- หน้าแรก
- ก็บอกว่ารวยล้นฟ้า ทำไมถึงหาว่าผมเป็นยาจก
- บทที่ 25: นายน่ะยังอ่อนหัดเรื่องการอวดรวยนัก ปล่อยให้ฉันสอนพื้นฐานให้ก็แล้วกัน
บทที่ 25: นายน่ะยังอ่อนหัดเรื่องการอวดรวยนัก ปล่อยให้ฉันสอนพื้นฐานให้ก็แล้วกัน
บทที่ 25: นายน่ะยังอ่อนหัดเรื่องการอวดรวยนัก ปล่อยให้ฉันสอนพื้นฐานให้ก็แล้วกัน
บทที่ 25: นายน่ะยังอ่อนหัดเรื่องการอวดรวยนัก ปล่อยให้ฉันสอนพื้นฐานให้ก็แล้วกัน
"อย่าเลย!"
เถียนปินรีบดึงหลี่เย่วหรานกลับมา บอกไม่ให้เขาทำอะไรวู่วาม
"ถ้าไช่หมิ่นหมิ่นรู้ว่านายเปย์สตรีมเมอร์สาวล่ะก็ เธอต้องโกรธจัดแน่ๆ อีกอย่าง แค่ค่าใช้จ่ายตอนไปเดตมันก็หนักหนาพออยู่แล้ว นายไม่ต้องไปลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับคนพวกนั้นหรอก"
หลี่เย่วหรานรู้สึกไม่พอใจ "แต่พวกมันทำตัวกร่างเกินไปแล้วนะเว้ย!"
ฉันเองก็คิดว่าพวกเขากำลังทำตัวอวดดีเกินไปหน่อยเหมือนกัน
มันไม่ได้เหมือนกับว่ามีเสี่ยสายเปย์มาเปย์เงินเป็นล้านๆ ซะหน่อย ก็แค่พันห้าเอง มีอะไรให้น่าโอ้อวดนักหนา? แล้วทำไมคนถึงต้องไปประจบประแจงพวกนั้นด้วย?
ฉันล่ะไม่เข้าใจคนพวกนี้จริงๆ
เมื่อเห็นว่าไอ้คนจนนั่นยังคงไม่ลดละและสแปมข้อความไล่เติ้งเจี๋ยออกจากสตรีมอย่างต่อเนื่อง ฉันก็เติมเงินเข้าบัญชีตัวเองโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
ชั่วพริบตาเดียว หน้าจอก็สว่างวาบไปด้วยสีสันอันตระการตา!
เรือบรรทุกเครื่องบินแหวกอากาศออกมาและปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคน!
สเปเชียลเอฟเฟกต์อันตระการตาบดบังใบหน้าของเฉินอวี่เฟยและข้อความแชตทั้งหมดจนมิด
แม้แต่ข้อความแจ้งเตือนจากระบบก็ยังเป็นตัวอักษรสีสันสดใส สะดุดตาสุดๆ: "นิรนามได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ขอให้สตรีมเมอร์ประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่องและมีชีวิตที่รุ่งโรจน์!"
เติ้งเจี๋ยร้องอุทานด้วยความตกใจ "พระเจ้าช่วย ใครส่งเรือบรรทุกเครื่องบินมาเนี่ย!"
หลี่เย่วหรานเองก็ถึงกับอึ้งไปเลย "ฉันว่าของพวกนี้ราคาน่าจะลำละหมื่นหยวนนะ? ขอฉันดูหน่อย... ลำละแปดพันแปดร้อยหยวน นี่มันใครกันวะเนี่ย?"
เถียนปินพูดอย่างมั่นใจ "ไม่ใช่คนในคณะเราแน่นอน มีแค่สวี่ฮ่าวคนเดียวแหละที่รวย แล้วตอนนี้มันก็หอบหนี้หนีหายเข้ากลีบเมฆไปแล้ว คณะเราไม่มีพวกลูกคุณหนูรวยๆ เหลืออยู่แล้วล่ะ"
ฉันฟังแล้วก็แอบขำ
ที่บอกว่าไม่มีหมายความว่ายังไง?
ก็มีนั่งหัวโด่อยู่ในหอพักพวกนายคนนึงนี่ไง
สตรีมเมอร์ชื่อดังหลายคนอาจจะไม่เคยได้รับเรือบรรทุกเครื่องบินเลยสักลำแม้จะสตรีมมาทั้งคืน ต่อให้ได้ พวกเขาก็มักจะต้องแบ่งรายได้คนละครึ่งกับเสี่ยสายเปย์หลังไมค์อยู่ดี
การที่เฉินอวี่เฟยได้รับของขวัญราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้ตั้งแต่คืนแรกที่สตรีม ถือเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่งนัก
แต่ฉันไม่ได้เปย์ให้เธอเพราะเห็นแก่เธอนะ
ฉันทำไปเพื่อเพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนของฉัน ล้วนๆ เลยก็เพื่อจะทำลายความจองหองของไอ้คนจนนั่น
ของขวัญชิ้นนี้ได้ผลชะงัด เฉินอวี่เฟยและช่องแชตแทบจะคลั่งขึ้นมาทันที พวกเขาลืมไอ้คนจนนั่นไปสนิท และพุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่คนส่งของขวัญแทน
"นิรนาม? ชื่อโคตรเท่เลย! รวยขนาดนี้แล้วยังทำตัวลึกลับอีก หมอนี่ต้องเป็นเศรษฐีที่ชอบทำตัวโลว์โปรไฟล์แน่ๆ"
"คณะเรามีคนรวยระดับนี้ด้วยเหรอ? หรือว่าจะเป็นสวี่ฮ่าว?"
"ถ้าไอ้เวรสวี่ฮ่าวมันกล้าโผล่มาเปย์ของขวัญล่ะก็ ฉันจะตามล่ามันไปสุดหล้าฟ้าเขียวเลย! มันยังไม่คืนเงินฉันเลยนะ ไม่รู้ป่านนี้ไปมุดหัวอยู่ซอกไหนแล้ว!"
"เฉินอวี่เฟย เธอรู้จักนิรนามไหม? นี่ไม่ได้จ้างหน้าม้ามาปั่นกระแสใช่ปะ?"
"สงสัยจะเป็นป๋าเลี้ยงของเฉินอวี่เฟยแหงๆ"
ช่องแชตเริ่มจะออกทะเลไปไกล ถึงขั้นมโนไปว่าฉันเป็นเศรษฐีใหญ่ที่เลี้ยงต้อยเฉินอวี่เฟยไว้เป็นเมียน้อยซะงั้น
แต่เฉินอวี่เฟยไม่ได้สนใจข้อความพวกนั้นเลยสักนิด เธอเอาแต่รีเฟรชระบบหลังบ้านรัวๆ อยากจะเห็นว่าของขวัญพวกนี้จะเปลี่ยนเป็นเงินสดเข้าบัญชีเธอได้ตอนไหน
เธอตื่นเต้นจัดจนนั่งอึ้งอยู่หน้ากล้อง เอามือกุมหน้าอก ลืมแม้กระทั่งหน้าที่ของสตรีมเมอร์ นั่นคือการขอบคุณคนส่งของขวัญ
จนกระทั่งเธอแน่ใจแล้วว่าแพลตฟอร์มหักส่วนแบ่งไปแค่สี่สิบเปอร์เซ็นต์ และเธอจะได้ส่วนแบ่งถึงหกสิบเปอร์เซ็นต์—ซึ่งก็คือห้าพันกว่าหยวน—เธอถึงได้สติกลับมา
"ขอบคุณพี่นิรนามสำหรับเรือบรรทุกเครื่องบินนะคะ ฉัน... ฉันไม่รู้จะพูดอะไรเลย ฉัน..."
ก่อนที่เธอจะพูดจบ ฉันก็ทำให้หน้าจอสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง
นี่มันยังไม่ถือว่าเป็นการอวดรวยเลยนะ?
ไอ้คนจน ดูเอาไว้ให้ดีๆ นี่แหละคือการอวดรวยของจริง!
"นิรนามได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ขอให้สตรีมเมอร์ประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่องและมีชีวิตที่รุ่งโรจน์!"
"นิรนามได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ขอให้สตรีมเมอร์ประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่องและมีชีวิตที่รุ่งโรจน์!"
"นิรนามได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน ขอให้สตรีมเมอร์ประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่องและมีชีวิตที่รุ่งโรจน์!"
...ไอ้คนจนมันส่งดอกไม้ไฟสิบห้าอัน ฉันก็เลยจัดเรือบรรทุกเครื่องบินไปสิบห้าลำรวดเดียวซะเลย
ไม่มีเหตุผลอื่นใด
ก็แค่อยากจะเอาศักดิ์ศรีของมันมาทำเป็นที่รองเท้าแล้วก็กระทืบเล่นให้หนำใจเท่านั้นเอง
ชอบใช้เงินฟาดหัวคนอื่นนักไม่ใช่เหรอ?
งั้นฉันจะให้แกลองลิ้มรสของการถูกเงินฟาดหัวดูบ้าง!
แต่พอฉันกดส่งของขวัญเสร็จ ฉันก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของเถียนปิน ปรากฏว่าเขาตื่นเต้นจัดจนกระโดดตัวลอยไปโขกเพดานดังโป๊ก
เติ้งเจี๋ยเองก็กระโดดเหยงๆ พลางกำโทรศัพท์แน่น "นี่มันใครกันวะเนี่ย! เรือบรรทุกเครื่องบินสิบห้าลำ... เป็นเงินตั้งเท่าไหร่? ฉันนับไม่ถูกแล้วโว้ย!"
หลี่เย่วหรานพูดช้าๆ "แสนสามหมื่น... เชี่ยเอ๊ย นั่นมันพอสำหรับเป็นค่าสินสอดพี่ชายฉันได้เลยนะนั่น!"
ทันใดนั้น ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากโถงทางเดินข้างนอก "ตกลงว่านิรนามนี่มันใครกันวะ! อยู่ในตึกหอพักเราหรือเปล่า? ออกมารับการคารวะจากจางคุนซะดีๆ!"
ฉันแทบจะสำลักน้ำลายตัวเอง
มันไม่ขนาดนั้นหรอกน่า บ้าไปแล้ว
ฉันไม่คิดเลยว่าการส่งของขวัญแค่ไม่กี่ชิ้นจะทำเอาช่องแชตแทบแตก แถมยังทำให้พวกผู้ชายในคณะเราคลั่งกันไปหมดในชีวิตจริงอีก
แต่ฉันก็พอจะเข้าใจได้ เงินแสนกว่าหยวนมันเยอะมากสำหรับพวกเขาจริงๆ
"นิรนามไม่ใช่คนในคณะเราแน่นอน"
"เฉินอวี่เฟย เธอต้องรู้จักนิรนามแน่ๆ ใช่ไหม? ไม่งั้นใครจะมาเปย์ของขวัญแพงๆ แบบนี้ให้เธอ"
"ฉันว่าแล้วเชียว ทำไมช่วงนี้เฉินอวี่เฟยถึงได้หายหน้าหายตาไป หึ ที่แท้ก็ไปจับเศรษฐีนี่เอง!"
ฉันต้องยอมรับเลยว่า สภาพจิตใจของเฉินอวี่เฟยแข็งแกร่งเอามากๆ
เธอไม่ได้สนใจข้อกล่าวหาที่ใส่ร้ายป้ายสีในช่องแชตเลย เธอเพียงแค่จ้องมองระบบหลังบ้านอย่างเหม่อลอย เพื่อยืนยันยอดเงินที่ได้จากของขวัญ
จากยอดแสนสามหมื่นหยวน อย่างน้อยเธอก็จะได้ส่วนแบ่งแปดหมื่นหยวน
การหาเงินได้ตั้งแปดหมื่นหยวนตั้งแต่คืนแรกที่สตรีม ถือเป็นกำลังใจก้อนโตสำหรับเธออย่างไม่ต้องสงสัย
"ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่นิรนาม ขอบคุณจริงๆ ค่ะ!"
จู่ๆ เสียงของเธอก็สั่นเครือ
"จริงๆ แล้ว ฉันไม่ได้เริ่มสตรีมเพื่อตัวเองหรอกค่ะ คุณปู่ของฉันต้องใช้เงินก้อนใหญ่ในการผ่าตัด พ่อแม่ของฉันก็ไม่ได้มีเงินเก็บอะไรมากมาย ที่บ้านก็เลยกะว่าจะถอดใจไม่รักษาท่านแล้ว"
"ตอนเด็กๆ ฉันถูกทิ้งให้อยู่ที่บ้านนอกและโตมากับคุณปู่ ฉันทนไม่ได้จริงๆ ที่จะเห็นพวกเขาทอดทิ้งท่าน ฉันก็เลยเริ่มมาสตรีมดูเผื่อว่าจะหาเงินค่าผ่าตัดได้บ้าง"
"พี่นิรนาม พี่ช่วยชีวิตคุณปู่ของฉันไว้ และพี่ก็ช่วยชีวิตฉันด้วย ขอบคุณนะคะ"
พูดมาถึงตรงนี้ เธอก็ถึงกับเอามือปิดปากแล้วปล่อยโฮออกมา
ฉันถึงกับอึ้งไปเลย
ฉันไม่คิดเลยว่าจะมีเรื่องราวแบบนี้ซ่อนอยู่เบื้องหลังการมาเป็นสตรีมเมอร์ของเธอ
แต่เงินแปดหมื่นมันพอสำหรับค่าผ่าตัดเหรอ?
เมื่อเห็นท่าทางน่าสงสารของเธอ ฉันก็ตัดสินใจปัดเศษให้มันกลมๆ แล้วส่งเรือบรรทุกเครื่องบินให้เธอไปอีกห้าลำ
หลังจากส่งไปแล้ว ฉันถึงเพิ่งจะพิมพ์ข้อความแรกในช่องแชต: "ค่าผ่าตัดของคุณปู่เธอต้องใช้เงินเท่าไหร่?"
"แสนสามหมื่นหยวนค่ะ แต่พี่นิรนามคะ แค่นี้ก็พอแล้วล่ะค่ะ ฉันมีเงินเก็บหมื่นกว่าหยวนจากการทำงานหลังเรียนจบม.ปลาย แล้วพ่อแม่ก็มีเงินเก็บอีกสองหมื่น เท่านี้ก็พอแล้วค่ะ พี่ไม่ต้องส่งอะไรมาแล้วนะคะ"
ถ้าเธอขอให้ฉันเปย์เพิ่ม ฉันก็คงไม่โง่ยอมทำตามหรอก
แต่ในเมื่อเธอบอกว่าไม่ต้อง ฉันก็ยิ่งอยากจะเปย์ให้
ดังนั้น ฉันก็เลยจัดเรือบรรทุกเครื่องบินไปอีกสิบลำรวดเดียว แบบนี้เธอไม่เพียงแต่จะมีเงินพอจ่ายค่าผ่าตัดเท่านั้น แต่ยังมีเงินเหลือไปซื้อพวกอาหารเสริมอะไรพวกนั้นให้คุณปู่ได้อีกด้วย
หลังจากเปย์ของขวัญไปชุดใหญ่ จู่ๆ ฉันก็สังเกตเห็นว่าไม่มีใครพิมพ์อะไรในช่องแชตอีกเลย
แม้แต่เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนของฉันก็เงียบกริบไปเหมือนกัน
ฉันรีบชะโงกหน้าลงไปดูจากขอบเตียง ก็เห็นพวกเขาสามคนกำลังสุมหัวดูโทรศัพท์ นิ่งค้างไปราวกับถูกสกัดจุด
"พวกนายทำอะไรกันอยู่เนี่ย? ทำไมช่องแชตเงียบจัง? ทุกคนหนีกันไปหมดแล้วเหรอ?"
หลี่เย่วหรานค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมามองฉัน ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด "ล้อเล่นหรือเปล่า? ทุกคนจะหนีไปได้ยังไง? ทุกคนอยู่ที่นี่กันหมด! นายไม่ได้ดูข้อความในกลุ่มเหรอ? คนทั้งคณะเรา รวมทั้งอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วก็อาจารย์คนอื่นๆ อยู่ในสตรีมกันหมดเลย!"