เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 79 : มันสามารถชำระล้างคำสาปและสายเลือดอสูรกายได้หรือไม่?

บทที่ 79 : มันสามารถชำระล้างคำสาปและสายเลือดอสูรกายได้หรือไม่?

บทที่ 79 : มันสามารถชำระล้างคำสาปและสายเลือดอสูรกายได้หรือไม่?


บทที่ 79 : มันสามารถชำระล้างคำสาปและสายเลือดอสูรกายได้หรือไม่?

(จากตอนนี้จะเเก้สรรพนามนะครับ มีการร้องขอมา….เเล้วก็จะทยอยไล่เเก้ตอนเก่าๆ)

เสียงของระบบดังก้องขึ้นมาในเวลาที่เหมาะสม ช่วยไขข้อข้องใจให้กับเขา

"เชี่ยเอ๊ย! เอฟเฟกต์ซ่อนเร้นมันจะเทพทรูขนาดนี้เลยเหรอวะเนี่ย?!"

ฉู่เซิงถึงกับตกตะลึงไปเลย

เขารู้ว่าเปลวไฟของตัวเองนั้นแข็งแกร่ง แต่ก็ไม่คิดว่าจะแกร่งถึงขั้นนี้!

ชำระล้างสายเลือดเนี่ยนะ!

ขืนเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ผู้ฝึกสัตว์อสูรทั้งสหพันธ์ไม่บ้าคลั่งกันไปหมดเลยหรือไง?

ต้องเข้าใจก่อนว่า 'สายเลือด' คือรากฐานที่กำหนดขีดจำกัดสูงสุดของสัตว์อสูรตัวหนึ่ง!

มีผู้ฝึกสัตว์อสูรตั้งเท่าไหร่ที่ยอมทุ่มสุดตัว แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว เพียงเพื่อยกระดับความบริสุทธิ์ของสายเลือดให้สัตว์พันธสัญญาของตัวเองแม้เพียงเศษเสี้ยว!

แต่ตัวเขา…แค่ขยับความคิดก็สามารถช่วยพวกมันชำระล้างสายเลือดได้แล้วงั้นเหรอ?

นี่…นี่มันหมายความว่ายังไงกันเนี่ย?

ฉู่เซิงรู้สึกได้ทันทีว่า "ค่าตัว" ของตัวเองพุ่งทะยานขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว!

"ในเมื่อเป็นแบบนี้…งั้นก็ถือโอกาสช่วยเจ้าจิ้งจอกตัวนี้ชำระล้างสายเลือดไปด้วยเลยก็แล้วกัน ถือซะว่าเป็นค่าอาหารมื้อนี้ก็แล้วกัน"

ฉู่เซิงไม่ใช่พวกชอบกินฟรีอยู่ฟรี สัตว์อสูรทั้งสองตัวนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวพวกมันเองหรือเจ้านายของพวกมัน ต่างก็ไม่เคยมาหาเรื่องเขา ดังนั้นจะให้ดูดเลือดไปฟรีๆ ได้ยังไง?

ทำแบบนั้นมันไม่แฟร์เอาซะเลย!

เขาแบ่งเปลวเพลิงนรกกลืนวิญญาณสายเล็กๆ ที่แทบจะมองไม่เห็นออกมาอีกสายหนึ่ง แล้วแทรกซึมเข้าไปในร่างของจิ้งจอกวิญญาณจันทรา

เปลวไฟไหลเวียนไปตามเส้นเลือดของจิ้งจอกน้อยในชั่วพริบตา แผดเผาสิ่งเจือปนในสายเลือดจนมอดไหม้ไปจนหมดจด!

หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสรรพ ฉู่เซิงก็บินกลับไปที่เดิมด้วยความพึงพอใจ แล้วเริ่มย่อยสลายเลือดที่เพิ่งดูดมาใหม่

เขากวาดตามองหน้าต่างสถานะของตัวเอง ตอนนี้แต้มวิวัฒนาการพุ่งขึ้นไปถึง 117 แต้มแล้ว พอบวกรวมกับอีก 6 แต้มที่กำลังย่อยอยู่ในท้อง ก็จะกลายเป็น 123 แต้ม!

ห่างจากเป้าหมาย 350 แต้มสำหรับการวิวัฒนาการครั้งต่อไป ทะลุหนึ่งในสามไปเป็นที่เรียบร้อย!

ความเร็วระดับนี้มันติดปีกบินชัดๆ!

ใครบอกว่าเมืองตูหนานไม่ดีกัน? เมืองตูหนานนี่แหละโคตรจะดีเลย!

ฉู่เซิงถูมือเข้าหากันอย่างตื่นเต้น ในใจเริ่มวางแผนแล้วว่าจะลองแวะไปที่แผนกผู้ฝึกสัตว์อสูรของโรงเรียนมัธยมตูหนานที่หนึ่ง เพื่อกินบุฟเฟต์ชุดใหญ่สักมื้อดีไหมน้า...

...

กว่าครึ่งชั่วโมงต่อมา...ประตูห้องฝึกซ้อมเลื่อนเปิดออกอีกครั้ง

เซียวหราน ฮั่วหมิงเซียน และเย่เสี่ยวเถาทั้งสามคนเดินกลับเข้ามา

ในมือของเซียวหรานหิ้วกล่องใส่อาหารที่ดูหรูหรามีระดับ เขาเดินตรงดิ่งไปหากู่เยว่ซีทันที

"เพื่อนร่วมชั้นกู่ ฝึกซ้อมมาตั้งนาน คงจะหิวแล้วใช่ไหม?"

เซียวหรานวางกล่องอาหารลงข้างกายกู่เยว่ซีอย่างเบามือ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยน

"นี่คืออาหารทิพย์จากหอเทียนเซียงที่ฉันตั้งใจสั่งมาให้เธอโดยเฉพาะเลยนะ ราคากล่องละสามแสน มีประโยชน์ต่อการฟื้นฟูพลังจิตและพลังโลหิตมากๆ ลองชิมดูไหม?"

นี่ถือเป็นเทคนิคจีบสาวสูตรสำเร็จของเขาเลยก็ว่าได้

ทั้งได้แสดงความเอาใจใส่อ่อนโยน ทั้งได้อวดรวยแบบเนียนๆ แถมยังได้แสดงออกถึงความชื่นชมในความ "ตั้งใจฝึกฝน" ของเธออีกด้วย

เจอคอมโบชุดนี้เข้าไป มีผู้หญิงคนไหนบ้างที่จะต้านทานไหว?

ต่อให้เธอจะเย็นชาแค่ไหน ในใจก็ต้องมีหวั่นไหวบ้างแหละน่า!

ทว่า กู่เยว่ซีกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอยังคงนั่งขัดสมาธิ ลมปราณรอบกายสงบนิ่ง ราวกับเข้าสู่ภวังค์ไปแล้ว และไม่ได้ยินคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย

รอยยิ้มบนใบหน้าของเซียวหรานแข็งค้างไปในทันที

อะไรกันเนี่ย? ไม่สนใจกันเลยเหรอ?

หรือว่าเสน่ห์ของฉันจะลดลง? หรือมุกนี้มันจะเชยไปแล้ว?

เขาคิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ตก และกำลังจะอ้าปากพูดอะไรบางอย่างต่อ…

แต่จู่ๆ ฮั่วหมิงเซียนที่อยู่ข้างๆก็ขมวดคิ้วมุ่น เขาจ้ำอ้าวเข้าไปหาสิงโตเพลิงแดงสามหัวทันที

"เซียวหราน นายรีบมาดูนี่เร็ว!" น้ำเสียงของฮั่วหมิงเซียนแฝงความเคร่งเครียด

"อาการของเสี่ยวเหยียน…ดูเหมือนจะผิดปกตินะ!"

พอได้ยินดังนั้น เซียวหรานก็หมดอารมณ์จีบสาวทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปและรีบพุ่งตัวเข้าไปหา

เขาย่อตัวลงทาบฝ่ามือลงบนหน้าผากของสัตว์พันธสัญญา สัมผัสอย่างละเอียดเพียงครู่เดียว สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนก!

"พลังโลหิตอ่อนล้าลงขนาดนี้เลยเหรอ?!"

เขารับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าพลังโลหิตในร่างสัตว์พันธสัญญาของเขา อ่อนโทรมลงกว่าตอนที่พวกเขาก้าวออกไปจากห้องอย่างน้อยๆ ก็หนึ่งส่วน!

เกิดอะไรขึ้น?

ต่อให้คำสาปกำเริบ ก็ไม่มีทางอ่อนแอลงกะทันหันขนาดนี้สิ!

หรือว่า...

"เสี่ยวเถา! จิ้งจอกวิญญาณจันทราของเธออยู่ไหน? รีบตรวจดูเร็วเข้า!"

เซียวหรานนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบหันไปตะโกนบอกเย่เสี่ยวเถา

"เอ๊ะ? อ้อ!"

เย่เสี่ยวเถาสะดุ้งตกใจ รีบวิ่งไปอุ้มจิ้งจอกน้อยที่ยังคงสัปหงกอยู่ขึ้นมาตรวจดูอย่างละเอียด

วินาทีต่อมา ใบหน้าเล็กๆของเธอก็ซีดเผือดลงทันที

"จิ…จิ้งจอกของฉัน พลังโลหิตก็หายไปตั้งเยอะเหมือนกัน…ฮือๆ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ล่ะ?"

น้ำเสียงของเย่เสี่ยวเถาสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้

ถูกดูดเลือด!

นี่คือความคิดที่ผุดขึ้นมาในหัวของเซียวหรานและฮั่วหมิงเซียนพร้อมๆกัน!

มีเพียงการถูกดูดกลืนแก่นโลหิตเท่านั้น ที่จะทำให้พลังโลหิตถดถอยลงอย่างเห็นได้ชัดในเวลาอันสั้นแบบนี้!

แต่ที่นี่คือห้องฝึกซ้อมระดับท็อปของโรงเรียน ระบบรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมาก จะมีตัวอะไรลอบเข้ามาดูดเลือดได้ยังไง?

"เดี๋ยวก่อน…รอยแผลนี่มัน..."

เซียวหรานสังเกตเห็นรูเล็กจิ๋วที่แทบจะมองไม่เห็นตรงโคนขาหลังของสิงโตเพลิงแดงสามหัว

อีกด้านหนึ่ง

เย่เสี่ยวเถาก็ร้องเสียงหลง เพราะเธอพบรอยเจาะแบบเดียวกันเป๊ะบนก้นฟูๆ ของจิ้งจอกน้อยของเธอ!

ถูกเจาะ...

พลังโลหิตลดลง...

ดูดเลือด...

ชั่วพริบตานั้น สายตาทั้งสามคู่ก็สาดส่องราวกับไฟสปอตไลต์ พุ่งตรงไปล็อกเป้าที่เจ้ายุงมารเพลิงนรกที่กำลังเกาะอยู่บนกล่อง!

และดูพุงของมันสิ กลมป่องจนแทบจะระเบิดอยู่แล้ว!

อาวุธที่ใช้ก่อเหตุ แรงจูงใจ สถานที่เกิดเหตุ…หลักฐานมัดตัวแน่นหนาคาหนังคาเขา!

ฉู่เซิง: "..."

มันชัดเจนขนาดนั้นเลยเหรอวะเนี่ย?

เขามองดูสายตาของทั้งสามคนที่เริ่มแฝงไปด้วยความมุ่งร้าย แล้วก็รู้สึกกระอักกระอ่วนนิดหน่อย

ถึงเขาจะจ่าย "ค่าอาหาร" ทิ้งไว้ให้แล้ว แต่ดูจากทรง คงยังไม่มีใครสังเกตเห็นสินะ?

จะเตือนพวกเขาสักหน่อยดีไหมเนี่ย?

แต่ถึงอย่างนั้น ฉู่เซิงก็ไม่ได้ลุกลี้ลุกลนเลยสักนิด เพราะเขาจ่าย "ค่าอาหาร" ก้อนโตเอาไว้ให้แล้วนั่นแหละ เขาถึงไม่ได้พานายหญิงหนีเตลิดไปตั้งแต่แรก

ไม่อย่างนั้นเขาจะยอมอยู่รอให้พวกนี้กลับมาเอาเรื่องทำไมล่ะ?

"ปะ…เป็นมันเหรอ?"

เย่เสี่ยวเถาชี้ไปที่ฉู่เซิง ใบหน้ากลมแป้นเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

เธอคิดไม่ออกเลยว่า เจ้ายุงที่ดูเท่และน่าเกรงขามตัวนั้น จะกล้าทำเรื่องขี้ขโมยอย่างการแอบดูดเลือดสัตว์พันธสัญญาของคนอื่นได้ยังไง?

นิสัยเสียเกินไปแล้ว!

ส่วนสีหน้าของเซียวหรานในตอนนี้มืดครึ้มจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้

เขายืนจ้องเจ้ายุงตัวนั้นเขม็ง ไฟโทสะในอกลุกโชนราวกับภูเขาไฟที่รอวันปะทุ แต่เขาก็ยังฝืนข่มอารมณ์เอาไว้

"เพื่อนร่วมชั้นกู่"

น้ำเสียงของเซียวหรานราบเรียบ ทว่าใครๆ ก็ฟังออกถึงความโกรธที่ถูกกดทับเอาไว้

"ฉันคิดว่า…เธอต้องอธิบายเรื่องนี้ให้ฉันฟังหน่อยแล้วล่ะ"

สำหรับผู้ฝึกสัตว์อสูรทุกคน สัตว์พันธสัญญาเปรียบเสมือนสหายร่วมเป็นร่วมตาย

ยิ่งในช่วงก่อนระดับห้าที่ยังมีสัตว์พันธสัญญาได้แค่ตัวเดียว ความผูกพันนั้นเรียกได้ว่าร่วมเป็นร่วมตายกันอย่างแท้จริง!

การที่สัตว์พันธสัญญาถูกจู่โจมอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย แถมยังถูกดูดกลืนแก่นโลหิตอันล้ำค่าไปอีก ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกสัตว์อสูรคนไหนก็ต้องปรี๊ดแตกกันทั้งนั้น

ในสายตาของเซียวหรานตอนนี้ เรื่องจีบสาวหรือเทพธิดาน้ำแข็งอะไรนั่น ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว

หากกู่เยว่ซีไม่ยอมให้คำอธิบายที่สมเหตุสมผลล่ะก็…เขาจะทำให้เธอได้รู้ซึ้งว่า 'อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งตูหนาน' นั้นเป็นยังไง!

ในขณะเดียวกัน กู่เยว่ซีก็ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นจากการทำสมาธิขั้นลึก

กว่าเธอจะกดข่มความโกรธที่สมุนไพรวิญญาณถูกเจ้ายุงนี่สูบไปจนเกลี้ยงลงได้ก็แทบแย่

แต่พอลืมตาขึ้นมาปุ๊บ กลับต้องมาเจอเซียวหรานกับฮั่วหมิงเซียนยืนหน้าดำคร่ำเครียดรอเอาเรื่องอยู่ตรงหน้า

ส่วนยัยหนูโลลิก็นืนอุ้มจิ้งจอกปาดน้ำตาป้อยๆ ด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

……….

จบบทที่ บทที่ 79 : มันสามารถชำระล้างคำสาปและสายเลือดอสูรกายได้หรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว