- หน้าแรก
- รักซ่อนเร้นของยัยรุ่นพี่ตัวร้ายกับนายนักเขียนอัจฉริยะ
- บทที่ 27: โทรศัพท์จากลูกพี่ลูกน้อง
บทที่ 27: โทรศัพท์จากลูกพี่ลูกน้อง
บทที่ 27: โทรศัพท์จากลูกพี่ลูกน้อง
คืนนั้น หลี่ฮ่าวหยางกลับมาที่หอพัก
เมื่อเห็นใบหน้าที่ยิ้มกริ่มของเขา หวังต้าชุยก็ถามอย่างฉุนเฉียวว่า "โค้ช! ยิ้มหน้าบานขนาดนี้ นายแอบไปเด็ดดอกฟ้ามาแล้วใช่ไหม"
"ถูกต้องแล้วครับ"
หลี่ฮ่าวหยางหุบยิ้มไม่ได้เลย เขาเหลือบมองเพื่อนร่วมหอทั้งสามคนแล้วประกาศอย่างเป็นทางการว่า "ผม หลี่ฮ่าวหยาง เป็นคนแรกที่มีแฟนแล้วครับ!"
"ไล่มันออกจากหอ 515 ไปเลย!" หวังต้าชุยเริ่มตะโกนปลุกระดม
ในขณะเดียวกัน เขาก็เปลี่ยนชื่อกลุ่มแชตของหอพักด้วย
เขาเปลี่ยนจาก "515" เป็น "【หมา】【หมา】【คน】【คน】"
อีโมจิรูปหมาสองตัว และอีโมจิรูปคนสองคน ผู้ชายกับผู้หญิงกำลังจับมือกัน
อีโมจิเล็กๆ ทั้งสี่ตัวนี้กลายมาเป็นชื่อกลุ่มแชตใหม่ของหอพัก 515
หวังต้าชุยกอดคอหลัวเย่แล้วพูดด้วยความเจ็บปวดว่า "น้องเย่ การมีแฟนนี่มันดีตรงไหนวะ ปล่อยให้พวกมีคู่มันอิจฉาความสุขของคนโสดอย่างพวกเราไปเถอะ"
ขณะที่พูด จู่ๆ หวังต้าชุยก็ขมวดคิ้ว
เพราะเขาสังเกตเห็นบางอย่างบนตัวหลัวเย่ที่ไม่ควรจะอยู่ตรงนั้น
เส้นผม...
ผมยาว!
ยาวมาก ความยาวระดับนี้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องถึงเอวแน่ๆ
เมื่อสังเกตเห็นสิ่งนี้ สมองของหวังต้าชุยก็แล่นฉิว ใบหน้าของผู้หญิงนับไม่ถ้วนผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที และสุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่ภาพของคนคนหนึ่ง
"เชี่ยเอ๊ย น้องเย่ มิน่าล่ะวันนี้ถึงไม่เห็นหน้านายทั้งวัน ที่แท้นายก็แอบไปเดตกับถังเอินฉีมานี่เอง!"
หลัวเย่: ?
อะไรวะเนี่ย?
หวังต้าชุยคิดอยู่นาน คนเดียวที่มีผมยาวขนาดนี้ที่หลัวเย่พอจะรู้จักและออกไปเที่ยวด้วยได้ภายในเวลาไม่ถึงเดือนนับตั้งแต่เปิดเทอม ก็มีอยู่แค่คนเดียวเท่านั้นแหละ
นั่นก็คือ ถังเอินฉี เพื่อนร่วมชั้นสมัยมัธยมปลายของหลัวเย่นั่นเอง
ประกอบกับวันนี้ ถังเอินฉีปฏิเสธคำชวนไปเดตของเขาโดยบอกว่ามีนัดแล้ว ก็ยิ่งทำให้หวังต้าชุยปักใจเชื่อมากยิ่งขึ้น
"แหมๆ น้องเย่ กล้ามาหยามเกียรติผู้หญิงของพี่ต้าชุยเหรอวะ... ว่ามาสิ พวกนายไปถึงขั้นไหนกันแล้ว"
ครึ่งแรกของประโยค หวังต้าชุยแค่แกล้งทำเป็นโกรธไปอย่างนั้นแหละ แต่ครึ่งหลังนี่สิ เผยธาตุแท้ความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้านออกมาซะหมดเปลือก
"ฉันไม่ได้ไปเที่ยวกับถังเอินฉีสักหน่อย ฉันไปเที่ยวกับรุ่นพี่นางฟ้า... เอ่อ ไปกับรุ่นพี่มาต่างหาก"
"รุ่นพี่เหรอ" หวังต้าชุยมองหลัวเย่ด้วยสายตากึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
"อืม รุ่นพี่"
"ปีไหนล่ะ"
"ปีสาม"
"เชี่ยเอ๊ย"
หวังต้าชุยพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ "รุ่นพี่ปีสามเนี่ยนะ? น้องเย่ พี่ขอเตือนไว้ก่อนนะเว้ย พวกนักศึกษาปีสามที่ยังมาคอยเต๊าะเด็กปีหนึ่งน่ะ ส่วนใหญ่มักจะหาแฟนรุ่นเดียวกันไม่ได้ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ อย่าให้โดนเสือหิวตะครุบกินซะล่ะ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าอันงดงามไร้ที่ติของซูไป๋โจวก็ผุดขึ้นมาในหัวของหลัวเย่
รุ่นพี่นางฟ้าเนี่ยนะหาแฟนไม่ได้?
ตลกน่า!
หลัวเย่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
"คนตามจีบรุ่นพี่นางฟ้าต่อคิวยาวไปถึงดวงจันทร์ได้เลยเหอะ!"
"ฉันไม่เชื่อหรอก"
หวังต้าชุยเบ้ปาก แล้วกะพริบตาพูดด้วยรอยยิ้มขี้เล่นว่า "เว้นแต่... นายจะเอารูปให้ฉันดู"
"ไม่เอาหรอก ฉันกับรุ่นพี่นางฟ้ายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ขืนเอารูปให้ดู เดี๋ยวรุ่นพี่ก็เสื่อมเสียชื่อเสียงหมดสิ"
"ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย ก็แค่รูปใบเดียวเอง น้องเย่ เดี๋ยวนี้มีความลับกับพ่อแล้วเหรอ พ่อปวดใจจริงๆ"
อย่างไรก็ตาม หวังต้าชุยก็ไม่ได้ดึงดันจะดูรูปให้ได้ เมื่อเห็นว่าหลัวเย่ไม่อยากให้ดู เขาก็ไม่เซ้าซี้ต่อ
"ว่าแต่ ใกล้จะถึงวันหยุดยาวแล้วนะ พวกนายมีแพลนจะทำอะไรกันบ้าง"
คำถามนี้มุ่งเป้าไปที่หลัวเย่เป็นหลัก เพราะอีกสามคนเป็นคนมณฑลเดียวกันหมด ยังไงก็ต้องกลับบ้านอยู่แล้ว
มีแค่หลัวเย่คนเดียวที่บ้านเกิดอยู่ที่เมืองหลวง ห่างจากเมืองเจียงเฉิงตั้งพันกว่ากิโลเมตร ขืนกลับบ้านคงเสียเวลาเดินทางแย่
"ไม่รู้สิ ถ้าไม่กลับบ้าน ก็คงนั่งปั่นนิยายอยู่หอแหละมั้ง"
หลัวเย่ตอบอย่างลังเล เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะทำอะไรดี จะให้หมกตัวปั่นนิยายทั้งวันก็คงไม่ไหว
บางทีเขาอาจจะใช้เวลาว่างไปตะลอนเที่ยวรอบเมืองเจียงเฉิงให้หนำใจไปเลย
ก็แหงล่ะ เมืองเจียงหนาน เมืองแห่งแม่น้ำและทะเลสาบ มีสถานที่สวยๆ งามๆ นับไม่ถ้วน เขาจะมาอุดอู้ซึมกระทืออยู่แต่แถว ม.เจียง ตลอดไปได้ยังไงกัน
"ยังไงก็ตาม ถ้านายอยู่หอคนเดียว มีเรื่องอะไรก็อย่าลืมบอกพวกเรานะเว้ย" หวังต้าชุยเอ่ยเตือน
หลี่ฮ่าวหยางก็พยักหน้าเห็นด้วยแล้วบอกว่า "น้องหลัวเย่ มีอะไรก็โทรมาหาพี่ได้เลย บ้านพี่อยู่เจียงเฉิงนี่เอง ใกล้นิดเดียว"
เสิ่นเฉียวที่นั่งอยู่บนเตียงก็พูดขึ้นบ้าง "ถึงบ้านฉันจะไม่ได้อยู่เจียงเฉิง แต่ฉันก็ต้องไปหามหาวิทยาลัยการแพทย์เพื่อไปหาแฟนอยู่ดี มีอะไรให้ช่วยก็บอกได้เลยนะ"
เมื่อเห็นรูมเมตเป็นห่วงเป็นใยขนาดนี้ หลัวเย่ก็รู้สึกซาบซึ้งใจสุดๆ
ในตอนนั้นเอง หวังต้าชุยก็ทำท่าเก๊กหล่อแล้วพูดว่า "ไม่ต้องซาบซึ้งไปหรอก ในฐานะพ่อนาย การเป็นห่วงลูกมันก็เป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว"
หลี่ฮ่าวหยางกับเสิ่นเฉียวต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย
หลัวเย่ถึงกับพูดไม่ออก
อย่างไรก็ตาม วันนี้เพิ่งจะวันเสาร์เอง กว่าจะหยุดยาวก็ตั้งวันพุธหน้า ยังไม่ต้องรีบหรอก
...
สี่วันต่อมา
หลัวเย่เดินไปส่งรูมเมตคนสุดท้าย ก่อนจะหันกลับมามองหอพักที่ว่างเปล่า ความรู้สึกเหงาหงอยก็ก่อตัวขึ้นในใจ
น่าเบื่อชะมัด
พอรูมเมตไม่อยู่ หอพักก็เงียบกริบจนเขารู้สึกไม่ชิน ขนาดเล่นเกมยังกร่อยเลย
วันนี้พวกเขามีเรียนแค่คาบเช้าคาบเดียว พอเรียนเสร็จก็ถือว่าเริ่มหยุดยาวได้เลย
เสิ่นเฉียวกินข้าวเที่ยงกับหลัวเย่เสร็จก็ออกจากมหาวิทยาลัยไป
ไม่เพียงแค่หอพักเท่านั้นที่เงียบเหงา แต่ทั้งตึกหอพักชายก็แทบจะร้างผู้คน ขนาดพูดคุยกันตรงโถงทางเดินยังมีเสียงสะท้อนเลย
น่ากลัวแฮะ...
คืนนี้คงไม่มีผีโผล่มาหรอกนะ?
ในฐานะนักเขียนนิยายออนไลน์ จินตนาการของหลัวเย่นั้นล้ำเลิศเกินใครอยู่แล้ว
ถ้าเกิดมีผีโผล่มาจริงๆ มันคงจะน่ากลัวมาก น่ากลัวสุดๆ จนเขาต้องวิ่งไปขอกอดรุ่นพี่นางฟ้าเพื่อปลอบขวัญแน่ๆ
คิดได้ดังนั้น หลัวเย่ก็เปิดแอปวีแชตแล้วส่งข้อความหารุ่นพี่นางฟ้าทันที
หลัวเย่: รุ่นพี่นางฟ้าก็กลับบ้านเหมือนกันเหรอครับ
อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับทันที สงสัยจะยุ่งอยู่ล่ะมั้ง
ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์จากกู้หมิงเซวียนก็ดังขึ้น
พอหลัวเย่กดรับสาย เสียงของลูกพี่ลูกน้องก็ดังมาจากปลายสาย:
"ไอ้น้องชาย คุณป้าถามว่าหยุดยาวนี้นายจะกลับบ้านไหม ท่านจะได้เตรียมทำกับข้าวรอ"
พอได้ยินคำว่า "ทำกับข้าว" สีหน้าของหลัวเย่ก็เปลี่ยนไปทันที ราวกับนึกถึงความทรงจำอันเลวร้ายบางอย่าง เขารีบตอบกลับไปว่า "ไม่... ไม่ต้องหรอกครับ ปกติคุณป้าก็ยุ่งจะตายอยู่แล้ว ผมไม่อยากรบกวนท่านหรอกครับ ผมอยู่ที่เจียงเฉิงสบายดี"
"อ้อ อย่างนั้นเหรอ... งั้นคุณป้าคงเสียใจแย่เลยนะ นายจะไม่กลับมาจริงๆ เหรอ"
น้ำเสียงของกู้หมิงเซวียนฟังดูแปลกๆ เห็นได้ชัดว่าเขากำลังสนุกที่ได้เห็นหลัวเย่ตกที่นั่งลำบาก
คนหน้าตาดีมักจะมีความเจ้าเล่ห์ซ่อนอยู่ กู้หมิงเซวียนก็เหมือนเสิ่นเฉียวนั่นแหละ เต็มไปด้วยความขี้แกล้ง มีแค่รุ่นพี่นางฟ้าคนเดียวเท่านั้นแหละที่แตกต่างออกไป
"ไม่กลับครับ!" หลัวเย่ตอบกลับอย่างหนักแน่น
"น่าเสียดายจังเลยน้า... แต่ที่ฉันโทรมาไม่ได้จะคุยเรื่องนี้หรอกนะ ไอ้น้องชาย หวานใจของนายน่าจะต้องกลับบ้านแน่ๆ พี่ขอเตือนไว้ก่อนนะ ช่วงนี้นายควรจะใส่ใจเธอให้มากๆ หน่อย"
พอได้ยินเรื่องที่เกี่ยวกับรุ่นพี่นางฟ้า หลัวเย่ก็เริ่มจริงจังขึ้นมาทันที แล้วถามกลับ "รุ่นพี่นางฟ้าเป็นอะไรไปเหรอครับ"
"มีข่าวลือเสียๆ หายๆ เกี่ยวกับเธอที่บ้านเกิดเยอะแยะไปหมด... แต่เอาเถอะ รู้จักนิสัยนายดี ต่อให้ฉันไม่พูดอะไร นายก็คงจะทำอยู่แล้วแหละ"
...
ณ ต่างประเทศ
กู้หมิงเซวียนวางสายโทรศัพท์
ข้างกายเขา มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเดินเข้ามาถาม "น้องชายนายเหรอ"
"ใช่ แต่พูดไปก็เท่านั้นแหละ ด้วยนิสัยของหลัวเย่แล้ว ไม่มีใครดูแลคนอื่นได้ดีเท่าเขาหรอก"
เนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก หลัวเย่จึงอาศัยอยู่กับพวกเขามาตั้งแต่เด็กๆ
การที่ต้องอาศัยอยู่ใต้ชายคาบ้านคนอื่น ทำให้หลัวเย่มีความคิดความอ่านเป็นผู้ใหญ่กว่าเด็กรุ่นเดียวกัน
ในขณะนั้นเอง หญิงสาวที่มีใบหน้าเย็นชายิ่งกว่าซูไป๋โจวก็ปรากฏตัวขึ้นข้างๆ ชายหนุ่มทั้งสอง
หญิงสาวคนนั้นสวยหยาดเยิ้มและรูปร่างสูงโปร่ง
เธอคือซูเปอร์สตาร์ระดับอินเตอร์ ตัวแม่แห่งวงการบันเทิงของประเทศเซี่ย อ้ายเหวินจวิน
"พี่สะใภ้ ในที่สุดพี่ก็ตัดสินใจจะพากชิงอวี่กลับประเทศแล้วเหรอครับ"
"ใช่ ชิงอวี่ไม่เหมาะที่จะเติบโตในประเทศนี้หรอก ฉันกับเหวินจวินตัดสินใจแล้วว่าจะพาเธอกลับประเทศเซี่ย" ชายหนุ่มตอบ
อ้ายเหวินจวินตั้งท้องหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย แต่ตอนนั้นเธอเป็นถึงดาราดังระดับท็อปแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับได้ เธอและเย่หมิงเจี๋ยผู้เป็นสามี จึงเลือกที่จะไปคลอดลูกที่ต่างประเทศแทน
กู้หมิงเซวียนมองดูเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่แอบซ่อนอยู่ด้านหลังอ้ายเหวินจวิน
เด็กผู้หญิงคนนั้นแอบมองเขา สีหน้าดูหวาดกลัวเล็กน้อย
เมื่อเห็นดังนั้น กู้หมิงเซวียนก็ยิ้มบางๆ แล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ชิงอวี่ตัวน้อย หนูมีความฝันอะไรบ้างไหมจ๊ะ"
"หนู... หนูอยากเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับท็อปเหมือนคุณแม่ค่ะ..." เด็กหญิงตัวน้อยรวบรวมความกล้าแล้วตอบ
เมื่อได้ยินดังนั้น กู้หมิงเซวียนก็ยิ้ม
"วันนั้นจะมาถึงอย่างแน่นอน..."