- หน้าแรก
- ยุค เจ็ดศูนย์ หลังถูกส่งไปชนบท ฉันอาศัยเสบียงหมื่นล้านนอนรอรับชัยชนะ
- บทที่ 26 ความดีความชอบครั้งใหญ่
บทที่ 26 ความดีความชอบครั้งใหญ่
บทที่ 26 ความดีความชอบครั้งใหญ่
บทที่ 26 ความดีความชอบครั้งใหญ่
"ไอ้หัวขโมยนั่นถูกจับแก้ผ้าล่อนจามแล้วเอาไปโยนทิ้งไว้หน้าสถานีตำรวจเลยล่ะ!"
"ตายจริง เรื่องใหญ่เลยนะนั่น" เสียงขบเคี้ยวเมล็ดแตงโมดังเปาะแปะประสานขึ้นมาเป็นระยะ
แน่นอนว่าหญิงชราคนนั้นไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองหรอก แต่เธอมีญาติอยู่ในคอมมูน และเพื่อนร่วมงานของญาติคนนั้นบังเอิญอาศัยอยู่แถวสถานีตำรวจพอดี พอพวกเขาไปเข้าห้องน้ำสาธารณะตอนเช้ามืด ก็เห็นคนแก้ผ้านอนอยู่แต่ไกลจึงพากันกรีดร้องทันที เพราะคิดว่ามีคนมาทำเรื่องลามกอนาจาร
เสียงนั้นปลุกคนในซอยให้ตื่นขึ้นมาคลาคล่ำไปครึ่งค่อนซอย
และแน่นอนว่ามันปลุกบรรดาเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังสัปหงกขณะเข้าเวรให้ตื่นขึ้นมาด้วย
ต่อมา ชายคนนั้นก็ถูกจับกุมตัวเข้าไปในสถานีตำรวจตามระเบียบ แม้จะมีป้ายเขียนบอกไว้ว่าเป็นหัวขโมย แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องทำคดีอย่างเป็นธรรมจึงได้มีการสืบสวนทวนความ
แล้วพวกเขาก็ได้ค้นพบว่า นี่คือผลงานที่สวรรค์ประทานมาให้แท้ๆ
กลุ่มคนนั่งฟังอย่างจดจ่อ มีหญิงชราใจกล้าคนหนึ่งรบเร้าถามขึ้นว่า "แล้วรูปร่างไอ้ขโมยคนนั้นเป็นยังไงบ้างล่ะ"
"โถ่ ขโมยขโจรจะมีรูปร่างดีแค่ไหนกันเชียว ทำไมล่ะ หรือว่าเธอเบื่อที่จะดูรูปร่างตาแกที่บ้านแล้ว?"
"ตาแกที่บ้านฉันจะมีอะไรน่าดูล่ะ หน้าตาอย่างกับบวบตากแห้ง" หญิงชราผู้นั้นเบะปาก เรียกเสียงฮาครืนจากฝูงชนในทันที
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกันอย่างออกรส รถยนต์สองคันก็ขับเข้ามาทางทางเข้าหมู่บ้าน
ทุกคนลุกขึ้นยืนโดยพร้อมเพรียงกัน
"รถยนต์นี่นา" บรรดาเด็กๆ ที่เล่นกันอยู่ริมถนนวิ่งไล่ตามรถอย่างตื่นเต้น
ล้อรถหมุนวนจนฝุ่นตลบ รถขับมุ่งหน้าตรงไปยังตีนเขา
รถคันแรกมีเลขาธิการคอมมูน เลขานุการของเขา และหัวหน้ากองพลนั่งมาด้วย
ส่วนรถคันที่สองมีชายในเครื่องแบบทหารหลายนายก้าวลงมา
หัวหน้ากองพลกวาดสายตามองฝูงชน เมื่อสบตากับลูกชายคนรองก็กวักมือเรียก "นำทางไป"
ขบวนคนเริ่มเคลื่อนพลขึ้นเขาอย่างยิ่งใหญ่ เลขาธิการคอมมูนและคนอื่นๆ ต่างถือไฟฉายของตัวเอง เดินนำไปอย่างรวดเร็ว
ชาวบ้านที่เดินตามหลังมาต่างพากันคาดเดาและวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุด
ไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงหน้าถ้ำ สำหรับเหล่าทหารแล้ว หินก้อนใหญ่ไม่ใช่ปัญหาเลย พวกเขาช่วยกันออกแรงผลักเพียงไม่กี่ครั้ง หินก้อนนั้นก็พ้นทางไป
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝูงชนดังขึ้นกว่าเดิม ทุกคนต่างเขย่งเท้าเพื่อพยายามมองเข้าไปข้างใน
ชายสองคนเดินออกมาจัดระเบียบ บอกให้ทุกคนอย่าเบียดเสียดเข้ามาและให้เว้นระยะห่างไว้
"ใครเป็นคนเจอถ้ำนี้"
เหยียนเซี่ยงอันดึงตัวซ่งโช่วจวินออกมาจากฝูงชน "แม่เยาวชนคนนี้เป็นคนเจอครับ เดิมทีตรงนี้มีเถาวัลย์ขึ้นหนาทึบ เยาวชนซ่งบอกว่าเธอเห็นสัตว์เลื้อยผ่านเถาวัลย์เข้าไป เลยเดาว่าข้างหลังน่าจะมีถ้ำ"
"พวกเราก็เลยนึกสนุก ลองถางเถาวัลย์แล้วมุดเข้าไปดูครับ" เขาช่วยอธิบายเสริม
"หนูด้วยค่ะ หนูด้วย" เหยียนเสี่ยวเหอดึงแขนเสื้อพี่ชายแล้วแทรกตัวขึ้นมาข้างหน้า พยายามแสดงตัวตนอย่างสุดฤทธิ์
เลขาธิการคอมมูนยิ้มและพยักหน้า แสดงว่าเขารับทราบแล้ว จากนั้นก็ทำสัญญาณมือให้ซ่งโช่วจวินนำพวกเขาเข้าไป
ตัวเลขานุการค่อนข้างผอมจึงเข้าไปได้ไม่ยากนัก แต่หัวหน้ากองพลและเหล่าทหารนั้นรูปร่างสูงใหญ่หนา เส้นทางในถ้ำจึงดูจะเล็กเกินไปสำหรับพวกเขา ทุกคนต่างต้องตะแคงตัวเดินเข้าไปอย่างทุลักทุเล
หลังจากเบียดตัวเข้าไปได้ ทุกคนต่างก็เต็มไปด้วยฝุ่นและคราบดิน บางคนถึงกับมีรอยขีดข่วนบนใบหน้า
ภายในถ้ำยามค่ำคืนมืดมิดยิ่งกว่าเดิม กลุ่มคนสาดแสงไฟฉายสำรวจอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็รวมกลุ่มหารือกันเบาๆ ก่อนจะพากันออกจากถ้ำ โดยทิ้งคนไว้สองนายเพื่อเฝ้าเวรยามบนภูเขา
พรุ่งนี้พวกเขาจะส่งคนมาขยายปากถ้ำให้กว้างขึ้นก่อนจะขนย้ายหีบเหล่านั้นออกมา
เมื่อออกจากถ้ำมาได้ หัวหน้ากองพลก็รีบไล่ทุกคนทันที "กลับบ้านไปได้แล้ว คืนนี้ไม่คิดจะนอนกันหรือไง ไปๆ แยกย้ายได้แล้ว"
ฝูงชนถูกต้อนลงจากเขา แต่ก็ยังคงรุมล้อมซ่งโช่วจวินและอีกสามคนเพื่อถามคำถามไม่หยุด
ชาวบ้านทุกคนต่างสงสัยว่าปืนพกเหล่านั้นมาจากไหน
มีเพียงน้องสาวของเหยียนเซี่ยงอันเท่านั้นที่มีจุดโฟกัสต่างออกไป "พี่รอง ทำไมเวลาทำเรื่องดีๆ แบบนี้พี่ไม่นึกถึงหนูบ้าง แต่กลับพาเหยียนเสี่ยวเหอไป ยัยนั่นไม่ใช่น้องแท้ๆ ของพี่เสียหน่อย!"
ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน เธอก็อดไม่ได้ที่จะเริ่มแผดเสียง
เหยียนเซี่ยงอันมึนงง เรื่องดีอะไรของหล่อน?
"การค้นพบปืนพกนั่นน่ะเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่เลยนะ! ถ้าพี่พาหนูไปด้วย หนูคงได้ส่วนแบ่งรางวัลตอนที่คอมมูนเขาแจกให้บ้างแล้ว" เหยียนเซี่ยงลี่ตาแดงก่ำด้วยความโกรธ
เหยียนเซี่ยงอันสอดมือเข้าแขนเสื้อแล้วกรอกตา "ไปไกลๆ เลย ความดีความชอบครั้งใหญ่เหรอ? เลิกเป็นคนช่างคิดช่างแค้นขนาดนี้ได้ไหม หล่อนสรุปไปเองว่าคอมมูนจะมีรางวัลให้ ถอยกลับไปหนึ่งหมื่นก้าว ถ้ำนี้ฉันก็ไม่ได้เป็นคนเจอ เยาวชนซ่งต่างหากที่เป็นคนเจอ ฉันก็แค่ตามไปเก็บเศษผลงานข้างหลังเขาเท่านั้นเอง จะให้พาหล่อนไปด้วยเหรอ ฝันไปเถอะ"
"พี่รอง!" เหยียนเซี่ยงลี่ผลักเขา ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งโกรธจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไม่อยู่ "ทำไมจะไม่นับว่าเป็นความดีความชอบล่ะ ถ้าไม่นับ แล้วทำไมเมื่อกี้เหยียนเสี่ยวเหอต้องเบียดเข้าไปเสนอหน้าต่อเลขาธิการด้วย? ถ้าเกิดเลขาธิการถามว่าเราอยากได้รางวัลอะไรขึ้นมาล่ะ? หนูไม่ได้ขอตำแหน่งงานตรงๆ เสียหน่อย แค่ขอโอกาสให้ได้ไปสอบเข้าก็ยังดี!"
เธอหมกมุ่นอยู่กับการหาตำแหน่งงานจนแทบคลั่ง พอเห็นเหยียนเสี่ยวเหอได้ก้าวออกไปข้างหน้าก็รู้สึกเหมือนตัวเองพลาดโอกาสครั้งใหญ่ไป จนทำให้เธอโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
"สมองของหล่อนน่ะ หัดเอาไปทำเรื่องที่มีประโยชน์บ้างนอกจากพูดจาเลอะเทอะได้ไหม ถ้าไม่หัดใช้เดี๋ยวมันก็ขึ้นสนิมหรอก อย่างหล่อนเนี่ยนะจะไปสอบเข้า?" เหยียนเซี่ยงอันเบะปากด้วยความระอา เขาไม่มีความอดทนจะโต้เถียงกับเธออีก จึงปิดประตูดังปังแล้วกลับเข้าห้องตัวเองไป
เหยียนเซี่ยงลี่เสียใจหนักกว่าเดิม เธอเช็ดน้ำตาแล้วมองหาที่พึ่ง "แม่ ดูพี่รองสิ เขาแกล้งหนู ฮือๆๆ..."
"ถ้าหล่อนยังก่อเรื่องให้ฉันรำคาญใจอีกล่ะก็ ไสหัวออกไปให้หมดทั้งคู่เลย! ถ้าพวกแกทำคุณปู่ตื่นล่ะก็ ฉันจะไล่ตะเพิดออกไปให้หมด!" หลินซู่หลานด่าทอด้วยความโมโห
"เลิกเพ้อฝันกลางวันได้แล้ว พรุ่งนี้ไปดูตัวตามนัดอย่างว่างว่าง่ายเสีย ถ้าไม่ไปก็ไม่ต้องก้าวเท้าเข้าบ้านนี้อีก ถ้าหล่อนชอบเมืองนักก็ไปเลยไป ขนาดห้องน้ำสาธารณะที่นั่นหล่อนยังว่าหอมเลยมั้ง"
หลินซู่หลานนึกสงสัยว่าเธอให้กำเนิดคนโง่แบบนี้ออกมาได้ยังไง หรือว่าตอนท้องลูกคนเล็กเธอจะกินอะไรผิดสำแดงเข้าไป
เหยียนเซี่ยงลี่รู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมหนักกว่าเดิม แต่เพราะกลัวโดนไม้เรียว เธอจึงได้แต่เข้าไปร้องไห้โฮอยู่ในห้องของตัวเอง
เธอรู้สึกว่าโชคชะตาของเธอสรุปได้ด้วยคำเดียวคือ—ขมขื่น!
เช้าตรู่วันต่อมา หลินซู่หลานลากเหยียนเซี่ยงลี่ลุกจากเตียงเตา "วันนี้ใส่เสื้อเชิ้ตลายดอกตัวใหม่ที่เพิ่งตัดปีนี้เสีย ติดกิ๊บหนีบผมที่พี่ใหญ่ซื้อให้คราวก่อนด้วย เที่ยงนี้ที่ร้านอาหารของรัฐในคอมมูน ถ้าหล่อนไม่กล้าไป ฉันจะตีขาหล่อนให้หักเลย"
เมื่อเห็นใบหน้าลูกสาวเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง หลินซู่หลานจึงลดน้ำเสียงลงแล้วเสริมว่า "เงื่อนไขของเขาดีมากนะ หน้าตาสะอาดสะอ้าน ตัวไม่เตี้ย แถมมีงานทำในคอมมูนด้วย เขามาจากกองพลต้าหวาน ลองไปเจอเถอะ บางทีหล่อนอาจจะชอบเขาก็ได้ ถ้าสำเร็จขึ้นมา เขาก็จะได้ช่วยดูช่องทางในคอมมูนให้หล่อน หล่อนจะได้รู้ข่าวก่อนใครถ้ามีการเปิดรับตำแหน่งงาน"
เหยียนเซี่ยงลี่เปลี่ยนเสื้ออย่างว่างว่าง่าย ติดกิ๊บผม และตามคำกำชับของหลินซู่หลาน เธอหยิบไข่ต้มใส่กระเป๋าแล้วก้าวขึ้นรถเทียมโคไป
วันนี้ซ่งโช่วจวินลากิจอีกครั้ง แน่นอนว่าหลังจากทำเรื่องไม่ดีบ่อยครั้งเข้า เธอก็เริ่มรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมไปเสียแล้ว
เธอวางแผนจะไปคอมมูนเพื่อหาซื้อของบางอย่าง เธอยังมีคูปองที่เหลือจากรางวัลที่ได้รับจากเมืองเซี่ยงไฮ้เกี่ยวกับคดีตระกูลเจียงเหลืออยู่
ทันทีที่ขึ้นรถเทียมโค เธอก็เห็นเหยียนเซี่ยงลี่นั่งอยู่ข้างในด้วยท่าทางเหมือนวิญญาณหลุดออกจากร่าง แต่งตัวจัดเต็มขนาดนั้น ใครๆ ก็เดาออกว่ากำลังจะไปดูตัว
เธออยากรู้นักว่าครอบครัวเหยียนไปหาคู่ดูตัวแบบไหนมาให้หล่อน
ซ่งโช่วจวินคิดว่าเธออาจจะบังเอิญเจอพวกเขาในคอมมูนและแอบมองดูได้สักนิด
เมื่อไปถึงคอมมูนก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี เธอสะพายตะกร้าตรงไปยังร้านอาหารของรัฐ ตั้งใจจะเติมท้องให้เต็มก่อนเป็นอันดับแรก
เธอยังคงสั่งซาลาเปาไส้เนื้อสองลูกกลับบ้านตามความคุ้นชิน สั่งหมูแดงหนึ่งชาม และข้าวสวยหนึ่งถ้วย หมูแดงของร้านอาหารรัฐเจ้านี้รสชาติอร่อยจริงๆ แค่เอาซอสเนื้อมาคลุกข้าวเธอก็ทานได้จนเกลี้ยง
ขณะที่เธอกำลังยกอาหารมองหาที่นั่ง เธอก็เห็นเหยียนเซี่ยงลี่นั่งอยู่ที่โต๊ะติดผนังตัวหนึ่ง ซึ่งโต๊ะด้านหลังของเหยียนเซี่ยงลี่นั้นว่างอยู่พอดี
ซ่งโช่วจวินเลือกโต๊ะตัวนั้นโดยสัญชาตญาณแล้วนั่งลง เหยียนเซี่ยงลี่เห็นเธอเดินเข้ามาจึงส่งยิ้มประจบประแจงให้
"แม่เยาวชนซ่ง คุณก็มาดูตัว... เอ๊ย ไม่ใช่ คุณก็มาทานข้าวเหมือนกันเหรอคะ" เหยียนเซี่ยงลี่ประหม่าอย่างหนักเพราะนี่คือการดูตัวครั้งแรก พออ้าปากพูดเธอก็เผลอหลุดปากออกมาทันที