- หน้าแรก
- วันที่เกมจุติลงมา ระบบเติมเงินคือกลลวงทั้งเพ
- บทที่ 30 เลเวล 30 ฉันมาแล้ว!
บทที่ 30 เลเวล 30 ฉันมาแล้ว!
บทที่ 30 เลเวล 30 ฉันมาแล้ว!
บทที่ 30 เลเวล 30 ฉันมาแล้ว!
ท้องฟ้ายังคงมืดมิดตอนที่หลี่หมิงพาทีมชั่วคราวอีกกลุ่มเก็บเลเวลจนถึง 30
ตอนที่ลูกทีมกำลังจะแยกย้าย พวกเขาต่างก็ส่งคำเชิญมาให้ "ลูกพี่ สกิลยั่วยุของพี่ใช้งานได้ดีมากเลยนะ หลังเลเวล 30 พวกเราไปล่ามอนสเตอร์ด้วยกันอีกเถอะ"
หลี่หมิงเองก็ไม่ได้ปฏิเสธให้มากความ "ตกลง ไว้มีโอกาสเราค่อยมาร่วมทีมกันใหม่"
รถบ้านแล่นอยู่บนทางด่วนมาทั้งวันจนน้ำมันใกล้จะหมด แถมเสบียงอาหารในรถก็เหลืออยู่ไม่มากแล้ว
"ร่างกายของฉันแข็งแกร่งขึ้น ทำให้กินจุขึ้นด้วยแฮะ ทำไมชาติที่แล้วฉันถึงไม่ทันสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้นะ?"
ณ จุดแวะพักบนทางด่วน หลี่หมิงรีบกว้านซื้อเสบียงทั้งหมด แล้วหอบหิ้วถุงใบใหญ่หลายใบกลับมาที่รถบ้าน
บริเวณลานจอดรถด้านนอก มีเสียงตะคอกด้วยความเกรี้ยวกราดของกลุ่มวัยรุ่น ดังปะปนมากับเสียงทุบตีและเตะต่อย
"ดูเหมือนว่าอิทธิพลของเกมจะเริ่มแผ่ขยายมากขึ้นแล้ว ผู้คนถึงได้โมโหร้ายและใช้ความรุนแรงกันง่ายขึ้นขนาดนี้"
หลี่หมิงส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะลงจากรถไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น
เมื่อเห็นคนที่นอนกองอยู่บนพื้น หัวใจของเขาก็กระตุกวูบ เขารีบพุ่งเข้าไปผลักเด็กหนุ่มที่ถือไม้เบสบอลออกไปให้พ้นทาง
"หยุดนะ! ถ้าขืนแกยังตีเขาต่อ มีหวังเขาได้ตายแน่!"
เด็กหนุ่มเซถลาล้มลงไปกองกับพื้น เขาสบถด่าทอขณะยันตัวลุกขึ้นยืน แต่แล้วก็ต้องชะงักไปชั่วครู่เมื่อเห็นสภาพอันน่าเวทนาของชายที่นอนอยู่บนพื้น
แม้ใจจะเริ่มฝ่อ แต่ปากก็ยังคงเก่งกาจ "ถุย! ไอ้ขอทานเหม็นโฉ่! กล้าดียังไงมาแตะต้องรถสปอร์ตรุ่นลิมิเต็ดของฉัน ชีวิตแกยังไม่มีค่าเท่ากับยางรถยนต์ของฉันสักเส้นเลยด้วยซ้ำ!"
เขาคว้าแขนสองสาวสวยที่ยืนอยู่ด้านหลังให้ขึ้นรถ ก่อนจะเหยียบคันเร่งมิดไมล์ พุ่งทะยานออกสู่ทางด่วนไปอย่างรวดเร็ว
หลี่หมิงก้มมองชายที่นอนอยู่บนพื้นแล้วเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง "คุณเป็นอะไรไหม?"
หลี่หมิงรู้จักชายคนนี้ดี ในชาติก่อน ชายคนนี้ตั้งฉายาให้ตัวเองว่า: นักดาบแขนเดียว หลู่ยี่ซาน
พวกเขาพบกันตอนที่กำลังเคลียร์รอยแยกมิติเลเวล 50
ในตอนนั้น รอยแยกมิติบังคับว่าต้องมีผู้เล่นอย่างน้อย 5 คนจึงจะสามารถเข้าไปได้
พวกเขารอผู้เล่นคนที่ห้าอยู่นานมาก และในขณะที่กำลังจะถอดใจ หลู่ยี่ซานก็ปรากฏตัวขึ้น
ความประทับใจแรกของหลี่หมิงที่มีต่อเขาคือ ชายคนนี้ต้องเป็นยอดฝีมือในหมู่ยอดฝีมือแน่ๆ รูปลักษณ์ของเขาคล้ายคลึงกับเอี้ยก้วยจากเรื่องมังกรหยกไม่เบา แถมยังมีดาบยักษ์ใบกว้างสะพายอยู่บนหลังอีกต่างหาก
และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ
ความยากของดันเจี้ยนเลเวล 50 นั้นอยู่ในระดับที่สูงปรี๊ด กลุ่มสี่คนของหลี่หมิงเกือบจะถูกกวาดล้างจนหมดตี้ ทว่าในท้ายที่สุด พวกเขาก็รอดมาได้เพราะหลู่ยี่ซานโซโล่บอสที่กำลังคลุ้มคลั่งเพียงลำพัง
ในเวลานั้น หลี่หมิงได้มอบม้วนคัมภีร์หลบหนีออกจากดันเจี้ยนที่ได้มาอย่างยากลำบากให้กับหลิวเจียลี่ พร้อมกับกำชับให้เธอรีบหนีไปทันทีหากตกอยู่ในอันตราย
หญิงสาวฉีกยิ้มกว้างด้วยความมั่นใจ แต่เมื่อถึงคราวต้องสู้กับบอส เธอกลับปล่อยสกิลพลาดเป้าไปหลายต่อหลายครั้ง ทำให้เกิดช่องโหว่ในการทำดาเมจ และลากยาวการต่อสู้จนบอสเข้าสู่สภาวะคลุ้มคลั่ง
หลังจากนั้น เธอก็ทำหน้าเศร้าสลดราวกับรู้สึกผิด ทว่าสายตากลับเหลือบมองไปที่หลู่ยี่ซานอยู่บ่อยครั้ง
ตอนนั้นหลี่หมิงคิดว่าเธอคงจะรู้สึกผิดที่ปล่อยสกิลพลาดไปหลายครั้ง และคงจะซาบซึ้งใจที่หลู่ยี่ซานยื่นมือเข้ามาช่วยเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที
พอมาคิดดูตอนนี้ เธอคงจะเจ็บใจที่ฆ่าเขาในดันเจี้ยนไม่ได้ และในขณะเดียวกันก็คงจะเคียดแค้นหลู่ยี่ซานที่แส่ไม่เข้าเรื่อง
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ความรู้สึกดีๆ ที่หลี่หมิงมีต่อชายตรงหน้าก็เพิ่มขึ้นอักโข
เขายื่นมือออกไปประคองแขนซ้ายของหลู่ยี่ซาน
หลู่ยี่ซานนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด
"หรือว่าสาเหตุที่เขากลายเป็นนักดาบแขนเดียว จะเป็นเพราะถูกรุมซ้อมในช่วงเวลานี้กันนะ?"
"พี่ชาย แขนคุณหักแล้วนะ เดี๋ยวผมพาไปรักษาที่โรงพยาบาลดีกว่า" หลี่หมิงกล่าวด้วยความเป็นห่วง
หลู่ยี่ซานเอนกายพิงกระบะดอกไม้ รอยยิ้มขมขื่นผุดขึ้นบนริมฝีปาก "ขอบใจมากนะน้องชาย แต่ดูสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งของฉันสิ นายคิดว่าฉันจะมีเงินไปโรงพยาบาลรึไง?"
หลี่หมิงขมวดคิ้ว เงินส่วนใหญ่ที่เหลืออยู่ของเขาถูกนำไปซื้อเสบียงจนหมดแล้ว ค่ารักษาพยาบาลของหลู่ยี่ซานกะคร่าวๆ ก็น่าจะตกอยู่ที่หลักหมื่นเป็นอย่างต่ำ
บนใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อของหลู่ยี่ซานปรากฏรอยยิ้มอันน่าเวทนา "นายช่วยทำแผลให้ฉันแบบลวกๆ หน่อยได้ไหม?"
"ในรถผมมีชุดปฐมพยาบาลอยู่ เดี๋ยวผมช่วยต่อกระดูกให้ก็แล้วกัน แต่ว่าไม่มียาชานะ มันจะเจ็บมากเลยล่ะ...."
หลู่ยี่ซานใช้มือขวาตบลงบนหน้าอกตัวเองเบาๆ "เจ็บกายแค่ไหน ก็ไม่สู้เจ็บใจตรงนี้หรอก รบกวนน้องชายช่วยรักษาให้ทีนะ"
หลี่หมิงพยุงเขาขึ้นไปบนรถ แล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดทำความสะอาดบาดแผลบนแขน
เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว เขาก็เริ่มลงมือต่อกระดูก
ตัวเขาเองถึงกับเหงื่อตกด้วยความประหม่า ทว่าชายผู้บาดเจ็บตรงหน้ากลับไม่ปริปากร้องออกมาเลยแม้แต่แอะเดียว เขาเพียงแค่ลูบคลำนาฬิกาดิจิทัลสำหรับเด็กอย่างเงียบๆ
"ผมพันแผลให้เรียบร้อยแล้ว ด้วยสภาพร่างกายของคุณในตอนนี้ บวกกับผลตอบแทนจากโลกของเกม ไม่เกินสิบวันก็น่าจะหายเป็นปกติ"
หลี่หมิงกระดกโคล่ารวดเดียวหมดขวดเพื่อบรรเทาความตึงเครียดและความตื่นเต้นในใจ
จู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงเอ่ยถาม "คุณยังเล่นเกมได้อยู่ไหม?"
หลู่ยี่ซานชูนาฬิกาดิจิทัลขึ้นมา "เจ้านี่ก็ล็อกอินเข้าเกมได้ ถึงจะเป็นแค่เวอร์ชันตัวอักษรก็เถอะ แต่ถ้าทำตามคำสั่งบนหน้าจอ มันก็ให้ผลลัพธ์เหมือนกับการอัปเลเวลนั่นแหละ"
"แล้วถ้านาฬิกาเรือนนี้แบตหมดล่ะ?"
"ตอนแรกฉันก็กังวลเรื่องนั้นอยู่เหมือนกัน แต่ตราบใดที่เกมยังเปิดทิ้งไว้ แบตเตอรี่ของนาฬิกาก็จะค้างอยู่ที่ 1% เสมอ"
หลี่หมิงมองดูนาฬิกาดิจิทัลสำหรับเด็กเรือนนั้น นี่คงจะเป็นของที่มีค่าที่สุดในตัวของหลู่ยี่ซานแล้วล่ะมั้ง
"นาฬิกาเรือนนี้ต้องมีเรื่องราวความเป็นมาแน่ๆ เลยใช่ไหม?"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของหลู่ยี่ซานก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด
ชายที่อดทนไม่ส่งเสียงร้องออกมาเลยแม้แต่นิดเดียวตอนที่ถูกต่อกระดูก บัดนี้กลับหลั่งน้ำตาอุ่นๆ ออกมา "มันเป็นของดูต่างหน้าลูกชายวัยเก้าขวบของฉันน่ะ"
เขาสงบสติอารมณ์ ปาดน้ำตาทิ้ง แต่ก็ไม่ได้เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับลูกชายของเขาต่อ
หลี่หมิงเองก็ไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงถึงอดีตของเขา ทุกคนต่างก็มีบาดแผลในใจที่ไม่อยากจะรื้อฟื้นขึ้นมาทั้งนั้น
"แล้ว... คุณตามหาศัตรูเจอหรือยังล่ะ?" หลี่หมิงยื่นบุหรี่มวนหนึ่งให้
หลู่ยี่ซานโบกมือปฏิเสธเป็นเชิงบอกว่าเขาไม่สูบ "เจอตัวแล้ว!!!"
แววตาของเขาในวินาทีนี้สาดประกายความคมกริบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
หลี่หมิงกล่าวปลอบโยน "ก็ดีแล้วล่ะ รอให้อีกสิบวันแผลหายดี คุณก็ค่อยไปแก้แค้นให้สาสม"
"เอ้านี่ เงินหนึ่งพันหยวน รับไปสิ รักษาแผลให้หายดีก่อน อย่าปล่อยให้มันเรื้อรังล่ะ"
"ถึงเกมจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายผ่านผลตอบแทนได้ แต่ถ้าคุณยังมีอาการบาดเจ็บเรื้อรัง อาการนั้นก็จะถูกเสริมให้รุนแรงขึ้นตามไปด้วยนะ!"
หลู่ยี่ซานรู้สึกว่าคำพูดนี้มันเหลือเชื่อมาก
แต่หลี่หมิงกลับพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังสุดๆ
ในท้ายที่สุด เขาก็ทำได้เพียงพยักหน้าตอบรับเบาๆ
ตอนที่เอ่ยคำบอกลา หลู่ยี่ซานได้โค้งคำนับให้หลี่หมิงอย่างสุดซึ้ง
หลี่หมิงขับรถออกจากจุดแวะพักบนทางด่วน
เวลา 06.00 น. ประกาศจากเกมก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
【ประกาศ: ระบบเกมได้ทำการเปิดฟังก์ชันโรงประมูลแล้ว ไอเทมที่ดรอปในเกมทั้งหมดสามารถนำมาซื้อขายแลกเปลี่ยนได้ในโรงประมูล】
【ในขณะนี้ โรงประมูลเปิดให้บริการเฉพาะโหมดการซื้อขายแบบไม่ระบุตัวตนเท่านั้น】
ทันทีที่มีประกาศแจ้งเตือน เหล่าผู้เล่นก็พากันเปิดกระเป๋าเป้ของตัวเองดู แล้วก็พบว่าไอเทมส่วนใหญ่ในนั้นมีคำว่า "ผูกมัด" กำกับเอาไว้
อย่างไรก็ตาม เวลาปลอดภัย เหรียญทอง รวมถึงสกิลและอุปกรณ์บางส่วนที่ดรอปในเกม สามารถนำไปเปิดประมูลในโรงประมูลได้
ในโรงประมูล สกุลเงินหมุนเวียนที่สามารถใช้ได้คือ: เหรียญทอง เวลาปลอดภัย และ เงินสด
การใช้เงินสดในการซื้อขายภายในโรงประมูล จะถือว่าเป็นการเติมเงินเข้าเกมโดยปริยาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับ VIP ได้อีกด้วย
ผู้เล่นไม่เพียงแต่จะสามารถซื้อของได้เท่านั้น แต่ยังสามารถโพสต์ตั้งรับไอเทมที่ต้องการได้อีกด้วย
ทันทีที่ฟังก์ชันนี้เปิดให้ใช้งาน พ่อค้าคนกลางจำนวนมากก็พากันโพสต์รับซื้อเหรียญทองในราคา 6 หยวนต่อเหรียญ ซึ่งเป็นราคาที่สูงกว่าราคารับซื้อคืนของระบบเสียอีก
ผู้เล่นบางคนเริ่มเกิดความลังเลใจ
หลังจากผ่านความผันผวนของตลาดอย่างดุเดือด ในที่สุดอัตราแลกเปลี่ยนของเหรียญทองก็คงที่อยู่ที่ 8 หยวนต่อเหรียญ
หลังจากขายเหรียญทองแล้ว ยอดเงินสดจะไปปรากฏอยู่บนหน้าอินเทอร์เฟซของเกม และระบบก็จะถือว่าผู้เล่นคนนั้นได้ทำการเติมเงิน ซึ่งจะส่งผลให้ระดับ VIP เพิ่มสูงขึ้น
การถอนเงินสดออกมาจะทำให้ค่าประสบการณ์ VIP ลดลง แต่ระดับ VIP จะไม่ถูกลดขั้นตามไปด้วย
ส่วนเรื่องเวลาปลอดภัย หลายคนมีเก็บสะสมไว้ในกระเป๋าเป้เป็นร้อยๆ ชั่วโมง แถมพวกเขาก็ไม่ได้มีศัตรูคู่อาฆาตตามพื้นที่ป่าเขาลำเนาไพรที่ไหน
ดังนั้นมันจึงแทบจะไม่ได้ถูกนำมาใช้งานเลย และกลายเป็นของที่ถูกเมินไปโดยปริยายในโรงประมูล
หลี่หมิงเลื่อนดูไอเทมในโรงประมูลด้วยดวงตาที่เป็นประกาย แต่น่าเสียดายที่เขายังอัปเลเวลไม่ถึง 30 และยังไม่มีเหรียญทองเลยแม้แต่เหรียญเดียว
หลี่หมิงยังรู้กฎที่ซ่อนอยู่อีกข้อหนึ่ง นั่นก็คือ 'การเติมเงินแบบพรีเมียม'
ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ระดับสีเทาที่ระบบประเมินราคาไว้เพียง 1 เหรียญทอง ถูกผู้เล่นนำมาตั้งขายในโรงประมูลในราคา 10,000 เหรียญทอง แล้วดันมีผู้เล่นอีกคนมากดซื้อไปจริงๆ
เมื่อเป็นเช่นนั้น ระดับ VIP ของผู้เล่นคนนั้นก็จะเพิ่มขึ้น แต่จะไม่ได้รับค่าประสบการณ์ VIP หากพวกเขาต้องการอัปเลเวล VIP ให้สูงขึ้นไปอีก พวกเขาก็จะต้องเติมเงินเพื่อชดเชยค่าประสบการณ์ในส่วนที่ขาดหายไป
ระบบนี้ยังช่วยป้องกันไม่ให้พวกที่ชอบทำตัวเป็นผู้เล่นสายฟรี แอบไปรับซื้อเหรียญทองนอกเกม แล้วนำมาซื้ออุปกรณ์ในเกมเพื่อตบตาคนอื่น
หลี่หมิงถอนหายใจเฮือกใหญ่ "เออๆ รู้แล้วน่าไอ้เกมบ้า! นี่แกกำลังบีบบังคับให้ฉันรีบอัปเลเวลใช่ไหมเนี่ย!"
"ใครกลัวใครกันล่ะ! เลเวล 30 ฉันมาแล้ว!"