- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 862 ขอบคุณพ่อกับแม่ที่ทำให้ผมมีครอบครัวที่อบอุ่น
บทที่ 862 ขอบคุณพ่อกับแม่ที่ทำให้ผมมีครอบครัวที่อบอุ่น
บทที่ 862 ขอบคุณพ่อกับแม่ที่ทำให้ผมมีครอบครัวที่อบอุ่น
หวงปิงได้ยินดังนั้นก็เกาหัว พูดเสียงเบา “เรื่องสมควรอยู่แล้วนี่นา ข้ามปีนี้ไปก็อายุยี่สิบสองแล้วนะ”
“ได้ แม่จะเก็บไว้ให้นะ วันหลังถ้าลูกจะใช้ค่อยมาบอกแม่แล้วกัน” จ้าวซูหลานพยักหน้ายิ้ม ๆ ปิดฝากล่องเหล็ก แล้วนำไปวางไว้ข้าง ๆ อย่างระมัดระวัง
หวงเฮ่อที่อยู่ข้าง ๆ เบือนหน้าไปเช็ดหางตา บนใบหน้าเผยรอยยิ้มอย่างปลาบปลื้มใจเช่นกัน
หวงอิงเดาะลิ้นด้วยความประหลาดใจ “ใช้ได้นี่หวงปิง! นายเก็บเงินได้ตั้งแปดร้อยแปดสิบแล้วเหรอ!! เรื่องที่นายขายของพะโล้หาเงินได้น่ะฉันไม่แปลกใจหรอก แต่เรื่องที่นายเก็บเงินที่หามาได้อยู่เนี่ยสิ มันแปลกประหลาดจริง ๆ แฮะ!”
หวงปิงพูดด้วยใบหน้าภาคภูมิใจ “ฮึ อย่าคิดว่ามีแต่เธอที่เก็บเงินเป็นสิ ฉันจะบอกให้นะ ตอนนี้เงินที่หามาได้ฉันไม่ใช้สักแดงเดียว เก็บไว้หมดเลย! อีกสักสองปี ฉันก็จะซื้อห้องแถวสักสองห้อง ซื้อบ้านสักหลัง แล้วก็หาพี่สะใภ้มาให้เธอไงล่ะ”
“มา เพื่อความฝันอันยิ่งใหญ่ในการซื้อบ้านของพวกเรา ชนแก้ว” หวงอิงยกแก้วโคล่าที่วางอยู่ใกล้มือขึ้นมา
“ชนแก้ว!” หวงปิงก็ยกแก้วโคล่าขึ้นมาชนกับเธอเช่นกัน
“เอาล่ะ เลยเที่ยงคืนแล้ว พวกลูกค่อย ๆ ดูกันไปแล้วกัน ป๊าจะไปนอนแล้ว” หวงเฮ่อลุกขึ้นยืนบอก
“แม่ก็ไปนอนแล้วเหมือนกัน พวกลูกอย่าลืมปิดโทรทัศน์ด้วยล่ะ” จ้าวซูหลานถือเงินตามไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วขึ้นไปชั้นบน
พอล้มตัวลงนอนบนเตียง หวงเฮ่อก็พูดปนหัวเราะ “ดีจริง ๆ ไม่นึกเลยว่าแม้แต่เจ้าหวงปิงยังแอบเก็บเงินเงียบ ๆ ได้ตั้งแปดร้อยแปดสิบหยวนแน่ะ”
“นั่นน่ะสิ เมื่อช่วงครึ่งปีแรกของปีที่แล้ว ฉันยังแอบกังวลอยู่เลยว่าวันไหนเขาจะโดนจับไปกินลูกตะกั่ว ไม่นึกเลยว่าตั้งแต่ไปกินข้าวร้านโจวเยี่ยน ไอ้ลูกคนนี้มันก็ค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงไปทีละนิดจริง ๆ” จ้าวซูหลานพยักหน้าตาม อดไม่ได้ที่จะพูดปนหัวเราะออกมา “ตกดึกไม่ไปกินเหล้าแล้ว ไม่ไปมั่วสุมกับพวกคนไม่เอาถ่านแล้ว เพื่อที่จะขายของพะโล้ ยังไปฝึกใช้มีดหั่นของในครัวทุกวัน พอทำเป็นก็ขี่มอเตอร์ไซค์บรรทุกของพะโล้ตระเวนขายไปทั่ว ไม่บ่นเหนื่อย ไม่บ่นลำบาก เงินที่หามาได้ก็เก็บหอมรอมริบไว้ได้อีกต่างหาก”
“บางทีฉันก็ยังมานั่งคิด นี่ใช่หวงปิงตัวจริงหรือเปล่า? ทำไมไอ้ลูกคนนี้มันถึงเปลี่ยนไปแบบกะทันหันขนาดนี้นะ?”
หวงเฮ่อถอนหายใจอย่างซาบซึ้งใจ “คนโบราณพูดไว้ไม่ผิด ใกล้ชาดก็แดง ใกล้หมึกก็ดำ พอเห็นโจวเยี่ยนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน สร้างเนื้อสร้างตัวทำร้านอาหารได้ดีขนาดนี้ ก็คงจะมีอิทธิพลกับเขาไม่น้อยเลยล่ะ”
จ้าวซูหลานพยักหน้า “นั่นสิ คราวนี้เด็กสองคนก็ไม่ต้องให้เรามานั่งเป็นห่วงแล้วล่ะ วันหลังถ้าร้านอาหารใหม่ของโจวเยี่ยนเปิด คุณก็เลือกของขวัญสักชิ้นไปแสดงความยินดีด้วยแล้วกัน”
“ได้สิ” หวงเฮ่อพยักหน้า แล้วพูดต่อ “เมื่อวานผมไปแถวถนนตงต้าเจียมา ได้ยินว่าโจวเยี่ยนซื้อบ้านข้าง ๆ ไว้แล้วด้วยนะ คราวนี้พอทุบเชื่อมกับบ้านหลังคากระเบื้องโทรม ๆ ที่ผมขายให้เขาก่อนหน้านี้ บวกกับบ้านเก่าสกุลชิว อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีพื้นที่สักเจ็ดแปดร้อยตารางเมตรได้ ขนาดเกือบจะเท่าภัตตาคารของเราแล้วนะเนี่ย”
“ถ้าร้านอาหารใหม่ของเขาเปิดเมื่อไหร่ วงการอาหารเมืองเจียโจวคงหนีไม่พ้นต้องเกิดศึกนองเลือดอีกแน่ เราก็ต้องรีบใช้ช่วงเวลาว่างนี้ จัดโต๊ะจีนรังนกหรูหรา เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของร้านอาหารเฟยเยี่ยนกลับมาให้ได้ล่ะ!”
“คุณวางใจได้เลย ผมติดต่อพ่อครัวไว้เรียบร้อยแล้ว หลังปีใหม่ก็จะทยอยมารายงานตัวกัน เดี๋ยวเราจะเน้นจัดงานใหญ่ช่วงเทศกาลโคมไฟกันเลย”
…
โจวเยี่ยนกลับมาถึงร้านอาหาร สหายเหล่าโจวกับน้าจ้าวกำลังล้างเท้าอยู่ ส่วนโจวโม่โม่หลับไปแล้ว
เขาจูงจักรยานเข้ามาในประตู แล้วเอื้อมมือไปปิดประตู โจวเยี่ยนมองทั้งสองคนแล้วบอก “แม่ พ่อ สวัสดีปีใหม่นะครับ คิดสิ่งใดสมปรารถนานะครับ” ยุ่งมาทั้งวัน ยังไม่ทันได้อวยพรปีใหม่ดี ๆ กับทั้งสองคนเลย
“จ้า สวัสดีปีใหม่ แม่ก็ไม่ได้ขอให้ลูกร่ำรวยอะไรมากมาย ขอแค่ให้ลูกทำอะไรก็ราบรื่นก็พอแล้วล่ะ” จ้าวเถี่ยอิงพูดยิ้ม ๆ
โจวเหมี่ยวพูดตาม “งั้นพ่อก็ขอให้ลูกสุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดก็สมปรารถนานะ”
“ครับ ขอบคุณครับแม่ ขอบคุณครับพ่อ” โจวเยี่ยนเดินไปหลังเคาน์เตอร์ ดึงลิ้นชักออก หยิบอั่งเปาออกมาสามซอง แล้วยื่นให้คนละซอง
“อะไรเนี่ย? ลูกมาแจกอั่งเปาให้พ่อกับแม่เนี่ยนะ?” จ้าวเถี่ยอิงไม่ยอมรับ มองเขาด้วยความประหลาดใจ
“นั่นน่ะสิ” โจวเหมี่ยวก็ไม่ยอมรับเหมือนกัน
“รับไปเถอะครับ!” โจวเยี่ยนยัดอั่งเปาใส่มือทั้งสองคน พูดยิ้ม ๆ ว่า “ปีก่อน ๆ ผมหาเงินไม่ได้ ก็เลยไม่ได้ให้อั่งเปาพ่อกับแม่ ครึ่งปีหลังร้านอาหารขายดีเป็นเทน้ำเทท่าก็เพราะได้รับการสนับสนุนและความช่วยเหลือจากพ่อแม่ ครอบครัวของเราลุกขึ้นมายืนหยัดได้อย่างงดงาม! นี่เป็นน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผม พ่อกับแม่รับไว้เถอะครับ เงินไม่ได้เยอะอะไร ถือซะว่าเอาเคล็ดไงครับ ขอบคุณพ่อกับแม่มากนะครับ ที่ทำให้ผมมีครอบครัวที่อบอุ่น”
จ้าวเถี่ยอิงบีบอั่งเปาไว้แน่น ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ เธอเบือนหน้าไปเช็ดน้ำตา สูดจมูกพูดยิ้ม ๆ ว่า “อะไรกันเล่า พูดจาแปลก ๆ ไปได้ พ่อกับแม่ไม่มีความสามารถอะไรหรอก แต่จะเป็นกำลังหนุนหลังให้ลูกตลอดไป ลูกบอกให้ทำอะไรก็จะทำตามนั้นแหละ”
“แม่ของลูกพูดถูกแล้วล่ะ” โจวเหมี่ยวพยักหน้า ชายอกสามศอกก็ตาแดงเหมือนกัน
“ครับ” โจวเยี่ยนเม้มปาก กลั้นน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ในดวงตากลับลงไป
มันไม่ได้เป็นคำพูดแปลก ๆ อะไรเลย บางทีตัวเขาเองก็แทบจะลืมไปแล้วว่า เพราะความโชคดีที่ได้มาอยู่ที่นี่ เขาถึงได้มีครอบครัว มีพ่อแม่ที่รักเขา มีน้องสาวที่น่ารัก มีคุณย่าที่รักและเข้าข้างเขา แล้วก็ยังมีแฟนสาวที่อ่อนโยนและเอาใจใส่เขาอีกด้วย
พอเอามาเทียบกันแล้ว เงินหลายล้านในบัญชีที่ยังใช้ไม่หมด ก็ไม่ถือว่าเป็นความเสียดายอีกต่อไป
เงินเป็นสิ่งที่ดี แต่สุดท้ายแล้วก็ยังมีของหลายอย่างที่ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินอยู่ดี
หวังแค่ว่าลูกชายสุดที่รักทั้งสองคนของเขา พอได้รับมรดกแล้ว จะช่วยล้างไดรฟ์ D ให้เขาเงียบ ๆ ทิ้งความบริสุทธิ์ผุดผ่องของเขาไว้บนโลกใบนี้ก็พอ ในชาตินี้ เขาหาเงินสร้างเนื้อสร้างตัวดูแลครอบครัวอย่างจริงจัง มั่นใจว่าต้องหาเงินได้มากกว่าชาติที่แล้ว เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน การหาเงินแบบนี้สิถึงจะมีความสุข ไม่ใช่เป็นแค่ตัวเลขเย็นชาที่เพิ่มขึ้นในบัญชีธนาคาร
ความรู้สึกปลอดภัยของโจวเยี่ยน ไม่ได้มาจากตัวเลขในบัญชีเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่มาจากครอบครัวที่อบอุ่นและกลมเกลียวกันแห่งนี้ด้วย
หลังจากสงบสติอารมณ์แล้ว โจวเยี่ยนก็พูดต่อ “จริงสิ เมื่อตอนกลางวันผมไปที่ร้านพะโล้มา ไปตรวจบัญชีของปีนี้กับหวงอิง แล้วก็แบ่งกำไรกัน พ่อกับแม่ลองทายดูสิว่าหวงอิงทำเงินให้ผมได้เท่าไหร่”
“เท่าไหร่เหรอ?” จ้าวเถี่ยอิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
โจวเหมี่ยวก็มีสีหน้าคาดหวัง นี่มันรายได้เสริมเชียวนะ
โจวเยี่ยนพูดยิ้ม ๆ ว่า “เปิดร้านมาได้เดือนกว่า ๆ กำไรมีห้าพันสี่ร้อยหยวน แบ่งให้หวงอิงไปพันหก ผมได้ส่วนแบ่งมาสามพันเจ็ดร้อยกว่า”
“เยอะขนาดนี้เชียว!”
“หวงอิงเก่งชะมัดเลย!”
ทั้งสองคนได้ยินก็ตกใจ ก่อนหน้านี้พวกเขาก็เคยคิดคำนวณไว้ เดากันไว้ว่าน่าจะได้ประมาณสองพันหยวน
ได้ส่วนแบ่งมาตั้งสามพันเจ็ดร้อยกว่า นี่มันเกินความคาดหมายของพวกเขาทั้งคู่ไปมากจริง ๆ
“ดูสิครับ นี่บันทึกการฝากเงิน วันนี้เพิ่งจะโอนเข้ามา” โจวเยี่ยนหยิบสมุดบัญชีเงินฝากออกมาให้พวกเขาดูแวบหนึ่ง แล้วพูดยิ้ม ๆ “หวงอิงเก่งจริง ๆ ครับ เด็กผู้หญิงคนนี้ช่างพูดช่างเจรจา เกิดมาเพื่อเป็นแม่ค้าจริง ๆ ความสามารถในการคว้าโอกาสเก่งมาก สามารถปรับปริมาณการสั่งของให้เข้ากับจำนวนคนที่เดินผ่านไปมาได้อย่างต่อเนื่อง กล้าได้กล้าเสียแต่ไม่มุทะลุ ถ้าเปลี่ยนเป็นคนอื่นมาทำ ยอดขายอาจจะไม่ได้ถึงครึ่งเลยด้วยซ้ำนะครับ”
“นั่นสิ เธอทำมาค้าขายใจกล้าแต่ก็รอบคอบ ถ้าเปลี่ยนเป็นแม่นะ แม่คงกล้าเพิ่มทีละห้าจินสิบจินไปเรื่อย ๆ แต่เธอกล้าเพิ่มทีละห้าสิบจินแปดสิบจินเลยเชียวนะ” จ้าวเถี่ยอิงพยักหน้าเห็นด้วยอย่างมาก “พันหกนี่สมควรจะเป็นของเธอแล้วล่ะ!”
“ก็มีเหตุผลนะ” สหายเหล่าโจวพยักหน้าตาม เขาเป็นคนรับผิดชอบเรื่องขายของพะโล้ ย่อมรู้ดีกว่าใครว่าหวงอิงสามารถขายของพะโล้ได้เยอะขนาดนี้ในวันเดียวนั้นเก่งกาจขนาดไหน เรียกได้ว่าถ้าไม่มีหวงอิง ปีนี้ก็คงไม่มีร้านพะโล้ตระกูลจางร้านนี้
เงินสามพันเจ็ดร้อยหยวนก้อนนี้ ก็คือเงินที่หวงอิงหามาให้โจวเยี่ยน
โจวเยี่ยนพูดยิ้ม ๆ ว่า “ร้านพะโล้ตระกูลจางร้านนี้เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นครับ ถ้าทุกอย่างราบรื่น ครึ่งปีหลังผมเตรียมจะเปิดสาขาทางฝั่งทิศเหนือของเมืองอีกร้าน จะได้เป็นเครือข่ายครอบคลุมทั้งเหนือและใต้
ถึงตอนนั้นร้านอาหารของพวกเราก็ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ลูกค้าอยากซื้อของพะโล้ก็สะดวกขึ้นเยอะ แถมยังทำให้ชื่อเสียงของร้านพะโล้ตระกูลจางโด่งดังยิ่งขึ้นไปอีกด้วย ถ้าหวงอิงทำงานกับเราต่อไปได้เรื่อย ๆ ทุกร้านที่เธอเป็นคนเปิด ผมก็จะแบ่งให้เธอสามส่วน ธุรกิจร้านพะโล้ตระกูลจางในวันข้างหน้าก็ให้เธอรับผิดชอบดูแลไปเลยครับ”
จ้าวเถี่ยอิงพยักหน้า “ดีเลย แบบนี้ลูกจะได้ทุ่มเทให้กับร้านอาหารฝั่งนี้ ไม่ต้องไปกังวลอะไรมากมายนัก”
คุยกันสัพเพเหระสองสามประโยค ทุกคนในครอบครัวต่างก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวังที่มีต่อปีใหม่
โจวเยี่ยนขึ้นบันไดไปหยิบเสื้อผ้า เดินย่องเบาเข้าไปในห้องของพ่อกับแม่ ฝั่งที่ติดกำแพง เจ้าตัวเล็กม้วนตัวอยู่ในผ้าห่ม โผล่มาแค่ใบหน้าอวบอ้วน หลับสนิทอยู่เลย หัวเตียงมีชุดใหม่สีแดงพับวางไว้อย่างเป็นระเบียบ ข้าง ๆ เสื้อผ้ายังมีอั่งเปาปึกหนาวางอยู่ ล้วนเป็นอั่งเปาที่เธอได้รับมาในวันนี้ โจวเยี่ยนเอาอั่งเปาซองใหญ่ในมือไปวางทับไว้บนสุดอย่างแผ่วเบา แล้วก้มลงหอมแก้มเจ้าตัวเล็กไปทีหนึ่ง
เจ้าตัวเล็กไม่เพียงแต่หน้าตาน่ารัก แต่ยังตัวหอมกลิ่นนมอีกด้วย
“เกอเกอ~ จุดพลุอีกสักลูกสิคะ~ ตู้ม~ สวยจังเลยค่า”
เจ้าตัวเล็กพึมพำละเมอ มือเล็ก ๆ ก็แกว่งไปมา
“ได้จ้ะ รอปีหน้าหาเงินได้ จะซื้อพลุลูกที่ใหญ่ที่สุดมาจุดให้หนูดูนะ” โจวเยี่ยนจับมือเล็ก ๆ ของเธอยัดกลับเข้าไปในผ้าห่มพร้อมรอยยิ้ม
น้องสาวเขาน่ารักเกินไปแล้ว!
ดูออกเลยว่าปีใหม่ปีนี้เธอก็มีความสุขมากเหมือนกัน
พอลงมาข้างล่าง โจวเยี่ยนก็เอาถั่วแดงไปต้มในหม้อก่อน เดี๋ยวต้องทำไส้ถั่วแดงกวน พรุ่งนี้เช้าจะได้ทำบัวลอยไส้ถั่วแดงให้เหยาเหยา
“แม่ พรุ่งนี้เช้าบัวลอยเดี๋ยวผมเป็นคนทำเองนะ ผมจะทำไส้ถั่วแดง แล้วก็ทำไส้ผักกาดดองกับหมูรมควันด้วย” โจวเยี่ยนบอก
“ได้ งั้นแม่ไม่ยุ่งแล้วนะ” จ้าวเถี่ยอิงตอบรับ
หลังจากอาบน้ำ ทำไส้ถั่วแดงกวนเสร็จ ล้มตัวลงนอนบนเตียง โจวเยี่ยนก็เปิดหน้าต่างระบบขึ้นมา กดดูรางวัลอย่างไม่ลังเล: [สูตรอาหารของเซี่ยวเหล่ย 1 ฉบับ]
[สูตรอาหารระดับดีมากขึ้นไปที่เซี่ยวเหล่ยเชี่ยวชาญมีดังนี้ สามารถเลือกได้หนึ่งเมนูเป็นรางวัล และจะได้รับสูตรอาหารฉบับสมบูรณ์ไปครอบครอง...]
สายตาของโจวเยี่ยนกวาดไล่ตั้งแต่ “เป็ดตุ๋นทั้งตัว” “ไก่ตุ๋นทั้งตัว” “หมูสามชั้นนึ่งข้าวคั่ว” “เซี่ยงจี๊ผัดพริก”... ซึ่งเป็นเมนูอาหารเสฉวนต้นตำรับ และสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ที่ “หมูสับนึ่งไข่”
“เอานี่แหละ!”
โจวเยี่ยนยื่นมือไปกดเลือก
[ติ๊ง! ได้รับสูตรอาหารฉบับสมบูรณ์ของเมนู “หมูสับนึ่งไข่” สำเร็จแล้ว!]
โจวเยี่ยนกระตุกยิ้มมุมปาก
งานเลี้ยงโต๊ะจีนกลางแจ้งวันที่หกนี้ ผ่านฉลุยแน่นอน!