เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1453 ถนนลอยฟ้า

ตอนที่ 1453 ถนนลอยฟ้า

ตอนที่ 1453 ถนนลอยฟ้า


ภายใต้ความมืดมิดของยามราตรี รถเทียมอสูร  คันหนึ่งกำลังควบตะบึงไปตามป่าทึบ

ภายในห้องโดยสารมีคนนั่งอยู่สองคน เป็นชายชราและเด็กสาว

ชายชรามีหนวดเคราสีดอกเลา อายุอานามดูราวๆ หกสิบปี รูปร่างผอมโซราวกับไม้ฟืน เบ้าตาลึกโบ๋ และมีรอยตีนกาซ้อนกันหลายชั้นที่หางตา

ส่วนเด็กสาวมีผมยาวสีชมพูอมแดง ใบหน้ารูปไข่ดูจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตและมีสีเดียวกับเรือนผม

ฉินเฟยเอ๋อร์เอียงคอมองชายชราพลางออดอ้อน

"ท่านปู่ เมื่อไหร่เราจะถึงเมืองเต่าทมิฬ  หรอคะ?"

"เฟยเอ๋อร์ อดทนอีกนิดนะ สว่างนี้น่าจะถึงแล้วล่ะ"

เจียลี่หลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

แววตาของเขาเป็นประกายเมื่อนึกถึงบทสนทนาเมื่อครึ่งเดือนก่อน การเดินทางไปเมืองเต่าทมิฬ  ครั้งนี้เขามีภารกิจติดตัวไปด้วย

ครึ่งเดือนก่อน วิหคเพลิงทมิฬ ติดต่อมาหาเขาเพื่อสั่งให้ไปที่เมืองเต่าทมิฬ ทันทีเพื่อสังหารคนทรยศอย่างผู้คุมกฎสีชาด

พร้อมกันนั้นก็ต้องยืนยันด้วยว่าผู้คุมกฎสีเขียวทรยศต่อองค์กรด้วยหรือไม่ หากใช่ ก็ให้สังหารทิ้งทันทีเช่นกัน

นอกเหนือจากนี้ เจ้าเมืองเต่าทมิฬ  ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่เขาต้องกำจัด

"ท่านปู่ เรานั่งรถเทียมอสูร  มาครึ่งเดือนแล้วนะคะ"

ฉินเฟยเอ๋อร์บ่นอุบอิบ

"ปู่บอกแล้วไงว่าไม่ต้องตามมา หลานก็ไม่ฟัง"

เจียลี่หลู่มองหลานสาว รอยย่นที่หางตาคลายลง

"ก็หนูอยู่บ้านแล้วเบื่อนี่นา"

ฉินเฟยเอ๋อร์ออดอ้อน

เจียลี่หลู่หัวเราะพลางถาม

"แล้วตอนนี้น่าสนุกนักเหรอ?"

ฉินเฟยเอ๋อร์ยิ้มแย้มสดใส

"ตอนนี้เบื่อมากค่ะ แต่ถึงเมืองเต่าทมิฬ  แล้วก็ไม่แน่ อาจจะสนุกขึ้นมาก็ได้"

"ไม่กลัวปู่หาผู้ชายที่เมืองเต่าทมิฬ  แล้วจับหลานแต่งงานออกไปหรือไง?"

เจียลี่หลู่พูดติดตลก

"ไม่หรอกค่ะ เพราะท่านปู่ใจดีหนู ไม่ทำเรื่องแบบนั้นหรอก"

ฉินเฟยเอ๋อร์หัวเราะคิกคัก

"ฮ่าๆๆ เด็กดี"

เจียลี่หลู่ฉีกยิ้มกว้าง

"ท่านปู่ กำลังคิดอะไรอยู่หรอคะ?"

ฉินเฟยเอ๋อร์หันไปถาม

"ไม่มีอะไรหรอก"

เจียลี่หลู่ส่ายหน้าช้าๆ

หลานสาวของเขาไม่รู้ว่าเขาคือจอมเวทดำ  และเขาก็ไม่อยากให้เธอรู้ด้วย

ฉินเฟยเอ๋อร์ยังคงซักไซ้

"งั้นท่านปู่เล่าให้หนูฟังหน่อยสิคะ ว่าเมืองเต่าทมิฬ  มีอะไรน่าเที่ยวบ้าง?"

"ปู่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ปู่ไปนะ"

เจียลี่หลู่ส่ายหน้าอย่างเสียดาย

ตอนที่วิหคเพลิงทมิฬ ติดต่อมา ก็ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเมืองเต่าทมิฬ มากนัก บอกแค่ว่าเมืองเต่าทมิฬ อยู่ติดกับเมืองซาลุนเอ๋อ ขอแค่ไปถึงเมืองซาลุนเอ๋อ ก็จะหาเมืองเต่าทมิฬเจอเอง

"อ่า หวังว่าจะไม่น่าเบื่อเกินไปนะคะ"

ฉินเฟยเอ๋อร์พองแก้ม ในใจเฝ้ารอคอยชีวิตเมื่อไปถึงเมืองเต่าทมิฬ

เธอเป็นเพียงคนธรรมดา อาศัยอยู่กับปู่มาตั้งแต่เด็ก ส่วนพ่อแม่นั้นหลายปีถึงจะได้เจอกันสักครั้ง

เจียลี่หลู่พูดอย่างตามใจ

"เดี๋ยวพอถึงแล้วหลานก็จะรู้เองแหละ"

รถเทียมอสูร  ยังคงมุ่งหน้าต่อไปภายใต้ความมืดมิด จนกระทั่งใกล้รุ่งสาง ที่สุดปลายสายตาก็ปรากฏกำแพงเมืองขนาดใหญ่ให้เห็น

ฉินเฟยเอ๋อร์ผลักประตูห้องโดยสารออกพลางตะโกนด้วยความตื่นเต้น

"ท่านปู่ นั่นใช่เมืองเต่าทมิฬ  ไหมคะ?"

"ไม่แน่ใจนัก อาจจะเป็นเมืองซาลุนเอ๋อ หรือไม่ก็เมืองเต่าทมิฬ "

เจียลี่หลู่กล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

รถเทียมอสูร  เคลื่อนตัวต่อไป เมื่อท้องฟ้าเริ่มสว่างจ้า รถจึงแล่นเข้าสู่ตัวเมือง

เนื่องจากเพิ่งจะสว่าง บนท้องถนนจึงยังมีผู้คนไม่มากนัก

เอี๊ยดดดด

ฉินเฟยเอ๋อร์เปิดหน้าต่างรถอีกครั้ง แล้วร้องถามคนเดินผ่านไปมาอย่างตื่นเต้น

"คุณลุงคะ ที่นี่ใช่เมืองเต่าทมิฬ  หรือเปล่าคะ?"

ชายที่เดินผ่านโบกมือปฏิเสธ

"ไม่ใช่หรอก ที่นี่คือเมืองซาลุนเอ๋อ เมืองเต่าทมิฬ  อยู่ติดทะเลนู่น"

"แล้วต้องไปทางไหนคะ?"

ฉินเฟยเอ๋อร์ถามต่อ

ชายคนนั้นชี้มือไปข้างหน้าและตอบอย่างกระตือรือร้น

"เดินตรงไปตามถนนเส้นนี้เรื่อยๆ สุดทางก็คือทะเลแล้วล่ะ"

"เข้าใจแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณลุง"

ฉินเฟยเอ๋อร์กล่าวขอบคุณอย่างมีมารยาท

เธอหดหัวกลับเข้ามาในรถ แล้วบอกอย่างอารมณ์ดี

"ท่านปู่ ตรงไปเลยค่ะ"

"รู้แล้วน่า"

เจียลี่หลู่ส่ายหน้าอย่างขบขันและบังคับรถเทียมอสูร  ให้มุ่งหน้าต่อไป

ครืน ครืน~~~

รถเทียมอสูร  วิ่งตะบึงไปบนถนนขรุขระ ทำให้ร่างของทั้งสองคนในรถโอนเอนไปมา ต้องจับเบาะไว้ถึงจะนั่งทรงตัวได้

"ท่านปู่ ถนนนี่ขรุขระกว่าทางบนเขาอีกนะคะ"

ฉินเฟยเอ๋อร์บ่น

"มันก็เป็นแบบนี้แหละ"

เจียลี่หลู่กล่าวราวกับผู้ที่ผ่านโลกมามาก

"ถ้ายังสั่นแบบนี้ต่อไป หนูต้องอ้วกแน่ๆ"

ฉินเฟยเอ๋อร์เอามือปิดปากอย่างหงุดหงิด

เจียลี่หลู่ปลอบประโลม

"อดทนอีกนิด ถึงเมืองเต่าทมิฬ  แล้วก็คงดีขึ้น"

"ประโยคนี้อีกแล้ว..."

ใบหน้าของฉินเฟยเอ๋อร์ซีดเผือด เธอต้องฝืนกลั้นความรู้สึกอยากอาเจียนเอาไว้

เธอเป็นแค่คนธรรมดา ไม่ใช่จอมเวทหรืออัศวิน การเดินทางไกลจึงเป็นเรื่องลำบากมากสำหรับเธอ หากไม่ได้ยาเวท  ของเจียลี่หลู่ เธอคงล้มป่วยกลางทางไปนานแล้ว

ซู่ ซู่

ทันใดนั้น เธอก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยเข้ามาจากนอกหน้าต่าง

กลิ่นนั้นราวกับเป็นชนวนจุดระเบิด ทำให้เธอไม่อาจกลั้นความรู้สึกพะอืดพะอมได้อีกต่อไป

"ไม่ไหวแล้ว หนูทนไม่ไหวแล้ว"

ฉินเฟยเอ๋อร์ลุกพรวดขึ้นผลักหน้าต่างรถออก อ้าปากคายน้ำย่อยออกมาจนเลอะพื้น ใบหน้าซีดขาวยิ่งกว่าเดิม

"เฟยเอ๋อร์ เป็นอะไรไหม?"

เจียลี่หลู่ถามอย่างร้อนรน

"ไม่เป็นไรค่ะ อ้วกเสร็จก็ดีขึ้นแล้ว..."

ฉินเฟยเอ๋อร์พูดได้เพียงครึ่งเดียวก็เหลือบไปเห็นหน้าต่างชั้นสองฝั่งตรงข้ามถูกเปิดออก จากนั้นถังใส่ปุ๋ยคอกสดใหม่ก็สาดโครมลงมา

ซ่า

ของเหลวสาดกระเซ็น ภาพตรงหน้าดูน่าขยะแขยงจนถึงขีดสุด

แหวะ

มุมปากของฉินเฟยเอ๋อร์กระตุก ลำคอตีบตัน ในที่สุดเธอก็สำรอกเอาอาหารที่กินเข้าไปเมื่อคืนออกมาจนหมดเกลี้ยง

หลังจากอาเจียนจนหมดไส้หมดพุง เธอก็กลับเข้ามาในรถด้วยสภาพไร้เรี่ยวแรง มองชายชราด้วยสายตาหมดอาลัยตายอยาก

"ท่านปู่ หนูจะตายแล้ว"

เจียลี่หลู่ใจหายวาบ

"พูดอะไรเหลวไหล ก็แค่เมารถธรรมดานั่นแหละ"

"หนูรู้สึกไม่ไหวแล้วจริงๆ...หนูจะเขียนจดหมายสั่งเสีย"

ฉินเฟยเอ๋อร์พูดเสียงแผ่ว

"..."

เจียลี่หลู่มุมปากกระตุก หลานสาวเริ่มเล่นละครอีกแล้วสิเนี่ย

เขายิ้มขื่นๆ ก่อนจะปลดกระติกน้ำที่เอวส่งให้เธอ

"ดื่มน้ำซะหน่อย จะได้รู้สึกดีขึ้น"

กระติกน้ำนั้นแกะสลักจากไม้ มีขนาดใหญ่และค่อนข้างหนัก

"ค่ะ"

ฉินเฟยเอ๋อร์ฝืนใจรับกระติกมาจิบน้ำสองอึก อาการก็ดูดีขึ้นเล็กน้อย

รถเทียมอสูร  วิ่งต่อไป กระทั่งก่อนจะถึงริมทะเล ฉินเฟยเอ๋อร์ก็ยังคงมีท่าทีอิดโรย

โครกคราก

"ท่านปู่ หนูหิวจังเลย แต่ก็กินอะไรไม่ลง..."

เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย

"เดี๋ยวพอถึงเมืองเต่าทมิฬ  แล้วปู่จะพาไปกินของอร่อยๆ นะ"

เจียลี่หลู่ละสายตาจากนอกหน้าต่าง

ฉินเฟยเอ๋อร์เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง จึงซักต่อ

"แล้วใกล้จะถึงเมืองเต่าทมิฬ  หรือยังคะ?"

"ใกล้แล้วๆ"

เจียลี่หลู่อดทนตอบ

"ท่านปู่ นี่เป็นครั้งที่สิบสามแล้วนะคะที่บอกว่า ใกล้แล้ว"

ฉินเฟยเอ๋อร์ทำปากยื่น

"..."

เจียลี่หลู่เลือกที่จะหุบปากเงียบ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา เขาเปิดเปลือกตาขึ้นและสูดกลิ่นไอเค็มของทะเลที่ลอยมาตามสายลม

"จะถึงแล้วล่ะ"

เจียลี่หลู่กลับมากระปรี้กระเปร่าอีกครั้ง เขาหันไปมองนอกหน้าต่าง

ฉินเฟยเอ๋อร์รวบรวมเรี่ยวแรงชะโงกหน้าออกไปมอง ทันใดนั้นก็ตะโกนอย่างตื่นเต้น

"ท่านปู่ หนูเห็นทะเลแล้วค่ะ! แล้วก็มีถนนลอยฟ้าด้วย!"

"ถนนลอยฟ้าเรอะ?"

เจียลี่หลู่หรี่ตาลง เมื่อมองเห็นถนนสายหมอก ที่เชื่อมระหว่างเมืองเต่าทมิฬ กับท่าเรือเมืองซาลุนเอ๋อ  เขาก็ถึงกับตะลึงงัน

หง่าง หง่าง หง่าง

ตอนนั้นเอง เสียงระฆังกังวานใสก็ดังแว่วมาจากที่ไกลๆ

"เร็วเข้า เมืองเต่าทมิฬ  กำลังจะไปแล้ว รีบขึ้นไปก่อน"

ผู้คนที่ได้ยินเสียงระฆังต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป

"นั่งรถเทียมอสูร  ข้ามไปเถอะ หวังว่าจะทันนะ"

นอกห้องโดยสาร ฝูงชนที่ได้ยินเสียงระฆังพากันแตกตื่น บางคนรีบวิ่งมุ่งหน้าไปยังเมืองเต่าทมิฬ  ในขณะที่บางคนก็วิ่งย้อนกลับมา

จบบทที่ ตอนที่ 1453 ถนนลอยฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว