- หน้าแรก
- กลับชาติมาเกิดเป็นสัตว์อสูรของจักรพรรดินี
- บทที่ 95 : ปิดด่านสูบเลือด
บทที่ 95 : ปิดด่านสูบเลือด
บทที่ 95 : ปิดด่านสูบเลือด
บทที่ 95 : ปิดด่านสูบเลือด
สายตาของเฉินเซียวจางจับจ้องไปที่กู่เยว่ซีและเจ้ายุงบนไหล่ของเธออย่างร้อนแรง
ระดับสามขั้นต้นงั้นเหรอ?
มันเจ๋งนักหรือไง?!
พวกคุณต้องพึ่งพาทรัพยากรของตระกูลไปตั้งเท่าไหร่ ต้องทนฝึกฝนอย่างยากลำบากมาตั้งกี่ปี กว่าจะก้าวขึ้นสู่ระดับสามได้?
แต่ดูท่านยุงของพวกเราสิ!
แค่สูบแก่นโลหิตระดับราชาเข้าไปอึกเดียว ก็พุ่งพรวดจากระดับสองขั้นต้นไปเป็นระดับสองขั้นกลางได้หน้าตาเฉย!
และตอนนี้...เบื้องหน้าของมัน มีแก่นโลหิตของราชาตัวเต็มวัยแบบครบชุดวางอยู่ถึงสองชุด แถมยังมีเวลาอีกตั้งสามวัน!
ถ้าปล่อยให้มันสูบเลือดพวกนี้ตลอดสามวันเต็มๆ ระดับพลังของมันจะพุ่งไปถึงจุดไหนกันล่ะ?
ระดับสองขั้นสูงสุดงั้นเหรอ?
ไม่สิ! ดีไม่ดีอาจจะทะลวงขึ้นสู่ระดับสามไปเลยก็ได้!
ตำแหน่งแชมป์ของการสอบร่วมสามมณฑล...ดูเหมือนจะมีความหวังขึ้นมาจริงๆแล้วสิ!
ถ้าหากคว้าตำแหน่งนี้มาได้จริงๆ ชื่อเสียงและบารมีของตูหนานที่หนึ่งจะถูกยกระดับขึ้นไปอยู่บนจุดไหนกัน?
ถึงตอนนั้น พอฝ่ายรับสมัครและฝ่ายประชาสัมพันธ์ของโรงเรียนออกโรงทำงาน ปีหน้าก็เตรียมตัวกวาดต้อนพวกอัจฉริยะจากสองมณฑลข้างเคียงมาเข้าเรียนได้เป็นกอบเป็นกำแน่ๆ!
และฉัน...เฉินเซียวจางคนนี้ ก็จะกลายเป็นผู้อำนวยการระดับตำนาน ที่นำพาโรงเรียนก้าวไปสู่ยุคทองอันรุ่งโรจน์!
"อะแฮ่ม!"
เฉินเซียวจางพยายามข่มความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่งในใจเอาไว้ ก่อนจะปั้นรอยยิ้มที่ดูจริงใจและกระตือรือร้นที่สุดเท่าที่จะทำได้
"นักเรียนกู่ ในเมื่อเธอตัดสินใจจะเข้าร่วมการสอบร่วมแล้ว ทางโรงเรียนของเราก็ยินดีที่จะให้การสนับสนุนเธออย่างเต็มที่ในระดับสูงสุดเลย!"
"โรงเรียนของเรามี 'ห้องบ่มเพาะรวมปราณเก้าวิถี' อยู่ห้องหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีความหนาแน่นของพลังปราณสูงที่สุด และให้ผลลัพธ์ในการฝึกฝนดีที่สุด! ปกติแล้วจะมีแค่ผู้บริหารและอาจารย์ระดับพิเศษเท่านั้นถึงจะมีสิทธิ์ใช้งาน!"
"แต่ในช่วงสามวันนี้ ห้องบ่มเพาะห้องนั้นจะถูกสงวนไว้ให้เธอและสัตว์อสูรของเธอใช้งานเป็นการส่วนตัว! เพื่อช่วยให้พวกคุณเตรียมตัวสำหรับการสอบร่วมอย่างเต็มที่!"
"ส่วนเรื่องคนที่คอยยุยงปลุกปั่นอยู่เบื้องหลัง...เธอไม่ต้องกังวลไปนะ พวกเราจะสืบหาตัวการและจัดการให้ความเป็นธรรมกับเธออย่างแน่นอน!"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู่เยว่ซีก็พยักหน้าตอบรับเบาๆ
มีห้องฝึกฝนระดับท็อปให้ใช้ฟรีๆ ใครจะไปปฏิเสธล่ะ?
เมื่อได้แก่นโลหิตระดับราชามาถึงสองชุดแบบนี้ ก็ถึงเวลาที่ต้องปิดด่านเพื่อย่อยสลายพลังงานอย่างจริงจังเสียที
ทั้งตัวเธอและเจ้ายุง ต่างก็ต้องการการยกระดับความแข็งแกร่งอย่างก้าวกระโดดทั้งคู่
"หึ่งๆ! (ดีงามพระรามแปด! บุฟเฟ่ต์ก็มีพร้อม! แถมได้ห้องสวีทสุดหรูอีก! งานนี้ไม่พุ่งทะยานก็ให้มันรู้ไปสิฟะ!)"
ฉู่เซิงที่เกาะอยู่บนไหล่ของกู่เยว่ซี ลิงโลดจนแทบจะเก็บอาการไม่อยู่
การสอบร่วมงั้นเหรอ?
รอให้ท่านยุงออกจากด่านปิดสมาธิในอีกสามวันข้างหน้าก่อนเถอะ จะสั่งสอนให้ไอ้พวกที่เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะ ได้รู้จักคำว่า 'การบดขยี้จากมิติที่เหนือกว่า' มันเป็นยังไง!
...
ณ จัตุรัสของโรงเรียน
ฉินเจิงยืนอยู่บนเวทีชั่วคราวที่ถูกสร้างขึ้นด้านหน้าฝูงชน มือของเขากำบทสุนทรพจน์ที่หวังเทาเป็นคนเขียนให้แน่น หัวใจเต้นรัวอย่างควบคุมไม่อยู่
สำเร็จแล้ว!
สำเร็จจริงๆด้วย!
ที่แท้...ก็มีคนมากมายขนาดนี้ที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างฉัน!
เขาสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี แล้วเปล่งเสียงตะโกนถ้อยคำในบทสุนทรพจน์ออกมาดังกึกก้องกัมปนาท!
และในมุมหนึ่งของฝูงชน หวังเทามองดูฉินเจิงที่กำลังทำตัวเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณและยืนพล่ามอย่างฮึกเหิมอยู่บนเวที มุมปากของเขากระตุกยิ้มเยาะเย้ย
ผลลัพธ์มันออกมาดีกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก!
ตราบใดที่ผู้หญิงที่ชื่อกู่เยว่ซีถูกบีบให้ต้องลงสอบร่วม เธอก็เตรียมตัวตายได้เลย!
คนในที่นี้...มีคนที่อยากจะสั่งสอนเธออยู่เพียบ!
ส่วนเรื่องที่ว่าหากเรื่องราวบานปลายใหญ่โต แล้วทางโรงเรียนจะมาเช็คบิลทีหลังหรือเปล่าน่ะเหรอ?
ตลกน่า เขาเป็นแค่เครื่องมือเขียนบทสุนทรพจน์ให้เท่านั้น ตัวการใหญ่คือฉินเจิงต่างหาก!
มันเกี่ยวอะไรกับเขาล่ะ?
…..
ห่างออกไปไม่ไกลนัก ณ ชั้นบนสุดของตึกสำนักงานใหญ่กลุ่มการค้าเซียว
เซียวหรานและฮั่วหมิงเซียนยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กัน ทอดสายตามองลงไปยังฝูงชนเบื้องล่างผ่านกระจกบานยักษ์
สีหน้าของพวกเขาทั้งสองเต็มไปด้วยความเอือมระอา
"ไอ้พวกนี้...สมองมันมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย?" ฮั่วหมิงเซียนรู้สึกเหมือนกำลังดูคณะตลกเล่นปาหี่
ยังจะมาต่อต้านเด็กเส้นอยู่อีกเหรอ?
ถ้าพวกแกได้รู้ว่าท่านยุงตัวนั้น เพียงแค่สูบเลือดไปอึกเดียว ก็สามารถทำให้สัตว์อสูรที่มีสายเลือดระดับสูงทะลวงขีดจำกัดไปเป็นระดับราชาได้ล่ะก็...คงได้คุกเข่าลงไปกราบเรียกท่านปู่กันแทบไม่ทันแน่ๆ!
ด้วยความสามารถที่ฝืนกฎสวรรค์ระดับนี้ อย่าว่าแต่กระโดดข้ามชั้นมาอยู่ห้องมังกรซ่อนเลย
ต่อให้กระโดดข้ามขั้นไปอยู่เขตการศึกษาเมืองหลวงเลย มันก็สมเหตุสมผลสุดๆ ไปเลยไม่ใช่หรือไง?
เซียวหรานเองก็ส่ายหน้า ภายในใจของเขาก็รู้สึกขบขันไม่แพ้กัน
เจ้ายุงตัวนั้น ไม่เพียงแต่จะช่วยชำระล้างคำสาปในสายเลือดให้กับสิงโตเพลิงชาดสามหัวของเขาเท่านั้น
แต่มันยังช่วยให้จิ้งจอกจันทราของเย่เสี่ยวเถาทะลวงขีดจำกัดสายเลือดไปสู่ระดับราชาได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
นี่มันคือพลังที่น่าสะพรึงกลัวขนาดไหนกัน?
สิ่งที่เธอมีคือความสามารถที่แท้จริง! เป็นความสามารถระดับฝืนกฎสวรรค์ที่พวกคนธรรมดาอย่างพวกแกไม่อาจจินตนาการได้เลยต่างหาก!
มันเกี่ยวอะไรกับคำว่าเด็กเส้นด้วยวะ?
"รอดูเถอะ เดี๋ยวทางโรงเรียนก็คงออกประกาศมาจัดการเรื่องนี้เองแหละ" เซียวหรานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"แค่เปิดเผยความสามารถของเจ้ายุงตัวนั้นออกมาสักนิด ไอ้พวกนี้ก็คงหุบปากเงียบกริบกันหมดแล้ว"
"ใช่เลย!" ฮั่วหมิงเซียนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง
เมื่อถึงเวลานั้น ไอ้พวกที่แหกปากโวยวายเสียงดังที่สุดในตอนนี้ รับรองได้เลยว่าจะเป็นพวกแรกที่วิ่งโร่เข้าไปเลียแข้งเลียขากู่เยว่ซีแน่ๆ!
สันดานคนน่ะ...เขาเห็นมานักต่อนักแล้ว
ทว่าในจังหวะนั้นเอง...
"เชี่ยเอ๊ย!!!"
"ชนะแล้ว! พวกเราชนะแล้ว!!"
จู่ๆฝูงชนเบื้องล่างก็ส่งเสียงโห่ร้องยินดีดังกึกก้องราวกับคลื่นสึนามิถาโถม เสียงนั้นดังก้องกังวานจนแทบจะทำให้ตึกทั้งหลังสั่นสะเทือน!
"???"
เซียวหรานและฮั่วหมิงเซียนต่างก็ชะงักงัน
ชนะแล้ว?
อะไรชนะฟะ?
หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง ฮั่วหมิงเซียนก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ เขารีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วเปิดเข้าเว็บบอร์ดของโรงเรียนตูหนานที่หนึ่งทันที
ประกาศอย่างเป็นทางการที่เพิ่งถูกโพสต์และปักหมุดเน้นตัวอักษรสีแดง ปรากฏขึ้นสู่สายตาของเขาในพริบตา
เนื้อหาในประกาศนั้นสั้นกระชับและมีเพียงประโยคเดียว
[กู่เยว่ซี นักเรียนจากห้องเรียนพิเศษ 'มังกรซ่อน' ของโรงเรียนเรา…จะเข้าร่วมการสอบร่วมในครั้งนี้ตามปกติ]
….
“…???”
เซียวหรานและฮั่วหมิงเซียนหันมองหน้ากัน ต่างฝ่ายต่างก็เห็นความตกตะลึงและงุนงงอย่างหนักฉายชัดอยู่ในแววตาของอีกฝ่าย
นี่มันเรื่องอะไรกัน?
ทางโรงเรียน...ยอมอ่อนข้อให้งั้นเหรอ?
แค่เจอแรงกดดันจากกระแสสังคมแค่นี้ ก็ถึงกับบังคับให้กู่เยว่ซีต้องไปลงสอบร่วมเลยเนี่ยนะ?
มันดูไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย! ผู้อำนวยการเฉินไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆแบบนี้นี่นา!
แถมยัง...
"การสอบร่วมปีนี้ มันเป็นการสอบร่วมสามมณฑลเลยนะเว้ย!" ฮั่วหมิงเซียนขมวดคิ้วแน่น
"มณฑลข้างเคียงอย่างชางหลานกับเทียนฮั่ว ปีนี้มีพวกตัวประหลาดโผล่มาเพียบเลย ถึงตอนนั้นมันจะเป็นการรวมตัวของเหล่าอัจฉริยะหัวกะทิเลยนะ..."
สีหน้าของเซียวหรานก็เริ่มดูเคร่งเครียดขึ้นมาเช่นกัน
แน่นอนว่าเขาก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
ความสามารถของเจ้ายุงตัวนั้นมหัศจรรย์และฝืนกฎสวรรค์จริงๆ ข้อนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้
แต่ปัญหาคือ...ระดับพลังที่แท้จริงของมัน เพิ่งจะอยู่แค่ระดับสองขั้นต้นไม่ใช่หรือไง?
ต่อให้ในช่วงสองสามวันนี้จะฝึกฝนจนทะลวงระดับได้ อย่างมากก็คงไปหยุดอยู่ที่ระดับสองขั้นกลางเท่านั้นล่ะมั้ง?
แถมสัตว์อสูรประเภทแมลง ก็มีจุดอ่อนเรื่องการต่อสู้ซึ่งๆหน้ามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ขืนส่งมันไปลงสนามสอบร่วมสามมณฑลที่เต็มไปด้วยอัจฉริยะระดับท็อปล่ะก็...นี่มันไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตายชัดๆ!
หากกู่เยว่ซีต้องพ่ายแพ้ยับเยินกลางสนามสอบร่วมที่มีผู้คนจับตามองนับหมื่นนับแสน นั่นก็เท่ากับเป็นการตอกย้ำข้อครหาเรื่องที่เธอเป็น 'เด็กเส้น' ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นไปอีกไม่ใช่หรือ?
ถึงตอนนั้น กระแสสังคมก็รังแต่จะตีกลับมารุนแรงยิ่งกว่าเดิม!
ตกลงแล้วทางโรงเรียนคิดจะทำอะไรกันแน่เนี่ย?
บังคับให้เธอลงสนาม แพ้การประชันเสียหน้า นี่มันไม่ต่างอะไรกับการผลักเธอลงขุมนรกเลยนะ!
การกระทำครั้งนี้...พวกเขาเดาทางไม่ออกเลยจริงๆ!
……