- หน้าแรก
- วันที่เกมจุติลงมา ระบบเติมเงินคือกลลวงทั้งเพ
- ตอนที่ 24: ที่แท้ตอนนั้นนายก็โกหกทั้งเพ
ตอนที่ 24: ที่แท้ตอนนั้นนายก็โกหกทั้งเพ
ตอนที่ 24: ที่แท้ตอนนั้นนายก็โกหกทั้งเพ
ตอนที่ 24: ที่แท้ตอนนั้นนายก็โกหกทั้งเพ
"แกจะตะโกนหาพระแสงอะไรวะ!!!"
"หุบปากไปเลยนะโว้ย!!!"
เหล่าบอดี้การ์ดคำรามลั่น พลางลากตัวจงฮ่าวออกมาจากฝูงชน
"เฮ้ยยย~~ พวกนายหยุดนะ! พวกนายไม่ได้บอกให้ฉันตะโกนหรือไง" จงฮ่าวก้าวถอยหลัง ใช้มือปัดป้องแรงผลักจากพวกบอดี้การ์ด
"นายน้อยของพวกนายโดนอัดซะขนาดนั้น แต่พวกนายกลับยืนเงียบกริบ นี่มันทำลายขวัญและกำลังใจของนายน้อยชัดๆ ฉันกำลังช่วยพวกนายอยู่นะเว้ย!"
"เราจะปล่อยให้บรรยากาศคึกคักๆ แบบนี้กร่อยลงกะทันหันไม่ได้นะ! เฮ้ย~ อย่าดึงผมฉันสิวะ"
จงฮ่าวยังคงเถียงฉอดๆ แต่เขาก็ถูกบอดี้การ์ดสองคนผลักกระเด็นไปด้านข้าง แล้วพวกมันก็เริ่มประเคนทั้งหมัดทั้งเท้าใส่เขาไม่ยั้ง
หลี่หมิงรีบพุ่งเข้าไปขวางพวกบอดี้การ์ดไว้ทันที
"เอาล่ะๆ พี่ชายทั้งสอง ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรกันทั้งนั้น ระวังเรื่องพละกำลังกันหน่อยสิครับ!"
"ถ้าพวกพี่ยังอัดเขาไม่เลิก น้องชายคนนี้ได้ตายคามือพวกพี่แน่ๆ!!!"
พวกบอดี้การ์ดถ่มน้ำลายใส่จงฮ่าว: "ถุย! ถ้าแกกล้าพูดจาไร้สาระอีก คราวหน้าพวกเราจะอัดแกให้ตายคามือเลยคอยดู!!!"
หลี่หมิงช่วยพยุงจงฮ่าวให้ลุกขึ้น เมื่อเห็นว่าเขาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง หลี่หมิงจึงเขย่าตัวเขาเบาๆ สองสามครั้ง แล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่า "นายโอเคไหม"
จงฮ่าวค่อยๆ ลืมตาที่บวมปูดขึ้นมา สติสัมปชัญญะของเขายังคงเลื่อนลอย
หลี่หมิงตบหน้าเขาเบาๆ: "จงฮ่าว! เฮ้ย จงฮ่าว นายโอเคหรือเปล่า"
ในที่สุดสายตาของเขาก็เริ่มกลับมาโฟกัสได้อีกครั้ง เขาถามด้วยความงุนงงว่า "คุณคือ...?"
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้บาดเจ็บสาหัส มีเพียงรอยฟกช้ำดำเขียวตามร่างกาย หลี่หมิงก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
เขายิ้มและพูดว่า "ฉันเป็นแค่พลเมืองดีที่ผ่านมาแถวนี้น่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ"
"แล้วเมื่อกี้คุณเรียกใครเหรอ ใครคือจงฮ่าวอ่ะ" เขาทำหน้างง
"เวรเอ๊ย! หรือว่าหมอนี่จะโดนอัดจนความจำเสื่อมไปแล้ววะเนี่ย"
จากนั้นจงฮ่าวก็พูดขึ้น: "ผมแซ่โจว ชื่อโจวฮ่าว คุณต้องจำคนผิดแน่ๆ เลย"
บนหัวหลี่หมิงเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม: "สำเนียงมันเพี้ยนหรือไงวะ"
เขารีบหัวเราะกลบเกลื่อนทันที: "สงสัยสำเนียงจะเพี้ยน ฮ่าฮ่าฮ่า อย่าไปใส่ใจเรื่องหยุมหยิมเลยน่า ฉันรู้จักนายนะ นายเป็นเน็ตไอดอลชื่อดัง แถมยังเป็นแรปเปอร์ด้วยนี่"
ในชีวิตที่แล้ว หลังจากที่โจวฮ่าวช่วยชีวิตหลี่หมิงไว้ เขาก็ได้ออกไปสำรวจหนองน้ำด้วยกัน
ตอนนั้น โจวฮ่าวเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟังมากมาย โดยเฉพาะเรื่องที่เขาได้กลายมาเป็นแรปเปอร์ ซึ่งเขาเล่าได้อย่างออกรสออกชาติเลยทีเดียว
สีหน้าของโจวฮ่าวเริ่มมีความระแวดระวัง เขาพูดขัดขึ้นมาอีกครั้ง: "พี่ชายครับ นี่เราเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกใช่ไหม คุณไม่ได้รู้จักผมหรอก เพราะงั้นอย่ามาตีสนิทให้ยากเลย"
"ผมเป็นแค่พนักงานกินเงินเดือนธรรมดาๆ จะไปเป็นเน็ตไอดอลชื่อดังได้ยังไง แถมแฟนผมยังบ่นประจำเลยว่าผมร้องเพลงเพี้ยนขั้นสุด แล้วคุณจะมาบอกว่าผมเป็นแรปเปอร์เนี่ยนะ!!!"
"ผมฟังเองยังไม่เชื่อเลย!!!"
???
บนหน้าผากหลี่หมิงมีเส้นสีดำผุดขึ้นมาเต็มไปหมด สรุปว่าไอ้เรื่องที่นายเล่าเป็นตุเป็นตะต่อหน้าพวกเราในชีวิตที่แล้ว มันคือเรื่องโกหกทั้งเพเลยสินะ
"นายเคยบอกว่านายคว้าแชมป์รายการ 'China Has Hip-Hop' ปี 2017 แล้วก็เป็นแรปเปอร์ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงที่สุดด้วยนี่นา"
โจวฮ่าวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "อ้อๆ ผมรู้จักคนๆ นั้นนะ ZY ใช่ไหม คุณก็เป็นแฟนคลับเขาเหมือนกันเหรอ"
เอาล่ะ ความหวังของหลี่หมิงพังทลายลงอย่างสมบูรณ์แบบ
เขาฝืนยิ้มแล้วพูดว่า "สงสัยฉันจะจำคนผิดจริงๆ ด้วยแฮะ แต่ก็ช่างมันเถอะ ในเมื่อเราบังเอิญมาเจอกัน ก็ถือว่าเป็นพรมลิขิต รถบ้านของฉันจอดอยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอก เดี๋ยวเรื่องนี้จบเมื่อไหร่ นายไปทำแผลที่รถฉันก่อนก็ได้นะ"
ขณะที่พวกเขากำลังยืนคุยกันอยู่ที่มุมหนึ่ง เสียงตะโกนของกลุ่มบอดี้การ์ดที่อยู่ไม่ไกลก็ดังขึ้น: "นายน้อย อย่าตามไปครับ!!! มันอันตราย!!!"
จู่ๆ หลี่หมิงก็สัมผัสได้ถึงลางสังหรณ์อันเลวร้าย เขารีบทบทวนความทรงจำจากชีวิตที่แล้วทันที
"บนอินเทอร์เน็ตในช่วงเวลานี้ เคยมีข่าวลือว่ามีคนเห็นกระต่ายเวทมนตร์ตาแดงเข่นฆ่าและกลืนกินพวกเดียวกันเอง จากนั้นก็วิวัฒนาการกลายเป็นกระต่ายเวทมนตร์สี่ตา แต่หลังจากนั้น พยานที่เห็นเหตุการณ์ก็ตายปริศนา และไม่มีใครพบเจอกระต่ายเวทมนตร์ที่วิวัฒนาการแล้วตัวนั้นอีกเลย"
"หรือว่าจะเป็นนายน้อยดวงซวยคนนี้กันนะ"
"ฉันต้องไปดูให้เห็นกับตาซะแล้ว บางทีการวิวัฒนาการของกระต่ายเวทมนตร์อาจจะเกี่ยวข้องกับเควสต์เปลี่ยนคลาสก็ได้"
หลี่หมิงรีบผุดลุกขึ้นและวิ่งตามพวกบอดี้การ์ดไปทันที
โจวฮ่าวตะโกนไล่หลังมา: "คุณจะไปไหนน่ะ จะไปสนใจนายน้อยกระจอกๆ คนนั้นทำไม เฮ้ย!!" เขาลากสังขารที่บาดเจ็บสะบักสะบอมวิ่งตามหลี่หมิงไป
บรรดาไทยมุง เมื่อเห็นว่ากลุ่มบอดี้การ์ดวิ่งจากไปแล้ว ก็พากันแตกฮือ
มีคนตะโกนขึ้นว่า: "รีบหนีกันเถอะ อย่ามัวแต่ยืนบื้ออยู่เลย!!!"
ในพริบตาเดียว ทุกคนก็วิ่งหนีกันไปคนละทิศคนละทาง
ในลานจอดรถชั้นใต้ดิน แสงไฟกะพริบติดๆ ดับๆ เนื่องจากสายไฟหลวม
เสียงแทะกระดูกดังก้องมาจากมุมมืดลึกเข้าไปในลานจอดรถ
นายน้อยจอมกระจอกซึ่งตอนแรกกำลังโกรธจัด ได้เข้าต่อสู้กับกระต่ายเวทมนตร์อย่างสูสี แต่กระต่ายเวทมนตร์ที่กำลังได้เปรียบ จู่ๆ ก็เหมือนสัมผัสได้ถึงเสียงเรียกอะไรบางอย่าง และวิ่งหนีเข้ามาในลานจอดรถชั้นใต้ดินแห่งนี้
ด้วยความโกรธแค้น เขาจึงวิ่งไล่ตามมันมาจนถึงที่นี่
"นายน้อยอย่างฉันต้องฆ่าแกด้วยมือคู่นี้ให้ได้ ไม่งั้นฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!"
เขากำชับดาบยาวในมือแน่นและเดินตามเสียงแทะกระดูกนั้นไป
ตรงหัวมุม กระต่ายเวทมนตร์ตัวหนึ่งยืนสองขากำลังสวาปามซากศพของพวกเดียวกันเอง ร่างกายของมันกำลังวิวัฒนาการไปสู่รูปร่างที่คล้ายคลึงกับมนุษย์มากขึ้น
สายตาของคนและสัตว์ประหลาดประสานกัน
"สะ... สี่ กระต่ายเวทมนตร์สี่ตางั้นเหรอ" นายน้อยจอมกระจอกกลืนน้ำลายเอื๊อก สองเท้าก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ
ปากที่แยกออกเป็นสามแฉกของกระต่ายเวทมนตร์แสยะยิ้มราวกับมนุษย์
มันสปริงตัวกระโดดขึ้น และในชั่วพริบตา มันก็มาโผล่ตรงหน้านายน้อยจอมกระจอก
อุ้งเท้าขวาอันล่ำสันของมันตวัดเข้าใส่อย่างจัง กระแทกเข้าที่หน้าอกของนายน้อยอย่างรุนแรง
ร่างของนายน้อยจอมกระจอกปลิวละลิ่วถอยหลัง ทะลุหัวมุมไป กระแทกเข้ากับกลุ่มบอดี้การ์ดที่กำลังวิ่งตามมาจนล้มระเนระนาด
เมื่อเห็นว่ามีคนมาเพิ่ม กระต่ายเวทมนตร์ก็รีบวิ่งหนีออกไปทางออกอีกฝั่งของลานจอดรถทันที
ในชั่วพริบตา มันก็กลืนหายไปในความมืดมิด
"เวรเอ๊ย! ช้าไปก้าวเดียวอีกแล้ว!!!" หลี่หมิงมองดูนายน้อยจอมกระจอกที่นอนหายใจรวยรินอยู่บนพื้น พลางกำหมัดแน่น
"อย่าตามไปเลย คุณสู้มันไม่ได้หรอก!" จังหวะที่เขากำลังจะวิ่งตามไป ร่างของเขาก็ถูกโจวฮ่าวที่เพิ่งวิ่งมาถึงคว้าเอาไว้
โจวฮ่าวส่ายหน้า พลางมองไปที่คนที่นอนอยู่บนพื้น: "คุณก็เห็นแล้วนี่ หมอนี่โดนโจมตีแค่ทีเดียวก็ปางตายแล้ว!!! แล้วคุณจะไปทำอะไรมันได้"
หลี่หมิงปัดมือที่จับเสื้อของเขาออก เป็นสัญญาณให้ปล่อย: "ฉันเก่งกว่าหมอนั่นเยอะ แถมสัตว์ประหลาดตัวนี้ก็มีความพิเศษมากด้วย ถ้าปล่อยให้มันหนีไปได้ล่ะก็เสียดายแย่!!!"
รอยยิ้มอันมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา ดวงตาของเขาดูลึกลับและเด็ดเดี่ยวจนไม่อาจตั้งข้อสงสัยได้
โจวฮ่าวยอมปล่อยมืออย่างว่าง่าย และหยิบมีดปอกผลไม้ที่ดูสวยงามประณีตเล่มหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ: "เอ้านี่ อาวุธจากในเกม ถึงจะเป็นแค่อุปกรณ์ขยะสีเทา แต่มันก็ดีกว่าสู้มือเปล่าเยอะ อย่าเพิ่งรีบตายล่ะ!!!"
อันที่จริง เขาไม่ได้บอกหรอกนะว่าการใช้อาวุธชิ้นนี้ต้องสูญเสียเวลาปลอดภัย
หลี่หมิงยิ้มให้เขา: "ขอบใจมาก น้องชาย!"
เขารับอาวุธมาและเหน็บไว้ที่ขอบกางเกง
เขารีบวิ่งตามไปในทิศทางที่กระต่ายเวทมนตร์หนีไปทันที
เมื่อเปิดกระเป๋าเป้ในเกม เขาพบว่าตัวเองสะสมเวลาปลอดภัยไว้ได้กว่า 600 ชั่วโมงแล้ว
【ดาบยาวทลายวิญญาณและตะเกียงรวบรวมวิญญาณถูกส่งออกมายังโลกแห่งความเป็นจริงแล้ว เนื่องจากเป็นไอเทมระดับสูง จึงต้องใช้เวลาปลอดภัย 12 ชั่วโมงในทุกๆ 5 นาที】
คุณสมบัติของไอเทมเครื่องประดับถูกเปลี่ยนแปลงเมื่อนำมาใช้ในโลกแห่งความเป็นจริง
เดิมทีในเกม มันมีไว้สำหรับยกเว้นบทลงโทษเมื่อตัวละครตาย
แต่ในโลกความเป็นจริง เอฟเฟกต์ของมันเปลี่ยนเป็น: 【เครื่องประดับ: ตะเกียงรวบรวมวิญญาณ สามารถรับรู้ถึงอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาได้ ยิ่งอันตรายเข้าใกล้มากเท่าไหร่ ตะเกียงก็จะยิ่งสว่างไสวมากขึ้นเท่านั้น หลังจากสังหารปีศาจได้แล้ว วิญญาณทั้งหมดในตะเกียงจะถูกปลดปล่อยออกมา โดยมีโอกาสสูงมากที่จะสกัดเอาไอเทมที่มีค่าที่สุดจากปีศาจตนนั้นออกมาได้】
ในชีวิตที่แล้ว เอฟเฟกต์ของเครื่องประดับชิ้นนี้ช่วยสร้างอุปกรณ์ระดับสูงออกมามากมายนับไม่ถ้วน
ผู้คนเริ่มอิจฉาริษยามากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง อุปกรณ์ชิ้นนี้และเจ้าของของมันก็หายตัวไปอย่างลึกลับ
หลี่หมิงเพิ่งจะหยิบตะเกียงรวบรวมวิญญาณออกมา
ไส้ตะเกียงลุกโชนอย่างรุนแรง เปลวไฟสีน้ำเงินอมเขียวที่ดูลึกลับน่ากลัวสาดแสงจ้าจนแสบตา
"เวรเอ๊ย!!! ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ประหลาด พวกมันก็จ้องจะลอบกัดฉันกันทั้งนั้นเลยสินะ!!!!"