เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 28 จุดสูงสุดของชีวิต

บทที่ 28 จุดสูงสุดของชีวิต

บทที่ 28 จุดสูงสุดของชีวิต


บทที่ 28 จุดสูงสุดของชีวิต

"น้องชิงฉาน..."

เย่ฝานมองดูเย่ชิงฉานที่เดินผ่านตัวเขาไป ภายในดวงตามีความเจ็บปวดวาบผ่านอย่างเห็นได้ชัด

ทว่าเย่ชิงฉานเพียงแค่หยุดฝีเท้าแล้วหันมามองเขา บนใบหน้ายังคงประดับด้วยรอยยิ้มอย่างมีมารยาท "ท่านพี่เย่ฝาน มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ?"

"มีเรื่องอันใดงั้นหรือ?!"

เย่ฝานรู้สึกสิ้นหวังอย่างแท้จริง!

เขาคิดไม่ตกเลยว่า เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ปี ทำไมเย่ชิงฉานถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเช่นนี้

หรือว่านางจะลืมไปแล้ว ว่าในคืนฝนตกวันนั้น นางได้รับปากอะไรกับเขาไว้?

นางเคยบอกด้วยปากของนางเอง ว่าจะรอเขาอยู่ที่สำนักเสวียนเจี้ยน!

สำหรับเย่ฝานแล้ว นั่นคือคำสาบานแห่งความรักระหว่างพวกเขาสองคนเลยนะ

แล้วทำไมเพียงชั่วพริบตา เย่ชิงฉานถึงได้เย็นชากับเขาถึงเพียงนี้?

ต้องเป็นเพราะหลิงเซียวแน่ๆ!

ต้องเป็นไอ้คุณชายจากเซิ่งโจวคนนี้ที่บังคับขู่เข็ญชิงฉานแน่ๆ

ในเวลานี้ เย่ฝานไม่ได้คิดเลยว่าเย่ชิงฉานจะทรยศเขา

เพราะในใจของเขา เย่ชิงฉานนั้นสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ และไม่อาจยอมให้ผู้ใดมาลบหลู่ดูหมิ่นได้

แม้แต่ตัวเขาเอง ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะสงสัยเย่ชิงฉาน!!

ดังนั้น สาเหตุจึงต้องมาจากคนอื่นเท่านั้น

หลิงเซียว นี่จะมาโทษข้าไม่ได้นะ เป็นเจ้าเองที่รนหาที่ตาย

ใครก็ตามที่กล้าทำร้ายน้องชิงฉาน มันผู้นั้นต้องตาย!!

เย่ฝานส่ายหน้าอย่างอ่อนโยน "ไม่มีอะไรหรอก หากประเดี๋ยวเจ้ามีเวลา ก็มาหาข้าที่เรือนด้านหลังสิ พวกเราไม่ได้พบกันเสียนาน ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้ามากมายเลย"

เย่ฝานสมกับเป็นผู้ที่อดทนเก็บซ่อนอารมณ์มานานนับสิบปี แม้ในใจจะเคียดแค้นเพียงใด แต่สีหน้ากลับไม่แสดงพิรุธออกมาเลยแม้แต่น้อย

"ได้สิเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะแวะไปหาท่านนะ"

เย่ชิงฉานย่อมไม่ได้คิดอะไรมาก

ตอนที่นางออกโรงปกป้องเย่ฝาน ก็เป็นเพียงเพราะรู้สึกสงสารท่านพี่ที่มีภูมิหลังน่ารันทดผู้นี้เท่านั้น

ส่วนประโยคที่บอกว่าจะรอเขาอยู่ที่สำนักเสวียนเจี้ยน ก็เป็นเพียงคำพูดให้กำลังใจเท่านั้นเอง

แต่นางคาดไม่ถึงเลยว่า ในใจของเด็กหนุ่มที่เติบโตมาพร้อมกับความต่ำต้อยผู้นี้ คำว่า "รอ" จะมีความหมายเท่ากับ "คำสัญญา"

มีคนมากมายเท่าไหร่กัน ที่ชีวิตต้องพังทลายลงเพียงเพราะคำว่า "รอ" คำนี้?

แน่นอนว่า เย่ชิงฉานก็คงคิดไม่ถึงเช่นกัน ว่าเย่ฝานจะไม่สนใจเรื่องศีลธรรมจรรยา และเกิดความรู้สึกผูกพันฉันชู้สาวกับนาง

"ข้าจะรอเจ้านะ"

เย่ฝานยิ้มออกมา จงใจเน้นเสียงหนักตรงคำว่า "รอ"

ส่วนเย่ชิงฉานก็เพียงแค่พยักหน้ารับ ก่อนจะวิ่งตามหลิงเซียวออกไปจากตระกูลเย่

จนกระทั่งเงาร่างของพวกเขาลับสายตาไป คนตระกูลเย่ถึงได้แยกย้ายกันไป

และด้วยความสัมพันธ์ที่มีกับเย่ชิงฉาน เย่ฝานจึงรอดพ้นจากการถูกกลั่นแกล้งไปได้ซึ่งเป็นเรื่องที่หาได้ยากยิ่ง

"ดูเหมือนว่าจะต้องรีบทะลวงผ่านระดับซิ่งเสินให้เร็วขึ้นเสียแล้ว จะได้ควบคุมจอมมารในชั้นแรกของเจดีย์แก้วแปดทิศได้สักที"

เย่ฝานทอดสายตามองไปทางประตูด้วยความมืดมน ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังลานเล็กๆ ของตนเอง

...

"คุณชาย รอข้าด้วยสิเจ้าคะ"

ทางด้านนี้ เย่ชิงฉานวิ่งเหยาะๆ ตามหลิงเซียวมาจนทัน

แต่ในเวลานี้ นางกลับเห็นว่าเขากำลังมองนางด้วยสายตาที่มีความหมายแอบแฝง

"เป็น... เป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ?"

เย่ชิงฉานรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง ปกติแล้วเวลาที่หลิงเซียวทำหน้าแบบนี้ มักจะกำลังคิดแผนการร้ายอะไรอยู่แน่ๆ

"ท่านพี่เย่ฝานของเจ้า ดูเหมือนจะห่วงใยเจ้ามากเลยนะ"

มุมปากของหลิงเซียวโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม ส่วนเฟิ่งเจียวเอ๋อร์ก็ยกมือขึ้นป้องปากหัวเราะเบาๆ เช่นเดียวกัน

"นั่นสิเจ้าคะ ตั้งแต่ที่เย่ฝานเดินเข้ามา สายตาก็เอาแต่จ้องมองแม่นางชิงฉานไม่วางตาเลยนะเจ้าคะ"

"อะไรกัน พวกเราเป็นลูกพี่ลูกน้องกันนะ พวกท่านคิดมากเกินไป..."

บนใบหน้าของเย่ชิงฉานมีรอยแดงระเรื่อปรากฏขึ้น นางถลึงตาใส่หลิงเซียวอย่างขัดใจ

"นายน้อยเย่เซิ่ง"

หลิงเซียวไม่ได้หยอกล้อเย่ชิงฉานต่อ

เพราะเขามองออกว่า ยัยหนูคนนี้ไม่ได้มีความรู้สึกชู้สาวกับเย่ฝานเลยแม้แต่น้อย

เย่ฝานก็แค่คิดเข้าข้างตัวเองไปฝ่ายเดียวเท่านั้น

ดูเหมือนว่า เส้นทางความรักระหว่างคนทั้งสอง ยังไม่ทันได้เริ่มต้น ก็ถูกเขาตัดบทยุติลงเสียแล้ว

"ขอรับ! คุณชายหลิงเซียวมีเรื่องอันใดให้รับใช้หรือขอรับ?"

เพียงแค่คำว่า 'นายน้อย' คำเดียว ก็ทำเอาเย่เซิ่งทั้งหวาดหวั่นและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เขารีบโค้งคำนับให้หลิงเซียวเก้าสิบองศาทันที

เมื่ออยู่ต่อหน้าหลิงเซียว เขารู้สึกประหม่าอย่างหนัก จนแม้แต่น้ำเสียงก็ยังสั่นเครือ

ต้องรู้ก่อนว่า บุคคลผู้นี้คือผู้ที่แม้แต่ท่านอาสามเย่หลิวอวิ๋นก็ยังต้องคอยปรนนิบัติพัดวีอย่างระมัดระวัง

เขากลัวเหลือเกินว่า หากเผลอพูดอะไรผิดหูไปแม้แต่ประโยคเดียว อาจจะถูกคุณชายทุบหัวจนแบะเอาได้ง่ายๆ

"ไม่ต้องเกรงใจไป ก็แค่คุยกันเรื่อยเปื่อย นายน้อยเย่ ปีนี้อายุยี่สิบแล้วใช่หรือไม่?"

คุณชายหลิงเซียว ถึงกับเป็นฝ่ายชวนข้าคุยเล่นก่อนเลยงั้นหรือ?!

เย่เซิ่งเงยหน้าขึ้นมองหลิงเซียวด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะรีบก้มหน้าลงด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง

"คุณชาย... เซิ่งเพิ่งจะอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ขอรับ"

"อืม ไม่เลวเลย อายุแค่ยี่สิบก็บรรลุระดับซวีหลิงขั้นสูงสุดแล้ว พรสวรรค์ไม่เลวทีเดียว"

หลิงเซียวย่อมไม่ได้ว่างจนปวดไข่ ถึงได้มานั่งคุยไร้สาระกับเย่เซิ่งหรอก

แต่เขาต้องการจะหลอกถามข้อมูลเกี่ยวกับเย่ฝานจากปากของอีกฝ่ายต่างหาก

ท้ายที่สุดแล้ว จุดประสงค์ในการมาเยือนตระกูลเย่ของหลิงเซียวนั้นแอบแฝงอยู่ แม้เย่ฝานจะถูกกดขี่ข่มเหงในตระกูลเย่มาโดยตลอด แต่หากเขาแสดงท่าทีสนใจในตัวเย่ฝานมากจนเกินไป ก็อาจจะทำให้บุตรแห่งสวรรค์ผู้นั้นเกิดความระแวงขึ้นมาได้

"คุณ... คุณชายชมเกินไปแล้วขอรับ!!"

ในเวลานี้ เย่เซิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนฟ้า หากไม่ได้อยู่ต่อหน้าหลิงเซียว เขาคงตีลังกาสักสองรอบไปแล้ว

คุณชายหลิงเซียวเอ่ยปากชมข้าด้วย!

นี่มันเกียรติยศอันยิ่งใหญ่ปานใด!

ต้องรู้ก่อนว่า ก่อนหน้านี้ตอนที่เซียวเหยียน รัชทายาทแห่งราชวงศ์ต้าเหยียนต้องการขอเข้าพบคุณชายหลิงเซียว เขายังต้องนำของกำนัลมาขอคิวล่วงหน้าที่ตระกูลเย่เลย

เย่เซิ่งรู้สึกว่าในเวลานี้ เขาได้กลายเป็นชายหนุ่มที่โดดเด่นที่สุดในถนนสายนี้ไปเสียแล้ว

"นายน้อยเย่ มีพี่น้องกี่คนงั้นหรือ?"

จากนั้น หลิงเซียวก็เอ่ยถามเรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลเย่กับเย่เซิ่งอีกเล็กน้อย ก่อนจะวกเข้าเรื่องเย่ฝานอย่างเป็นธรรมชาติ

"เย่ฝานที่เจอเมื่อครู่นี้ ดูเหมือนจะไม่มีพลังการฝึกฝนเลยนะ ข้าเคยได้ยินชิงฉานบอกว่า เขาเกิดมาพร้อมกับเส้นชีพจรพิการงั้นหรือ?"

"ถูกต้องขอรับ เย่ฝานไม่สามารถฝึกฝนได้ตั้งแต่เด็ก เวลาผ่านไปเป็นสิบปีแล้ว ก็ยังไม่สามารถทะลวงผ่านระดับเจินหยวนได้ เรื่องนี้คนในเมืองชิงเฟิงต่างก็รู้กันทั่วขอรับ"

เย่เซิ่งลอบปรายตามองเฟิ่งเจียวเอ๋อร์อย่างแนบเนียน ที่สตรีศักดิ์สิทธิ์สำนักเชียนเม่ยมาขอถอนหมั้นในตอนนั้น ก็เป็นเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่หรือ

แต่ทว่า วันนี้เย่ฝานกลับรู้จักเจียมตัว ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยมองเฟิ่งเจียวเอ๋อร์เลยแม้แต่แวบเดียว

มิเช่นนั้น หากไปยั่วโมโหคุณชายหลิงเซียวเข้า เกรงว่าคนทั้งตระกูลเย่คงจะต้องเดือดร้อนเพราะเขาเป็นแน่

"โอ้? ไม่เคยทะลวงผ่านระดับเจินหยวนเลยงั้นหรือ? แต่ทำไมข้าถึงเห็นว่า บนตัวเขามีคลื่นพลังวิญญาณสั่นกระเพื่อมอยู่ล่ะ?"

หลิงเซียวแสร้งทำเป็นขมวดคิ้ว เย่ฝานปิดบังระดับการฝึกฝนก็จริง แต่มีหรือจะหลุดรอดสายตาของหลิงเซียวไปได้

"คลื่นพลังวิญญาณ?"

เย่เซิ่งมีสีหน้างุนงงอย่างเห็นได้ชัด

ส่วนหลิงเซียวก็ส่ายหน้ายิ้มๆ "ข้าคงจะตาฝาดไปเองน่ะ"

ดูเหมือนว่า เย่ฝานผู้นี้จะซ่อนตัวได้ลึกซึ้งทีเดียว

ในตอนนี้ คนทั้งตระกูลเย่ คล้ายกับยังไม่มีใครรู้เลยว่า ระดับการฝึกฝนของเขานั้น แทบจะไม่ต่างอะไรกับเย่เซิ่งแล้ว

แต่ยิ่งเขาซ่อนตัวได้ลึกซึ้งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าเขามีแผนการที่ยิ่งใหญ่มากขึ้นเท่านั้น

ความลับในตัวเขา จะต้องเป็นสิ่งที่น่าตื่นตะลึงอย่างแน่นอน

"คุณชายหลิงเซียว!!!"

ในจุดที่ห่างออกไป จู่ๆ ก็มีกลุ่มหนุ่มสาวในชุดหรูหราเดินเข้ามาเป็นขบวนใหญ่

ผู้นำเป็นชายหนุ่มรูปงาม สวมชุดคลุมสีแดงขลิบทอง สวมมงกุฎทองคำประดับม่วง

"ท่านนี้คือ..."

"คุณชายหลิงเซียว ข้าน้อยเซียวเหยียน รัชทายาทแห่งราชวงศ์ต้าเหยียน ก่อนหน้านี้ข้าเคยไปขอเข้าพบที่ตระกูลเย่มาแล้ว ไม่ทราบว่าคุณชายจะให้เกียรติไปร่วมสังสรรค์กับพวกเราที่หอจุ้ยเซียนได้หรือไม่ขอรับ?"

เซียวเหยียนผู้เป็นถึงองค์รัชทายาทผู้สูงศักดิ์ ในเวลานี้กลับโค้งคำนับให้หลิงเซียวอย่างนอบน้อม

"พี่เย่เซิ่ง ไม่ได้พบกันนานเลยนะ!"

เย่เซิ่งที่ยืนอยู่ข้างกายหลิงเซียว ย่อมได้รับความเคารพจากเซียวเหยียนไปด้วยอย่างเต็มภาคภูมิ

เขาสัมผัสได้เลยว่า ชีวิตของเขา คล้ายกับได้ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างแท้จริง เพราะการปรากฏตัวของคุณชายหลิงเซียว!

ต้องรู้ก่อนว่า นั่นคือรัชทายาทเซียวเหยียนเชียวนะ หนึ่งในยอดอัจฉริยะที่โดดเด่นที่สุดในแดนร้างเหนือ!

ในยามปกติ เขาไม่มีทางชายตามองตระกูลเล็กๆ ในเมืองชิงเฟิงเลยแม้แต่น้อย แต่วันนี้เขากลับต้องมาทักทายข้าด้วยความสุภาพนอบน้อมเช่นนี้เชียวหรือ?

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 28 จุดสูงสุดของชีวิต

คัดลอกลิงก์แล้ว