- หน้าแรก
- รักซ่อนเร้นของยัยรุ่นพี่ตัวร้ายกับนายนักเขียนอัจฉริยะ
- บทที่ 13: เดตแรก
บทที่ 13: เดตแรก
บทที่ 13: เดตแรก
ยังไงก็ตาม การไปเดินช็อปปิงกับสองสาวในวันนี้ก็สูบเงินค่าขนมของหวังต้าชุยและหลี่ฮ่าวหยางไปถึงหนึ่งในสี่เลยทีเดียว
กว่าจะถึงสิ้นเดือน พวกเขาคงได้กินแกลบแทนข้าวแน่ๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้น พอเดินกลับมาถึงหอพัก ทั้งคู่ก็มีสภาพห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรง
หลี่ฮ่าวหยางนอนแผ่หราอยู่บนเตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแชตกับหลิวปิงซิน
เงินก็เสียไปแล้ว จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้ ต้องจีบสาวให้ติดสิวะ
ต้องตีเหล็กตอนร้อน สานต่อความสัมพันธ์ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
หวังต้าชุยเองก็แอดคอนแท็กต์ถังเอินฉีไปแล้ว และส่งข้อความทักทายไปหาเธอด้วย
แต่ทว่า...
เธอไม่ได้ตอบกลับเขาเลยแม้แต่น้อย...
หวังต้าชุยรู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก
หรือว่าน้องเอินฉีจะยุ่งอยู่นะ?
ในหอพัก เสิ่นเฉียวมองดูทั้งสองคนแล้วส่ายหัวอย่างเงียบๆ
พวกไอ้หน้าโง่เนี่ยมักจะจบไม่สวยเสมอแหละ
จากนั้น เขาก็หันไปมองหลัวเย่
เขารู้สึกว่าหลัวเย่กับซูไป๋โจวมีโอกาสพัฒนาความสัมพันธ์กันได้
นี่คือลางสังหรณ์
ซูไป๋โจวเป็นถึงดาวมหาวิทยาลัยผู้เย็นชา แต่กลับจับพลัดจับผลูได้ขึ้นไปร้องเพลงคู่กับหลัวเย่บนเวที
โดยทั่วไปแล้ว สถานการณ์แบบนี้เขาเรียกว่าบุพเพสันนิวาส
(หวังต้าชุย: หึหึหึ)
แถมวันนี้ เขายังเห็นกับตาว่าหลัวเย่แอดวีแชตซูไป๋โจวไป และดูเหมือนฝ่ายหญิงจะกดรับแอดซะด้วย
นี่มันชัดเจนเลยว่ามีลุ้น
คิดได้ดังนั้น เสิ่นเฉียวก็หัวเราะลั่นออกมาขณะนั่งอยู่บนเตียง
เขา เสิ่นเฉียว คือผู้ที่มีความฉลาดทางอารมณ์สูงที่สุด คาดเดาทุกอย่างได้อย่างแม่นยำ ไร้เทียมทานดุจปรมาจารย์นักสืบ ราวกับผู้กุมบทละครไว้ในมือ
รูมเมตทั้งสามคนมองเสิ่นเฉียวที่จู่ๆ ก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาเหมือนคนบ้า
หวังต้าชุย: "ไอ้บ้าเอ๊ย"
หลี่ฮ่าวหยาง: "มันเสียสติไปแล้วเหรอวะ"
หลัวเย่: "เกิดอะไรขึ้นน่ะ"
ตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของหลัวเย่ก็ดังขึ้น
เป็นข้อความจากรุ่นพี่นางฟ้านั่นเอง
หลัวเย่รีบเปิดหน้าแชตดู
รุ่นพี่นางฟ้าบอกว่าเธอทำงานเสร็จแล้ว ถามว่าเขาสะดวกเล่นเกมกับเธอตอนไหน
แน่นอนว่าเขาต้องสะดวกเดี๋ยวนี้เลยสิ!
จากนั้น ซูไป๋โจวก็ส่งไอดีเกมของเธอมาให้
ชื่อนั้นคือ... ฉันคือสยงต้า (พี่หมี) นายอยากทำอะไรก็ทำเลย
ห๊ะ?
หลัวเย่มองชื่อนั้นแล้วถึงกับตกอยู่ในภวังค์
รุ่นพี่นางฟ้าตัวจริงกับในเกมช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว เธอตั้งชื่อแบบนี้จริงๆ เหรอเนี่ย
บางทีรุ่นพี่นางฟ้าอาจจะเป็นพวกโลกส่วนตัวสูงในชีวิตจริง แต่เฮฮาปาร์ตี้บนโลกออนไลน์ก็ได้
ในหอพักหญิง ซูไป๋โจวมองชื่อนั้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ อดไม่ได้ที่จะหันไปว่าฉินอวี่เหวิน "หน้าไม่อายจริงๆ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ฉินอวี่เหวินก็งงเป็นไก่ตาแตก ก่อนจะยืดอกอึ๋มๆ ของเธอแล้วเถียงกลับ "มาด่าฉันทำไมเนี่ย ฉันก็ใช้ชื่อนี้มาตั้งนานแล้ว ทำไมเมื่อก่อนไม่เห็นเธอจะบ่นอะไรเลย"
จากนั้นเธอก็สังเกตเห็นว่าในหน้าปาร์ตี้ของซูไป๋โจวมีคนอยู่สองคน แต่เธอก็ไม่ได้สนใจอะไร
ก็แน่ล่ะ นอกจากเธอที่เป็นรูมเมตแล้ว ซูไป๋โจวยังมีเพื่อนสนิทอีกคนที่เรียนหมออยู่ที่มหาวิทยาลัยการแพทย์เจียงเฉิงด้วย
เธอคงกำลังเล่นเกมกับเพื่อนสนิทอยู่แน่ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น... ซูไป๋โจวยังใส่หูฟังและเปิดไมค์สั่งการในเกมอีกต่างหาก
ฉินอวี่เหวินแทบจะฟันธงได้เลยว่าซูไป๋โจวกำลังเล่นเกมกับเพื่อนสนิทอยู่
ก็เพราะว่า การจะทำให้คนที่มีอาการประหม่าเวลาเข้าสังคมออนไลน์ยอมเปิดไมค์พูดได้ ต้องเป็นคนที่สนิทกันมากๆ เท่านั้นแหละ
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ซูไป๋โจวจะเปิดไมค์ แต่เธอก็แทบจะไม่พูดอะไรเลย ยังคงรักษามาดนิ่งๆ เย็นชาเอาไว้
แต่สำหรับหลัวเย่ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว การได้ยินเสียงของรุ่นพี่นางฟ้าทำให้หัวใจของเขาพองโตและรู้สึกมีความสุขอย่างเปี่ยมล้น
บางทีนี่อาจจะเป็นความรู้สึกของเด็กผู้ชายเวลาแอบชอบใครสักคน แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็มีความสุขแล้ว
หลัวเย่เล่นตำแหน่งซัพพอร์ต ถึงแม้เขาจะถนัดป่ามากกว่า แต่เป็นเพราะรุ่นพี่นางฟ้าขอให้เขาเล่นซัพพอร์ต
จะว่าไป สไตล์การเล่นเกมของรุ่นพี่นางฟ้าก็คล้ายกับรุ่นพี่ฉินอวี่เหวินมากๆ สมกับเป็นรูมเมตกันจริงๆ เข้าขากันสุดๆ
คืนนี้พวกเขาเล่นด้วยกันห้าตา และแพ้ไปแค่ตาเดียว
หลัวเย่เอ่ยปากชม "รุ่นพี่เล่นเกมเก่งเหมือนกันนี่ครับ ไม่เห็นเหมือนที่รุ่นพี่ฉินบอกเลย"
เมื่อได้ยินเสียงผ่านหูฟัง ซูไป๋โจวก็ตอบกลับเบาๆ "ก็พอได้แหละ แต่เก่งกว่าฉินอวี่เหวินเยอะ"
ฉินอวี่เหวินที่กำลังนั่งไถวิดีโออยู่ใกล้ๆ จู่ๆ ก็ได้ยินชื่อตัวเอง เธอเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง โบกไม้โบกมือแล้วโวยวาย "ซูไป๋โจว ฉันรู้สึกเหมือนเธอกำลังด่าฉันอยู่เลยนะ!"
เสียงของเธอดังลั่น จนถึงขนาดที่หลัวเย่ได้ยินทะลุหูฟังของซูไป๋โจวเข้ามาเลย
เมื่อได้ยินเสียงสดใสของฉินอวี่เหวิน เขาก็หัวเราะแล้วพูดว่า "นิสัยของรุ่นพี่ฉินในเน็ตก็ต่างจากตัวจริงมากเลยนะครับ ผู้หญิงทุกคนมีสองบุคลิกแบบนี้หรือเปล่าเนี่ย"
"จะคิดแบบนั้นก็ได้นะ" ซูไป๋โจวตอบกลับเสียงเรียบ
ถึงแม้รุ่นพี่นางฟ้าจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่เธอก็ตอบกลับทุกข้อความของเขาอย่างตั้งใจ
นั่นหมายความว่าเขาได้กลายเป็นเพื่อนของรุ่นพี่นางฟ้าแล้ว ไม่อย่างนั้น ด้วยนิสัยของรุ่นพี่นางฟ้าที่ร่ำลือกัน เธอคงไม่เสียเวลามาสนใจเขาหรอก
มาถึงขั้นนี้แล้ว หลัวเย่ก็เริ่มลังเลว่าเขาควรจะชวนรุ่นพี่นางฟ้าไปกินข้าวดีไหมนะ
จะใช้ข้ออ้างอะไรดีล่ะ?
เมื่อคิดได้ดังนั้น หลัวเย่ก็เปิดหน้าแชต QQ ของ "ฉินอวี่เหวิน" ขึ้นมาแล้วถามว่า:
รุ่นพี่ฉินครับ ถ้าผมชวนรุ่นพี่ซูไปกินข้าว รุ่นพี่คิดว่าเธอจะตกลงไหมครับ
เมื่อเห็นข้อความ ซูไป๋โจวก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบกลับไป:
นายรู้จักฉันมาตั้งนาน ทำไมถึงไปชวนเธอกินข้าวก่อนล่ะ
หลัวเย่ถึงกับอึ้ง
อ้อ จริงด้วย เขารู้จักรุ่นพี่ฉินในเกมมาพักใหญ่แล้ว แถมยังเล่นเกมด้วยกันตั้งหลายครั้ง และตอนนี้ก็บังเอิญมาอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันอีก
แต่เขายังไม่เคยเจอหน้ารุ่นพี่ฉินเลย มันก็ถูกของเธอที่เขาควรจะชวนรุ่นพี่ฉินไปเจอกันก่อน
หลัวเย่: งั้น... แต่ว่า ผู้ชายกับผู้หญิงไปเจอกันสองต่อสอง มันจะไม่ดูแปลกๆ ไปหน่อยเหรอครับ
เมื่อเห็นดังนั้น ซูไป๋โจวก็พิมพ์ตอบกลับ: เราไม่ได้ไปเจอกันแค่สองคนหรอก นายไม่อยากเจอซูไป๋โจวหรือไง เดี๋ยวฉันชวนซูไป๋โจวไปด้วย แต่นายห้ามพาเพื่อนไปนะ ซูไป๋โจวเธอขี้อาย ไม่ค่อยชอบเข้าสังคม
หลัวเย่: ได้เลยครับ!!!
เขาใส่เครื่องหมายอัศเจรีย์ไปสามตัวเพื่อแสดงความตื่นเต้น ก่อนจะถามต่อว่า: พรุ่งนี้เย็นรุ่นพี่ว่างไหมครับ ผมรู้จักร้านอาหารอร่อยๆ ร้านนึง
ซึ่งมันก็คือร้านเดียวกับที่หวังต้าชุยและหลี่ฮ่าวหยางพาสองสาวไปกินวันนี้นั่นแหละ
ฉันชอบกินหม้อไฟ: พรุ่งนี้ฉันไม่ว่างน่ะ
หลัวเย่: อ้าวเหรอครับ?
ฉันชอบกินหม้อไฟ: ปกติซูไป๋โจวเขายุ่งมาก แต่ช่วงสุดสัปดาห์เขาถึงจะว่าง
หลัวเย่: ไม่มีปัญหาครับ! รับทราบ!
ฉันชอบกินหม้อไฟ: นายเพิ่งมาเจียงเฉิง คงยังไม่ชินทาง งั้นเดี๋ยวฉันเลี้ยงข้าวนายเอง ถือซะว่าตอบแทนที่นายช่วยแบกฉัน... แล้วก็ซูไป๋โจวในเกมไง?
หลัวเย่: จะดีเหรอครับ ผมเกรงใจ
ฉันชอบกินหม้อไฟ: ตกลงตามนี้นะ
หลังจากจบบทสนทนา หลัวเย่ก็รู้สึกอารมณ์ดีสุดๆ
การได้เล่นเกมและแชตกับคนที่ชอบเป็นอะไรที่มีความสุขมากๆ
แต่เห็นในเน็ตเขาบอกกันว่าความรักทำให้คนตาบอดและโง่ลง
เขาไม่คิดแบบนั้นเลย เขารู้สึกว่าตอนนี้ตัวเองฉลาดเป็นกรดเลยล่ะ
ด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง หลัวเย่ก็ค่อยๆ ผล็อยหลับไป
ในหอพัก มีเพียงเสียงกรนของหลี่ฮ่าวหยางและเสียงละเมอของหวังต้าชุยดังก้องไปทั่ว
ไม่นานก็ถึงช่วงสุดสัปดาห์
หลัวเย่แอบหนีรูมเมตไปร้านตัดผมตรงข้ามมหาวิทยาลัยคนเดียวเพื่อจัดแต่งทรงผม
ก็เพราะเขาเซตผมเองไม่เป็นน่ะสิ
ส่วนเหตุผลที่ต้องปิดบังรูมเมตน่ะเหรอ... ก็เพราะเขาไม่อยากให้เรื่องมันแดงจนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนน่ะสิ
ก็แหงล่ะ คนที่เขาจะไปเจอคือถึงดาวมหาวิทยาลัยผู้เย็นชาแห่ง ม.เจียง เชียวนะ จะปล่อยปละละเลยไม่ได้เด็ดขาด
ที่สำคัญกว่านั้น จากที่เขาสังเกตดู คนทั้งหอพัก ยกเว้นเสิ่นเฉียวแล้ว อีกสองคนน่ะมันพวกดีแต่ปากชัดๆ เรื่องจีบสาวนี่ไม่เอาไหนเลย
ขืนไปขอคำปรึกษาจากพวกนั้น มีหวังพังไม่เป็นท่า สู้ทำเองยังจะดีซะกว่า
หลัวเย่ให้ช่างตัดผมแสกผมหน้าม้าแบบ 70/30 ซึ่งยิ่งขับเน้นใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาให้ดูโดดเด่นและมีออร่ามากยิ่งขึ้น
เขาดูเหมือนเด็กหนุ่มที่สดใสและมีชีวิตชีวา
หลัวเย่ยังโดนช่างตัดผมหว่านล้อมให้สมัครบัตรสมาชิกอีกด้วย และท่ามกลางการส่งท้ายอย่างกระตือรือร้นของช่างตัดผม เขาก็เดินออกจากร้านตัดผมเล็กๆ แห่งนั้น
วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์แรกหลังจากการเปิดเรียนอย่างเป็นทางการหลังจากการฝึกทหาร
คนที่รู้ก็คงจะรู้ดี
ฮอร์โมนแห่งความรักที่เบ่งบานระหว่างหนุ่มสาวช่วงฝึกทหาร และบรรดารุ่นพี่ที่คอยหาจังหวะชวนรุ่นน้องไปเดต แทบทุกคนต่างก็มารวมตัวกันที่หน้าประตูมหาวิทยาลัยในวันนี้
จะเห็นได้ว่ามีทั้งหนุ่มสาวที่เดินมาเป็นคู่ๆ และกลุ่มเพื่อนชายหญิงกลุ่มเล็กๆ ประมาณเจ็ดแปดคนที่เดินหยอกล้อพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
จู่ๆ หลัวเย่ก็รู้สึกประหม่าขึ้นมานิดๆ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยไปเที่ยวกับผู้หญิงหรอกนะ แต่เขาก็เคยแค่ไปเดินช็อปปิงกับคุณป้าในฐานะที่เป็นผู้ชายคนเดียวในกลุ่มเท่านั้นเอง