- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นตัวร้าย ขอแย่งบทพระเอกมันซะเลย
- บทที่ 31 ยอดฝีมือระดับพั่วหวัง
บทที่ 31 ยอดฝีมือระดับพั่วหวัง
บทที่ 31 ยอดฝีมือระดับพั่วหวัง
บทที่ 31 ยอดฝีมือระดับพั่วหวัง
"ได้ยินมาว่าเจ้าสร้างตระกูลในเซิ่งโจว และมีอำนาจบารมีสั่นสะเทือนไปทั่วสารทิศงั้นหรือ?"
น้ำเสียงของหลิงเซียวแฝงไว้ด้วยความขบขัน คล้ายกับไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
ก็แค่ข้ารับใช้ต่างแซ่กระจอกๆ คนหนึ่ง เขาเพียงแค่คิดนิดเดียว ก็ชี้เป็นชี้ตายมันได้แล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น หวงหงผู้นี้ยังเป็นเพียงข้ารับใช้ระดับต่ำที่สุดของตระกูลหลิง ต่ำต้อยกว่าผู้อาวุโสอินตั้งหลายขั้น
แน่นอนว่า การคุยโวโอ้อวดนั้น เป็นเรื่องที่ทุกคนเข้าใจได้ หลิงเซียวจึงไม่ได้โกรธเคืองอะไร
แต่ปัญหามันอยู่ที่ การคุยโวโอ้อวดของหวงหง มันดันมาทำให้เขารู้สึกรำคาญใจเข้าให้แล้ว
ดังนั้น เขาก็ต้องได้รับการลงโทษ
"ท่าน... ท่านบรรพชน?"
ในเวลานี้ หวงฉีถึงกับงุนงงไปหมดแล้ว
เขาคิดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าท่านบรรพชนผู้สูงส่งจนมิอาจเอื้อม และได้รับความเคารพบูชาจากผู้คนในสายตาของเขา กลับต้องมาคุกเข่าให้กับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง!!
ทุกคนมองดูใบหน้าที่สงบนิ่งของคุณชายหลิงเซียว ก็พากันทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะคุกเข่าลงหรือยืนต่อไปดี
ก็แหม ในเมื่อยอดฝีมือระดับพั่วหวังยังคุกเข่าเลย การที่พวกเขายืนอยู่ มันจะดูเป็นการไม่เคารพหรือเปล่านะ?
"ตุบ!"
"ตุบ!"
บรรดาอัจฉริยะจากขุมกำลังต่างๆ ทยอยกันคุกเข่าลงกับพื้นทีละคนๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ในเมื่อเจ้ามาแล้ว ก็จัดการปัญหาเอาเองแล้วกัน"
หลิงเซียวลุกขึ้นยืน ก้าวเท้าเดินผ่านหวงหงไปตรงๆ
"เรื่องของข้าในแดนร้างเหนือ ข้าไม่อยากให้ใครหน้าไหนรู้ทั้งนั้น"
กล่าวจบ หลิงเซียวก็ไม่ได้ปรายตามองหวงฉีอีกเลย เขาจูงมือเย่ชิงฉาน แล้วเดินออกไปจากหอจุ้ยเซียนทันที
เขาเชื่อว่า หวงหงน่าจะรู้ดีว่าควรทำอย่างไร
ไม่ต้องพูดถึงแค่ตระกูลในแดนร้างเหนือ ต่อให้อยู่ในเซิ่งโจว หากมีใครหน้าไหนกล้าล่วงเกินคุณชายหลิงเซียว จุดจบก็มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
นั่นก็คือการฆ่าล้างตระกูล!
ส่วนเย่เซิ่งและเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ ก็เดินตามหลังพวกหลิงเซียวไปอย่างสง่าผ่าเผย ชื่นชมกับการกราบไหว้บูชาจากคนทั้งงาน
"ท่าน... ท่านบรรพชน..."
รอจนกระทั่งพวกหลิงเซียวเดินจากไปไกลแล้ว หวงฉีถึงได้มองหวงหงที่ค่อยๆ ลุกขึ้นยืนด้วยแววตาหวาดกลัว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด ในเวลานี้เขาถึงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายจากร่างของท่านบรรพชน
"ทำตัวเองแท้ๆ ตระกูลหวง... ต้องมาพินาศเพราะเจ้าแท้ๆ..."
หวงหงหลับตาลง สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าสลด จากนั้นก็คว้าตัวหวงฉี แล้วหายวับไปในความว่างเปล่าทันที
"คุณชาย ยอดฝีมือระดับพั่วหวังท่านนั้น เป็นข้ารับใช้ในบ้านของท่านจริงๆ หรือเจ้าคะ?"
บนถนนในเมืองชิงเฟิง หลิงเซียวจูงมือเย่ชิงฉาน เดินเตร็ดเตร่ไปเรื่อยเปื่อยอย่างไม่มีจุดหมาย
ที่นี่ เขาสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความเป็นปุถุชนอย่างแท้จริง
ชาวบ้านธรรมดาไม่มีใครรู้จักเขา ส่วนผู้ฝึกตนทั่วไป ต่อให้เคยได้ยินชื่อของเขา ก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาที่แท้จริง
เพียงแต่ว่าเย่ชิงฉานและเฟิ่งเจียวเอ๋อร์นั้นงดงามเกินไป จึงดึงดูดสายตาของผู้คนส่วนใหญ่ริมทางให้หันมามอง
"อืม คนจากสี่ดินแดนร้างที่เหยียบย่างเข้าสู่เซิ่งโจว ส่วนใหญ่ก็กลายเป็นข้ารับใช้ของตระกูลโบราณหรือสำนักใหญ่ๆ กันทั้งนั้น สำหรับพวกเขาแล้ว แค่นี้ก็ถือว่าเป็นโชคลาภวาสนาอันยิ่งใหญ่แล้ว"
หลิงเซียวพยักหน้าแย้มยิ้ม แววตาอ่อนโยน แตกต่างจากคนเลือดเย็นไร้ความปรานีเมื่อครู่นี้อย่างสิ้นเชิง
"โชคลาภวาสนางั้นหรือเจ้าคะ?"
เย่ชิงฉานชะงักไป การไปเป็นข้ารับใช้ให้คนอื่น มันกลายเป็นโชคลาภวาสนาไปได้อย่างไรกัน?
"ใช่แล้วล่ะ ผู้ใดก็ตามที่เดินทางจากสี่ดินแดนร้างไปยังเซิ่งโจว ก็เปรียบเสมือนสัตว์ป่าในพงไพร ใครล่าได้ก็เป็นของคนนั้น พวกเขาหลายคนตกเป็นทาสโอสถ ทาสกระบี่ของผู้มีอำนาจ หรือแม้กระทั่งถูกนำไปหลอมเป็นหุ่นเชิด สูญเสียอิสรภาพไปตลอดชีวิต เจ้าว่า... การได้เป็นข้ารับใช้ต่างแซ่ ถือเป็นโชคลาภวาสนาหรือไม่ล่ะ?"
หลิงเซียวแย้มยิ้มบางๆ
เขาไม่ได้พูดจาเกินจริงเพื่อข่มขู่เย่ชิงฉานหรอกนะ
อันที่จริงแล้ว ความมืดมิดในเซิ่งโจว โหดร้ายยิ่งกว่าคำพูดไม่กี่คำนี้มากนัก
ในโลกที่ผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ ผู้อ่อนแออย่าว่าแต่ศักดิ์ศรีเลย แม้แต่ชีวิตก็ยังไม่ใช่ของตัวเองด้วยซ้ำ
ในเซิ่งโจวมียอดฝีมือมากมาย เผ่าพันธุ์ต่างๆ ตั้งตระหง่านอยู่เป็นจำนวนมาก และมักจะมีความบาดหมางต่อกัน
ดังนั้น แม้แต่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในใต้หล้า เวลาจะออกจากบ้านก็ยังต้องดูฤกษ์ดูยามให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกลอบทำร้ายโดยไม่ทันตั้งตัว การตกตายจึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้เสมอ
"หา? ที่แท้เซิ่งโจวก็โหดร้ายขนาดนี้เลยหรือเจ้าคะ?"
เย่ชิงฉานและเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด ท่าทางดูหวาดกลัวอยู่บ้าง
"แล้วพวกเจ้าคิดว่ายังไงล่ะ ยิ่งไปกว่านั้น หญิงสาวที่งดงามอย่างพวกเจ้า มักจะตกเป็นเป้าหมายของพวกเฒ่าหัวงูอยู่บ่อยๆ หากถูกจับตัวไปก็จะกลายเป็นเตาหลอมมนุษย์ ไม่เพียงแค่นั้น บางคนที่มีจิตใจวิปริต ยังจับหญิงสาวไปทำเป็นสตัฟฟ์ แล้วก็... อึ๋ย ช่างโรคจิตเหลือเกิน"
หลิงเซียวทำตัวสั่นเทา ทำเอาเย่ชิงฉานและเฟิ่งเจียวเอ๋อร์หน้าซีดเผือดไปตามๆ กัน
"คุณ... คุณชาย ท่านจะปกป้องข้าใช่ไหมเจ้าคะ?"
เย่ชิงฉานรีบกอดแขนของหลิงเซียวเอาไว้แน่น สัมผัสอ่อนนุ่มที่หน้าอกทำให้มุมปากของหลิงเซียวยกยิ้มขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว
"แน่นอนสิ ในเซิ่งโจว ไม่มีใครที่ตระกูลหลิงของข้าปกป้องไม่ได้หรอก ขอเพียงเจ้าเชื่อฟัง ก็จะไม่มีใครทำร้ายเจ้าได้อย่างแน่นอน"
"ขอบคุณเจ้าค่ะ คุณชาย คุณชายดีที่สุดเลยเจ้าค่ะ"
เย่ชิงฉานซบหน้าลงบนร่างของหลิงเซียวอย่างมีความสุข
"คุณ... คุณชาย แล้วข้าล่ะเจ้าคะ?"
เฟิ่งเจียวเอ๋อร์อิดออดอยู่นาน กว่าจะรวบรวมความกล้าเอ่ยถามออกไปได้
"เจ้าหรือ? เอาไว้ค่อยว่ากันเถอะ"
หลิงเซียวส่ายหน้าอย่างสงบนิ่ง
สำหรับเขาแล้ว เฟิ่งเจียวเอ๋อร์ผู้นี้ไม่มีค่าอะไรเลยจริงๆ
ที่วันนั้นเขาไม่ปฏิเสธนาง ก็เพราะว่านางมีค่าชะตาสวรรค์อยู่ 50 แต้ม
หลิงเซียวเพียงแค่อยากรู้ว่า สตรีที่มีพรสวรรค์ธรรมดาๆ อย่างนาง ไปเอาค่าชะตาสวรรค์มาจากไหน
แต่ตอนนี้หลิงเซียวรู้แล้ว ว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับเย่ฝานอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตาม หลิงเซียวยังไม่คิดจะไล่นางไปในตอนนี้ เพราะตอนนี้... นางมีประโยชน์แล้ว
"หืม?"
ในขณะที่ทั้งสี่คนกำลังเดินไปตามถนน มุ่งหน้าสู่ใจกลางเมืองโบราณ
ท่ามกลางฝูงชนที่อยู่ไกลออกไป จู่ๆ ก็มีคลื่นพลังที่คุ้นเคยสายหนึ่ง ทำให้หลิงเซียวต้องชะงักไป
นั่นคือเงาร่างที่สวมเสื้อคลุมสีดำปกปิดมิดชิดทั้งตัว เผยให้เห็นเพียงดวงตาสองข้าง คลื่นพลังระดับซวีหลิงขั้นสูงสุดแผ่ซ่านออกมาอย่างรุนแรง
เห็นได้ชัดว่า เขาก้าวเท้าข้างหนึ่งเข้าสู่ระดับซิ่งเสินแล้ว
"การแต่งตัวแบบนี้... น่าสนใจดีแฮะ"
หลิงเซียวหัวเราะเบาๆ แค่ดูจากการแต่งตัว เขาก็รู้สึกแล้วว่าเย่ฝานผู้นี้ ต้องมีเรื่องราวซ่อนอยู่เบื้องหลังแน่ๆ
การที่เขาต้องปิดบังตัวตนอย่างระมัดระวังเช่นนี้ ย่อมต้องกำลังแอบไปทำเรื่องเลวทรามอะไรบางอย่างอยู่แน่
"จะใช้วิธีการแบบไหนกันนะ?"
หลิงเซียวสาวเท้าเดินตามเย่ฝานไปในทิศทางที่เขาจากไปทันที
"คุณชายพูดว่าอะไรนะเจ้าคะ?"
"หา? ไม่มีอะไรหรอก ไม่มีอะไร วันนี้ตอนออกมา ข้าเห็นเมฆสีรุ้งบนท้องฟ้าด้วยล่ะ ไม่แน่ประเดี๋ยวอาจจะมีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นก็ได้นะ"
หลิงเซียวจับมือของเย่ชิงฉาน เดินตามเย่ฝานมาจนถึงตลาดนัดอันห่างไกลทางตอนเหนือของเมืองชิงเฟิง
เพียงแต่ของที่ขายที่นี่ ไม่ใช่ของใช้ทั่วไป แต่เป็นของวิเศษและโอสถแปลกประหลาดมากมาย
เป็นอย่างที่คิด!
ตลาดนัดแบบนี้แหละ ถึงจะเป็นสถานที่ที่บุตรแห่งสวรรค์คู่ควรจะมา
จู่ๆ หลิงเซียวก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา หากเย่ฝานผู้นี้คือบุตรแห่งสวรรค์ที่เขากำลังตามหาอยู่จริงๆ งั้นเรื่องที่เหลือ ก็แค่รอให้เขาออกเดินทางไปตามหาสมบัติให้เขาเท่านั้นเอง
"คุณชาย ทำไมท่านถึงมายังสถานที่แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"
เย่ชิงฉานขมวดคิ้วเรียวเล็กน้อย มองดูพ่อค้าแม่ค้าที่ตั้งแผงขายของอยู่รอบๆ ด้วยความไม่เข้าใจ
สถานที่แบบนี้ หากพูดให้ดูดีหน่อย ก็คือสถานที่ให้ผู้ฝึกตนมาขุดค้นหาสมบัติ
แต่ถ้าพูดให้ดูแย่หน่อย ก็คือสถานที่สำหรับหลอกลวงต้มตุ๋นนั่นเอง
และด้วยฐานะอย่างหลิงเซียว ขนาดเสินชี่ประจำสำนักเขายังยกให้คนอื่นได้ง่ายๆ แล้วเขาจะมาสนใจเศษเหล็กพวกนี้ได้อย่างไร?
แน่นอน หลิงเซียวย่อมไม่ได้มาที่นี่เพื่อค้นหาสมบัติ
เขาเพียงแค่ต้องการจะดูว่า เย่ฝานจะสามารถหาอะไรดีๆ จากที่นี่ได้บ้างหรือไม่เท่านั้น!
ไม่นานนัก เงาร่างของเย่ฝานก็ไปหยุดอยู่หน้าแผงลอยแห่งหนึ่ง
ส่วนเจ้าของแผงนั้นเป็นชายชราผมขาวท่าทางมอมแมม
เมื่อชายชราเห็นเย่ฝาน บนใบหน้าก็มีแต่ความดูแคลน เขานอนอยู่บนเก้าอี้โดยไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
ท่าทีแบบนี้แหละ!
แผงลอยร้านนี้ จะต้องมีของวิเศษโผล่มาแน่ๆ!
[จบตอน]