ์โบราณแบบเต็มตัวล่ะก็ เจ้าคิดว่าเจ้าจะยังยืนครบสามสิบสองประการอยู่ตรงนี้ได้หรือไง?”
ฉินหมิงชูนิ้วชี้ขึ้นมากระดิกไปมาใส่เขา พลางเอ่ย “อ่อนแอก็คืออ่อนแอ ถ้าฝีมือเจ้ามีแค่นี้ งั้นทุกอย่างก็จบลงตรงนี้แหละ”
กลิ่นอายพลังในตัวเฮ่อเหลียนเจาอวี่พุ่งพรวดขึ้นอย่างกะทันหัน หิมะและน้ำแข็งรอบตัวพัดย้อนกลับขึ้นไปบนฟ้ายามราตรี หอบเอาเศษหินก้อนโตขึ้นไปหมุนวนรอบตัวเขาอย่างบ้าคลั่ง
เขาทำหน้าเย็นชา เอ่ยว่า “เมื่อครู่ข้าประเมินเจ้าต่ำไปหน่อย เดิมทีข้ากะจะเก็บร่างที่แข็งแกร่งที่สุดไว้ใช้ต่อกรกับอันดับหนึ่งของเส้นทางเซียนและอันดับหนึ่งของลัทธิลี้ลับในอนาคต”
จากนั้น น้ำเสียงเขาก็เข้มขึ้น “นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะรับมือยากขนาดนี้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็จัดให้ตามคำขอ เข้ามาคุกเข่ารับการสั่งสอนจากปราชญ์โบราณในวัยหนุ่มซะเถอะ!”
ฉินหมิงยังไม่ทันได้อ้าปากตอบโต้ คนดูข้างหลังก็ฮือฮากันลั่นแล้ว
“ลูกพี่ลูกน้องจอมโง่เง่าของข้านี่มันขี้เก๊กได้ใจจริงๆ แฮะ!” เฮ่อเหลียนเหยาชิงในชุดขาวสะอาดตาราวกับหิมะเอ่ยขึ้น นางยังคงแต่งตัวเป็นชาย ดูหล่อเหลาเจ้าสำราญสุดๆ
เฮ่อเหลียนหมิงซวี่ เด็กหนุ่มที่ห้อยหยกงามส่งเสียงกรุ๊งกริ่งทำหน้าไม่สบอารมณ์ เอ่ยถาม “ท่านอาเล็ก สรุปแล้วท่านอยู่ฝั่งไหนกันแน่เนี่ย?”
หลายคนทำหน้าเครียด กำลังคิดว่าเฮ่อเหลียนเจาอวี่ประมาทเกินไปหรือเปล่า เมื่อกี้ก็เพิ่งงัดสุดยอดเคล็ดวิชาอย่าง ‘คัมภีร์อวี้เซียน’ ออกมาใช้แล้ว ต่อจากนี้จะมีไม้ตายอะไรอีกล่ะ?
เฮ่อเหลียนเจาอวี่ก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าว สภาวะพลังของเขาทะยานเหนือกว่าเมื่อกี้อย่างเห็นได้ชัด ทั่วทั้งร่างมีพลังลึกลับไหลเวียนอยู่
ท่ามกลางความมืดมิดและพายุหิมะที่โหมกระหน่ำ ทุกย่างก้าวของเขาดูเหมือนจะทำให้วิชาอาคมทั้งปวงต้องหลีกทางให้ รอบตัวเขามีวงแหวนศักดิ์สิทธิ์ซ้อนทับกันเป็นชั้นๆ สว่างจ้าบาดตา เขายืนตระหง่านอยู่บนทุ่งหิมะ ดูราวกับเทพเจ้าน้อยที่เพิ่งจุติลงมาบนโลกมนุษย์เลยล่ะ
เขาเอ่ยเสียงเย็นเยียบ “วันนี้ถือเป็นบุญตาของเจ้าแล้ว ที่ได้เห็นพลังของอาณาเขตนี้!”
ระหว่างที่เขาพูด พวกศิษย์รุ่นเยาว์ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในแดนบริสุทธิ์ก็รู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่เพิ่มขึ้นกะทันหัน ราวกับเห็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์กลับไปเป็นวัยรุ่น แล้วกำลังก้าวเดินมาสู่ยุคสมัยนี้ทีละก้าวๆ
ฉินหมิงทำหน้าเรียบเฉย เอ่ยว่า “ถ้าปราชญ์โบราณรับรู้ได้จากปรโลก คงได้เปิดฝาโลงลุกขึ้นมาตบหน้าเจ้าฉาดใหญ่แน่ๆ โทษฐานที่เอาชื่อพวกเขามาลบหลู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนี้”
เขาพุ่งเข้าไปตบหน้าอีกฝ่ายฉาดใหญ่ เขาทนดูท่าทางขี้เก๊กแบบนี้ไม่ไหวแล้วจริงๆ!
พริบตานั้น ทุ่งหิมะก็ระเบิดเสียงดังสนั่น หิมะปลิวว่อนไปทั่วฟ้า ม่านราตรีราวกับเศษผ้าขี้ริ้วที่กำลังจะถูกฉีกกระชาก
เฮ่อเหลียนเจาอวี่ในชุดดำใช้หมัดรับการโจมตีนี้ไว้ตรงๆ ทันใดนั้น แสงสว่างจ้าก็สาดทะลุฟ้าดิน ราวกับสายฟ้าฟาดผ่าน
ในขณะเดียวกัน พายุหิมะและก้อนหินยักษ์ที่หมุนวนรอบตัวเฮ่อเหลียนเจาอวี่ก็ระเบิดกระจุย เกิดคลื่นกระเพื่อมแผ่ขยายออกไปโดยมีเขาเป็นศูนย์กลาง
“หืม?” ทุกคนชะงักไปชั่วครู่ ก่อนจะหน้าเหวอตกใจ
จุดที่เฮ่อเหลียนเจาอวี่ยืนอยู่ กลายเป็นดินแดนบริสุทธิ์แห่งหนึ่ง ดูคล้ายกับขอบเขตที่สามของลัทธิลี้ลับที่เรียกว่า นิมิตภายใน ซึ่งกำลังแผ่ขยายออกมาในตอนนี้
พริบตานั้น ในดินแดนบริสุทธิ์ของเขา มีแม่น้ำสายยาวไหลเชี่ยวปรากฏขึ้นเลือนราง มีภูเขาสูงตระหง่านโผล่พ้นหมู่เมฆออกมาให้เห็นเค้าโครงลางๆ
แม้พวกนั้นจะเป็นแค่ภาพทิวทัศน์ระยะไกล แต่กลับให้ความรู้สึกกดดันมหาศาล ราวกับมีภาพวาดขุนเขาสายน้ำน่าสะพรึงกลัวกำลังจะจุติลงมาบนทุ่งหิมะ
“ข้าเข้าใจแล้ว ถึงเขาจะเป็นลูกศิษย์เส้นทางเซียน แต่ความจริงแล้วเขาคือเมล็ดพันธุ์เทพต่างหากล่ะ! แค่เกิดมาในตระกูลเฮ่อเหลียนแห่งแดนบริสุทธิ์ เลยไม่สะดวกจะไปเข้าร่วมกับลัทธิลี้ลับตรงๆ” มีคนไขข้อข้องใจ
“ความจริงแล้ว เทพและเซียนโบราณก็มาจากรากเหง้าเดียวกันนั่นแหละ เขาอยู่ในแดนบริสุทธิ์ก็สามารถเดินบนเส้นทางของลัทธิลี้ลับได้เหมือนกัน ย่อมไม่ขาดแคลนคัมภีร์ที่ต้องใช้ฝึกหรอก นี่ต่างหากล่ะคือวิชาและรากฐานที่แท้จริงของเขา”
หลายคนใจสั่นระรัว มาถึงตอนนี้เฮ่อเหลียนเจาอวี่ถึงเพิ่งจะงัดไม้ตายก้นหีบออกมา
นิมิตภายใน ขอบเขตที่สามของลัทธิลี้ลับ คือรากฐานในการบรรลุเป็นเทพในอนาคต
นี่คือทิศทางของเส้นทางเทพที่เลือกไว้หลังจากทำสมาธิ เมื่อสร้างและขัดเกลาจนเสร็จสมบูรณ์ นิมิตภายในก็จะปรากฏชัดเจนขึ้น และในอนาคตจะต้องนำไปผสานเข้ากับสภาพภูมิประเทศและทิวทัศน์บนท้องฟ้าที่พิเศษสุดๆ
ตอนนี้ ภาพที่เฮ่อเหลียนเจาอวี่แสดงออกมากลับเป็นภาพขุนเขาสายน้ำยิ่งใหญ่ตระการตา
เห็นได้ชัดว่า นี่คือดินแดนบริสุทธิ์แห่งเทพที่เกิดจากการหลอมรวมเทพแห่งขุนเขาและเทพแห่งแม่น้ำเข้าด้วยกัน
จุดที่เขายืนอยู่สว่างไสวเจิดจ้า ราวกับเป็นโลกใบเล็กๆ อีกใบหนึ่งเลยทีเดียว
ชั่วพริบตานั้น ‘ตราประทับขุนเขาสายน้ำ’ ก็ปรากฏขึ้น อบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งเต๋าอันเข้มข้น ราวกับมีขุนเขาสายน้ำวิจิตรตระการตาพุ่งเข้าทับถม หมายจะฝังฉินหมิงไว้เบื้องล่าง
ฉินหมิงนิ่งสงบสุดๆ แค่สะบัดฝ่ามือออกไปเบาๆ ทันใดนั้น แสงสว่างบาดตาก็ระเบิดออก ทำเอาทุกคนตาพร่าจนลืมไม่ขึ้น
ท่ามกลางความเลือนราง ผู้คนราวกับเห็น ‘อีกาทองคำ’ ในตำนานทำลายหุบเหวลึก ส่องสว่างทำลายความมืดมิด ทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า มันเจิดจรัสแสบตาเกินไปแล้ว
เพล้ง! ตราประทับขุนเขาสายน้ำถูกฉีกกระชาก อีกาทองคำกรีดร้องพุ่งผ่านม่านราตรี ราวกับจะส่องสว่างไปทั่วทุ่งหิมะ
ทุกคนตะลึงตาตั้ง ใครๆ ก็ดูออกว่าฝ่ามือของฉินหมิงมันแสนจะธรรมดา แต่กลับระเบิดอานุภาพทำลายล้างที่รุนแรงขนาดนี้ออกมาได้
แม้แต่เฮ่อเหลียนเจาอวี่ก็ยังหน้าเครียด ใจสั่นระรัว อุตส่าห์คุยโวว่าจะเหยียบเข้าสู่อาณาเขตของปราชญ์โบราณในวัยหนุ่ม แต่พอลงมือปุ๊บก็โดนตบหน้าหงายปั๊บเลย
ตราประทับขุนเขาสายน้ำแตกสลายกระจายไปคนละทิศละทาง
ในขณะเดียวกัน นิมิตภายในที่เขาแผ่ขยายออกไปก็สั่นคลอน ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่สว่างไสวเกือบจะพังทลายลงมา
“นั่นมัน ‘คัมภีร์อีกาทองคำส่องราตรี’ หรือเปล่า? เขาฝึกมันสำเร็จจริงๆ ด้วย!”
มีคนนึกขึ้นได้ และเข้าใจแล้วว่าทำไมฝ่ามือธรรมดาๆ ของฉินหมิงถึงมีอานุภาพน่าสะพรึงกลัวขนาดนี้
“ซี้ดด!”
พริบตานั้น พวกวัยรุ่นหนุ่มสาวต่างก็สูดลมหายใจเข้าลึก ฉินหมิงเพิ่งจะออกมาจากการตีความคัมภีร์ในแดนเซียนหมาดๆ ก็ฝึกสำเร็จแล้วเรอะ? พรสวรรค์ระดับนี้มันจะน่าขนลุกเกินไปแล้ว!
“นั่นมัน ‘คัมภีร์อีกาทองคำส่องราตรี’ เชียวนะ เขาใช้เวลาแค่นี้ก็ตีความจนบรรลุแล้วงั้นหรือ?” แม้แต่พวกคนแก่คนเฒ่าก็ยังใจสั่นไม่หยุด
ทุกคนอึ้งไปตามๆ กัน
ตอนนี้ ทุกคนสัมผัสได้ถึงพรสวรรค์อันน่าสะพรึงกลัวของฉินหมิงอย่างแท้จริง
“เสียดายที่คัมภีร์เล่มนี้มันพังยับเยินไปเยอะ เหลืออยู่แค่เล่มบางๆ เท่านั้น” มีคนทอดถอนใจ ถึง ‘คัมภีร์อีกาทองคำส่องราตรี’ จะชื่อเสียงโด่งดัง แต่ยังไงมันก็เป็นแค่คัมภีร์ที่ไม่สมบูรณ์
ทว่า มันกลับใช้งานได้จริงและน่าสะพรึงกลัวสุดๆ ถ้าฝึกสำเร็จ มันจะช่วยเสริมอานุภาพให้พลังจิตและปราณแสงสวรรค์ได้มหาศาล!
“มีแค่นี้เองเรอะ?” ฉินหมิงเปลี่ยนสีหน้าเป็นเย็นชา รีบลงมือซ้ำ หวังจะปิดจบให้ไวที่สุด
เปรี้ยง!
สายฟ้าฟาดเปรี้ยงปร้าง ในดินแดนบริสุทธิ์ขุนเขาสายน้ำของเฮ่อเหลียนเจาอวี่ ภาพเบื้องหน้าก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้มีเทพสายฟ้าและเจ้าแม่อสนีโผล่มาซะงั้น เขายังมีดินแดนบริสุทธิ์แห่งเทพอีกรูปแบบหนึ่ง และตอนนี้ก็กำลังเอามาซ้อนทับกันอยู่
นั่นหมายความว่า ถ้าเขาคิดจะบรรลุเป็นเทพ เขาก็มีตัวเลือกให้เลือกเพียบเลยล่ะ
แถมเขายังซ้อนทับมันขึ้นไปอีก ในดินแดนบริสุทธิ์มีจุดสีทองโผล่ขึ้นมายั้วเยี้ยไปหมด นั่นคือแมลงวิเศษชนิดหนึ่ง รูปร่างเหมือนมีดบิน ยาวแค่เท่านิ้วโป้ง แต่กลับมีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนอยู่
“แมลงมีดบิน!”
มีคนตกใจสุดขีด มันคือแมลงที่มีชื่อเสียงโด่งดังติดอันดับต้นๆ ในทำเนียบแมลงวิเศษ ในอดีตเคยมีคนเลี้ยงพวกมันจนบรรลุเป็นเทพแมลงมีดบินมาแล้วด้วยซ้ำ
“นิมิตภายในของเขาแผ่ขยายออกมาแล้ว ถึงขั้นเลี้ยงสิ่งมีชีวิตไว้ข้างในได้แล้วเรอะ?”
“ไม่ใช่แมลงมีดบินตัวเป็นๆ หรอก แต่มันคือเขตแดนแมลงที่เกิดจากนิมิตภายในของเขาต่างหาก เขามีทางเลือกในการบรรลุเป็นเทพเยอะแยะไปหมด และตอนนี้ก็ยังซ้อนทับพลังขึ้นไปเรื่อยๆ อยู่เลย”
ผู้คนซุบซิบกันเสียงเบา
ฉินหมิงถึงจะอยากเห็นว่าอีกฝ่ายมีดินแดนบริสุทธิ์แห่งเทพซ้อนกันกี่ชั้น แต่เขาก็ไม่โง่ยืนรอให้มันบรรจุพลังเสร็จหรอกนะ เขาพุ่งเข้าใส่ทันที ตู้ม! รังสีหมัดสว่างวาบเจิดจ้า อาศัยอานุภาพของคัมภีร์อีกาทองคำส่องราตรีแผลงฤทธิ์
ภาพขุนเขาสายน้ำนั่นหม่นแสงลงอีกครั้ง สายฟ้าก็ถูกซัดจนกระจุยกระจาย
ทว่า กลับมีแมลงมีดบินที่ซ่อนตัวอยู่หลังขุนเขาสายน้ำพุ่งพรวดออกมา ฝูงแมลงยั้วเยี้ยไปหมด คมกริบยิ่งกว่ากระบี่บินซะอีก พวกมันส่งเสียงกระพือปีกดังก้องกังวานกลางพายุหิมะ ราวกับสิ่งมีชีวิตจริงๆ พุ่งเข้าจู่โจมคู่ต่อสู้
ฉินหมิงซัดหมัดออกไป เพียงชั่วความคิดเดียว ความเหี่ยวเฉารุ่งโรจน์ก็ปรากฏขึ้น แถมยังเสริมพลังด้วยคัมภีร์อีกาทองคำส่องราตรี พริบตานั้น ฝูงแมลงมีดบินทั้งหมดก็ราวกับถูกจับแช่แข็งไว้ในหน้าประวัติศาสตร์
พวกมันเน่าเปื่อยผุพังในชั่วอึดใจ ก่อนจะร่วงกราวลงพื้น
ตู้ม! ฉินหมิงซัดหมัดทะลวงดินแดนบริสุทธิ์ พุ่งเป้าไปที่เฮ่อเหลียนเจาอวี่
เวลานี้ นิมิตภายในดินแดนบริสุทธิ์สว่างไสวตรงหน้าเริ่มเกิดรอยร้าว กำลังจะพังทลายลงมาแล้ว
เฮ่อเหลียนเจาอวี่ไม่ได้ป้องกัน แต่กลับฉวยโอกาสนั้นระเบิดพลังออกมา ดินแดนบริสุทธิ์ของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฟ้าคว่ำดิน ไอเย็นยะเยือกไร้ที่สิ้นสุดแผ่ซ่านออกมา ผสานเข้ากับโลกแห่งน้ำแข็งและหิมะภายนอก
นัยน์ตาของเขามืดมิดราวกับเชื่อมต่ออยู่กับปรโลก เขาชี้นิ้วไปข้างหน้า ดินแดนบริสุทธิ์แผ่ขยายออกไป หิมะสีดำพัดโหมกระหน่ำครอบคลุมร่างฉินหมิงไว้
“นี่สิถึงจะเป็นนิมิตภายในหลักของเขา... ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ที่ผ่านมาเขาแค่แกล้งทำเพื่อตบตาเท่านั้นแหละ” มีคนเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
หลายคนเข้าใจดีว่า การจะฝึกดินแดนบริสุทธิ์แห่งเทพหลายๆ แบบพร้อมกันมันยากมาก เพราะมันทำให้เสียสมาธิและไม่มีทางก้าวไปถึงจุดสูงสุดได้หรอก
ไอ้นิมิตภายในพวกนั้นก่อนหน้านี้ คงเป็นแค่ภาพลวงตาที่เฮ่อเหลียนเจาอวี่สร้างขึ้นจากของวิเศษล่ะมั้ง
พริบตานั้น ร่างของฉินหมิงก็ถูกแช่แข็ง ติดอยู่ในก้อนน้ำแข็งสีดำทมิฬ
“ซี้ด! วารีทมิฬปรโลก! มันแช่แข็งพลังจิตและวิญญาณได้เลยนะ!” มีคนใจสั่นระรัว
จู่ๆ ในก้อนน้ำแข็งสีดำก็มีแสงสีทองระเบิดออก ฉินหมิงที่ถูกวารีทมิฬปรโลกแช่แข็งไว้ออกแรงสลัดตัวอย่างรุนแรง พุ่งพรวดออกมาจากน้ำแข็งเทพที่แตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ ได้สำเร็จ
เฮ่อเหลียนเจาอวี่ทอดถอนใจ “เจ้าแกร่งมากจริงๆ ถ้าอย่างนั้น ก็รับไม้ตายก้นหีบของข้าไปซะ... อาณาเขตแห่งปราชญ์โบราณ!”
ระหว่างที่พูด เขาก็ปลดปล่อยนิมิตภายในของตัวเองออกมาเต็มรูปแบบ ซึ่งนี่คือดินแดนบริสุทธิ์ที่จะเป็นรากฐานในการบรรลุเป็นเทพของเขาในอนาคต
ทางซ้ายมือของเขา บึงน้ำสีดำเดือดพล่าน ส่วนทางขวามือ เปลวไฟสีขาวพุ่งทะยานขึ้นฟ้า นี่คือนิมิตภายในสองขั้วที่ขัดแย้งกัน แต่กลับหลอมรวมกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
พริบตานั้น จุดที่เขายืนอยู่ก็ปรากฏเป็นรูปสัญลักษณ์หยินหยางขาวดำ
เรื่องนี้ทำเอาฉินหมิงถึงกับตะลึงตาตั้ง นิมิตภายในแปรสภาพเป็นหยินหยาง ดินแดนบริสุทธิ์แห่งเทพที่ไอ้หมอนี่ครอบครองไม่ธรรมดาจริงๆ แฮะ
ในภาพหยินฝั่งซ้ายของเฮ่อเหลียนเจาอวี่ ปรากฏร่างน่าเกรงขามของบุรุษที่มีใบหน้าเป็นมนุษย์แต่มีลำตัวเป็นงู ส่วนในภาพหยางฝั่งขวา กลับมีร่างของบุรุษที่ถูกล้อมรอบด้วยวงแหวนแห่งเปลวเพลิง ในมือถือหอกยาว
“นั่นมันรูปจำแลงของก้งกง เทพแห่งน้ำ และกายาทองคำของจู้หรง เทพแห่งไฟ! เฮ่อเหลียนเจาอวี่ถึงกับเอาพลังสองขั้วที่ตีกันเองมาหลอมรวมไว้ในดินแดนบริสุทธิ์แห่งเทพเดียวกัน แล้วใช้มันสร้างพลังหยินหยางขึ้นมาได้ ช่างร้ายกาจจริงๆ!”
แม้แต่พวกผู้อาวุโสระดับปรมาจารย์ยังพยักหน้าหงึกหงัก ยอมรับในความเก่งกาจของเขา
เฮ่อเหลียนเจาอวี่แผดเสียงคำรามลั่น ระเบิดพลังออกมาจนถึงขีดสุด นี่เป็นครั้งแรกที่เขางัดไม้ตายก้นหีบออกมาแสดงต่อหน้าผู้คน
ตอนนี้ แม้แต่ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนไป มีแสงขาวดำสาดส่องออกมา นั่นคือเนตรหยินหยางที่สามารถมองทะลุภาพมายาได้
ในขณะเดียวกัน รูปจำแลงก้งกงและกายาทองคำจู้หรงในภาพหยินหยางภายในดินแดนบริสุทธิ์ก็เกิดการสั่นพ้อง พอเฮ่อเหลียนเจาอวี่อัดระดับพลังเข้าไปเสริม ภาพก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ก่อนจะพุ่งเข้าซัดคู่ต่อสู้
ฉินหมิงไม่กล้าประมาท เขากางสนามพลังที่มองไม่เห็นออกไป แล้วงัดเคล็ดวิชาคัมภีร์ผ้าไหมออกมาใช้ทันที พลังจิตผสานเข้ากับปราณแสงสวรรค์และปัญญาเทวะ ระเบิดพลังตูมใหญ่ออกมาตรงนั้นเลย!
ทุ่งหิมะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ยอดเขาแถวนั้นเกิดหิมะถล่มอีกระลอก
ในสายตาทุกคน รูปจำแลงก้งกงและกายาทองคำจู้หรงในภาพสัญลักษณ์เทพนั้นทรงพลังสุดๆ ราวกับมีปราชญ์โบราณฟื้นคืนชีพในวัยหนุ่ม และกำลังจะจุติลงมาบนโลกแห่งความเป็นจริงจริงๆ
ทว่า วินาทีต่อมา อาณาเขตแสนพิสดารนั่นก็กลับหม่นแสงลงอย่างรวดเร็ว ก้งกงและจู้หรงสลายหายไปในพริบตา เพราะรูปสัญลักษณ์หยินหยางถูกเจาะทะลวงจนพรุน จากนั้นเฮ่อเหลียนเจาอวี่ก็กระอักเลือดคำโต ร่างปลิวละลิ่วกระเด็นออกไปไกล