เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 เจียงหงเอ๋อ

บทที่ 5 เจียงหงเอ๋อ

บทที่ 5 เจียงหงเอ๋อ


ลู่เฉินมีกำลังมหาศาลถึงพันชั่ง ร่างกายเขาได้ทะลวงขีดจำกัดบางอย่างไปแล้ว ทำให้เขาก้าวข้ามสู่ขอบเขตขั้นหนึ่งอย่างมั่นคง ความสามารถรอบด้านของเขาจึงพัฒนาขึ้นอย่างมาก สายตาของเขาก็เช่นกัน เขาสังเกตเห็นว่าขณะที่หญิงสาวคนนั้นเดิน ฝ้าเท้าของเธอแทบไม่แตะพื้นเลย

"เดินอย่างไร้ฝุ่น"

"ปีศาจ? หรืออาจเป็นนักพรต? หรือบางที เป็นคนที่หลวงจีนหยวนเจินส่งมาทดสอบเรา?"

"กับดักสาวงาม?"

ในชั่วพริบตา ลู่เฉินคิดไปต่าง ๆ นานา

เห็นว่าผู้คนรอบข้างหลายคนถูกความงามของหญิงสาวนั้นดึงดูดจนไม่ได้สติ ลู่เฉินจึงรีบคว้าชายฉกรรจ์หนวดเฟิ้มคนหนึ่งมาถาม

"พี่ใหญ่ ขอถามอะไรหน่อยได้ไหม?"

"ไสหัวไป!"

ชายหนวดเฟิ้มมีท่าทีหงุดหงิด พยายามจะแกะฝ้ามือลู่เฉินออก แต่กลับพบว่าเด็กหนุ่มนักพรตตัวเล็กกว่าเขาครึ่งศีรษะนั้นไม่ขยับเลยสักนิด ทำให้เขารู้สึกตกใจ

"เจ้าจะถามอะไร?"

"หญิงสาวงามคนเมื่อครู่นี้เป็นใคร มาจากไหน?"

ชายหนวดเฟิ้มถอนหายใจด้วยความโล่งอก รีบตอบทันที

"นางมาจาก จากหอโคมแดง"

"หอโคมแดง? ที่ไหนน่ะ?"

ลู่เฉินขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

ในขณะนั้นเอง หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเดินผ่านมา พลางหัวเราะเบา ๆ

"เจ้านักพรตน้อยช่างใสซื่อเสียจริง แม้แต่หอโคมแดงยังไม่รู้จัก ที่นั่นเป็นอะไรน่ะหรือ ก็เป็นซ่องแห่งเดียวในเฝ้ามืองเฟิ่งเซียนของเราน่ะสิ เต็มไปด้วยหญิงสาวไร้ยางอาย"

"ซ่อง!!"

ลู่เฉินอ้าปากค้าง พึมพำว่า

"คุณโส..."

หญิงวัยกลางคนเดินผ่านไปแล้ว ส่วนชายหนวดเฟิ้มก็ตอบอย่างอึกอักว่า

"เถ้าแก่...เถ้าแก้เนี๊ย"

"เจ้าของหอนางโลม?!"

ลู่เฉินเบิกตากว้างอย่างตะลึงงัน

หลังจากสอบถามอยู่นาน ในที่สุดลู่เฉินก็ได้รู้ถึงตัวตนของหญิงคนนั้นอย่างแน่ชัด นางคือเถ้าแก่เนี๊ยของหอโคมแดง ชื่อเจียงหงเอ๋อ หญิงสาวผู้เป็นที่ครั่นคร้ามของบุรุษทั้งหลาย และเป็นที่อิจฉาของสตรีทั้งปวง

บุรุษต่างหวาดกลัว เพราะหากทำให้เธอขุ่นเคืองก็จะไม่สามารถเหยียบเข้าหอโคมแดงได้อีก ส่วนสตรีก็อิจฉาเพราะนางงดงามเหลือเกิน งามจนแม้แต่ผู้หญิงด้วยกันยังรู้สึกครั่งไคล้

ลู่เฉินยังเด็กเกินไป จึงไม่เคยได้ยินชื่อเสียงของนางมาก่อน

"เจียงหงเอ๋อ หญิงสาวคนนี้คงไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาแน่"

ลู่เฉินถอนหายใจออกมา แม้ว่าจะดูแปลก แต่ตราบใดที่นางไม่ใช่พวกของเจ้าอาวาสหยวนเจิน ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีแล้ว

ในเช้าวันนั้น

ลู่เฉินขายของทุกอย่างที่มี ได้เงินมาเป็นเงินหกเหรียญและเหรียญทองแดงอีกเจ็ดสิบสองเหรียญ ซึ่งก็พอที่จะใช้สำหรับอัปเกรดทักษะฝึกหมัด และลมปราณ เขาจึงแวะตลาดไปกินซุปเนื้อแกะกับแป้งแผ่น จากนั้นเดินเล่นต่ออีกสักพักก่อนกลับไปยังอารามฉางชุน

บ่าย

ลู่เฉินถอดป้ายที่ประตูออก ใช้ถ่านเขียนตัวอักษรคำว่า "ฉาง" ลงไป จากนั้นแขวนป้ายขึ้นใหม่อย่างพอใจ แล้วก็เริ่มฝึกวิชาฝ้ามือวัชระไปด้วย

พร้อมทั้งฝึกวิชาอมตะชั่วนิรันดร์แห่งฉางชุนควบคู่กันไปด้วย

วิชาอมตะชั่วนิรันดร์แห่งฉางชุนนี้ หลังจากได้รับการพัฒนาแล้ว แก่นสำคัญจริง ๆ คือชุดท่าบริหารร่างกายที่ต้องใช้การประสานระหว่างการหายใจ ท่าทาง และจิตใจให้ทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไม่ได้

วิธีนี้จึงจะสามารถฝึกฝนร่างกายและเสริมความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อและกระดูกได้

โชคดีที่ลู่เฉินได้เริ่มฝึกเข้าสู่ประตูของวิชาแล้ว

ขั้นที่ยากที่สุดสำหรับเขานั้นกลับกลายเป็นเรื่องง่ายดาย

ยามอาทิตย์อัสดง*

ลู่เฉินกำลังตั้งใจฝึกวิชาฝ้ามือวัชระ ฝ้ามือที่เหวี่ยงออกไปนั้นเร็วเสียจนเกือบจะเห็นเงาซ้อนกัน ฝ้ามือวัชระนี้เป็นท่าฝ้ามือที่มีการโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นความเร็วตอบโต้ด้วยความเร็ว

และสุดท้ายเหมือนกับใช้ฝ้ามือโจมตีออกไปพร้อมกันเป็นร้อย ๆ ครั้ง

เมื่อดวงอาทิตย์ตกดิน ลู่เฉินหยุดท่าฝ้ามือ ยิ้มด้วยความพอใจ

"อัปเกรดได้แล้ว!"

เงื่อนไขการอัปเกรดวิชาฝ้ามือวัชระ

【1】ฝึกฝ้ามือครึ่งวัน (บรรลุแล้ว!)

【2】สิบเหรียญเงิน (บรรลุแล้ว!)

......

【ชื่อ】: ลู่เฉิน

【วิชาฝ้ามือ】: ฝ้ามือวัชระยังไม่เข้าสู่ขั้นต้น (สามารถอัปเกรดได้!)

......

"อัปเกรด!"

เมื่อเทียบกับการพัฒนาวิชาอมตะชั่วนิรันดร์แห่งฉางชุนเมื่อคืน วิชาฝ้ามือวัชระดูเหมือนไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ถ้าในหัวเขาไม่มีความเข้าใจที่ลึกซึ้งขึ้นเกี่ยวกับวิชานี้ เขาสงสัยว่าเขาถูกหลวงจีนฮุยเหนิงหลอกให้ฝึกวิชาฝ้ามือวัชระปลอมอยู่ก็เป็นได้

"ดีกว่าไม่มีอะไรล่ะนะ"

ลู่เฉินถอนหายใจ อย่างไรก็ตาม เมื่อฝึกฝ้ามือวัชระมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาเชื่อว่าในภายภาคหน้าก็จะมีประโยชน์ขึ้น

"เปิดดู!"

เขายื่นฝ้ามือไปแตะม่านแสง ข้อมูลไม่กี่บรรทัดก็ปรากฏขึ้นมา

【เงื่อนไขการอัปเกรดวิชาฝ้ามือวัชระ】

【1】ฝึกฝ้ามือหนึ่งวัน (ยังไม่บรรลุ!)

【2】หนึ่งดวงวิญญาณ (ยังไม่บรรลุ!)

【3】สิบเหรียญเงิน (ยังไม่บรรลุ!)

......

"ต้องใช้ดวงวิญญาณแล้วสิ"

ลู่เฉินพึมพำเบา ๆ พลางมองไปที่ลูกเจี๊ยบสองตัวในเล้า มุมปากยกยิ้มอบอุ่นแต่เต็มไปด้วยเจตนาร้าย ในฝ้ามือชักมีดสั้นออกมาเตรียมพร้อม

"ปัง ปัง ปัง!"

เสียงเคาะประตูดังขึ้นทันใด เสียงจากนอกประตูร้องว่า:

"ทหารรักษาการณ์  รีบเปิดประตู!"

"ทหารรักษาการณ์??"

ลู่เฉินชะงักไปเล็กน้อย ใบหน้าเผยแววลังเล

ทหารรักษาการณ์ถือเป็นหน่วยลาดตระเวนที่ใช้ความรุนแรง เป็นกองบังคับบัญชาหลักของคนกว่าห้าหมื่นคนในเมืองเฟิ่งเซียน ส่วนทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? เพราะพวกเขามีอิทธิพล กุมอำนาจกองกำลังทหารประจำเมืองที่มีมากถึงสองพันห้าร้อยคน

พวกทหารเหล่านี้ไม่ได้อ่อนแอ พวกเขาฝึกฝนวิชา"จอมทัพเพชฌฆาต"ที่สะสม "พลเพชฌฆาต" จากการสู้รบเพื่อฝึกร่างกายให้แข็งแกร่ง ความสามารถจึงพัฒนาอย่างรวดเร็ว แต่ละคนบึกบึนไม่ต่างจากกระทิง

นิสัยของพวกเขาเถื่อนและแข็งกร้าว

แม้แต่สำนักกู่ฉานที่ดูแข็งแกร่ง ยังต้องยอมอ่อนน้อมต่อทหารรักษาการณ์เหมือนลูกแกะตัวน้อย

แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็มีข้อเสีย

ใครก็ตามที่ฝึกวิชาจอมทัพเพชฌฆาต จะต้องอายุสั้นลง เมื่อย่างเข้าวัยชรา ความสามารถจะลดลงมหาศาล อีกทั้งหลังฝึกวิชานี้ ร่างกายจะเต็มไปด้วยช่องโหว่เหมือนตะแกรง ทำให้ไม่สามารถฝึกวิชาจิตลมปราณเพื่อบำเพ็ญเซียนได้อีก

"ปัง ปัง ปัง!"

"ดูท่าทหารรักษาการณ์คงทราบว่าข้าอยู่ในนี้แล้ว หนีคงไม่พ้น สู้ไปเจอดูหน้ากันหน่อย"

ลู่เฉินคิดไปพลาง เห็นว่าคงต้องออกไปพบหน้ากันหน่อย อย่างไรเสียเขาไม่ได้ทำความผิดอะไร นอกจากทำให้ลูกเจี๊ยบตัวน้อยตกใจเล่น

"เอี๊ยด~~"

เขาวางมีดสั้นลง เปิดประตูออก เห็นยักษ์ร่างสูงเกือบสองเมตรสองคนยืนขนาบซ้ายขวาเหมือนเทพผู้พิทักษ์ประตู สวมเกราะสีดำเข้มพาดดาบยาว

หนึ่งในทหารขมวดคิ้วกล่าวเสียงเข้มว่า:

"เจ้าหนุ่มนักพรต ไปกับเราซะดี ๆ !"

เกิดเรื่องแล้ว?

ลู่เฉินสะดุ้งโหยง เกือบจะหันหลังหนี เขารีบถามว่า:

“เรื่องอะไรหรือ?”

“เกี่ยวกับอาจารย์ของเจ้า”

“อาจารย์ข้าหรือ? ท่านกำลังปิดด่านฝึกอยู่ ไม่รับแขกหรอก”

“ฮึม~”

ทหารรักษาการณ์พ่นลมหายใจเย็นเยียบออกมาครึ่งศอก ก่อนจะเอ่ยเสียงเหยียดว่า:

“คนตายไปแล้ว จะปิดด่านอะไรอีก?”

“… ตายแล้ว?? โอ้ จริงด้วย ดูเหมือนจะตายแล้วจริง ๆ …”

ทหารรักษาการณ์เป็นผู้กุมอำนาจในเมืองเฟิ่งเซียน เรื่องข้อมูลข่าวสารพวกเขาย่อมรู้มากกว่าใคร ลู่เฉินยังไม่ค่อยแน่ใจนัก จึงถามอย่างระมัดระวังว่า:

“พวกท่าน มีเรื่องอะไรหรือ? บอกใบ้ให้ข้าหน่อยได้ไหม?”

“เรื่องดี!”

“เรื่องดี? เรื่องอะไรหรือ?”

“เจ้าก็รู้ใช่ไหมว่าอาจารย์เจ้ามีตำแหน่งเป็นผู้รับรองของทหารรักษาการณ์?”

“พอทราบบ้าง”

ลู่เฉินพยักหน้า อาจารย์เขาคือชิงอวิ๋น ท่านเคยใช้ *คาถาจิตส่องแสง* เป็นประจำ และจะมาที่ทหารรักษาการณ์อยู่เนือง ๆ กระบี่เถาซู่ที่ใช้ในการทำพิธีต่าง ๆ ก็ได้รับการจัดหาโดยทหารนี้เอง

แต่เรื่องทั้งหมดนี้ อาจารย์ก็ไม่ได้เล่ารายละเอียดไว้

“ครั้งนี้อาจารย์เจ้าขัดขวางกลุ่มโจรหมอกเต๋าเหรินไว้ได้ ทางเบื้องบนเลยตัดสินใจให้เจ้าสืบทอดตำแหน่งผู้รับรองแทน”

“…”

ลู่เฉินเริ่มรู้สึกประหม่าเล็กน้อย

กลุ่มโจรนั้นบุกมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ พอมาถึงเขตอารามเล็ก ๆ อย่างฉางชุน อาจารย์ชิงอวิ๋นได้สละชีวิตเพื่อช่วยเขาเอาไว้ แต่ท้ายที่สุดก็พ่ายให้กลุ่มโจรหมอกเต๋าเหริน ถูกสังหารภายในสามกระบวนท่า

แบบนี้ยังถือว่ามีความชอบอีกหรือ?

ลู่เฉินเริ่มรู้สึกกังวลใจ...

จบบทที่ บทที่ 5 เจียงหงเอ๋อ

คัดลอกลิงก์แล้ว