- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นลูกท่านประธาน พร้อมระบบสุดโกง
- บทที่ 29 ชื่อเสียงจอมปลอมก็มีประโยชน์ ต้องไขว่คว้ามาให้ได้...
บทที่ 29 ชื่อเสียงจอมปลอมก็มีประโยชน์ ต้องไขว่คว้ามาให้ได้...
บทที่ 29 ชื่อเสียงจอมปลอมก็มีประโยชน์ ต้องไขว่คว้ามาให้ได้...
"เหลือเชื่อ... จริงๆ!"
ลู่สิงเทียนหัวเราะเบาๆ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยว่า "ลองร่ายรำกระบวนท่าเคล็ดการขัดเกลาร่างกายให้ดูรอบนึงสิ!"
"พ่อครับ เมื่อเช้าผมทำไปแล้วนะ ขืนทำตอนนี้อีก มีหวังปวดตัวตายแน่ๆ"
"เลิกไร้สาระน่า สั่งให้ทำก็ทำเถอะ!"
"ก็ได้ครับ..."
ลู่เสี่ยวไป๋คิดว่าพ่อคงไม่ทำร้ายเขาหรอก จึงเริ่มร่ายรำกระบวนท่าเคล็ดการขัดเกลาร่างกายอย่างว่าง่าย
ตามหลักการแล้ว คนเราจะฝึกเคล็ดการขัดเกลาร่างกายได้แค่วันละสองรอบเท่านั้น หากฝืนทำรอบที่สาม จะเกิดอาการเจ็บปวดรวดร้าวอย่างแสนสาหัส และอาจจะไม่หายดีแม้จะได้พักผ่อนไปเป็นสัปดาห์ก็ตาม
ทว่า ขณะที่ลู่เสี่ยวไป๋ร่ายรำกระบวนท่าต่างๆ ของเคล็ดการขัดเกลาร่างกาย เขากลับไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยแม้แต่น้อย
"เอ๊ะ? ไม่เจ็บเลยแฮะ?"
สีหน้าของลู่เสี่ยวไป๋แข็งค้าง ความประหลาดใจฉายชัดบนใบหน้า ก่อนจะเสริมว่า "ไม่สิ มันไม่พัฒนาขึ้นด้วย เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?!"
"ดูเหมือนว่าเคล็ดการขัดเกลาร่างกายของแกจะบรรลุถึงขั้นสูงสุดแล้วจริงๆ สินะ..."
เมื่อลู่สิงเทียนเห็นเช่นนั้น แววตาของเขาก็เปี่ยมไปด้วยความตกตะลึง
"พ่อครับ หลักการของมันคืออะไรกันแน่..."
ลู่เสี่ยวไป๋งุนงงเล็กน้อย
"ผลลัพธ์สภาวะขีดสุดของเคล็ดการขัดเกลาร่างกายขั้นสูงสุดก็คือ มันจะเปลี่ยนเป็นการทำงานแบบสกิลติดตัวโดยสมบูรณ์ ต่อให้แกตั้งใจฝึกฝนเป็นร้อยรอบ มันก็จะไม่เห็นพัฒนาการใดๆ เพิ่มขึ้นมาหรอก"
ลู่สิงเทียนอธิบาย
"หา?"
ลู่เสี่ยวไป๋ทำหน้าผิดหวังและพึมพำ "แบบนี้ก็แปลว่าผมตั้งใจฝึกฝนเพื่อพัฒนาตัวเองไม่ได้แล้วสิ?"
เขาอุตส่าห์หวังว่าจะตั้งใจฝึกเพื่อเพิ่มพลังชีวิตต่อไปเรื่อยๆ ถ้าเป็นแบบนี้ เขาคงไม่สามารถเพิ่มระดับพลังชีวิตให้ถึง 9.9 ได้ก่อนการสอบระดับดาราแน่ๆ
"หาบ้าอะไรของแก?"
ลู่สิงเทียนปรายตามองเขาและเอ่ยช้าๆ "นี่ยังไม่พอใจอีกหรือไงไอ้หนุ่ม นี่มันผลลัพธ์ที่คนนับไม่ถ้วนใฝ่ฝันถึงเลยนะโว้ย..."
"แล้วมันมีประโยชน์อะไรล่ะครับ?"
"ไอ้ทึ่ม แกก็ไปเรียนเคล็ดการขัดเกลาร่างกายวิชาอื่นได้ไงเล่า!"
ลู่สิงเทียนรีบอธิบาย "ถ้าเคล็ดการขัดเกลาร่างกายขั้นพื้นฐานของแกยังไม่ถึงขั้นสูงสุด หลังจากที่แกไปเรียนวิชาอื่น แกก็จะเลือกฝึกฝนได้แค่วิชาเดียวต่อวันเท่านั้น พูดง่ายๆ ก็คือ เคล็ดการขัดเกลาร่างกายขั้นพื้นฐานของแกก็จะหมดประโยชน์ไปเลยไงล่ะ"
"แต่เคล็ดการขัดเกลาร่างกายขั้นพื้นฐานที่อยู่ขั้นสูงสุดมันต่างออกไป มันจะคอยพัฒนาความแข็งแกร่งให้แกอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ขัดแย้งกับวิชาอื่น นี่แหละคือทักษะดาราระดับเทพที่จะอยู่ติดตัวแกไปตลอดชีวิต!"
ลู่เสี่ยวไป๋ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจแจ่มแจ้งในทันที
เมื่อระดับพลังชีวิตของนักรบดาราสูงขึ้น ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็ต้องไปเรียนเคล็ดการขัดเกลาร่างกายระดับสูงวิชาอื่น และวิชาขั้นพื้นฐานเดิมก็ย่อมต้องถูกโละทิ้งไปตามระเบียบ
แต่วิชาที่อยู่ขั้นสูงสุดจะไม่เป็นเช่นนั้น มันจะไม่มีวันถูกโละทิ้ง เพราะมันก็เหมือนกับบัฟบัฟติดตัวไปตลอดชีวิต คอยเพิ่มพลังชีวิตให้อยู่ตลอด...
"ถ้างั้นก็แปลว่าผมเรียนเคล็ดการขัดเกลาร่างกายของตระกูลลู่ได้แล้วสิครับ?"
ใบหน้าของลู่เสี่ยวไป๋เต็มไปด้วยความตื่นเต้นในทันที
ถึงแม้เคล็ดการขัดเกลาร่างกายขั้นพื้นฐานจะไม่สามารถฝึกฝนเองได้อีกต่อไป แต่เขาสามารถฝึกเคล็ดการขัดเกลาร่างกายของตระกูลลู่ได้ ซึ่งมันทรงพลังกว่าวิชาขั้นพื้นฐานอย่างเทียบไม่ติด!
แค่พัฒนาขึ้นสักสองสามระดับ ผลลัพธ์ของมันก็น่าจะสูสีกับเคล็ดการขัดเกลาร่างกายขั้นพื้นฐานที่อยู่ขั้นสูงสุดแล้วมั้ง...
"แน่นอนสิ"
ลู่สิงเทียนเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม "เงื่อนไขเดียวในการเรียนเคล็ดการขัดเกลาร่างกายของตระกูลลู่ก็คือ เคล็ดการขัดเกลาร่างกายขั้นพื้นฐานต้องถึงขั้นที่ 4 แกผ่านเงื่อนไขนั้นมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่เคล็ดการขัดเกลาร่างกายของตระกูลลู่ขั้นที่ 1 มันไม่ค่อยทรงพลังเท่าไหร่ พ่อก็เลยไม่ได้บอกแก"
"ตอนนี้เคล็ดการขัดเกลาร่างกายขั้นพื้นฐานของแกบรรลุถึงขั้นสูงสุดแล้ว แกก็สามารถเรียนมันได้อย่างแน่นอน"
"เดี๋ยวพ่อจะส่งหินทักษะดาราสำหรับเคล็ดการขัดเกลาร่างกายของตระกูลลู่ไปให้ พอของไปถึงแกก็ไปรับเองก็แล้วกัน"
"ขอบคุณครับพ่อ!"
ลู่เสี่ยวไป๋ดีใจจนเนื้อเต้นเมื่อได้ยินเช่นนั้น
เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะได้เรียนเคล็ดการขัดเกลาร่างกายของตระกูลลู่เร็วขนาดนี้ นั่นคือหนึ่งในวิชาขัดเกลาร่างกายระดับท็อปของมวลมนุษยชาติเชียวนะ!
"แกเป็นสายเลือดสายตรงของตระกูลลู่ ของพวกนี้มันเป็นของแกมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว"
ลู่สิงเทียนยิ้ม ก่อนจะถามต่อว่า "บอกพ่อหน่อยสิ แกไปทำยังไงเคล็ดการขัดเกลาร่างกายขั้นพื้นฐานถึงได้บรรลุถึงขั้นสูงสุดได้ล่ะเนี่ย?"
ถึงแม้เขาจะอยู่ไกลถึงดาวเคราะห์อีกดวง แต่เขาก็คอยเฝ้าดูพัฒนาการของลูกชายอย่างใกล้ชิดมาตลอด
ลูกชายของเขาดูไม่มีอะไรโดดเด่นมาตลอดเกือบสามปีในชั้นมัธยมปลาย แต่ตอนนี้ เวลาผ่านไปไม่ถึงเดือน เขากลับสามารถยกระดับเคล็ดการขัดเกลาร่างกายจนถึงขั้นสูงสุดได้โดยตรง มันเหลือเชื่อเกินไปจริงๆ
"เอ่อ..."
ลู่เสี่ยวไป๋กลอกตาไปมา และเอ่ยพร้อมรอยยิ้มว่า "ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเกิดอะไรขึ้น ผมแค่ได้ที่หนึ่งในการสอบปฏิบัติ แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมา จากนั้นก็เกิดการรู้แจ้งในเคล็ดการขัดเกลาร่างกายซะงั้น"
"ง่ายๆ แค่นี้เลยรึ?"
ลู่สิงเทียนเลิกคิ้ว แต่ก็ดูไม่ได้สงสัยอะไร
กระบวนการทำความเข้าใจทักษะดาราขั้นสูงสุดของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป บางคนก็ทะลวงระดับได้หลังจากสั่งสมประสบการณ์มาอย่างยาวนาน บางคนก็พัฒนาขึ้นจากแรงบันดาลใจชั่ววูบ และบางคนถึงขั้นบรรลุได้แค่ตอนนอนหลับ...
"สรุปว่าที่หนึ่งครั้งนี้คุ้มค่ามากสินะ?"
ลู่สิงเทียนลูบคางและเอ่ยด้วยความพึงพอใจ "ดูเหมือนว่าชื่อเสียงที่ดีนี่มันสำคัญมากจริงๆ แกต้องพยายามไขว่คว้ามันมาให้ได้นะ!"
"..."
มุมปากของลู่เสี่ยวไป๋กระตุกยิกๆ
พ่อครับ เมื่อกี้พ่อไม่ได้พูดแบบนี้นี่นา...
"เสี่ยวไป๋ ตั้งใจฝึกฝนเข้าล่ะ พยายามสอบเข้าสถาบันห้วงดาราระดับท็อปเท็นให้ได้ แล้วสร้างชื่อเสียงให้พ่อภูมิใจที!"
รอยยิ้มที่ไม่อาจกลั้นเอาไว้ได้ปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของลู่สิงเทียน
เขาเป็นถึงประธานสภามนุษยชาติ ผู้ซึ่งสุขุมเยือกเย็นอยู่เสมอ แต่เมื่อต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของลูกชายคนเล็ก เขาก็ไม่อาจสะกดกลั้นความตื่นเต้นในใจเอาไว้ได้เลยจริงๆ
สำหรับเขาแล้ว เรื่องนี้น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนที่เขาได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาเสียอีก!
"ไม่ต้องห่วงครับพ่อ!"
ลู่เสี่ยวไป๋ตบหน้าอกรับประกัน ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง "เอ่อ เรื่องเงินค่าขนม..."
"เดี๋ยวพ่อโอนให้แสนนึงเดี๋ยวนี้แหละ และต่อจากนี้ไป ค่าขนมของแกจะเพิ่มเป็นสองเท่าด้วย!"
ลู่สิงเทียนเอ่ยอย่างใจป้ำ
เมื่อก่อน ตอนที่เขาทุ่มเททรัพยากรให้กับลู่เสี่ยวไป๋ ก็มีผู้อาวุโสของตระกูลลู่กลุ่มเล็กๆ คอยคัดค้าน แต่ตอนนี้เมื่อลู่เสี่ยวไป๋มีเคล็ดการขัดเกลาร่างกายขั้นสูงสุดแล้ว คนพวกนั้นก็คงไม่มีข้ออ้างอะไรอีก
ถ้าในอนาคตลู่เสี่ยวไป๋สอบเข้าสถาบันห้วงดาราระดับท็อปเท็นได้จริงๆ การดูแลที่เขาได้รับก็จะไม่มีทางด้อยไปกว่าพี่ๆ อัจฉริยะทั้งสามคนของเขาอย่างแน่นอน
ไม่นานนัก ลู่เสี่ยวไป๋ก็วางสายจากพ่อ และทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า
ด้วยฐานะสายเลือดสายตรงของตระกูลลู่ แถมยังไม่ขาดแคลนเรื่องเงินทอง การทำภารกิจที่พลังวิเศษมอบให้ก็กลายเป็นเรื่องง่ายดายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก
"ชีวิตน่ะนะ มันต้องอยู่ในโหมดอีซี่ถึงจะสนุก..."
เขามักจะเย้ยหยันพวกที่ชอบบูชาความยากลำบาก และคอยรนหาที่ลำบากทั้งๆ ที่ไม่จำเป็น ถ้าหลีกเลี่ยงความยากลำบากได้ ก็ควรจะหลีกเลี่ยงสิ ใครบ้างล่ะจะไม่อยากก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของชีวิตด้วยวิธีที่ง่ายและสบายที่สุด?
...วันรุ่งขึ้น
ลู่เสี่ยวไป๋ตื่นตอนหกโมงเช้าตามปกติ แต่ชั่วขณะหนึ่ง เขากลับพบว่าตัวเองไม่มีอะไรทำ เพราะเขาไม่จำเป็นต้องฝึกเคล็ดการขัดเกลาร่างกายขั้นพื้นฐานอีกต่อไปแล้ว
"เช็กข่าวหน่อยดีกว่า..."
เขากดเข้าอินเทอร์เน็ตไปเรื่อยเปื่อย และในขณะเดียวกันก็เอ่ยขึ้นว่า "เหล่าหู ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพิ่มปริมาณอาหารเช้ากับอาหารเย็นอีกห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยนะ!"
ตอนนี้เขารวยแล้ว ก็เลยตัดสินใจเพิ่มสารอาหารให้ตัวเองสักหน่อย
ท้ายที่สุดแล้ว เขาก็ยังคงนึกถึงร่างกายพิเศษที่ยังไม่ตื่นขึ้นของเขา และบางทีมันอาจจะทรงพลังกว่าร่างกายระดับ SSS ร่างทรราชของพี่สามของเขาจริงๆ ก็ได้!
ถึงตอนนั้น เมื่อมีทั้งพลังวิเศษและร่างกายพิเศษ เขา ลู่เสี่ยวไป๋ ก็จะไร้เทียมทานอย่างแท้จริง...
"อ้อ จริงสิ พรสวรรค์ของฉันก็ยังอยู่ในสถานะยังไม่ปลุกพลังเหมือนกันนี่นา..."
ลู่เสี่ยวไป๋ลูบคาง ความคาดหวังของเขาเพิ่มสูงขึ้นยิ่งกว่าเดิม
น่าเสียดายที่การปลุกพรสวรรค์นั้นไม่เหมือนกับร่างกายพิเศษ บางคนอาจจะแสดงมันออกมาตั้งแต่เกิด ในขณะที่บางคนอาจจะปลุกพลังได้ก็ต่อเมื่ออายุขัยใกล้จะหมดลงแล้ว เรียกได้ว่าไม่มีเวลาหรือวิธีการที่ตายตัวเลย มันค่อนข้างจะตามมีตามเกิดสุดๆ...