- หน้าแรก
- ยุคฟื้นฟูพลังวิญญาณ อัตราดรอปข้าทะลุล้านไปแล้ว
- บทที่ 72 ทักษะการต่อสู้ระดับสีส้ม: หลอมรวมจิตวิญญาณขุนเขา - ชักกระบี่!
บทที่ 72 ทักษะการต่อสู้ระดับสีส้ม: หลอมรวมจิตวิญญาณขุนเขา - ชักกระบี่!
บทที่ 72 ทักษะการต่อสู้ระดับสีส้ม: หลอมรวมจิตวิญญาณขุนเขา - ชักกระบี่!
บทที่ 72 ทักษะการต่อสู้ระดับสีส้ม: หลอมรวมจิตวิญญาณขุนเขา - ชักกระบี่!
หลอมรวมจิตวิญญาณขุนเขา - ชักกระบี่?
แววตาของฟางหยวนสว่างไสวขึ้นมาทันที
ทักษะการต่อสู้ระดับสีส้ม นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้รับมัน
ทักษะการต่อสู้ก่อนหน้านี้ ไม่สีเขียวก็สีน้ำเงิน
ของระดับคุณภาพสีส้มที่เขาได้รับมา นับว่าหาได้ยากยิ่ง
สิ่งของดรอปคุณภาพระดับสีส้มแต่ละชิ้น ล้วนมอบการยกระดับมหาศาลให้แก่เขา
ยามนี้เมื่อได้รับทักษะการต่อสู้ระดับสีส้มมา ฟางหยวนจะไม่อารมณ์พลุ่งพล่านได้อย่างไร ใช่ไหม?
วินาทีต่อมา ฟางหยวนหลับตาลงโดยไม่ลังเล เพื่อสัมผัสถึงสรรพคุณของทักษะการต่อสู้ระดับสีส้มนี้
ไม่กี่นาทีต่อมา ฟางหยวนลืมตาขึ้น
ภายในแววตาของเขา เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง
ช่างเป็นกระบวนท่าหลอมรวมจิตวิญญาณขุนเขาที่ยอดเยี่ยมนัก!
ช่างเป็นกระบวนท่าชักกระบี่อันยอดเยี่ยม!
ทักษะการต่อสู้นี้ ถึงกับสามารถหลอมรวมจิตวิญญาณของขุนเขา แล้วกระทำประหนึ่งการชักกระบี่ เพื่อกระชากเอาจิตวิญญาณขุนเขาออกมาจากเทือกเขาได้โดยตรง!
เมื่อคิดได้ดังนี้ ฟางหยวนขยับความคิด ทักษะหลอมรวมจิตวิญญาณขุนเขาพลันเปิดใช้งานทันที
รูม่านตาของเขา ในพริบตานี้แปรเปลี่ยนเป็นสีส้ม
ทุกสิ่งที่พาดผ่านครรลองสายตา ล้วนกลายเป็นสีส้มไปหมดสิ้น
แต่ทว่า ยามที่สายตาของฟางหยวนไปหยุดอยู่ที่ยอดเขาอีกลูกหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล ตรงมุมปากของเขาปรากฏรอยยิ้มสายหนึ่ง
ในสายตาของฟางหยวน ยอดเขาลูกนั้น กำลังเปล่งประกายแสงจางๆ ออกมา!
ยอดเขาเช่นนี้ ย่อมสอดคล้องกับลักษณะของหลอมรวมจิตวิญญาณขุนเขา!
ในเวลานี้ข้างกายฟางหยวน ปิงหนิงอวี่ที่กำลังต้มน้ำทำอาหารอยู่ จู่ๆ พลันสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง
นางหันไปมองฟางหยวนโดยสัญชาตญาณ ภายในแววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
นางสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ฟางหยวนในยามนี้ บนร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายอันหนักแน่นออกมาสายหนึ่ง
ราวกับผืนปฐพี ราวกับเทือกเขา! หนักแน่นและไร้คม!
ฟางหยวนไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของปิงหนิงอวี่ เขาค่อยๆ ยกมือขึ้น เหยียดแขนตรง แล้วทำท่ากำมือในความว่างเปล่า
ในยามนี้ ดวงตาของเขา ฝ่ามือที่กำอยู่ในความว่างเปล่า และยอดเขาที่อยู่ไกลออกไป ล้วนเชื่อมต่อกันเป็นเส้นตรงเดียว
"ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง..."
ฟางหยวนหัวเราะเบาๆ แล้วกำฝ่ามือลงอย่างรุนแรง
แทบจะในเวลาเดียวกัน ยอดเขาที่ฟางหยวนเล็งเป้าไว้อยู่ไกลๆ นั้น พลันสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นส่งเสียงโครมคราม
ปิงหนิงอวี่มองไปยังที่ไกลๆ ด้วยความหวาดผวา
แม้นางจะไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น แต่สิ่งที่นางมั่นใจได้คือ แรงสั่นสะเทือนของยอดเขานั้น ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับฟางหยวนแน่นอน
มันคืออาเพศที่เกิดขึ้นหลังจากฟางหยวนเหยียดแขนออกไปแล้วกำมือในความว่างเปล่านั่นเอง!
ปิงหนิงอวี่ตื่นตะลึงสุดขีด นี่มันคือความสามารถแบบใดกัน ถึงขนาดส่งผลกระทบต่อยอดเขาที่อยู่ไกลถึงเพียงนั้นได้!
ไม่นานนัก ยอดเขาลูกนั้นที่ถูกฟางหยวนเล็งเป้าไว้ จู่ๆ ก็หยุดสั่นสะเทือน
แสงสีส้มสายหนึ่ง ระเบิดออกมาจากภายในเทือกเขา แปรเปลี่ยนเป็นลำแสง พุ่งทะยานกลับมายังลานเล็กด้วยความเร็วสูง
และตกลงสู่มือของฟางหยวน!
ปิงหนิงอวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหน้ากลับมา
จากนั้นลูกตาของนางแทบจะถลนออกมา
เพราะนางมองเห็นว่า แสงสีส้มที่ระเบิดออกมาจากเทือกเขานั้น ยามนี้กำลังถูกฟางหยวนกำไว้ในมือ
และภายในมือของฟางหยวน แสงสีส้มสายนี้ ยามนี้มีรูปลักษณ์เป็นกระบี่ยาวเล่มหนึ่ง
กรามของปิงหนิงอวี่ร่วงหล่นลงพื้นไปแล้ว
นี่มันคือสิ่งใดกัน! ฟางหยวนเพียงแค่นั่งอยู่ในลานเล็ก แค่เหยียดฝ่ามือออกไป เขาก็สามารถเรียกเอาแสงสีส้มนี้มาจากยอดเขาที่อยู่ไกลลิบได้เชียวรึ!?
ซ้ำยังแปรเปลี่ยนเป็นกระบี่ยาวเล่มหนึ่งได้อีกด้วย!
แม้ปิงหนิงอวี่จะไม่ได้ฝึกฝนวิถีแห่งยุทธ์ แต่นางยังสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากกระบี่ยาวเล่มนี้
นั่นไม่ใช่สิ่งที่นางจะต้านทานไหวแน่นอน!
สักพัก… เสียงหัวเราะเบาๆ ของฟางหยวน ได้ขัดจังหวะความตื่นตะลึงของนางลง
"นี่คือหลอมรวมจิตวิญญาณขุนเขางั้นรึ อือ… นับว่าน่าสนใจอยู่บ้างจริงๆ"
ฟางหยวนมองดูกระบี่ยาวสีส้มในมือ ภายในแววตาเผยให้เห็นความสนใจใคร่รู้
กระบี่ยาวเล่มนี้ แปรสภาพมาจากสิ่งของที่จับต้องไม่ได้ เมื่ออยู่ในมือเขา มันรู้สึกราวกับมีตัวตนอยู่จริง
โดยรวมปรากฏเป็นสีส้ม มีรูปลักษณ์ดั่งกระบี่ยาวธรรมดาทั่วไป
ใสกระจ่างไร้มลทิน
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลิ่นอายที่แผ่ซ่านออกมาจากกระบี่ยาวเล่มนี้ ทำให้ฟางหยวนถึงกับต้องหวั่นไหว!
เขามีความรู้สึกอย่างหนึ่งว่า ขอเพียงเขาสะบัดกระบี่ในมือนี้เบาๆ ก็สามารถผ่ายอดเขาที่ตนเองอาศัยอยู่นี้ออกเป็นสองท่อนได้ทันที
แต่ทว่า... หากทำเช่นนั้น กระบี่ยาวที่ได้รับจากการหลอมรวมจิตวิญญาณขุนเขาเล่มนี้ เกรงว่าคงต้องมลายหายไปจนหมดสิ้น
ฟางหยวนส่ายหน้าเบาๆ แล้วสะบัดมือ โยนกระบี่จิตวิญญาณขุนเขาเล่มนี้ขึ้นสู่ท้องฟ้า
ราวกับได้รับคำสั่งจากฟางหยวน กระบี่ยาวเล่มนี้แปรสภาพกลับเป็นแสงสีส้มกลางอากาศ แล้วพุ่งกลับคืนสู่เทือกเขาที่อยู่ไกลออกไปในชั่วพริบตา
จากนั้น ทุกอย่างได้คืนสู่สภาพเดิมราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
แต่ปิงหนิงอวี่ที่อยู่ในลานเล็ก กลับล่วงรู้ดีว่า เมื่อครู่ได้เกิดเรื่องราวที่สั่นสะเทือนฟ้าดินเพียงใดขึ้น
นางไม่มีอารมณ์จะทำอาหารอีกต่อไปแล้ว
จิตใจของปิงหนิงอวี่ ล้วนถูกการกระทำของฟางหยวนก่อนหน้านี้ทำให้ตื่นตะลึงไปหมดสิ้น
"นี่คือทักษะการต่อสู้! บนโลกนี้จะมีทักษะการต่อสู้ที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน!"
แม้ปิงหนิงอวี่จะไม่ได้ฝึกฝนวิถีแห่งยุทธ์ ทว่านางในฐานะวีรบุรุษอันดับห้าแห่งทำเนียบวีรบุรุษกรมดารา ยอดฝีมือวิถีแห่งยุทธ์ที่นางเคยพบเจอมาจะน้อยได้หรือ!
นางไม่เคยเห็นผู้ฝึกยุทธ์คนไหน สามารถทำเรื่องเช่นนี้ได้เลยสักคน!
"คงไม่ใช่ว่าเป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ หรอกนะ ว่าเป็นการหลอมรวมจิตวิญญาณขุนเขาออกมาจริงๆ......"
ปิงหนิงอวี่ไม่กล้าสบตากับฟางหยวนตรงๆ อีกต่อไปแล้ว
เรื่องพรรค์นี้ กระทั่งจะได้ยินผ่านหูมาบ้างก็ยังไม่เคยเลยสักครั้ง!!
ยามนี้นางถึงได้ตระหนักว่า การที่นางบุ่มบ่ามบุกรุกเข้ามาในลานเล็กก่อนหน้านี้นั้น มันช่างโอหังและไม่เจียมตัวเพียงใด
อีกทั้งในที่สุดนางก็ได้ตระหนักว่า หมัดก่อนหน้านี้ของฟางหยวน มันก็แค่การหยอกเล่นกับนางเท่านั้นเอง
"หยุดมือทำเพื่อ? ทำอาหารต่อสิ!"
เสียงตวาดเบาๆ ของฟางหยวน ทำเอาปิงหนิงอวี่สะดุ้งเฮือก รีบหยิบทัพพีขึ้นมาทำอาหารต่อทันที
ท่านผู้ยิ่งใหญ่ตัวจริงเสียงจริง!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับฟางหยวน ปิงหนิงอวี่ก็ได้กลายเป็นผู้น้อยที่ต่ำต้อยไปโดยสมบูรณ์แล้ว
นางเกรงว่าหากตนเองที่เป็นสาวใช้ทำสิ่งใดไม่ดีพอ จะไปทำให้ฟางหยวนไม่พอใจเข้า
สำหรับท่าทีของปิงหนิงอวี่ในยามนี้ ฟางหยวนนับว่าพึงพอใจมาก
หึๆๆ… เป็นอย่างที่คิด หลังจากผ่านการถูกสังคมขัดเกลามา สภาวะจิตใจของคนเราย่อมจะมั่นคงขึ้น
เขาปรายตามองปิงหนิงอวี่ที่กำลังตั้งใจทำอาหารแวบหนึ่ง ฟางหยวนจึงเลิกสนใจนาง แล้วเริ่มครุ่นคิดถึงความรู้สึกที่ได้รับจากการใช้หลอมรวมจิตวิญญาณขุนเขา - ชักกระบี่ เมื่อครู่นี้
การได้ทดลองใช้ทักษะการต่อสู้สีส้มนี้เพียงครั้งเดียว นับว่าได้รับผลประโยชน์มากมายมหาศาล
เรื่องที่สำคัญที่สุด การดำรงอยู่ของสิ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณขุนเขา ได้ยกระดับความเข้าใจที่เขามีต่อโลกใบนี้ขึ้นไปอีกขั้น
โลกใบนี้ ช่างมหัศจรรย์ยิ่งกว่าที่เขาจินตนาการไว้เสียอีก!