- หน้าแรก
- ยุคฟื้นฟูพลังวิญญาณ อัตราดรอปข้าทะลุล้านไปแล้ว
- บทที่ 67 เคล็ดวิชาคุมวัตถุฉบับย่อแห่งว่านถัวซาน! ควบคุมตำหนักหมื่นวาสนา!
บทที่ 67 เคล็ดวิชาคุมวัตถุฉบับย่อแห่งว่านถัวซาน! ควบคุมตำหนักหมื่นวาสนา!
บทที่ 67 เคล็ดวิชาคุมวัตถุฉบับย่อแห่งว่านถัวซาน! ควบคุมตำหนักหมื่นวาสนา!
บทที่ 67 เคล็ดวิชาคุมวัตถุฉบับย่อแห่งว่านถัวซาน! ควบคุมตำหนักหมื่นวาสนา!
ภายในใจของฟางหยวนพาดผ่านความตระหนักรู้แจ้งออกมาสายหนึ่ง
แม้เขาจะยังไม่ได้เปิดอ่านหนังสือเล่มนี้ ยังไม่ได้เห็นเนื้อหาภายใน ทว่าเขากลับล่วงรู้ดีว่า อาศัยบทสวดคุมวัตถุในหนังสือเล่มนี้ เขาย่อมสามารถครอบครองอำนาจควบคุมตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้ได้
เมื่อคิดได้ดังนี้ ฟางหยวนไม่ลังเลอีกต่อไป ขยับความคิดวูบหนึ่ง หนังสือเล่มเล็กสีทองอร่ามในห้วงคำนึง ก็พลันเปิดออกสู่หน้าแรกทันที
ในหน้าแรกนี้ บันทึกตัวอักษรไว้หนาตาเต็มไปหมด
ตัวอักษรแต่ละตัว ล้วนเขียนขึ้นด้วยตัวอักษรโบราณที่ไม่รู้ว่ามาจากยุคสมัยใด และเปล่งประกายแสงสีทองจางๆ ออกมา
ตัวอักษรเหล่านี้ในวินาทีที่หน้ากระดาษถูกเปิดออก ก็พลันหลุดลอยออกจากหน้าหนังสือ ราวกับหิ่งห้อยฝูงหนึ่งที่บินกระจายไปทั่วห้วงคำนึงของฟางหยวน
ภายในใจของฟางหยวน พลันเกิดความตระหนักรู้แจ้งมหาศาลผุดขึ้นมาทันที
แทบจะไม่มีความลังเลใดๆ ฟางหยวนหลับตาลง รวบรวมสมาธิจิต เพื่อย่อยสลายข้อมูลและความตระหนักรู้แจ้งเหล่านี้
ไม่กี่นาทีต่อมา ยามที่ฟางหยวนลืมตาขึ้นอีกครั้ง ตรงมุมปากก็ได้ประดับด้วยรอยยิ้มสายหนึ่งแล้ว
"ช่างเป็นเคล็ดวิชาคุมวัตถุฉบับย่อแห่งว่านถัวซานที่ยอดเยี่ยมนัก!"
ฟางหยวนยิ้มบางๆ เคล็ดวิชาสายนี้ เหนือล้ำกว่าที่เขาจินตนาการไว้จริงๆ
แม้จะไม่แน่ชัดถึงที่มาของเคล็ดวิชาคุมวัตถุฉบับย่อแห่งว่านถัวซานนี้ ทว่าดูจากเนื้อหาในหน้าแรกแล้ว ย่อมนับว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เนื้อหาในหน้าแรก ด้ทำให้เขาเริ่มควบคุมตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้ในเบื้องต้นได้แล้ว! เมื่อคิดได้ดังนี้ มือขวาของฟางหยวนก็จัดแจงท่วงท่ามุทราหนึ่ง ในปากร่ายบทสวดออกมาอย่างรวดเร็วสายหนึ่ง
วินาทีต่อมา ตำหนักหมื่นวาสนาขนาดมหึมาหลังนี้ เริ่มหดเล็กลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
จนกระทั่งกลายเป็นขนาดเท่ากำปั้น แล้วร่วงหล่นลงบนฝ่ามือของฟางหยวนอย่างแผ่วเบา
พริบตานี้ ระหว่างฟางหยวนกับตำหนักหมื่นวาสนา ได้สร้างความเชื่อมโยงบางอย่างขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว
ความเชื่อมโยงนี้ ทำให้ฟางหยวนสามารถควบคุมตำหนักหมื่นวาสนาได้เพียงแค่ขยับความคิด และยังทำให้ฟางหยวนเข้าใจถึงสรรพคุณของตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้ได้อย่างคร่าวๆ อีกด้วย
เมื่อมีความเชื่อมโยงนี้อยู่ ฟางหยวนก็คือจ้าวของตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้!
"เป็นอย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆ เจ้าของคนก่อนของตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้ เกรงว่าคงไม่อยู่แล้วสินะ?"
ฟางหยวนมองดูตำหนักหมื่นวาสนาในมือ พลางพยักหน้าเบาๆ
ตามที่เคล็ดวิชาคุมวัตถุฉบับย่อแห่งว่านถัวซานระบุไว้ หากเจ้าของตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้ยังมีชีวิตอยู่ เขาไม่มีทางได้รับอำนาจควบคุมมาได้แน่นอน
เช่นเดียวกัน ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ ก็ย่อมไม่มีผู้ใดอื่น สามารถแย่งชิงอำนาจควบคุมตำหนักหมื่นวาสนาไปจากมือเขาได้เช่นกัน
เคล็ดวิชาคุมวัตถุฉบับย่อแห่งว่านถัวซาน ช่างทรงอำนาจและมั่นคงถึงเพียงนี้แหละ! ทว่า ในยามนี้เมื่อได้รับรู้ถึงสรรพคุณของตำหนักหมื่นวาสนาแล้ว สีหน้าของฟางหยวนกลับกลายเป็นแปลกพิกลขึ้นมา
ในที่สุดเขาก็ล่วงรู้แล้วว่า เหตุใดตนเองถึงได้จมดิ่งเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างกะทันหันภายในป่าหยั่งรู้เต๋า
และยังล่วงรู้แล้วว่า เหตุใดความฝันของเขากับชิวสุ่ยถึงได้ถักทอเข้าด้วยกัน ซ้ำยังเป็นเนื้อหาแบบนั้นอีกด้วย
ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้นี่เอง! ขอเพียงบุรุษและสตรีอยู่ใกล้กันพอสมควร ความฝันที่ใช้ตระหนักรู้แจ้งในชีวิต ย่อมจะถักทอเข้าด้วยกัน
ซ้ำยังจะถักทอเข้าด้วยกันในรูปแบบของสามีภรรยาอีกด้วย! ซ้ำเรื่องสำคัญที่สุดคือ ความรู้สึกในความฝัน มักจะส่งผลกระทบต่อเนื่องมาจนถึงยามตื่น!
"ช่างเป็นตำหนักหมื่นวาสนาที่ยอดเยี่ยมจริงๆ... ถึงกับมีการชี้นำบุพเพด้วยเนี่ยนะ!!"
ฟางหยวนอดไม่ได้ที่จะอยากพ่นคำหยาบออกมา
"ถล่มก้นมารดามัน! ช่างเป็นของวิเศษที่รับผิดชอบแค่การฆ่าแต่ไม่รับผิดชอบการฝังจริงๆ"
(สำนวนจีนประมาณว่า ก่อเรื่องแล้วไม่รับผิดชอบ หรือทำแล้วทิ้งปัญหาไว้ให้)
ฟางหยวนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หากไปกระตุ้นตำหนักหมื่นวาสนาท่ามกลางฝูงชนเข้า มิใช่ว่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายใหญ่โตหรอกรึ! เขาถอนหายใจ พลางมองดูตำหนักหมื่นวาสนาในมือ
เขาอยากจะถามจริงๆ ว่า ตกลงแล้วอัจฉริยะน้อยคนไหนกันแน่ ที่เป็นคนหลอมสร้างนิติเวชชิ้นนี้ขึ้นมา?
"การเดินทางครั้งนี้ แม้จะก่อเรื่องยุ่งยากขึ้นมาบ้าง ทว่าผลเก็บเกี่ยวยังนับว่าไม่น้อยเลยทีเดียว"
ฟางหยวนพึมพำกับตนเอง: "อย่างน้อย ของวิเศษที่ไร้ศีลธรรมชิ้นนี้ ก็ไม่ได้ตกไปอยู่ในมือของผู้อื่น"
"หึๆ... วันหน้าจะมีเพียงข้าที่จัดการคนอื่นได้ ย่อมไม่มีผู้ใดมาจัดการข้าได้อีกแล้ว"
ยิ้มบางๆ ครั้งหนึ่ง ฟางหยวนพลิกฝ่ามือ จัดการเก็บตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้เข้าสู่ร่างกายของตนเองทันที
แตกต่างจากยามปกติที่ฟางหยวนมักจะเก็บของไว้ในช่องเก็บของระบบ ตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้ มีบทสวดสำหรับจัดเก็บในตัว
ขอเพียงท่องบทสวดจัดเก็บในใจ ตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้ก็จะเข้าสู่ร่างกายเจ้าของโดยอัตโนมัติ
ในเวลานี้ ตำหนักหมื่นวาสนาขนาดเท่ากำปั้นหลังนี้ ได้ลอยเด่นอยู่ในจุดตันเถียนของฟางหยวน พลางหมุนวนอย่างเชื่องช้า
ทุกครั้งที่หมุนครบหนึ่งรอบ มันจะแผ่ซ่านคลื่นพลังงานออกมาสายหนึ่ง เพื่อชะล้างร่างกายของฟางหยวน
ภายใต้สรรพคุณของคลื่นพลังงานอันลี้ลับนี้ ฟางหยวนสัมผัสได้ถึงความผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ถึงกับมีสรรพคุณเช่นนี้ด้วยรึ? กลับไปคงต้องศึกษาดูให้ดีเสียแล้วว่า ตำหนักหมื่นวาสนานี้ยังมีสรรพคุณอื่นใดอีกบ้าง"
แววตาของฟางหยวนทอประกายขึ้นเล็กน้อย: "ตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้ในยุคโบราณย่อมต้องมีสถานะไม่ธรรมดาเป็นแน่ ความลี้ลับของมันย่อมไม่ได้มีเพียงเท่านี้อยู่แล้ว"
"เคล็ดวิชาคุมวัตถุฉบับย่อแห่งว่านถัวซานเอง ข้าก็เพิ่งจะเรียนรู้ไปได้แค่หน้าแรก รู้สึกได้เลยว่าเคล็ดวิชานี้ ไม่ธรรมดาอย่างยิ่ง"
เมื่อคิดได้ดังนี้ ฟางหยวนพลันดีดนิ้วดังเปรี้ยง สายฟ้าสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้นตรงทางเข้าออกมิติซ้อนทับ
ร่างของเขา เลือนหายไปจากจุดเดิมตามไปด้วย
ยามที่ปรากฏตัวอีกครั้ง เขาได้มาอยู่ ณ ทางเข้ามิติซ้อนทับแล้ว
แน่นอนว่า สำหรับฟางหยวนในยามนี้ ที่นี่คือทางออกแล้วล่ะ
ที่แห่งนี้ ไม่มีสิ่งใดให้เขาต้องอาลัยอาวรณ์อีกต่อไป
แม้จะผ่านพ้นอุปสรรคเล็กๆ น้อยๆ มาบ้าง ทว่าสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มันก็ได้ถูกเขาเก็บเข้ากระเป๋าเรียบร้อยแล้ว
การที่สามารถทำให้สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่ก้าวเข้าสู่มิติซ้อนทับแห่งนี้ต้องติดกับได้ ย่อมเป็นการบ่งบอกถึงความร้ายกาจของตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี
…
ณ ลานเล็ก
ฟางหยวนนั่งอยู่บนเก้าอี้เอนหลัง ในมือมีตำหนักหมื่นวาสนาที่ดูราวกับงานศิลปะลอยเด่นอยู่
เกี่ยวกับฟังก์ชันมากมายของตำหนักหมื่นวาสนา ฟางหยวนกำลังทำความเข้าใจไปทีละอย่าง
ตามที่ความเข้าใจในตำหนักหมื่นวาสนาลึกซึ้งขึ้น ฟางหยวนก็ยิ่งรู้สึกตื่นตระหนกมากขึ้นเรื่อยๆ
ตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้ ฟังก์ชันที่ทำให้คนตระหนักรู้แจ้งนั้น กลับเป็นเพียงสรรพคุณพื้นฐานที่สุดเท่านั้นเอง
การลอยเด่นอยู่ในจุดตันเถียน เพื่อผลักดันการวิวัฒนาการของร่างกาย คือสรรพคุณอย่างที่สองของตำหนักหมื่นวาสนาแห่งนี้! ตำหนักหมื่นวาสนอยู่ในร่างกายของเขามาได้ไม่ถึงหนึ่งวัน เขาก็สัมผัสได้ว่ากายาอัสนีวิญญาณของตนเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างขึ้นแล้ว
ดูเหมือนว่า... จะกลายเป็นบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น!
ไม่เพียงเท่านั้น บนหน้าต่างคุณสมบัติที่ระบบแสดงผล ยังเป็นข้อพิสูจน์ว่าความรู้สึกของฟางหยวนนั้นถูกต้อง
[บุคคล: ฟางหยวน]
[ขอบเขต: อาจารย์ยุทธ์ขั้นสูงสุด]
[ปราณโลหิต: 170,000 คา]
[สภาพร่างกาย: กายาอัสนีวิญญาณ ความคืบหน้า 3%]
[พรสวรรค์: พรสวรรค์ธาตุไม้ระดับต้น, พรสวรรค์ธาตุสายฟ้าระดับสูง, พรสวรรค์ธาตุไฟระดับต้น, พรสวรรค์ธาตุมิติระดับต้น]
[เคล็ดวิชา: เคล็ดวิชาลมหายใจแห่งชีวิต, วิชาปราณโลหิตอมตะ, เคล็ดวิชาคุมวัตถุฉบับย่อแห่งว่านถัวซาน 4%]
[ทักษะการต่อสู้: หมัดหล่อหลอมกายา, พละกำลังทวีคูณ, เนตรซ้อน, พลังกระแทกฉับพลัน, ดั่งขุนเขา, วิชากระบี่อักษรหญ้า]
[อิทธิฤทธิ์: กลืนกินสายฟ้า, ก้าวกระโดดอัสนี, ม่านพลังมิติ]
ในรายการคุณสมบัติ ตรงช่องสภาพร่างกายกายาอัสนีวิญญาณ มีการแสดงผลความคืบหน้าเพิ่มขึ้นมาด้วย!
มองดูตัวเลข 【3%】 นี้ ฟางหยวนเริ่มครุ่นคิด
เห็นได้ชัดว่า การที่สภาพร่างกายของเขาแปรเปลี่ยนเป็นกายาอัสนีวิญญาณนั้น น่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
และความคืบหน้า 3% นี้ คือการแสดงให้เห็นว่าบนเส้นทางสายกายาอัสนีวิญญาณนี้ เขาได้เดินมาได้ 3% แล้ว
แม้จะไม่มาก ทว่านี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเพราะมีตำหนักหมื่นวาสนานี้นั่นเอง