- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวร้าย ขอแย่งบทพระเอกมันซะเลย
- บทที่ 57 ของล้ำค่ายุคบรรพกาล
บทที่ 57 ของล้ำค่ายุคบรรพกาล
บทที่ 57 ของล้ำค่ายุคบรรพกาล
บทที่ 57 ของล้ำค่ายุคบรรพกาล
"หืม?"
หลิงเซียวหรี่ตาลง ความแข็งแกร่งของศพโบราณร่างนี้ ดูเหมือนจะเกินความคาดหมายของเขาไปหน่อยแฮะ
โดยเฉพาะดวงอาทิตย์สายฟ้าที่แฝงไปด้วยแก่นแท้แห่งมหาเต๋าบนศีรษะของอีกฝ่าย ยิ่งทำให้ก้นบึ้งหัวใจของเขาเกิดความหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ
แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ หลิงเซียวก็ยิ่งรู้สึกตื่นเต้น
เห็นได้ชัดว่า การที่ยอดฝีมือผู้เข้าใจแก่นแท้แห่งสายฟ้าต้องมาเฝ้าอยู่ที่นี่ ย่อมแสดงให้เห็นว่าอานุภาพของดาบมารเล่มนี้ จะต้องน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง
แน่นอนว่า ตั้งแต่วินาทีที่ดาบมารเล่มนั้นส่งเสียงเรียกหาเขา หลิงเซียวก็รู้ทันที ว่าที่มาของมัน จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับกายามารสวรรค์ที่แท้จริงไม่มากก็น้อย
มารสวรรค์คือตัวตนระดับไหนกันล่ะ?
จอมมารผู้โหดเหี้ยมไร้เทียมทานในยุคบรรพกาล ผู้สามารถต่อกรกับสี่เทพเจ้าโบราณได้ด้วยตัวคนเดียว สามารถฉีกกระชากมิติความว่างเปล่า และเกือบจะทำลายพันธนาการแห่งวิถีสวรรค์ลงได้
มารทุกตนที่มีความเกี่ยวพันกับมัน ย่อมต้องเป็นสิ่งชั่วร้ายและโหดเหี้ยมที่สุดในใต้หล้าอย่างไม่ต้องสงสัย
"มารจุติ..."
ภายในทะเลวิญญาณ เสียงอันเก่าแก่และทรงพลังดังก้องขึ้นอีกครั้ง สีหน้าของหลิงเซียวชะงักไปชั่วขณะ ภายในใจคล้ายกับคาดเดาอะไรบางอย่างได้
"หรือว่า จะเป็นจิตวิญญาณของดาบเล่มนี้ที่กำลังร้องเรียกข้างั้นหรือ?"
"เจ้ากำลังเรียกข้าอยู่ใช่ไหม?"
หลิงเซียวทำจิตใจให้สงบ พยายามสื่อสารกับเจตนามารสายนั้น
"มาร... จุติ..."
"อาวุธสังหารชั้นยอดเช่นนี้ จะมาถูกฝังกลบอยู่ที่นี่ก็น่าเสียดายแย่ ขอเพียงเจ้ายินดีติดตามข้า ในวันข้างหน้า ข้าจะทำให้ชื่อของเจ้า สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งฟ้าดิน!"
"วิ้ง!!"
กลิ่นอายมารอันมหาศาลปะทุขึ้นมาในพริบตานี้เอง
ดาบมารเล่มนั้นคล้ายกับฟังคำพูดของหลิงเซียวรู้เรื่อง บนตัวดาบที่เคยมีสนิมเกาะกรัง ค่อยๆ แผ่ซ่านแสงสีดำทมิฬอันลึกล้ำออกมา
จากนั้น สนิมก็หลุดร่อนออก แสงมารอันเจิดจ้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
"บัดซบ!! มดปลวกเอ๋ย ยังไม่รีบปล่อยมืออีก หากดาบเล่มนี้ปรากฏขึ้น ห้าดินแดนจะต้องพบกับหายนะอย่างแน่นอน!!!"
ประกายสายฟ้าในดวงตาของยอดฝีมือยุคโบราณยิ่งทวีความเจิดจ้า แม้แต่น้ำเสียง ก็ยังแฝงไว้ด้วยพลังกดดันแห่งมหาเต๋า เห็นได้ชัดว่าเขาโกรธจัดจนถึงขีดสุดแล้ว
"หลิงเซียวรนหาที่ตายจริงๆ ถึงกับกล้าไปกระตุกหนวดเสือยอดฝีมือระดับจื้อจุน"
รอยยิ้มบนใบหน้าของเย่ฝานยิ่งกว้างขึ้น เขามองดูดวงอาทิตย์สายฟ้าที่ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างอยู่เหนือตำหนักโบราณด้วยสายตาเย็นชา สลับกับมองวานรมารที่ยืนอยู่เบื้องล่างตำหนักด้วยสีหน้าที่คาดเดาอารมณ์ไม่ถูก
หากไม่ใช่เพราะระดับการฝึกฝนของเขาถูกหลิงเซียวปิดผนึกเอาไว้ ป่านนี้เขาคงเรียกเจดีย์แก้วปราบมารแปดทิศออกมา เพื่อผนึกมารร้ายตนนี้ไปนานแล้ว
"หายนะแล้วจะทำไมล่ะ?"
หลิงเซียวฉีกยิ้มกว้าง ภายในดวงตามีแสงสีดำทมิฬวาบผ่าน ซึ่งดูคล้ายกับแสงบนดาบมารเล่มนั้นไม่มีผิดเพี้ยน
"ไอ้เดรัจฉาน! นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมีจิตใจที่ชั่วร้ายถึงเพียงนี้ สมควรตาย!!"
ศพโบราณชูมือทั้งสองข้างขึ้นฟ้า แล้วฟาดฟันลงมาที่หลิงเซียวอย่างแรง
"วิ้ง"
ฟ้าดินพังทลายลงในพริบตา
ส่วนดวงอาทิตย์สายฟ้านั้น ก็ร่วงหล่นลงมาบนศีรษะของหลิงเซียว ด้วยพลังอำนาจที่สามารถบดขยี้ได้แม้มิติ
พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกไป
การโจมตีสุดกำลังของยอดฝีมือระดับจื้อจุน แม้จะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยวจิตวิญญาณเป็นผู้ลงมือ อานุภาพของมันก็ไม่ใช่สิ่งที่คนระดับเสวียนชิงจะสามารถต้านทานได้อย่างแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น หากหลิงเซียวไม่ได้ครอบครองร่างมารต้องห้ามแล้วล่ะก็ เพียงแค่พลังกดดันสายนี้ ก็มากพอที่จะบดขยี้เขาจนแหลกละเอียดเป็นผุยผงแล้ว
แต่ถึงกระนั้น ในเวลานี้หลิงเซียวก็ยังคงรู้สึกว่าเลือดลมในกายพลุ่งพล่านอย่างรุนแรง กระดูกลั่นดังกรอบแกรบอย่างน่ากลัว
ทว่า ในตอนนี้ เจตจำนงของหลิงเซียวและดาบมารกำลังอยู่ในช่วงเวลาสำคัญของการหลอมรวม
เขาไม่สามารถหลบการโจมตีนี้ได้เลย
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า หลิงเซียวผู้นี้เข้าสู่วิถีมารรวดเร็วจริงๆ ถึงกับไม่เอาชีวิตรอดแล้วงั้นหรือ"
เย่ฝานหัวเราะเยาะอย่างไม่เกรงใจ มองดูดวงอาทิตย์สายฟ้ากลืนกินร่างของหลิงเซียวไปจนหมดสิ้นด้วยตาของตัวเอง
"ทำตัวเองแท้ๆ คิดว่าตัวเองมีกายามารอมตะหรือยังไง? ผู้อาวุโส!! ผู้อาวุโส!"
เย่ฝานรีบวิ่งเข้าไปหาศพโบราณร่างนั้นอย่างร้อนรน บนใบหน้าแสร้งทำเป็นเจ็บปวดรวดร้าว
"ผู้อาวุโส นึกไม่ถึงเลยว่าท่านจะต้องมาสิ้นชีพเพราะมารร้ายตนนี้"
"คนรุ่นหลัง เจ้าเป็นคนปลุกเศษเสี้ยวจิตวิญญาณของข้าให้ตื่นขึ้นมางั้นหรือ?"
ศพโบราณก้มหน้ามองเย่ฝาน ประกายสายฟ้าในดวงตาจางหายไป กลับมีความอ่อนโยนปรากฏขึ้นมาแทนที่
"ขอรับ! ผู้อาวุโส ผู้น้อยเย่ฝาน ยินดีสืบทอดเจตนารมณ์ของผู้อาวุโส กวาดล้างมารร้ายบนโลกใบนี้ให้สิ้นซากขอรับ"
น้ำเสียงของเย่ฝานเปี่ยมไปด้วยความชอบธรรม เขายืดอกยืนตัวตรง ดูสมกับเป็นบุตรแห่งวิถีธรรมจริงๆ
"ดีมาก ห้าดินแดนต้องการเด็กหนุ่มเช่นเจ้านี่แหละ"
น้ำเสียงของศพโบราณเต็มไปด้วยความปลาบปลื้มใจ
แต่ทว่า ในขณะที่เย่ฝานกำลังจะคุกเข่าลงกราบด้วยท่าทีเลื่อมใสศรัทธานั้นเอง ท่ามกลางแสงสายฟ้าอันเจิดจ้า ก็พลันมีแสงสีดำทมิฬสว่างวาบขึ้น
"พูดจาหว่านล้อมแค่สองสามประโยค ก็หลอกจนเจ้าหัวปั่นได้แล้วหรือ? ยอดฝีมือระดับจื้อจุนอย่างเจ้า ทำไมถึงได้หลอกง่ายขนาดนี้เนี่ย?"
"ตูม!"
ส่วนลึกของแสงสายฟ้า แสงสีดำทมิฬสายนั้นพลันสว่างจ้าขึ้นมาทันที ตามมาด้วยเงาร่างองอาจในชุดดำที่ก้าวเดินออกมาจากแสงนั้น
"เจ้า!!! เป็นไปได้อย่างไร?!"
ศพโบราณและเย่ฝานต่างก็ชะงักงันไปพร้อมกัน สายตาที่มองไปยังหลิงเซียว ล้วนเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
เป็นไปได้อย่างไร?
มดปลวกที่ยังไม่ทันก้าวเข้าสู่ระดับพั่วหวังด้วยซ้ำ จะสามารถเอาชีวิตรอดจากการโจมตีสุดกำลังของยอดฝีมือระดับจื้อจุนได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น ดาบมารในมือของเขา มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ผนึกที่อยู่บนนั้นหายไปไหนแล้ว?
สนิมพวกนั้นหายไปไหนหมด?
"เจ้า... เจ้าเป็นใครกันแน่?"
"ข้าเป็นใครน่ะหรือ? ผู้อาวุโส ข้าต่างหากล่ะ ที่เป็นผู้สืบทอดของท่าน"
หลิงเซียวฉีกยิ้มกว้าง ภายในดวงตามีเจตนามารพวยพุ่ง ดาบมารในมือก็ส่งเสียงร้องกังวานขึ้นมาทันที
"มาร! ที่แท้เจ้าก็คือมาร เจ้า..."
"พูดมากน่ารำคาญ!"
หลิงเซียวก้าวเท้าออกไป ชูดาบมารในมือขึ้นสูง
ทันใดนั้น แสงมารก็ระเบิดออก นำพาพลังอำนาจอันไร้เทียมทาน ฟาดฟันลงบนศีรษะของศพโบราณร่างนั้น
ในเมื่อได้โชคลาภวาสนามาแล้ว เรื่องตลกฉากนี้ก็ควรจะจบลงได้แล้ว
แม้ว่าในเวลานี้สภาพของเขาจะดูทุลักทุเลไปบ้าง แม้กระทั่งเกราะศักดิ์สิทธิ์มังกรมารที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังก็ยังแหลกสลายไปจนหมดสิ้น
แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของหลิงเซียวเลยแม้แต่น้อย
ดาบมารจื้อจุน อาวุธคู่กายของมารสวรรค์ยุคบรรพกาล
หลังจากผ่านไปนานถึงสามพันปี ในที่สุดมันก็กลับมาปรากฏตัวบนโลกใบนี้อีกครั้ง
อาวุธสังหารชั้นยอดเช่นนี้ ไม่มีระดับชั้นอะไรมาวัดได้หรอก
เพราะระดับชั้นที่ผู้คนบนโลกใช้กัน ก็แค่เอาไว้แบ่งแยกของวิเศษที่สร้างขึ้นในภายหลังเท่านั้น
แต่ดาบมารจื้อจุนเล่มนี้ มันถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับมารสวรรค์ตั้งแต่แรกเริ่ม
พลังอำนาจที่แฝงอยู่ภายในนั้น สามารถแยกฟ้า ผ่าดิน และสังหารเซียนได้เลยทีเดียว!
"ไม่!!"
ภายในดวงตาของศพโบราณมีประกายแห่งความสิ้นหวังผุดขึ้นมาในพริบตา
ดวงอาทิตย์สายฟ้าเมื่อครู่นี้ คือไพ่ตายใบสุดท้ายของเขาแล้ว
แต่คิดไม่ถึงเลย ว่าจะถูกมดปลวกตัวนี้ต้านทานเอาไว้ได้
นี่คือ... ประสงค์ของสวรรค์งั้นหรือ?
"ฉึก!"
ปราศจากการขัดขวางใดๆ ในวินาทีที่ดาบมารฟันลงมา ร่างของศพโบราณก็ถูกผ่าออกเป็นสองซีกทันที
เศษเสี้ยวจิตวิญญาณสายหนึ่งพุ่งทะยานออกไปนอกตำหนักในพริบตา ส่วนบนใบหน้าของหลิงเซียว ก็ปรากฏรอยยิ้มขึ้นมาทันที
พลังแห่งจิตวิญญาณ แก่นแท้แห่งสายฟ้า
เมื่อเทียบกับดาบมารแล้ว โชคลาภวาสนาชิ้นนี้ เขาก็พลาดไม่ได้เช่นเดียวกัน
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ดาบมารเล่มนี้จะยอดเยี่ยมเพียงใด แต่ก็ไม่สามารถนำออกมาใช้สุ่มสี่สุ่มห้าได้
มิเช่นนั้น หากยอดฝีมือระดับจื้อจุนในเซิ่งโจวจำได้ขึ้นมา จุดจบของหลิงเซียวก็คงไม่ต้องเดาก็รู้
แต่พลังแห่งมหาเต๋า คือกุญแจสำคัญที่จะทำให้กายามารสวรรค์ที่แท้จริงก้าวเข้าสู่ขั้นที่สาม
แก่นแท้แห่งมหาเต๋าทั้งเก้าสาย หลิงเซียวเองก็คาดไม่ถึง ว่าเขาจะได้รับมาถึงสองสายในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้
การหลอมรวมแก่นแท้แห่งมหาเต๋าสองสายด้วยระดับการฝึกฝนเพียงหุนไห่ หากมองไปทั่วทั้งเซิ่งโจว เขาก็ถือว่าเป็นตัวตนที่ไม่เคยมีมาก่อนอย่างแน่นอน
หลิงเซียวแทบจะรอไม่ไหวแล้ว ที่จะกลับไปดูสีหน้าของบรรดาศัตรูเหล่านั้น
"กลับมานี่!"
หลิงเซียวแค่นเสียงเย็น กลิ่นอายมารบนร่างพวยพุ่งออกมาในพริบตา ก่อตัวเป็นฝ่ามือประทับคว้าเศษเสี้ยวจิตวิญญาณระดับจื้อจุนนั้นเอาไว้ในกำมือ
"ปล่อยข้านะ! ไอ้หนู เจ้าจะต้องเสียใจ ดาบมารเล่มนั้นแฝงไว้ด้วยเจตนารมณ์ของมารสวรรค์ เจ้าที่อยู่แค่ระดับเสวียนชิง ไม่มีทางควบคุมมันได้หรอก สุดท้ายเจ้าก็จะกลายเป็นแค่ทาสของมัน!!"
"ผู้อาวุโสคงจะคิดมากไปแล้วล่ะ"
หลิงเซียวยิ้มหยัน ในมิติเบื้องหลังของเขา จู่ๆ ก็มีเงาร่างมารสายหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นมาบนโลก
[จบตอน]