เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 270 - งานประมูลการ์ดครั้งแรกของกู่ซิน (6)

บทที่ 270 - งานประมูลการ์ดครั้งแรกของกู่ซิน (6)

บทที่ 270 - งานประมูลการ์ดครั้งแรกของกู่ซิน (6)


บทที่ 270 - งานประมูลการ์ดครั้งแรกของกู่ซิน (6)

☆☆☆☆☆

ไป่โบตั๋นยืนยันเสียงแข็ง 40,000 เหรียญผลึกน่ะถึงจะดูเยอะสำหรับการซื้อการ์ดมหากาพย์สี่ดาวสักใบตามทฤษฎี แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย

เพราะการ์ดของกู่ซินมันพิเศษกว่าใบอื่น ด้วยคุณสมบัติลดการใช้พลังงานที่ทำให้จอมเวทระดับสามที่มีพลังเวทหนาๆ หน่อยสามารถอัญเชิญมันออกมาได้น่ะ มันคือแต้มต่อที่มหาศาลขนาดไหนกัน?

มันหมายความว่าผู้อาชีพระดับสามสามารถมีพลังต่อสู้ระดับสี่ไว้ในครอบครองได้เลยนะโว้ย!

"ฮ่าๆๆๆ น้องชายเป่ยเฉิน ต้องขอโทษด้วยจริงๆ นะ เพราะพี่ชายคนนี้ก็อยากได้การ์ดใบนี้จนตัวสั่นเหมือนกัน น้องชายไปลุ้นใบหน้าดีกว่านะจ๊ะ"

หลังจากเป่ยเฉินพูดจบได้ไม่นาน ชายร่างใหญ่หน้าตาเถื่อนๆ มีหนวดเครารุงรังก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างดัง เผยให้เห็นฟันสีเหลืองอ๋อยพลางหันไปบอกเป่ยเฉิน

"45,000 เหรียญผลึก! แถมพ่วงด้วยอุปกรณ์ระดับสี่อีกหนึ่งชิ้น!"

ชายหนวดเครารุงรังชูป้ายหมายเลขขึ้นพลางประกาศราคาที่ทำเอาคนทั้งงานต้องหันมามอง

"...นึกไม่ถึงเลยว่ารุ่นพี่ 'โรงเชือด' ผู้โด่งดังจะมาร่วมงานนี้ด้วย" เป่ยเฉินถึงกับหน้าเขียวไปเลย เขาพยายามปั้นยิ้มแห้งๆ ตอบโต้ไป

รอบข้างเริ่มมีเสียงซุบซิบกระซิบกระซาบกันดังขึ้น

นักผจญภัยที่ชื่อ 'โรงเชือด' (The Butcher) นั้น แม้ชื่อจริงจะเป็นปริศนาแต่ชื่อเสียงของเขาก็โด่งดังไม่เบาในแวดวงนักผจญภัยของเมืองอินเฉิงเลยล่ะ

เพราะเขาคือผู้อาชีพ 'จอมดาบคลั่ง' ระดับสี่เชียวนะนั่น!

"เดิมทีข้ากะจะมาดูเรื่องสนุกเฉยๆ นะเนี่ย ฮ่าๆๆๆ แต่ก็นะ ช่างประจวบเหมาะจริงๆ"

โรงเชือดหัวเราะร่า ใช่แล้ว ตอนแรกเขากะจะมาดูอะไรสนุกๆ เฉยๆ

แต่พอเห็นการประชาสัมพันธ์ที่เว่อร์วังของเทงหลง และได้ยินข่าวว่าทั้งท่านเจ้าเมืองกับหัวหน้ากองอัศวินจะมาด้วยเขาก็เลยสนใจใคร่รู้จนทนไม่ไหวต้องถ่อมาดูให้เห็นกับตา และตอนนี้เขาก็เริ่มจะตบะแตกซะแล้วสิ

"ข้าเดินสายบู๊ไปทั่วมาตั้งหลายปี ไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งจะได้ลองสวมบทบาทเป็นมาสเตอร์การ์ดกับเขาบ้าง ฮ่าๆๆ~"

โรงเชือดจ้องมอง [ยักษ์บรรพต] บนหน้าจอยักษ์อย่างหลงใหล เขาชอบของใหญ่ๆ หนักๆ และทรงพลังแบบนี้ที่สุดเลย

"47,000 เหรียญผลึก และแกนกลางคริสตัลระดับสี่คุณภาพสูงอีกหนึ่งเม็ด!"

เป่ยเฉินกัดฟันสู้ต่ออีกรอบ เขาพยายามควักกระเป๋าออกมาแข่งราคาอีกครั้ง

"50,000! บวกด้วยแกนกลางคริสตัลระดับสี่อีกสองเม็ด!"

โรงเชือดขานทุ่มเพิ่มทันทีแบบไม่ต้องคิด ทำเอาเป่ยเฉินถึงกับหงอไปเลย

เป่ยเฉินถอนหายใจยาวก่อนจะนั่งลงอย่างยอมแพ้ เขาตั้งใจจะชิงประมูลตั้งแต่ใบแรกๆ เพื่อให้ได้เปรียบเรื่องราคา แต่พอเจอโรงเชือดมาขวางไว้เขาก็ไม่มีปัญญาจะสู้ต่อจริงๆ

นักผจญภัยระดับสี่อย่างโรงเชือดที่ลงมิติย่อยมาเป็นว่าเล่นน่ะ ย่อมต้องมีสมบัติและเงินเก็บสะสมไว้เพียบอยู่แล้ว

"ทุกท่านครับ [ยักษ์บรรพต] ใบนี้ข้าโรงเชือดรักมากจริงๆ ใครอยากจะขานแข่งกับข้าก็เชิญได้เลยนะ"

โรงเชือดพูดอย่างมั่นใจ แต่สายตาของเขาก็ยังแอบชายตามองไปทางแถวที่หนึ่งและแถวที่สองอยู่บ้าง

ถ้าเป็นพวกนักผจญภัยอิสระน่ะเขาไม่เคยกลัวหรอก เพราะเขามีทั้งเงินและของสะสมเพียบอยู่แล้ว

แต่ถ้าพวกผู้ใหญ่ระดับบิ๊กข้างหน้านั่นลงมือเองล่ะก็ งานนี้คงจะหยาบแน่นอน

"50,000 เหรียญผลึกและแกนกลางคริสตัลระดับสี่สองเม็ด ครั้งที่หนึ่งค่ะ"

เสี่ยวชังเริ่มขานนับ

"อธิการบดีหลี่จะไม่ลงมือหน่อยเหรอครับ?" สวีเฮ่าหันไปถามหลี่หัวฉี่ที่ดูเหมือนกำลังลังเลอยู่

"ท่านรองเจ้าเมืองสวีเองก็ยังไม่ขานราคาเลยนี่ครับ?" หลี่หัวฉี่ถูกขัดจังหวะความคิด เขาขยับแว่นพลางยิ้มตอบแบบนิ่งๆ

"50,000 เหรียญผลึกและแกนกลางคริสตัลระดับสี่สองเม็ด ครั้งที่สองค่ะ"

เสี่ยวชังขานย้ำเป็นรอบที่สอง

"หึๆๆ ข้าไม่รีบร้อนหรอก" สวีเฮ่าย่อมไม่รีบอยู่แล้ว นี่เพิ่งจะเป็นใบที่สามเองนะ ตามนิสัยของกู่ซินใบต่อๆ ไปย่อมต้องเด็ดกว่านี้แน่นอน

หลี่หัวฉี่ดวงตาเป็นประกายวูบหนึ่ง ในใจกำลังลังเลว่าควรจะออกราคาดีไหม เขาไม่ได้หลงรัก [ยักษ์บรรพต] ใบนี้เท่าไหร่นัก แต่คุณสมบัติของการ์ดใบนี้มันทำให้มันดูพิเศษมากจริงๆ...

แต่ถ้าต้องมาหั่นราคากับโรงเชือดตอนนี้ แล้วถ้าใบต่อๆ ไปมีของดีระดับเทพโผล่มาล่ะเขาจะทำยังไง?

หลี่หัวฉี่นิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจสละสิทธิ์ นี่เพิ่งจะใบที่สามเอง

"50,000 เหรียญผลึกและแกนกลางคริสตัลระดับสี่สองเม็ด ครั้งที่สาม! ยินดีกับแขกผู้มีเกียรติหมายเลข 688 ที่ประมูล [ยักษ์บรรพต] ไปได้สำเร็จค่ะ!"

เสี่ยวชังเคาะค้อนประมูลพร้อมกับประกาศผลการตัดสิน

"ฮ่าๆๆๆ ขอบพระคุณทุกท่านที่เห็นแก่หน้าข้าโรงเชือดนะ!"

โรงเชือดหัวเราะเสียงดังอารมณ์ดีสุดๆ ตอนนี้เขาได้ [ยักษ์บรรพต] มาครองแล้ว พลังต่อสู้ของเขาต้องพุ่งสูงปรี๊ดแน่นอน

มิติย่อยที่เมื่อก่อนไม่กล้าแหยม ตอนนี้เขาพร้อมจะบุกเข้าไปขยี้มันให้ราบแล้ว!

การประมูลใบที่สามสิ้นสุดลง

"ถ้าอย่างนั้น ลำดับต่อไป เรามาดูสินค้าประมูลชิ้นที่สี่กันเลยค่ะ"

เสี่ยวชังกรีดกรายนิ้วผ่านเกราะกำบังใสช้าๆ การ์ดใบใหม่ปรากฏขึ้นทันที

"การ์ดใบที่สี่ การ์ดเวทมนตร์ระดับสี่ — [พระบัญชาแห่งราชวัง] ค่ะ!"

บนหน้าจอยักษ์ปรากฏภาพหน้าการ์ด ฉากหลังคือหน้าพระราชวังขนาดใหญ่ มีพระราชาแก่ๆ ที่สวมมงกุฎยืนชี้นิ้วสั่งการด้วยท่าทางที่ดูน่าเกรงขาม โดยมีทหารองครักษ์ถือหอกยาวสวมเกราะเหล็กยืนตระหง่านอยู่ข้างหลัง

[พระบัญชาแห่งราชวัง]

[ประเภท: การ์ดเวทมนตร์สนาม]

[คุณภาพ: 4 ดาว สีม่วง]

[ธาตุ: ไม่มี]

[เอฟเฟกต์: ภายใต้พระบัญชาแห่งราชวัง ธาตุเวทมนตร์ทั้งหมดจะถูกตัดขาด ภายในขอบเขตของราชวังจะไม่สามารถใช้งานเวทมนตร์ได้]

[(หมายเหตุ: กษัตริย์ตรัสแล้ว เวทมนตร์ห้ามใช้!)]

เชี้ยเอ๊ย!!

ทันทีที่เห็นเอฟเฟกต์ของการ์ดใบนี้บนหน้าจอ แม้แต่หวังฟู่กู้เองก็ถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไปทันที

นี่มันคือการ์ดเวทมนตร์งั้นเหรอ?

นี่มันคือ "ยาพิษ" ของพวกจอมเวทชัดๆ เลยไม่ใช่หรือไง!!

"มีการ์ดแบบนี้อยู่ในโลกด้วยเหรอเนี่ย?!"

"ขำกลิ้งเลยว่ะ มันกล้าบอกว่าตัวเองเป็นการ์ดเวทมนตร์!!"

"มันจะเว่อร์ไปไหมเนี่ย ถ้าการ์ดใบนี้โผล่ออกมาแล้วพวกเราจอมเวทจะเอาอะไรไปสู้ล่ะ?"

"สร้างออกมาได้ยังไงกันเนี่ย?!"

ทั้งงานระเบิดอารมณ์ออกมาทันที บรรยากาศมันเดือดพล่านยิ่งกว่าเดิมซะอีก

นี่คือโลกแห่งดาบและเวทมนตร์นะโว้ย สัดส่วนของพวกจอมเวทน่ะมีเยอะมหาศาลเลยทีเดียว

และไม่ใช่แค่ผู้อาชีพจอมเวทเท่านั้นนะ แม้แต่มอนสเตอร์หรืออสูรส่วนใหญ่ก็ใช้เวทมนตร์กันทั้งนั้น ถึงจะเป็นเวทมนตร์ประจำเผ่าหรือมหาเวทระดับสูงก็ตามที แต่ยังไงมันก็คือเวทมนตร์

แต่ไอ้การ์ด [พระบัญชาแห่งราชวัง] ใบนี้ ดันสั่ง "แบน" เวทมนตร์ดื้อๆ เลยเนี่ยนะ!

อื้ม แต่ก็นะ [พระบัญชาแห่งราชวัง] สี่ดาวสีม่วงใบนี้ คาดว่าคงจะแบนเวทมนตร์มังกรของพวกมังกรสายเลือดบริสุทธิ์ไม่ได้หรอก

"ไอ้กู่! แกมันเป็นคนชั่วร้ายขนาดไหนกันวะเนี่ย!!"

มหาจอมเวทสามธาตุถึงกับตาค้าง เขาช็อกไปเลยจริงๆ

เพื่อนรักของเขาไปสร้างการ์ดที่แสนจะโหดร้ายแบบนี้ออกมาได้ยังไงกัน?!

"สมกับเป็นคุณกู่ซินจริงๆ! นี่แหละของถูกต้อง!"

ไป่หยินดวงตาเป็นประกายวิบวับทันที ลองนึกดูสิ ถ้าเขาต้องไปสู้ตัวต่อตัวกับหวังเฉวียนแล้วห้ามใช้การ์ดอัญเชิญทั้งคู่

เขาสะบัดการ์ด [พระบัญชาแห่งราชวัง] ออกมาปุ๊บ แบนเวทมนตร์ทั้งสนาม!

หวังเฉวียนก็กลายเป็นแค่ไก่ต้มดีๆ นี่เองไม่ใช่เหรอ? โดยที่เขาไม่ต้องเปลืองแรงใช้ลมปราณสู้เลยด้วยซ้ำ

แค่ใช้ร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนักหน่วง เขาก็สามารถใช้ด้ามดาบศักดิ์สิทธิ์ยัดรูตูดหวังเฉวียนได้แบบชิลๆ แล้ว! จริงๆ นะ! ไม่ได้โม้เลยสักนิด!

การ์ดใบนี้มันคือฝันร้ายของจอมเวทชัดๆ!

"ถูกต้องพ่องสิ! ฉันว่าทัศนคติไอ้กู่มีปัญหาแล้วล่ะ!"

หวังเฉวียนบ่นกระปอดกระแปดไม่หยุด

การ์ดที่แสนจะชั่วร้าย สยดสยอง ขี้โกง และต่ำช้าขนาดนี้น่ะ มันไม่ควรจะโผล่มาบนโลกใบนี้เลยสักนิด!!

อีกด้านหนึ่ง

"ฉันว่าที่คุณหลานหลานพูดมามันก็มีเหตุผลนะ จอมเวทอย่างพวกเราโดนเพ่งเล็งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?"

สุ่ยเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะบ่นออกมาจากใจจริง แต่เพียงวินาทีต่อมาจอมเวทสาวคนนี้ก็เชิดหน้าอย่างภูมิใจ

"ยังดีนะที่ตอนนี้ฉันเป็น 'นักรบเหยี่ยววายุ' แล้ว เลยไม่ได้กลัวอะไรขนาดนั้น"

"เหมี่ยวเหมี่ยว"

"มีอะไรเหรอ?"

"นายไม่ได้ใช้เวทมนตร์สู้มานานแค่ไหนแล้วเนี่ย?"

ไป่โบตั๋นจ้องมองสุ่ยเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความอนาถใจ นี่เพิ่งจะรู้ตัวเหรอจ๊ะว่าตัวเองเป็นจอมเวทน่ะ?

"..." สุ่ยเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้านิ่งคิดอย่างหนัก

เธอไม่ได้ใช้เวทมนตร์สู้มานานแค่ไหนแล้วนะ อื้มมมม...

บอกตามตรงว่าคำถามนี้มันแทงใจดำเธอเข้าอย่างจังเลยล่ะ

"มันไม่เห็นจะเกี่ยวกันเลยนี่นา ยังไงฉันก็เป็นจอมเวทนะ! ฉันยังนั่งสมาธิฝึกจิตอยู่ทุกวันเลยนะโว้ย!"

คุณหนู 'น้ำเยอะเป็นพิเศษ' (สุ่ยเท่อเปี๋ยตอ) ตะคอกกลับด้วยสีหน้าที่ดูเอาเรื่องสุดๆ

ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาเธอจะไม่ได้ใช้เวทมนตร์สู้เลยก็เถอะ เพราะเธอมี [หน่วยสอดแนมผู้ปราดเปรียว] และยังมี [ชุดเกราะเหยี่ยววายุ] อยู่กับตัว ดาบเหยี่ยววายุที่แสนจะคมกริบของเธอมันใช้ดีกว่าเวทมนตร์ตั้งเยอะ!

แล้วมันทำไมล่ะ? ยังไงเธอก็เป็นจอมเวทนะ! วิธีการต่อสู้ของจอมเวทมันต้องยืดหยุ่นได้หลายแบบสิถึงจะถูก!

"[พระบัญชาแห่งราชวัง] เอฟเฟกต์ของมันทุกท่านคงจะเห็นกันแล้วล่ะค่ะ"

หลังจากบรรยากาศในงานเริ่มสงบลง เสี่ยวชังก็เอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ

"นี่คือการ์ดเวทมนตร์ที่ทรงพลังมาก เอฟเฟกต์ของมันเรียบง่ายสุดๆ คือมันคือไม้เบื่อไม้เมาของเวทมนตร์ค่ะ! ทันทีที่ใช้งาน จะเกิดเขตแดนราชวังสะกดเวทครอบคลุมทั้งตัวผู้ใช้และคู่ต่อสู้ทันที"

"ตราบใดที่เป้าหมายยังอยู่ในรัศมีของ 'ราชวัง' อีกฝ่ายจะไม่สามารถร่ายเวทมนตร์ได้เลย และที่สำคัญคือการ์ดใบนี้ส่งผลกับทุกคนในสนามโดยไม่มีการเลือกเป้าหมายค่ะ"

"นั่นหมายความว่าต่อให้เป็นผู้ใช้งานการ์ดเอง ถ้ายังอยู่ในเขต 'ราชวัง' ก็จะไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้เหมือนกันค่ะ"

เสี่ยวชังอธิบายรายละเอียดอย่างถ่องแท้

ผู้ใช้งานเองก็โดนผลกระทบจาก [พระบัญชาแห่งราชวัง] ด้วย จุดนี้ถือว่าน่าเสียดายอยู่นิดหน่อย

แต่ก็นั่นแหละ มันไม่ได้ทำให้ความเทพของการ์ดใบนี้ลดลงเลยแม้แต่นิดเดียว

แถมถึงแม้ผู้ใช้จะโดนแบนเวทมนตร์เหมือนกัน แต่ถ้าคนใช้การ์ดใบนี้แต่แรกไม่ใช่สายเวทล่ะจะไปกลัวอะไร?

"การ์ดของลูกพี่กู่นี่มันจะเทพจนโลกแตกเกินไปแล้วนะเนี่ย!"

ที่มุมหนึ่งของงานประมูล ฟู่เจี๋ยที่ไว้ผมทรงหงอนไก่ถึงกับเดาะลิ้นออกมาด้วยความทึ่ง ลองนึกดูสิถ้าศัตรูมีการ์ด [พระบัญชาแห่งราชวัง] อยู่ในมือล่ะก็ เขาคงต้องยกมือยอมแพ้ตรงนั้นเลยล่ะ

ใช่แล้ว พวกของฟู่เจี๋ยก็มาร่วมงานนี้ด้วยเหมือนกัน

"แค่นี้มันจะไปเท่าไหร่กันล่ะ พวกนายยังไม่เคยเห็นการ์ดที่น่ากลัวกว่านี้ของท่านกู่ซินน่ะสิ"

ตู๋เสอ (พิธีกรสายดาร์ก) แค่นเสียงเย็นออกมา แม้เขาจะรู้สึกว่าการ์ด [พระบัญชาแห่งราชวัง] ใบนี้มันจะดู 'โกง' ไปนิด แต่มันก็แค่จิ๊บจ๊อยเท่านั้นแหละ

"การ์ดใบไหนเหรอ?"

ตู๋เสอนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ

"ถามอะไรก็ทำหน้ามึนตึ้บใส่ แล้วจะพูดขึ้นมาทำซากอะไรวะ" ฟู่เจี๋ยกลอกตาใส่หนึ่งที

เฉินหยุนกับหลวี่ลี่ลี่ต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง

"พวกนายไม่เข้าใจหรอก" ตู๋เสอส่ายหน้าเบาๆ จะให้เขาบอกได้ไงล่ะว่ากู่ซินมีการ์ดที่สามารถสั่งการและควบคุมจิตใจศัตรูได้น่ะ?

ตู๋เสอไม่กล้าพูดหรอกนะ เพราะเขากลัวว่าจะไม่ได้เห็นแสงตะวันของเช้าวันพรุ่งนี้เอา

หลิวฉี่หวังยิ้มบางๆ สายตายังคงจ้องมองไปที่หน้าจอยักษ์ การ์ดใบนี้จริงๆ แล้วก็ส่งผลกับเขาด้วยเหมือนกันนะ

เพราะเขาเป็นจอมดาบเวทนี่นา ถ้าโดนแบนเวทมนตร์ขึ้นมาดาบเวทของเขาก็จะใช้การไม่ได้ และพลังต่อสู้ก็จะลดลงไปเยอะเลยล่ะ

บนเวที เสี่ยวชังยังคงอธิบายต่อ

"เนื่องจาก [พระบัญชาแห่งราชวัง] มีคุณภาพเพียงแค่ระดับมหากาพย์สี่ดาวสีม่วง ดังนั้นเอฟเฟกต์การสะกดเวทของมันจึงส่งผลกับจอมเวทที่มีระดับพลังต่ำกว่าระดับสี่ลงไปเท่านั้น นี่คือจุดด้อยเพียงอย่างเดียวของมันค่ะ"

ความจริงจะเรียกว่าจุดด้อยก็ไม่ได้หรอก เพราะคุณภาพมันก็ฟ้องอยู่แล้วว่าเหมาะกับระดับไหน

"ถ้าอย่างนั้น เริ่มการประมูล [พระบัญชาแห่งราชวัง] ได้ ณ บัดนี้ค่ะ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 10,000 เหรียญผลึกค่ะ"

เสี่ยวชังเคาะระฆังประมูลเสียงดังสนั่น

กริ๊งงงงง~!

"15,000!"

"20,000!"

"30,000 เหรียญผลึก! รบกวนทุกท่านช่วยหลีกทางให้ข้าหน่อย การ์ดที่ชั่วร้ายโดยกำเนิดแบบนี้! ให้ข้าที่เป็นจอมเวทเป็นคนประมูลไปแล้วผนึกมันไว้ตลอดกาลเถอะ!" "ชั่วร้ายโดยกำเนิดพ่องสิ! พวกแกที่เป็นจอมเวทน่ะช่างหน้าด้านจริงๆ! การ์ดที่เปี่ยมไปด้วยความยุติธรรมแบบนี้มันควรจะมีออกมาเยอะๆ ต่างหากล่ะ! ข้าให้ 35,000!"

เห็นได้ชัดว่า [พระบัญชาแห่งราชวัง] ใบนี้ได้รับความนิยมถล่มทลาย โดยเฉพาะในหมู่จอมเวททั้งหลาย

ถ้าการ์ดใบนี้หลุดมือไปตกอยู่ในมือคนอื่นล่ะก็ พวกเขาคงนอนตาไม่หลับแน่นอน!

"ข้าให้ 40,000 เหรียญผลึก! แถมพ่วงด้วยแกนกลางคริสตัลระดับสี่อีกหนึ่งเม็ด! การ์ดใบนี้ข้าเอาแน่นอน!"

แค่คำนำหน้าชื่อก็รู้แล้วล่ะว่าคนขานราคาคนนี้คือหลิวเหยานั่นเอง

หลิวเหยาในตอนนี้จ้องมองการ์ดเวทมนตร์บนเวทีด้วยสายตาที่เฉียบคม เขาเองก็เป็นจอมเวทนะโว้ย!! ดังนั้นเขาจึงรู้ซึ้งดีที่สุดว่าการ์ดใบนี้มันน่าสยดสยองขนาดไหน ท่านกู่ซินครับ ทำไมท่านถึงได้สร้างการ์ดที่ "ไร้จิตสำนึก" (ซ่างจิ้นเทียนเหลียง) แบบนี้ออกมาได้ล่ะครับเนี่ย?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 270 - งานประมูลการ์ดครั้งแรกของกู่ซิน (6)

คัดลอกลิงก์แล้ว