- หน้าแรก
- โชคของผมพุ่งขึ้นพันล้านแต้ม!
- บทที่ 1392 นึกจะไปก็ไป!
บทที่ 1392 นึกจะไปก็ไป!
บทที่ 1392 นึกจะไปก็ไป!
ระยะห่างตั้งสองร้อยเมตร!
ดูเหมือนว่านักพรตอู๋เฉินจะรำคาญไต้ซืออู้เฉินเข้าไส้จริงๆ!
แต่ถึงจะรังเกียจเพียงใด เขาก็ยังอุตส่าห์เผื่อแผ่ความหวังดีมาถึงไต้ซืออู้เฉินด้วย
นี่มันคู่รักคู่แค้นชัดๆ ไม่ใช่หรือไง?
ผู้ชมหลายคนแอบใจสั่น รู้สึกเหมือนได้ค้นพบคู่จิ้นคู่ใหม่เข้าให้แล้ว!
“ฮ่าๆๆ ขำจนปวดท้องเลย!”
“สร้างบ้านแยกกันคนละหลัง แถมยังอยู่ไกลกันตั้งขนาดนั้น!”
“แบบนี้ ต่อไปถ้าไต้ซืออู้เฉินจะกรนเสียงดังหรือนั่งแทะเนื้อ ก็คงไม่ไปรบกวนนักพรตอู๋เฉินอีกแล้วล่ะนะ”
“ดูท่านักพรตอู๋เฉินจะลำบากใจกับเรื่องนี้มานานแล้วล่ะสิ!”
“หลู่จื้อเซินยังก้มหน้าก้มตาโค่นต้นไม้อยู่อีกเหรอ? ทำไมไม่ถอนมันออกมาเลยล่ะ โชว์วิชาถอนต้นหลิวด้วยมือเปล่าไปเลย!”
“ถ้าเป็นต้นไม้เล็กๆ ก็คงได้อยู่หรอก แต่ไอ้พวกนี้มันค่อนข้างใหญ่นะ ถอนยากอยู่น่ะ”
...........
ผู้ชมต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์
ในขณะนั้น นักพรตอู๋เฉินใช้กิ่งไม้ทำเครื่องหมายต่างๆ ไว้บนพื้นดิน
“ตำแหน่งและขนาดของบ้าน อาตมาวาดไว้ให้แล้ว ท่านก็สร้างตามนี้แล้วกันนะ”
“อาตมาขอตัวไปฝึกลมปราณสักครู่”
นักพรตอู๋เฉินเอ่ยกับไต้ซืออู้เฉิน
การฝึกหายใจและโคจรลมปราณในวันนี้ยังไม่ได้เริ่มเลย
จะขาดไปแม้แต่เพียงวันเดียวก็ไม่ได้
เมื่อเห็นดังนั้น ไต้ซืออู้เฉินก็โบกมือปัดไปมา
“มีแต่แกนี่แหละ ไอ้นักพรตงี่เง่าที่เรื่องเยอะที่สุด!”
“รีบๆ ไปเถอะ ฝึกลมปราณเสร็จแล้วอย่าลืมมาทำกับดักให้ข้าด้วยนะ ข้าจะเอาสิบอันเลย!”
เขาตะโกนไล่หลัง
นักพรตอู๋เฉินมีสีหน้าที่บรรยายไม่ถูก ก่อนจะหันหลังเดินไปหาสถานที่สงบๆ เพื่อฝึกลมปราณ
กับดักสิบอัน
ต่อให้แถวนี้จะมีรังกระต่ายสักสิบที่ กับดักสิบอันมันก็จับได้ไม่นานหรอก!
สู้ทำกับดักน้อยๆ แล้วค่อยๆ จับไปจะดีกว่า
จะได้รับผลที่ยั่งยืนกว่าด้วย
แต่เขาก็คร้านที่จะไปอธิบายเหตุผลให้หลู่จื้อเซินฟัง เพราะเจ้านี่มองเห็นแต่เนื้อที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น พูดไปก็ไลฟ์บอย
ต่อมา ผู้ชมจำนวนมหาศาลก็เริ่มทยอยออกจากห้องไลฟ์สดนี้ไป
เนื่องจากนักพรตอู๋เฉินปลีกตัวไปบำเพ็ญเพียรในที่ลับตาแล้ว
ภาพในจอก็ไม่เห็นไต้ซืออู้เฉิน ไม่มีอะไรน่าติดตามแล้ว สภาพก็คงจะเหมือนที่ผ่านมา
ดังนั้น ผู้ชมจำนวนมากจึงแห่กันกลับไปยังห้องไลฟ์สดของเย่ฮั่นแทน
ในเวลานี้ เย่ฮั่นและซูเสี่ยวชีทานมื้อเช้าเสร็จและเก็บกวาดข้าวของเรียบร้อย เตรียมตัวเดินทางกลับบ้านเกิดแล้ว
หลังจากผ่านเหตุการณ์จระเข้น้ำเค็มยักษ์มาเยือน พวกเขาก็ไม่ได้นอนต่ออีกเลย
แต่กลับเฝ้าระวังภัยอยู่ตลอด พร้อมกับจัดการชำแหละซากจระเข้น้ำเค็มตัวนั้นจนเสร็จสิ้น และพร้อมที่จะขนย้ายกลับไป
หนังจระเข้คุณภาพดีหนึ่งผืน พร้อมด้วยเนื้อจระเข้จำนวนมหาศาล ถูกนำไปพาดไว้บนหลังของเจ้าต้าเนี่ยวเอ๋อร์และเสี่ยวฮานฮาน
นอกจากนี้ เย่ฮั่นยังได้หาเพรียงทะเลมาจำนวนหนึ่ง นำมาอบแห้งและบดจนเป็นผงเพื่อพกกลับไปด้วย
การใส่ผงเพรียงทะเลลงในอาหาร จะช่วยให้รสชาติกลมกล่อมและสดชื่นขึ้นมาก
เย่ฮั่นนำทีมเริ่มออกเดินทางกลับทันที
ในระหว่างการเดินทางก็ไม่ได้มีอะไรหวือหวานัก
ก็มีแค่เจ้าต้าหวงที่ทำท่าทางตลกๆ บ้าง หรือเย่ฮั่นกับซูเสี่ยวชีที่คุยกันเรื่องตลกทะลึ่งตึงตังบ้าง ซึ่งผู้ชมก็ยังคงรับชมได้อย่างเพลิดเพลิน
ขณะเดียวกัน ก็มีผู้ชมอีกจำนวนไม่น้อยที่คอยติดตามสถานการณ์ในห้องไลฟ์อื่นๆ
ในปัจจุบัน ทางฝั่งผู้เข้าแข่งขันต่างชาตินั้นไม่ค่อยมีอะไรน่าสนใจเท่าไหร่
ส่วนใหญ่เป็นผู้เข้าแข่งขันที่ผู้ชมไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตา จึงดูค่อนข้างน่าเบื่อ
ก็จะมีที่พอคุ้นบ้างอย่างทีมปลาพยากรณ์ หรือทีมอัศวินฮิปโป
แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
แน่นอนว่าผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ จากแคว้นสวรรค์ในตอนนี้ก็ค่อนข้างสงบเช่นกัน
แต่ละคนต่างก็มีวิถีชีวิตของตนเองที่มั่นคงดี
นั่นทำให้ผู้ชมจำนวนมากเริ่มคิดว่า ในตอนสุดท้าย ผู้เข้าแข่งขันที่สามารถยืนหยัดได้จนครบสามร้อยหกสิบห้าวัน น่าจะไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียวแน่ๆ
หากเป็นเช่นนั้นจริง ถึงเวลานั้นคงต้องมีการต่อเวลาพิเศษเพื่อตัดสินแชมป์กันแน่!
แน่นอนว่านั่นเป็นเรื่องของอนาคตที่ยังไม่มีใครบอกได้
ภาพตัดมาที่คู่จิ้นเฟิงกวาง
ช่วงนี้ชีวิตของทั้งคู่ค่อนข้างราบเรียบ เหลิ่งเฟิงอย่างมากก็แค่เดินเล่นไปมารอบๆ ที่พัก ไม่ได้ออกไปไหนไกล
ชีวิตในแต่ละวันคือการเล่นกับเจ้าหู่จื่อและให้อาหารหมู
ในตอนนี้ เหลิ่งเฟิงกำลังจับปลาอยู่ที่ริมทะเลสาบ เขาใช้ตาข่ายดักปลาที่ทำขึ้นเอง ซึ่งแต่ละครั้งก็ได้ปลามาจำนวนมาก
แต่ตอนนี้เหลิ่งเฟิงเริ่มจะเบื่อปลาพวกนี้เต็มทนแล้ว
ปลาน้ำจืดน่ะอร่อยก็จริง แต่มันก็ขึ้นอยู่กับวิธีปรุงด้วย
ด้วยฝีมือของหลี่กวง ย่อมไม่อาจนำไปเปรียบเทียบกับซูเสี่ยวชีได้แน่นอน
ดังนั้นรสชาติที่ออกมาจึงมักจะมีกลิ่นคาวปนอยู่เสมอ
ช่วงนี้เหลิ่งเฟิงจึงเริ่มคิดว่า จะฆ่าลูกหมูป่าสักตัวมาทำอาหารดีไหม?
แต่ก็ยังแอบเสียดาย อยากจะเลี้ยงให้มันอ้วนกว่านี้อีกหน่อย
และเขายังมีความคิดอีกอย่างหนึ่ง นั่นคือการทำหมันให้กับลูกหมูป่า
ปกติคนที่เลี้ยงหมู มักจะทำหมันให้พวกมัน
เพื่อให้เนื้อหมูที่ได้มีคุณภาพดีกว่าเดิม
เพียงแต่เหลิ่งเฟิงกับหลี่กวงนั่งขบคิดกันอยู่นาน ก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจัดการยังไงดี
หลี่กวงบอกว่าให้เชือดไปเลยทีเดียว ซึ่งมันดูโหดร้ายเกินไป
เหลิ่งเฟิงจึงบอกว่า เหมือนจะไม่ต้องเชือดนะ แค่ตัดไข่ออกก็พอแล้วมั้ง
ทั้งคู่มีความเห็นที่ไม่ตรงกันนัก
และอย่าลืมว่ายังมีแม่หมูอยู่อีก ซึ่งการทำหมันให้แม่หมูนั้นยิ่งยากกว่าเดิมเข้าไปใหญ่
สุดท้ายทั้งคู่จึงต้องจำใจล้มเลิกความคิดนี้ไปก่อน
ในขณะนั้น หู่จื่อ สัตว์เทพเฝ้าคอกหมู กำลังนอนหมอบอยู่ที่หน้าคอกหมูพลางจ้องมองลูกหมูที่อยู่ข้างใน
ดูออกเลยว่ามันกำลังรู้สึกเบื่อ
ผู้ชมส่วนใหญ่ในตอนนี้ต่างก็พากันมาดูเจ้าหู่จื่อกันทั้งนั้น
เพราะหลี่กวงกำลังจับปลาเพื่อเตรียมมื้อเช้า
ส่วนเหลิ่งเฟิงกำลังฝึกซ้อมมวยอยู่ที่ไกลออกไปเล็กน้อย
“หู่จื่อ แม่มาหาแล้วนะลูก!”
“หน้าตาบ้องแบ๊วน่ารักจริงๆ เลย อยากจะลูบหัวมันจัง!”
“ถ้าฉันได้มีโอกาสขึ้นเกาะนะ ฉันจะไม่ไปหาเย่ฮั่นหรอก แต่จะมาหาเจ้าหู่จื่อนี่แหละ!”
“ใจแคบไปหน่อยนะพี่ชาย ถ้าฉันได้ขึ้นเกาะนะ ฉันจะตระเวนไปดูผู้เข้าแข่งขันจากแคว้นสวรรค์ของเราให้ครบทุกคนเลย!”
“ฝันต่อไปเถอะ อย่าเพิ่งตื่นล่ะ!”
“ถ้าฉันเปย์สักหนึ่งร้อยล้าน จะให้ฉันขึ้นเกาะได้ไหมนะ?”
“ก่อนอื่นนายต้องมีร้อยล้านให้ได้ก่อนเถอะเพื่อน ตั้งใจแบกอิฐต่อไปเถอะ เดี๋ยวก็ได้ดีเอง!”
“ตราบใดที่ยังไม่ตาย สักวันต้องได้ดี! ทุกคนสู้ๆ นะ ตั้งใจทำงานให้เหล่านายทุนกันต่อไปเถอะ!”
..............
ผู้ชมพากันคุยสัพเพเหระอยู่ในห้องไลฟ์สด มีเรื่องคุยกันไปร้อยแปด
ครู่ต่อมา หู่จื่อที่นอนหมอบอยู่ตรงนั้นก็ผล็อยหลับไป
ในจังหวะนี้ เหลิ่งเฟิงและหลี่กวงเริ่มทานมื้อเช้า หลังจากทานเสร็จก็นั่งพักผ่อนรับลมเย็นๆ อยู่ใต้ต้นไม้ พลางมองดูลูกหมูในคอกและเจ้าหู่จื่อที่อยู่นอกคอก
ชีวิตช่างดูเรียบง่ายและงดงามยิ่งนัก
“อากวง นายว่าชีวิตช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?”
เหลิ่งเฟิงเอ่ยถามขึ้น
กึก!
เมื่อได้ยินประโยคนี้ ใจของหลี่กวงก็กระตุกวูบทันที
แย่แล้ว!
ที่เหลิ่งเฟิงพูดแบบนี้ แสดงว่าเขาเริ่มเบื่อแล้ว และอยากจะออกไปหาเรื่องใส่ตัวอีกแล้วแน่นอน!
“พี่เฟิงครับผมว่าชีวิตตอนนี้ดีมากเลยนะครับพวกเรายังมีลูกหมูต้องคอยเลี้ยงนะทิ้งไปไหนไม่ได้หรอกครับพี่เฟิงเอาเป็นว่าผมไม่คุยด้วยแล้วนะจู่ๆ ผมก็ปวดท้องขึ้นมาน่ะครับ!”
หลี่กวงรัวคำพูดออกมาเป็นชุด
ไม่มีจังหวะหยุดพักแม้แต่นิดเดียว!
จากนั้นเขาก็รีบวิ่งหนีออกไปให้ห่างจากเหลิ่งเฟิง เพื่อไม่ให้เหลิ่งเฟิงมีโอกาสได้เอ่ยปากพูดต่อ
เมื่อเห็นดังนั้น เหลิ่งเฟิงก็ได้แต่ส่ายหัวพลางหัวเราะออกมา
เอาเถอะ!
งั้นก็อยู่แบบนี้ต่อไปก่อนแล้วกัน รออีกสักพักค่อยว่ากันใหม่
ทว่าในครั้งนี้ หลี่กวงระมัดระวังตัวมาก
เมื่อแน่ใจว่าปิดการไลฟ์สดเรียบร้อยแล้ว เขาจึงค่อยนั่งยองๆ ลง
ที่บอกว่าปวดท้องน่ะเป็นข้ออ้าง แต่ความจริงในตอนนี้เขาอยากจะเข้าห้องน้ำจริงๆ นั่นแหละ
ผู้ชมต่างพากันขำจนตัวงอ ดูสิว่าเหลิ่งเฟิงบีบคั้นหลี่กวงจนเป็นสภาพแบบไหนไปแล้วเนี่ย!
ต่อจากนั้น ภาพก็ตัดมายังอีกด้านหนึ่ง
ทางฝั่งของจางฮ่าวหรานและเทียนหลาง
ในช่วงที่ผ่านมา จางฮ่าวหรานอยู่ในสภาวะ ‘พักผ่อนระยะยาว’
ในแต่ละวันเขาพักอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่ของคู่จิ้นเฟิงกวาง กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็กิน
แม้แต่การล่าสัตว์ก็ไม่ต้องลงมือเอง เพราะเจ้าเทียนหลางจะออกไปล่าเหยื่อและคาบกลับมาส่งให้ถึงที่เอง
ทว่าผู้ชมต่างพากันร้อนอกร้อนใจ เพราะพวกเขาอยากเห็นจางฮ่าวหรานออกไปเคลื่อนไหวบ้าง
ในฐานะที่เป็น ‘จอมมาร’ บนเกาะแห่งนี้ หากจะเร่งให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นต้องถอนตัวหรือเสียชีวิตลงล่ะก็ มีเพียงจางฮ่าวหรานเท่านั้นที่พึ่งพาได้!
ทว่าในตอนนี้ จางฮ่าวหรานเองก็เริ่มมีความคิดที่จะออกไปเดินเล่นข้างนอกบ้างแล้ว
ถึงแม้เขาจะค่อนข้างชอบบ้านหลังใหญ่ที่มีต้นไม้ในลานบ้านหลังนี้ แต่จางฮ่าวหรานก็ยังรู้สึกว่า ถึงเวลาต้องออกไปข้างนอกบ้างแล้ว
นึกจะไปก็ไป!
นี่คือสิ่งที่หลายคนอิจฉาจางฮ่าวหรานที่สุด พวกเขาเองก็อยากจะไปออกทริปแบบนึกจะไปก็ไปได้เลยเหมือนกัน แต่ติดที่ยังต้องทำงานและต้องเรียนหนังสือ!
ต่อมา ผู้ชมทุกคนต่างก็ได้เห็นว่า จางฮ่าวหรานเริ่มลงมือเก็บข้าวของแล้ว!
ข่าวนี้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว!
จบบท