เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 โลกที่บ้าคลั่ง

บทที่ 27 โลกที่บ้าคลั่ง

บทที่ 27 โลกที่บ้าคลั่ง


เพียงพริบตาเดียวก็ถึงวันอาทิตย์

ตามขั้นตอนปกติของพิธีแต่งงาน ช่วงเช้าควรจะเป็นช่วงเวลาที่เจ้าบ่าวเดินทางไปรับเจ้าสาวที่บ้าน

ฝ่ายเจ้าสาวก็ต้องตื่นมาเตรียมตัวแต่งหน้าแต่งตัวตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง แล้วนั่งรอว่าที่สามีอยู่ในห้องหอของตัวเอง

แต่เนื่องจากการแต่งงานของอันเมิ่งและลู่หลินเหอเป็นเพียงการแต่งงานหลอกๆ แถมเธอก็ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านของเจ้าบ่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนนี้จึงถูกข้ามไปโดยปริยาย

ถึงกระนั้น เธอก็ยังถูกปลุกให้ตื่นตั้งแต่เช้าตรู่อยู่ดี เพราะลู่หลินเหอได้จ้างทีมช่างแต่งหน้าทำผมมืออาชีพมาดูแลเรื่องความสวยความงามและการแต่งกายของเธอโดยเฉพาะ

อันเมิ่งที่ยังมีอาการงัวเงียนั่งอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ โดยมีช่างแต่งหน้าสาวสวยจัดจ้านยืนอยู่ด้านหลัง

"สวัสดีค่ะคุณนายลู่ ดิฉันแอนนี่ หัวหน้าช่างแต่งหน้าของคุณในวันนี้ค่ะ" แอนนี่กล่าวทักทาย ก่อนจะอุทานออกมาเมื่อมองเงาสะท้อนในกระจก "แหม คุณนายลู่สวยจริงๆ เลยนะคะเนี่ย หน้าสดยังรอดสบายๆ เลยค่ะ"

"จริงเหรอ? งั้นฉันไม่ต้องแต่งหน้าได้ไหม?" แววตาของเด็กสาวเป็นประกายด้วยความหวัง

ตั้งแต่กลายมาเป็นผู้หญิง เธอก็ยังไม่เคยลองแต่งหน้าเลยสักครั้ง สำหรับอดีต 'ชายแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์' อย่างเธอ การต้องเอาอะไรต่อมิอะไรมาละเลงบนหน้ามันให้ความรู้สึกแปลกๆ พิกล

รอยยิ้มของช่างแต่งหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย "เอ่อ ยังไงก็ต้องแต่งนะคะ ก็รับเงินเขามาแล้วนี่คะ"

"ไม่เป็นไรๆ เธอรับเงินไปเลย แล้วก็ไม่ต้องแต่ง ฉันอนุญาต!"

"ถ้าคุณนายลู่เป็นเจ้านาย คงต้องเป็นที่รักของลูกน้องแน่ๆ เลยค่ะ"

"แน่นอนสิ!"

"เพียงแต่ว่า ก่อนที่พวกเราจะมา ประธานลู่ได้กำชับเรื่องหนึ่งเอาไว้แล้วล่ะค่ะ"

"เรื่องอะไรล่ะ?"

"ท่านบอกว่า คุณนายจะต้องหาทางให้พวกเราอู้งานแน่ๆ และสั่งห้ามพวกเราทำตามเด็ดขาดเลยค่ะ"

บ้าเอ๊ย นี่เขากะเกณฑ์ล่วงหน้าไว้หมดแล้วเหรอเนี่ย?

เมื่อรู้ตัวว่าวันนี้คงหนีไม่พ้น อันเมิ่งก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "คงใช้เวลาไม่นานหรอกมั้ง?"

"ไม่ต้องห่วงค่ะ แป๊บเดียวก็เสร็จแล้ว"

"ก็ดีแล้ว"

สามชั่วโมงต่อมา

"คุณนายลู่คะ แต่งหน้าเสร็จแล้วค่ะ เป็นยังไงบ้างคะ?"

อันเมิ่งเงยหน้าขึ้นด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้อย่างราบคาบ "เอ่อ นี่พวกเธอมีความเข้าใจผิดอะไรเกี่ยวกับคำว่า 'แป๊บเดียว' หรือเปล่าเนี่ย?"

"นี่ก็ถือว่าเร็วแล้วนะคะคุณนายลู่ พวกเราเร่งมือกันสุดๆ แล้วนะคะ"

"พูดจาลื่นไหลขนาดนี้ สงสัยจะเล่นร็อคแมนมาเยอะล่ะสิ!" อันเมิ่งพูดพลางปรายตามองไปที่กระจกเงา และเพียงแค่แวบเดียว เธอก็ถึงกับแข็งทื่อเป็นหิน

เด็กสาวในกระจกมีริมฝีปากแดงระเรื่อและฟันขาวสะอาด โครงหน้ารูปไข่และพวงแก้มซับสีเลือดฝาดดั่งดอกท้อ ราวกับดอกเซียนเหรินจ่างที่เบ่งบานในยามราตรีและไม่มีวันร่วงโรย เพียงแค่ปรายตามองก็เพียงพอที่จะสะกดสายตาผู้คนไปชั่วชีวิต

ผมยาวสลวยของเธอถูกเกล้าขึ้นอย่างประณีต ปล่อยปอยผมสวยระย้าลงมาเคลียคลอสองข้างแก้ม ดูสง่างามแต่ก็แฝงไปด้วยความซุกซนเล็กน้อย

"นั่นใครวะเนี่ย?"

"คุณนายลู่นี่อารมณ์ขันจังเลยนะคะ" ช่างแต่งหน้าหัวเราะคิกคักพลางเอามือป้องปาก "ดูเหมือนว่าคุณนายลู่จะค่อนข้างพอใจนะคะ แบบนี้ความเหนื่อยของพวกเราก็ไม่สูญเปล่าแล้วล่ะค่ะ"

เด็กสาวชะงักไปครู่หนึ่ง

พอใจ...?

พูดตามตรงเลยนะ ตอนที่เห็นสาวงามไร้ที่ติในกระจก ลึกๆ ในใจของเธอก็รู้สึกพึงพอใจอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ นั่นแหละ

หรือว่าเธอจะเริ่มถลำลึกจนกู่ไม่กลับ อย่างที่ฉีเย่เคยพูดไว้จริงๆ?

เด็กสาวเบ้ปาก "ก็... ก็พอดูได้แหละ"

"ไม่คิดเลยว่าคุณนายลู่จะเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจด้วย เอาล่ะค่ะ งั้นเรามาเริ่มขั้นตอนต่อไปกันเลยดีกว่า"

"หา... อะไรนะ? ยังมีอีกเหรอ?!"

"ใช่ค่ะ แต่งหน้าเสร็จแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็ต้องเปลี่ยนชุดแต่งงานไงคะ"

ชุด! แต่งงาน?

ถ้าอันเมิ่งสามารถย้อนเวลากลับไปในวันนั้นที่สวนสนุกได้ เธอคงไม่มีทางจินตนาการออกเลยว่า ตัวเธอที่ยังครองสถานะโสดสนิทในตอนนั้น จู่ๆ จะต้องมาเข้าพิธีแต่งงานในเวลาอันใกล้แบบนี้

และที่ทำให้เธอรู้สึกเหลือเชื่อยิ่งกว่าก็คือ เธอจะเป็นคนที่ต้องสวมชุดแต่งงานซะเอง

โลกใบนี้นี่มันบ้าคลั่งจริงๆ

"เป็นยังไงบ้าง? เธอไม่ได้ก่อเรื่องวุ่นวายให้พวกคุณใช่ไหม?" ลู่หลินเหอเดินเข้ามาในห้อง

"แต่งหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ คุณนายลู่ทำตัวน่ารัก... เอ่อ ให้ความร่วมมือกับงานของเราเป็นอย่างดีเลยค่ะ" ช่างแต่งหน้าเกือบจะหลุดคำว่า 'น่ารัก' ออกมา แต่พอเห็นสายตาอาฆาตมาดร้ายของอันเมิ่ง เธอก็รีบเปลี่ยนคำพูดแทบไม่ทัน

"เสร็จแล้วเหรอ? ไหนขอดูหน่อยสิ"

ช่างแต่งหน้าหมุนเก้าอี้ และเด็กสาวก็ค่อยๆ หมุนตัวมาเผชิญหน้ากับลู่หลินเหอ ราวกับกรรมการในรายการ The Voice of China ที่กำลังหมุนเก้าอี้กลับมาดูหน้าผู้เข้าแข่งขัน

เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กสาวชัดๆ แม้แต่รอยยิ้มอันสุขุมเยือกเย็นของลู่หลินเหอก็ยังมีจังหวะสะดุดไปชั่วขณะ

"ขนาดประธานลู่ยังตะลึงเลยนะคะ คุณนายลู่มีเสน่ห์เหลือล้นจริงๆ ค่ะ คนที่ผ่านโลกมาเยอะอย่างประธานลู่ พอเห็นคุณเข้า ยังเสียอาการไปตั้งเจ็ดส่วนเลยนะคะเนี่ย" ช่างแต่งหน้าเอ่ยแซว

ลู่หลินเหอยิ้มบางๆ "แน่นอนสิ ภรรยาของผมสวยที่สุดเสมอแหละครับ"

ไม่รู้ทำไม พออันเมิ่งได้ยินลู่หลินเหอเรียกเธอว่า 'ภรรยา' เธอก็ขนลุกซู่ไปทั้งตัว

"ยังไงก็เถอะ เราไม่ได้จะไปเปลี่ยนชุดกันเหรอ? ไปสิ เร็วเข้า!"

ถึงแม้เธอจะต่อต้านการใส่ชุดแต่งงานแบบสุดๆ แต่เมื่อเทียบกับการต้องมานั่งให้ลู่หลินเหอจ้องมองเหมือนเป็นลิงในสวนสัตว์แล้ว เธอขอเลือกไปเปลี่ยนชุดยังจะดีซะกว่า

ตอนเที่ยงวัน บรรดารปภ. ที่หน้าประตูคฤหาสน์ยังคงพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน ทว่าจู่ๆ เด็กสาวในชุดโค้ตสีน้ำตาลเข้มก็ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู

รปภ. คนหนึ่งเหลือบไปเห็นเข้า ก็รีบยืนตัวตรงทันที

"คุณหนูหนิง มีธุระอะไรหรือครับ?"

สีหน้าของเหล่าชายฉกรรจ์ฉายแวววิตกกังวลเล็กน้อย เพราะพวกเขารู้ดีว่าหนิงอวี่เฟยคือแฟนเก่าของประธานลู่ การที่เธอโผล่มาในวันสำคัญแบบนี้ ย่อมต้องมีจุดประสงค์แอบแฝงอย่างแน่นอน

"วันนี้ไม่ใช่วันมงคลของอาเหอกับอันเมิ่งหรอกเหรอคะ? ฉันก็เลยเอาของขวัญมาแสดงความยินดีด้วยน่ะค่ะ"

พูดพลาง เธอก็ยกถุงในมือขึ้นโชว์ให้ดู

บรรดารปภ. มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครกล้าออกความเห็น

ยังไงซะ หนิงอวี่เฟยก็เป็นถึงลูกสาวของตระกูลหนิง ขืนไปล่วงเกินเธอเข้า คงได้ไม่คุ้มเสียแน่ๆ แต่ถ้าปล่อยให้เธอเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า แล้วเกิดประธานลู่ไม่พอใจขึ้นมา มันก็คงจะไม่ดีเหมือนกัน พวกเขาจึงสับสนไม่รู้จะรับมือยังไงดี

หนิงอวี่เฟยเองก็มองออกถึงความกังวลของพวกเขา เธอหยิบโทรศัพท์ออกมา เปิดลำโพง แล้วกดโทรออก

"ฮัลโหล อวี่เฟยเหรอ?"

เสียงที่ดังลอดออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นเสียงของคุณอันเมิ่งนั่นเอง

"อันเมิ่ง เธออยู่ไหนน่ะ? ตอนนี้ฉันอยู่หน้าประตูแล้วนะ"

"มาเช้าจังเลยนะ? ฉันอยู่ในห้องลองชุดชั้นสองน่ะ ตอนนี้ออกไปรับไม่ได้ เธอเดินเข้ามาเลยแล้วกันนะ"

"โอเคจ้ะ" หนิงอวี่เฟยวางสาย แล้วหันไปมองพวกรปภ.

พวกรปภ. เองก็ถึงกับหน้าเหวอ นึกทึ่งในความสามารถของประธานลู่ นี่เป็นครั้งแรกเลยที่พวกเขาได้เห็นแฟนเก่ากับแฟนคนปัจจุบันเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ยขนาดนี้

"ขออภัยครับคุณหนูหนิง เชิญด้านในเลยครับ"

หนิงอวี่เฟยยิ้มและพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินเชิดหน้าเข้าไปอย่างสง่างาม

ถึงแม้คฤหาสน์ของลู่หลินเหอจะกว้างใหญ่และซับซ้อน แต่เพราะเธอเติบโตมาด้วยกันกับลู่หลินเหอ เธอจึงยังคงคุ้นเคยกับเส้นทางเป็นอย่างดี

เธอเดินมาถึงห้องลองชุดบนชั้นสอง แล้วผลักประตูเปิดเข้าไป

"ผืนนี้แหละกำลังดี เหล่าหลิว เอาผ้าคลุมหน้ามาสิ แล้วก็สวมให้คุณอันเมิ่งด้วยนะ"

"มาแล้วๆ"

หลายคนกำลังวิ่งวุ่นวายจัดการนั่นนี่อยู่ในห้อง ทว่าสายตาของเธอไม่ได้สนใจคนพวกนั้นเลย มันพุ่งตรงไปจับจ้องที่เด็กสาวในชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์เพียงจุดเดียว

ลูกไม้สีขาวอันประณีตงดงาม ขับเน้นให้ผิวพรรณที่ขาวผุดผ่องดุจหิมะของเธอดูโดดเด่นยิ่งขึ้น รูปร่างอรชรเมื่อสวมใส่ชุดแต่งงานสไตล์ฝรั่งเศสที่มีชายกระโปรงยาวลากพื้น ยิ่งทำให้ภาพเบื้องหน้างดงามราวกับภาพวาด แม้เธอจะเพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ ก็ตาม

เมื่อเห็นหนิงอวี่เฟย แววตาของอันเมิ่งที่เคยหม่นหมองไร้ชีวิตชีวาก็กลับมาเปล่งประกายอีกครั้ง

"อวี่เฟย เธอมาแล้ว!"

ด้วยความตื่นเต้น เธอพยายามจะวิ่งเข้าไปหา แต่เพิ่งก้าวไปได้เพียงก้าวเดียว เธอก็สะดุดล้มหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น

"บ้าฉิบ!"

"คุณนายลู่คะ!" แอนนี่รีบวิ่งเข้าไปพยุงอันเมิ่งขึ้นมา "ระวังหน่อยสิคะคุณนายลู่! ชายกระโปรงชุดนี้มันยาวมาก เวลาเดินต้องมีคนคอยจับชายกระโปรงให้นะคะ"

"โอ๊ย... เจ็บชะมัด! การออกแบบหมาๆ อะไรเนี่ย โง่เง่าสิ้นดี!"

"ชุดแต่งงานก็เป็นแบบนี้แหละค่ะคุณนายลู่"

"ชิ ถ้าฉันมีเมียนะ ฉันจะไม่มีวันยอมให้เธอใส่ชุดที่เดินเหินลำบากแบบนี้เด็ดขาด"

"เมีย... ของคุณนายลู่เหรอคะ?"

"อ๊ะ เปล่าๆ ไม่มีอะไร" จู่ๆ อันเมิ่งก็ดึงสติกลับมาได้

นี่เธอพูดบ้าอะไรเรื่องแต่งเมียเนี่ย? ตอนนี้เธอกำลังจะเป็นเมียคนอื่นอยู่รอมร่อแล้ว!

เธอลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นที่ก้น แล้วหันไปมองหนิงอวี่เฟย สีหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาทันที น้ำเสียงก็ถูกกดให้ต่ำลง

"เอาของมาหรือเปล่า?"

"เอามาสิ อยู่นี่ไง" หนิงอวี่เฟยยกถุงในมือขึ้น

"จริงเหรอ?" อันเมิ่งดูตื่นเต้นสุดๆ "งั้นเรามาเปิดดูข้างในกันเถอะ!"

หนิงอวี่เฟยมองดูผู้คนรอบๆ "ตรงนี้เลยเหรอ?"

ทีมช่างแต่งหน้าต่างพากันงุนงงไปตามๆ กัน

สองสาวนี่กำลังคุยเรื่องอะไรกันเนี่ย? ทำไมฟังดูแปลกๆ พิกล?

ขณะที่พวกเขากำลังเต็มไปด้วยความสงสัย อันเมิ่งก็พูดขึ้นอีกครั้ง "ไม่เป็นไรหรอก ให้พวกนี้ได้เปิดหูเปิดตาด้วยก็ดีเหมือนกัน!"

"เอาอย่างนั้นก็ได้"

หนิงอวี่เฟยวางถุงลงบนพื้น หยิบกล่องใบเล็กๆ ออกมา แล้วค่อยๆ เปิดฝากล่องออก

หลังจากความเงียบงันผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ ความวุ่นวายโกลาหลก็ปะทุขึ้นในห้องลองชุด

"ช่วยด้วย!"

จบบทที่ บทที่ 27 โลกที่บ้าคลั่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว