เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 471 เซวียเสินหู่!

ตอนที่ 471 เซวียเสินหู่!

ตอนที่ 471 เซวียเสินหู่!


"เดี๋ยวก่อน..."

อวี๋ชิวไป๋ขมวดคิ้วมุ่น ส่วนกู้หย่วนก็แอบประหลาดใจเล็กน้อย เพราะคนที่เอ่ยปากรั้งพวกเขาไว้ ไม่ใช่ฉีอวี่เตี๋ย ทว่ากลับเป็นชายหนุ่มยอดผู้บำเพ็ญเพียรผู้นั้น

เห็นเพียงชายหนุ่มผู้นั้นแย้มยิ้มมองกู้หย่วน แล้วเอ่ยถามอย่างเป็นมิตรว่า

"น้องชายท่านนี้ บนตัวของเจ้า มีรากวิญญาณอยู่ต้นหนึ่งใช่หรือไม่?"

ฉีอวี่เตี๋ยที่อยู่ด้านข้างเมื่อเห็นเช่นนั้นก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากแทรก

นางย่อมรู้ซึ้งถึงฐานะของชายหนุ่มผู้นี้ดี การที่รากวิญญาณต้นหนึ่งสามารถดึงดูดความสนใจของเขาได้ มันจะต้องเป็นของล้ำค่าระดับไหนกันนะ?

น้องชายงั้นรึ?

สีหน้าของกู้หย่วนยังคงราบเรียบ ในเมื่อมาเยือนถิ่นของผู้อื่น เพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจมากนัก เขาจึงจงใจปกปิดระดับพลังของตนเองเอาไว้

ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ตัวเขาก็เป็นยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตานเฉกเช่นเดียวกับอีกฝ่าย ยิ่งไปกว่านั้น จินตานที่เขาหล่อหลอมได้ ยังเป็นถึงจินตานระดับเซียนที่ไม่เคยมีปรากฏมาก่อนอีกด้วย

ทว่าคำพูดของอีกฝ่าย กลับทำให้กู้หย่วนรู้สึกแปลกใจไม่น้อย รากวิญญาณบนตัวของเขา นอกเหนือจากต้นอ่อนบัวเขียวรังสรรค์แล้ว จะยังมีอะไรได้อีก?

เมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ หรือว่าจะเป็นเพราะสัตว์อสูรที่อีกฝ่ายเลี้ยงไว้ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของบัวเขียวรังสรรค์ของเขางั้นรึ?

เมื่อคิดได้เช่นนั้น กู้หย่วนก็ปรายตามองสัตว์อสูรตนนั้นแวบหนึ่ง ก่อนจะเลิกเก็บงำพลัง และปลดปล่อยกลิ่นอายของตนเองออกมา น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยว่า

"ใช่แล้วจะทำไม ไม่ใช่แล้วจะทำไม?"

ยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตาน?!

สีหน้าของฉีอวี่เตี๋ยแปรเปลี่ยนไปทันที แววตาที่มองกู้หย่วนแฝงไปด้วยความเคร่งเครียดมากขึ้นหลายส่วน ในเมื่อเป็นถึงยอดผู้บำเพ็ญเพียรระดับจินตาน ซ้ำยังสามารถซุกซ่อนพลังได้อย่างแนบเนียน จนพวกเขามองไม่เห็นถึงความผิดปกติใดๆ เลย นั่นย่อมแสดงว่าวิธีการของกู้หย่วนนั้นไม่ธรรมดาเลยทีเดียว

แม้กระทั่งชายหนุ่มผู้บำเพ็ญเพียร หรือก็คือเซวียเสินหู่เมื่อเห็นเช่นนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจเช่นกัน

ก่อนที่เขาจะฉีกยิ้ม แล้วเอ่ยว่า

"สหายเต๋าฉู่โปรดอย่าเพิ่งเข้าใจผิด ข้าแซ่เซวีย นามว่าเสินหู่ เป็นศิษย์สืบทอดสายตรงของวังเซียนอวี้เจียว สวนสัตว์คุยกวงที่ข้าเลี้ยงไว้ตัวนี้ เป็นสัตว์อสูรที่กลายพันธุ์มาจากสัตว์ประหลาด มันมีความสามารถในการค้นหาสมบัติ หากมีสิ่งใดล่วงเกินไป ข้าก็ขออภัยสหายเต๋าด้วย"

เป็นไปตามที่ข้าคาดไว้จริงๆ... กู้หย่วนปรายตามองสัตว์อสูรที่ถูกเรียกว่าสัตว์คุยกวงด้วยสายตาราบเรียบ แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา ทว่าเกล็ดทั่วทั้งร่างของสัตว์คุยกวงตัวนั้นกลับตั้งชันขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง มันส่งเสียงคำรามต่ำในลำคอราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ ภายในดวงตาคู่กลมโตเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดผวาและหวาดระแวงอย่างลึกซึ้ง

เมื่อเซวียเสินหู่เห็นปฏิกิริยาเช่นนั้น เขาก็รู้สึกสงสัยและไม่แน่ใจนัก ต่อให้เขาจะโง่เขลาเบาปัญญาเพียงใด เขาก็ย่อมรู้ดีว่ากู้หย่วนจะต้องไม่ใช่บุคคลธรรมดาสามัญอย่างแน่นอน ทว่าเมื่อนึกถึงสมบัติล้ำค่าบนตัวของกู้หย่วน ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงมากว่าจะเป็นรากวิญญาณระดับสุดยอด เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากรั้งตัวเอาไว้

"สาเหตุที่ข้าเรียกสหายเต๋าเอาไว้ ก็เป็นเพราะข้ามีความสนใจในรากวิญญาณบนตัวของสหายเต๋าน่ะ หากสหายเต๋าพอจะมีความสนใจ ข้ายินดีจะใช้ฝ่าเป่า (ของวิเศษระดับสูง) หนึ่งชิ้น แลกเปลี่ยนกับหินวิญญาณอีกหนึ่งแสนห้าหมื่นก้อน ไม่ทราบว่าสหายเต๋ามีความเห็นว่าอย่างไร?"

ฝ่าเป่าหนึ่งชิ้น กับหินวิญญาณหนึ่งแสนห้าหมื่นก้อนรึ?

เมื่อได้ยินข้อเสนอนี้ ไม่ต้องพูดถึงกู้หย่วนเลย แค่คนอื่นๆ ที่อยู่ข้างกายของเซวียเสินหู่ ก็พากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึงแล้ว

แม้จะบอกว่าแวดวงผู้บำเพ็ญเพียรทะเลตงไห่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ ทว่านั่นก็เป็นการเปรียบเทียบในภาพรวมเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ทรัพยากรส่วนใหญ่ล้วนตกอยู่ในกำมือของยอดผู้ยิ่งใหญ่ระดับแนวหน้า สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรธรรมดาสามัญอย่างพวกเขา การมีฝ่าชี่ (ของวิเศษ) สักชิ้นไว้ป้องกันตัว ก็นับว่าเป็นบุญหนักหนาแล้ว

ส่วนฝ่าเป่านั้น ต่อให้อยู่ในเกาะอวี้เชวี่ย ก็ใช่ว่าจะพบเห็นได้ทั่วไป

ฝ่าเป่าแต่ละชิ้นล้วนมีจำนวนจำกัดและถูกนับรวมเอาไว้หมดแล้ว

ทำไมอวี๋ชิวไป๋ถึงไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของคนบนเกาะอวี้เชวี่ยล่ะ?

อุปนิสัยเก็บตัวและมีสหายสายน้อยก็เป็นเพียงเหตุผลส่วนหนึ่ง ทว่าอีกส่วนหนึ่งก็คือ อวี๋ชิวไป๋มีรากฐานกระดูกและพรสวรรค์ที่ดีเยี่ยม ซ้ำยังเป็นที่โปรดปรานของอาจารย์และผู้อาวุโส อีกทั้งเขายังมีฝ่าเป่าอยู่ในครอบครองถึงหนึ่งชิ้น นั่นจึงเป็นเหตุให้มีแต่คนริษยาเกลียดชังเขา

ในชั่วพริบตานั้น คนกลุ่มนี้ก็พากันตื่นเต้นขึ้นมา สายตาที่มองไปยังกู้หย่วนเริ่มแฝงไปด้วยความรู้สึกแปลกๆ

หากพวกเขาฟังไม่ผิด กู้หย่วนไม่ใช่ศิษย์ร่วมสำนักของพวกเขา ทว่ากลับพกพาสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ติดตัวไปด้วย ช่างใจกล้าบ้าบิ่นเสียจริงๆ

เมื่อกู้หย่วนได้ยินข้อเสนอ เขาก็ลอบเค่นเสียงหัวเราะเยาะในใจ

ของพรรค์นี้อย่างบัวเขียวรังสรรค์ มันมีค่ามหาศาลเพียงใดกันล่ะ? เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในของล้ำค่าที่สุดไม่กี่ชิ้นบนตัวของเขาเลยก็ว่าได้

แม้กระทั่งทวนมังกรดำของเขา หากเทียบกันแล้วยังด้อยกว่าอยู่ก้าวหนึ่ง มีเพียงของวิเศษคู่กายทั้งสองชิ้นอย่างกระบี่หยกพิสุทธิ์ไท่หยวนและระฆังทองไท่อี่เท่านั้น ที่พอจะเทียบเคียงกับมันได้

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะ ทวนมังกรดำนั้นได้ถูกขึ้นรูปจนมีลักษณะคงที่แล้ว โดยแก่นแท้มันจึงเป็นเพียงอาวุธเทวะที่ใช้งานได้ถนัดมือชิ้นหนึ่งเท่านั้น ทว่าบัวเขียวรังสรรค์กลับมีศักยภาพอันไร้ขีดจำกัด มันสามารถดูดซับสารอาหารเพื่อเติบโตแข็งแกร่งขึ้นได้ และในท้ายที่สุด มันก็มีโอกาสที่จะพัฒนาไปเป็นรากวิญญาณก่อกำเนิดที่มีอานุภาพทัดเทียมกับหลิงเป่าได้เลยทีเดียว

ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้กู้หย่วนได้ชุบหลอมของสิ่งนี้แล้ว สำหรับกู้หย่วน มันจึงเป็นของล้ำค่าคู่กายอีกชิ้นหนึ่ง แล้วมันจะเอาไปเทียบกับฝ่าเป่าดาดๆ ชิ้นหนึ่งได้อย่างไรกัน?

"เรื่องแลกเปลี่ยนลืมมันไปเสียเถอะ ข้าไม่มีความสนใจ"

กู้หย่วนเอ่ยด้วยน้ำเสียงรำคาญใจเล็กน้อย จากนั้นเขาก็หันไปหาอวี๋ชิวไป๋

"สหายเต๋าอวี๋ พวกเราไปกันเถอะ"

"เอ้อ!"

แม้อวี๋ชิวไป๋จะไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนัก ทว่าโดยสัญชาตญาณแล้ว เขาก็รู้สึกไม่สบอารมณ์กับคนกลุ่มนี้อยู่ไม่น้อย

"สหายเต๋าฉู่โปรดช้าก่อน หากสหายเต๋าไม่พอใจข้อเสนอ ทุกอย่างก็ยังพอเจรจากันได้นะ"

เมื่อเซวียเสินหู่เห็นปฏิกิริยาของกู้หย่วน สีหน้าของเขาก็ดูไม่จืดนัก ตั้งแต่เล็กจนโต เขาเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรโดดเด่นน่าทึ่งมาโดยตลอด เส้นทางของเขาล้วนราบรื่นไร้อุปสรรค และเขาก็ไม่เคยต้องพบเจอกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน

การที่มีคนกล้ามองข้ามเขาเช่นนี้ ทำให้เขารู้สึกขัดเคืองใจเป็นอย่างมาก

หากที่นี่ไม่ใช่ถิ่นของอีกฝ่าย ซ้ำกู้หย่วนยังดูมีท่าทีไม่น่าตอแยด้วยล่ะก็ เขาคงลงมือแย่งชิงมันมาดื้อๆ นานแล้ว

"ไม่มีเรื่องอันใดต้องเจรจาทั้งนั้น"

กู้หย่วนเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง ราวกับมองทะลุถึงความคิดในใจของเขา

"ของของข้า ข้าไม่อยากแลกเปลี่ยนก็คือไม่อยากแลกเปลี่ยน ข้าพูดชัดเจนพอหรือยัง หรือว่าเจ้าฟังภาษาคนไม่รู้เรื่อง? หรือเจ้าตั้งใจจะใช้อำนาจบาตรใหญ่ บังคับซื้อขายกับข้าอย่างนั้นรึ?"

สีหน้าของเซวียเสินหู่ดูย่ำแย่ลงไปถนัดตา เขาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ในขณะที่กลิ่นอายแห่งความดุร้ายเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา

"หึ เรื่องแลกเปลี่ยนพักเอาไว้ก่อนเถอะ สหายเต๋าฉู่ท่านนี้ เจ้าเป็นใครมาจากไหนกันแน่? การที่เจ้ามาเยือนเกาะอวี้เชวี่ยของเรา มีจุดประสงค์อันใดแอบแฝงกันแน่ เจ้าควรจะอธิบายให้กระจ่างแจ้งเสียหน่อยนะ"

เมื่อฉีอวี่เตี๋ยที่ยืนอยู่ด้านข้างเห็นคนรักของตนเองถูกหยามหน้า มีหรือที่นางจะทนดูเฉยๆ ได้ นางจึงเอ่ยปากตั้งคำถามอย่างไม่ไว้หน้าทันที

เห็นได้ชัดว่านางตั้งใจจะสั่งสอนกู้หย่วนแทนเซวียเสินหู่

ทว่าการที่ฉีอวี่เตี๋ยออกโรงระบายโทสะแทนชายคนรัก แม้ดูเผินๆ จะดูเหมือนเป็นสตรีที่มีน้ำใจและรักใคร่กลมเกลียว แต่สำหรับกู้หย่วนที่เป็นผู้ถูกกระทำนั้น เขากลับรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง

ต่อให้เป็นใคร หากถูกใส่ร้ายป้ายสี ก็ย่อมต้องรู้สึกขัดเคืองใจเช่นเดียวกับเขา

ถูกเซวียเสินหู่ตามตอแยโดยไร้สาเหตุก็ว่าแย่แล้ว แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับฉีอวี่เตี๋ยอย่างเจ้าด้วย? ถึงตาเจ้ามาสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

กู้หย่วนแค่นเสียงเย็น

"ข้าเป็นใครมาจากไหน อาจารย์ของเจ้าก็ทราบดี ยังไม่ถึงตาคนต่ำต้อยอย่างเจ้ามาสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นหรอกนะ"

ขณะที่กล่าว เขาก็สะบัดมือออกไปอย่างไม่เกรงใจ

เพียะ!

สิ้นเสียงฝ่ามือกระทบเนื้อ ศีรษะของฉีอวี่เตี๋ยก็สะบัดไปตามแรงตบ ฟันหลุดกระเด็นออกจากปากจนหมดสิ้น ซ้ำยังกระอักเลือดออกมาคำโต บนพวงแก้มปรากฏรอยฝ่ามือบวมแดงปื้นใหญ่ขึ้นมาทันตาเห็น

ฉีอวี่เตี๋ยนับว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในการบำเพ็ญเพียรค่อนข้างยอดเยี่ยมคนหนึ่ง อายุของนางรุ่นราวคราวเดียวกับอวี๋ชิวไป๋ อย่างมากก็แก่กว่าเพียงไม่กี่ปี ทว่านางกลับสามารถหล่อหลอมจินตานได้สำเร็จแล้ว

ด้วยสายตาของกู้หย่วน เขาสามารถมองออกได้อย่างชัดเจนว่า จินตานที่นางหล่อหลอมได้นั้นคือจินตานระดับสาม ซึ่งถือว่ามีความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา และมีศักยภาพพอที่จะก้าวเข้าสู่ระดับหยินเสินหรือแม้กระทั่งหยางเสินได้ในอนาคต

ทว่าความสำเร็จของฉีอวี่เตี๋ยเหล่านี้ เมื่อนำมาเทียบกับกู้หย่วนแล้ว มันช่างห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว

อาจจะกล่าวได้ว่า ช่องว่างระหว่างฉีอวี่เตี๋ยกับกู้หย่วนนั้น ยังกว้างใหญ่ยิ่งกว่าช่องว่างระหว่างผู้ที่หล่อหลอมจินตานระดับกลางกับผู้ที่หล่อหลอมจินตานระดับหนึ่งเสียอีก!

ดังนั้น การที่กู้หย่วนลงมือตบหน้านาง ก็ไม่ต่างอะไรกับการบี้มดตัวหนึ่ง มันง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ

ในจังหวะที่ตบหน้านั้น กู้หย่วนยังจงใจแฝงพลังเวทเอาไว้ เพื่อปิดผนึกพลังบำเพ็ญเพียรภายในร่างของนางเอาไว้ชั่วคราว ทำให้นางไม่สามารถตอบโต้ใดๆ ได้ไปชั่วขณะ

หลังจากทำเรื่องเหล่านี้เสร็จสิ้น กู้หย่วนก็หันไปมองเซวียเสินหู่ที่กำลังยืนอึ้งตะลึงงันอยู่ ก่อนจะเค่นเสียงหัวเราะเย็นเยียบ

"ส่วนเจ้า หรือเจ้าคิดจริงๆ ว่าข้าจะสัมผัสไม่ได้ถึงเจตนาร้ายของเจ้างั้นรึ?"

(จบบท)

จบบทที่ ตอนที่ 471 เซวียเสินหู่!

คัดลอกลิงก์แล้ว