- หน้าแรก
- ระบบเชฟทะลุมิติ พลิกวิกฤตร้านเจ๊ง
- บทที่ 850 เรือนผินรับแสงตะวัน วสันต์สถิตตราบนิรันดร์
บทที่ 850 เรือนผินรับแสงตะวัน วสันต์สถิตตราบนิรันดร์
บทที่ 850 เรือนผินรับแสงตะวัน วสันต์สถิตตราบนิรันดร์
ความต้องการลดลง ขายไม่ออก น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ของหลาย ๆ อย่างค่อย ๆ เลือนหายไป
โจวเยี่ยนมองภาพวาดปีใหม่ที่วางซ้อนกันอยู่ด้านข้าง ในความทรงจำของเขา ภาพวาดปีใหม่เจียเจียงในเวลาต่อมาได้รับเลือกให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ได้รับความสำคัญจากเบื้องบน และยังคงได้รับการสืบทอดต่อไป
ตอนที่เขามาเจียโจวเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม ยังเคยได้รับการจัดแจงจากผู้จัดงานให้ไปทดลองพิมพ์ภาพวาดปีใหม่เจียเจียงด้วยซ้ำ
แต่อย่างที่คุณตาติงพูดนั่นแหละ ความต้องการของตลาดน้อยลง สุดท้ายก็ทำได้แค่เก็บรักษาไว้เพื่อการอนุรักษ์ กลายเป็นส่วนหนึ่งในโปรแกรมทัศนศึกษาของนักเรียน
ช่วยไม่ได้นี่นา บรรยากาศปีใหม่ในปัจจุบันแต่ละปี ก็ล้วนคึกคักกว่าเดิมทั้งนั้น
“แต่ว่า สวยขนาดนี้ ทำไมทุกคนถึงไม่เอาล่ะคะ?” โจวโม่โม่เอียงคอ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย สายตามองไปยังฝั่งตรงข้ามเยื้อง ๆ
ร้านนั้นกำลังขายตุ้ยเหลียน อักษรฝู ภาพวาดปีใหม่แบบพิมพ์แขวนเต็มกำแพงไปหมด มีทั้งเด็กอุ้มปลาสีสันสดใส เทพเจ้าซิ่วถือลูกท้อสวรรค์ เทพเจ้าแปดทิศ เทพเจ้าแห่งโชคลาภประทานพร เสือลงเขา นกกระเรียนคู่ร่ายรำ นกยูงรำแพน...
“โอ้โห~” โจวโม่โม่ตาเป็นประกาย “เกอเกอ หนูอยากได้นกที่หางสวย ๆ แผ่นนั้นจังเลย~”
“นั่นคือนกยูงจ้ะ”
“ใช่ค่ะ เอานกยูงแผ่นนึง!” โจวโม่โม่พยักหน้า แล้วก็รีบพูดต่อทันที “แล้วก็เอาฉุนหงอคงปะทะน้าจาด้วย!”
“ซุนหงอคงปะทะนาจา!”
“ใช่ค่ะ น้าจา!” โจวโม่โม่พยักหน้า
“ได้จ้ะ เดี๋ยวพี่พาไปซื้อนะ” โจวเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม ๆ
ทุกคนพากันยิ้มอย่างจนใจ นี่คงจะเป็นภาพสะท้อนความเป็นจริงของคนส่วนใหญ่ล่ะมั้ง
เดี๋ยวนี้ภาพวาดปีใหม่มีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น ภาพวาดปีใหม่แบบใหม่ที่มีสีสันสดใส ดูรื่นเริง เป็นสิริมงคล ได้รับความชื่นชอบจากประชาชนทั่วไป
ส่วนภาพวาดปีใหม่แบบดั้งเดิมที่มีรูปแบบค่อนข้างซ้ำซากจำเจ ภาพโดยรวมก็ดูไม่ค่อยเป็นสิริมงคลเท่าไหร่ ก็ค่อย ๆ สูญเสียตลาดไป
เรียกได้ว่า นี่ก็เป็นกระบวนการของการถูกแทนที่อย่างหนึ่ง
“คุณตาติงคะ ถึงแม้ว่าหนูจะชอบนกยูงกับน้าจา แต่หนูก็ชอบปลาหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกรของคุณตาเหมือนกันนะคะ” โจวโม่โม่มองคุณตาติง พูดด้วยน้ำเสียงเล็ก ๆ น่ารัก
“ดี ๆ ได้ยินหนูพูดแบบนี้ ตาก็ดีใจขึ้นเยอะเลย” คุณตาติงหัวเราะร่าเริง “หลานสาวบ้านตาก็เหมือนกันนั่นแหละ ชอบพวกดอกไม้ นก แล้วก็นางฟ้าพวกนี้แหละ”
โจวโม่โม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามด้วยความสงสัย “คุณตาติงคะ แล้วทำไมคุณตาไม่ทำภาพวาดปีใหม่แบบนั้นบ้างล่ะคะ? คุณตาไม่ชอบเหรอคะ?”
“เอ่อ...” คุณตาติงชะงักไป ยกมือเกาหัวด้วยความกระดากอาย “ตาทำไม่เป็นน่ะสิ หนูดูนกยูงนั่นสิ เส้นสายเยอะแยะไปหมด สีก็เยอะ ตาแค่จะวาดยังวาดไม่ออกเลย นับประสาอะไรกับการแกะสลักล่ะ”
โจวโม่โม่คิดอยู่ครู่หนึ่ง พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “คุณตาติง รอหนูหน่อยนะ รอให้หนูเรียนวาดรูปเป็นก่อน แล้วหนูจะสอนคุณตาวาดนกยูงนะ แล้วคุณตาก็สอนหนูแกะสลักแผ่นไม้ คนอื่นไม่เรียนหนูจะเรียนเอง! หนูจะทำภาพวาดปีใหม่เจียเจียง! พวกเรามาทำแบบใหม่ ๆ ออกมากัน! ภาพวาดปีใหม่เจียเจียงที่สวย ๆ~”
“ดี ๆ ๆ งั้นตาจะรอนะ” คุณตาติงพยักหน้ายิ้ม ๆ แม่หนูน้อยนี่อายุยังน้อย แต่ก็ช่างออดอ้อนเก่งจริง ๆ
โจวเยี่ยนเลือกเทพเจ้าทวารบาลสามคู่ พวกหลินจื้อเฉียงเลือกเทพเจ้าทวารบาลคู่หนึ่งกับปลาหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกรแผ่นหนึ่ง
เมิ่งฮั่นเหวินเลือกภาพวาด “หยวนเหิงลี่เจิน” เป็นรูปนกกาเหว่าสองตัวเกาะอยู่บนแจกัน ดูเป็นสิริมงคลมาก
คุณตาติงไม่ยอมรับเงิน ไม่เก็บแม้แต่เหมาเดียว
“บอกแล้วไงว่าไม่เอาเงิน คนกันเองให้ภาพวาดปีใหม่ใครเขาจะเก็บเงินกันล่ะ” คุณตาติงเก็บของไปพลาง พูดยิ้ม ๆ ว่า “ได้มาเจอกับพวกคุณก็ถือเป็นวาสนา เถ้าแก่โจว วันหลังคุณพาแม่หนูน้อยกับพวกพี่ชายมาเที่ยวหาฉันบ้างสิ ฉันคุยกับพวกเขาถูกคอดีนะ”
“ได้ครับ วันหลังเดี๋ยวผมให้อาเหว่ยนำทางไป” โจวเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม ๆ อาศัยจังหวะยัดธนบัตรใบละสองหยวนใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อของคุณตาติงจากด้านข้าง
อาเหว่ยเห็นเข้า พอคิดจะอ้าปากพูด ก็โดนโจวเยี่ยนถลึงตาใส่จนต้องกลืนคำพูดลงคอไป
ช่างฝีมือรุ่นเก่าใช้ชีวิตไม่ง่ายเลย คุณตาติงก็หวังพึ่งพารายได้แค่ไม่กี่วันในช่วงปีใหม่ เขาไม่อยากเอาเปรียบแกหรอก
เมิ่งฮั่นเหวินกับคุณตาติงคุยกันอีกสองสามประโยค
โจวเยี่ยนพาโจวโม่โม่เดินไปฝั่งตรงข้าม เลือกภาพนกยูงรำแพนกับภาพซุนหงอคงปะทะนาจามาอย่างละแผ่น แผ่นละห้าเหมา เป็นกระดาษไขพิมพ์สี สีสันสดใสสวยงามจริง ๆ นั่นแหละ
เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงผมสั้น อายุราว ๆ สามสิบกว่า หน้ากลม ดูใจดีเป็นกันเองมาก ตอนนี้ไม่มีลูกค้า เธอกำลังจัดของอยู่
“เถ้าแก่เนี้ยคะ ลดราคาหน่อยสิคะ ปลาหลีฮื้อกระโดดข้ามประตูมังกรของหนูยังไม่ต้องจ่ายเลยน้า” โจวโม่โม่ทำปากยื่นปากยาวออดอ้อนเถ้าแก่เนี้ย
เถ้าแก่เนี้ยมองเธอยิ้ม ๆ “แหม แม่หนูน้อย เอาแบบนี้แล้วกัน ซื้อแผ่นนึงแถมแผ่นนึงนะ ห้าเหมาป้าขายให้สองแผ่นเลย เดี๋ยวน้าม้วนให้นะลูก”
โจวโม่โม่ตาเป็นประกาย ประสานมือเล็ก ๆ เอ่ยอวยพร “ขอบคุณค่ะเถ้าแก่เนี้ย ขอให้ปีใหม่นี้มีแต่ความโชคดี ธุรกิจเจริญรุ่งเรือง เงินทองไหลมาเทมา รับทรัพย์อื้อซ่าทุกวันเลยนะคะ!”
“แหม แม่หนูน้อย หนูช่างพูดช่างเจรจาจังเลยลูก” เถ้าแก่เนี้ยหัวเราะร่า หยิบเงื่อนจีนอันเล็ก ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ส่งให้โจวโม่โม่ “มา น้าแถมเงื่อนจีนให้หนูอีกอัน ขอให้หนูแคล้วคลาดปลอดภัยนะลูก”
“ค่า ขอบคุณค่าคุณน้า~” โจวโม่โม่เขย่งเท้ายื่นมือไปรับมา “โอ้โห เงื่อนจีนสวยจังเลย หนูเป็นคนจีนค่า~”
“คุณลดให้ครึ่งนึงแบบนี้ จะไม่ขาดทุนเอาเหรอครับ?” โจวเยี่ยนเริ่มรู้สึกเกรงใจขึ้นมาแล้ว เจ้าตัวเล็กอ้าปากพูดทีเดียว ก็ลดกระหน่ำถึงครึ่งราคา ทั้งลดทั้งแถมกันเลยทีเดียว
“ไม่หรอกค่ะ พอคืนทุนอยู่” เถ้าแก่เนี้ยพูดยิ้ม ๆ “ของที่เหลือพวกนี้ถ้าวันนี้ขายไม่หมด เก็บไว้ปีหน้ามันก็ล้าสมัยแล้วล่ะค่ะ ช่วงบ่ายก็ถือว่ากึ่งขายกึ่งแจก โละของไปให้หมด ปีหน้าต้องมีลายใหม่สวย ๆ ออกมาอีกเพียบแน่นอนค่ะ”
“เถ้าแก่ ความคิดคุณนี่ถูกต้องที่สุดเลยครับ วันหน้าต้องหาเงินก้อนโตได้แน่ ๆ” โจวเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม ๆ ยุคนี้ขายภาพวาดปีใหม่ยังรู้จักตามเทรนด์ เถ้าแก่แบบนี้ต้องทำธุรกิจรุ่งแน่นอน
โจวเยี่ยนเลือกโคมแดงใหญ่มาสองใบ กระดาษสีแดงอีกปึกนึง พอเห็นว่าตรงมุมด้านข้างมีดอกไม้ไฟวางอยู่ด้วย ก็เอ่ยถาม “ดอกไม้ไฟกับประทัดขายยังไงครับ?”
“ราคาของดอกไม้ไฟมีหลายระดับเลยค่ะ ประทัดขูดกับดอกไม้ไฟแท่งเล็ก ๆ ที่เด็ก ๆ เล่นกันนั่นราคาถูกหน่อย แค่ไม่กี่เฟินต่อแท่ง ส่วนประทัดก็คิดราคาตามจำนวนนัดค่ะ แบบ 100 นัดสามเหมา แบบ 1,000 นัดสามหยวนค่ะ
ส่วนพวกดอกไม้ไฟที่จุดแล้วพุ่งขึ้นฟ้าจะแพงหน่อย ดอกไม้ไฟแบบ 15 นัดอันนี้ราคาห้าหยวน ส่วนดอกไม้ไฟอันใหญ่โน่นจะแพงกว่า ห้าหยวนต่อนัดเลยค่ะ...” เถ้าแก่เนี้ยพูดยิ้ม ๆ แนะนำให้โจวเยี่ยนฟัง
“ร้านนี้มีดอกไม้ไฟให้เลือกเยอะดีจัง พวกเราก็ซื้อกันบ้างเถอะ” พวกหลินจื้อเฉียงเดินเข้ามา หลินจื้อเฉียงโบกมืออย่างป๋า “เด็ก ๆ เลือกกันได้ตามสบายเลย วันนี้ดอกไม้ไฟอาจ่ายเอง!”
“เย้!”
“พ่อ วันนี้พ่อเท่ที่สุดเลย!”
หลินปิ่งเหวินกับหลินจิ่งสิงร้องด้วยความดีใจ รีบพุ่งตัวไปหาดอกไม้ไฟแท่งเล็ก ประทัดขูด และประทัดโยนสารพัดชนิดที่อยู่ด้านข้าง แล้วหยิบมาเป็นกล่อง ๆ
หลินจิ่งสิงหอบดอกไม้ไฟกล่องเล็ก ๆ เดินมา ยื่นให้โจวโม่โม่ “โม่โม่ อันนี้ให้น้องนะ ไฟเย็น! สนุกมากเลยนะ พอจุดปุ๊บก็จะมีแสงไฟปะทุออกมา แต่ไม่ระเบิดหรอก เหมาะสำหรับเด็กน้อยแบบน้องเล่นพอดีเลย”
“ขอบคุณพี่จิ่งสิง ขอบคุณคุณอาหลินค่า~” โจวโม่โม่รับมาด้วยความดีใจ “ปีที่แล้วหนูยังเด็ก แม่ไม่ยอมให้หนูเล่นประทัด ปีนี้หนูก็จะเล่นประทัดเหมือนกัน~”
“งั้นก็เอาประทัดโยนไปกล่องนึง! อันนี้สนุกนะ โยนลงพื้นแล้วมันก็ดังปังเลย!” หลินปิ่งเหวินหอบประทัดโยนกล่องนึงเดินมา ยื่นให้โจวโม่โม่ด้วยเหมือนกัน
“ขอบคุณพี่ปิ่งเหวินค่า~” โจวโม่โม่รับมา ยิ้มกว้างกว่าเดิมอีก
“พวกแกสองคนนี่ก็ดูแลน้องสาวเก่งเหมือนกันนะ” หลินจื้อเฉียงพูดยิ้ม ๆ
“แน่นอนอยู่แล้วครับ!”
เจ้าหัวไชเท้าสองหัวพูดด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
หลินจื้อเฉียงเลือกดอกไม้ไฟแบบ 15 นัดมาสามอัน แล้วก็หยิบดอกไม้ไฟขนาดใหญ่มาอีกสองอัน หันไปมองโจวเยี่ยนแล้วบอก “นายเลือกไปอีกสักสองสามอย่างสิ ปีใหม่ทั้งทีก็ต้องจุดดอกไม้ไฟหน่อยถึงจะได้บรรยากาศ”
“ได้ครับ” โจวเยี่ยนรับคำยิ้ม ๆ หยิบประทัดแบบ 1,000 นัดมาสองสาย แล้วก็หยิบแบบ 100 นัดมาอีกสิบสาย
แบบ 100 นัดเอาไว้แบ่งให้พวกเด็กวัยรุ่นเล่น พวกเขาจะได้ไม่ต้องไปคุ้ยหาประทัดที่ยังไม่ระเบิดจากกองประทัดที่จุดไปแล้ว
ดอกไม้ไฟแบบ 15 นัดเขาหยิบมาอีกสองอัน น่าจะพอสำหรับจุดคืนนี้แล้วล่ะ
“เถ้าแก่เนี้ย พวกประทัดนี้คิดแยกต่างหากนะ เดี๋ยวผมจ่ายเอง” หลินจื้อเฉียงบอกเถ้าแก่เนี้ย
“อาหลิน...” โจวเยี่ยนล้วงมือจะหยิบอั่งเปา
หลินจื้อเฉียงบอก “เสี่ยวโจว นายไม่ต้องมาแย่งฉันจ่ายหรอก ถือซะว่านี่เป็นของขวัญปีใหม่ที่พวกเราเอามาฝากแล้วกัน ไม่งั้นครอบครัวใหญ่ของพวกเราไปกินมื้อค่ำวันสิ้นปีที่บ้านนาย พวกเราก็เกรงใจแย่เลย”
“ใช่ เรื่องนี้ฟังอาหลินของนายเถอะ” เซี่ยหวาเฟิงพยักหน้าสนับสนุน
“ได้ครับ งั้นก็ต้องรบกวนอาหลินแล้วครับ” โจวเยี่ยนได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้แย่งจ่าย การคบหากันก็ต้องมีการให้และรับสลับกันไปแบบนี้แหละ ทุกคนถึงจะรู้สึกสบายใจ
ปัจจุบันหลินจื้อเฉียงไม่ได้เป็นแค่ผู้จัดการโรงงาน แต่ยังเป็นผู้ถือหุ้นด้วย รายได้น่าจะไม่น้อยไปกว่าเซี่ยเหยาเลย เดือนละเป็นหมื่น ถือเป็นกลุ่มคนที่มีรายได้สูงปรี๊ดของแท้เลยล่ะ
โจวเยี่ยนยังอยากจะซื้อตุ้ยเหลียนแบบสำเร็จรูปสักชุด
“เสี่ยวโจว เดี๋ยวกลับไปตาเขียนให้เอง นี่ไงมีกระดาษสีแดงอยู่พอดีเลย” เมิ่งฮั่นเหวินหัวเราะบอก
“คุณตาครับ ผมกะว่าจะเอาไปติดที่บ้านเก่าสกุลชิวน่ะครับ” โจวเยี่ยนอธิบาย
เถ้าแก่เนี้ยที่กำลังเอาดอกไม้ไฟใส่ถุงอยู่ด้านข้าง ได้ยินเข้าก็ชี้ไปในร้านแล้วบอก “พวกคุณจะเขียนตุ้ยเหลียนกันเหรอคะ? บนโต๊ะข้างในมีพู่กันกับหมึกอยู่นะคะ พวกคุณเข้าไปใช้ได้เลยค่ะ ตุ้ยเหลียนของที่ร้านเราลูกสาวฉันก็เป็นคนเขียนให้เมื่อเช้านี้เหมือนกันค่ะ”
เมิ่งฮั่นเหวินเดินเข้าไปดูในร้าน พูดยิ้ม ๆ ว่า “ดีเลย มีของพร้อมสรรพ มา เอากระดาษแดงมาสิ เดี๋ยวตาเขียนให้ตรงนี้เลย”
“ได้ครับ!” โจวเยี่ยนก็ยิ้มเหมือนกัน เอากระดาษแดงที่ตัดเรียบร้อยแล้วไปปูลงบนโต๊ะ
เมิ่งฮั่นเหวินหยิบพู่กันมาจุ่มหมึก ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ลงมือเขียนตุ้ยเหลียนลงบนกระดาษ
“เรือนผินรับแสงตะวัน วสันต์สถิตตราบนิรันดร์ ครอบครัวหมั่นสร้างกุศล มิ่งมงคลเปี่ยมล้นพูนทวี——ทองหยกเต็มเรือนชาน”
โจวเยี่ยนมองอยู่ด้านข้าง อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าชื่นชม “ตุ้ยเหลียนนี้ความหมายดีจริง ๆ ครับ”
“เป็นคำกลอนคู่ที่มีชื่อเสียงมาแต่โบราณน่ะ ตาก็แค่เขียนตามเท่านั้นแหละ” เมิ่งฮั่นเหวินเก็บพู่กัน พูดยิ้ม ๆ
เถ้าแก่เนี้ยชะโงกหน้าเข้ามาดู ตาเป็นประกาย “แหม คุณตา ลายมือคุณตาสวยมากเลยค่ะ! คุณตาช่วยเขียนตุ้ยเหลียนให้ฉันสักชุดได้ไหมคะ? พอเอามาเทียบกันแบบนี้แล้ว ตุ้ยเหลียนที่ลูกสาวฉันเขียน เอาไปติดหลังบ้านจะเหมาะกว่าค่ะ”
“ได้สิ คุณเอากระดาษแดงมาสองแผ่นสิ เดี๋ยวผมเขียนให้” เมิ่งฮั่นเหวินพูดยิ้ม ๆ
“เดี๋ยวไปเอามาให้เลยค่ะ!” เถ้าแก่เนี้ยรับคำ รีบไปหยิบกระดาษแดงมาให้สองแผ่นทันที
เมิ่งฮั่นเหวินจับพู่กันปุ๊บก็ลงมือเขียนปั๊บ
“ถิ่นมงคลดลโชคลาภทรัพย์ศฤงคาร ประตูโอฬารพูนทวีด้วยทองหยก——เงินทองไหลมาเทมา”
เถ้าแก่เนี้ยมองตามแล้วอ่านออกเสียง อดไม่ได้ที่จะปรบมือร้องชม “เยี่ยม! ยอดเยี่ยมมากเลยค่ะ! ลายมือคุณตาดูกว้างขวางโอ่อ่า ตุ้ยเหลียนนี้ฉันจะเอาไปติดไว้ในร้านเลยค่ะ! ขอบคุณมากนะคะ”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง” เมิ่งฮั่นเหวินหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“นี่มันดีมากเลยค่ะ” เถ้าแก่เนี้ยมองอย่างพึงพอใจ หยิบกระดาษฉลุลายตกแต่งหน้าต่างปึกหนึ่งมาให้ “ฉันเห็นพวกคุณซื้อของไปครบหมดแล้ว ขอแถมกระดาษฉลุลายหน้าต่างให้นะคะ ติดภาพวาดปีใหม่แล้วก็ต้องติดกระดาษฉลุลายหน้าต่างด้วย ถึงจะได้บรรยากาศปีใหม่แบบเต็มเปี่ยมค่ะ”
“นี่มันเยอะไปหรือเปล่า” เมิ่งฮั่นเหวินมองกระดาษฉลุลายหน้าต่างปึกนั้นแล้วไม่กล้ารับ
“ไม่เยอะหรอกค่ะ วันนี้ขายไม่หมด พรุ่งนี้ก็ไม่มีใครซื้อแล้วล่ะค่ะ คุณตารับไปแบ่ง ๆ กันติดหลาย ๆ บ้านเถอะค่ะ” เถ้าแก่เนี้ยจับยัดใส่ถุงที่อยู่ด้านข้างให้เลย
“ได้ งั้นก็ขอบใจมากนะ” เมิ่งฮั่นเหวินพยักหน้า
โจวเยี่ยนยืนยิ้มอยู่ข้าง ๆ ไม่พูดอะไร เถ้าแก่เนี้ยคงคาดไม่ถึงแน่ ๆ ว่าตุ้ยเหลียนชุดนี้ ปรมาจารย์เมิ่งฮั่นเหวินจะเป็นคนลงมือเขียนให้ด้วยตัวเองเชียวนะ
ดอกไม้ไฟกับประทัดซื้อไปตั้งห้าสิบหยวน ลำพังแค่เด็กสามคนก็หอบเอาดอกไม้ไฟ ประทัดโยน ประทัดขูด สารพัดขนาดไปซะกองเบ้อเริ่มแล้ว
โจวเยี่ยนซื้อของจิปาถะอื่น ๆ ไปอีกสิบสองหยวน พวกดอกไม้ไฟกับประทัดเอาขึ้นรถคราวน์ของหลินจื้อเฉียง ส่วนพวกตุ้ยเหลียนโจวเยี่ยนเป็นคนถือเอง
พอกลับมาที่รถ อาเหว่ยก็ช่วยคุณตาติงเก็บพวกภาพวาดปีใหม่เรียบร้อยแล้ว
ทุกคนบอกลากัน เตรียมตัวเดินทางกลับ
“คุณตาติงคะ อย่าลืมนะคะ คราวหน้าหนูจะมาเรียนทำภาพวาดปีใหม่กับคุณตานะคะ” โจวโม่โม่นั่งอยู่หน้ารถมอเตอร์ไซค์ ตะโกนบอกคุณตาติง
“ได้สิ หนูมาเลย ตาต้องสอนหนูอยู่แล้ว” คุณตาติงหัวเราะร่า
โจวเยี่ยนขี่มอเตอร์ไซค์ไปที่บ้านเก่าสกุลชิวก่อนเป็นอันดับแรก เอาตุ้ยเหลียนที่เมิ่งฮั่นเหวินเขียนกับเทพเจ้าทวารบาลสองแผ่นไปติด
บรรยากาศของวันปีใหม่ก็อบอวลขึ้นมาทันที!
“ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกสักหน่อยเถอะค่ะ วันหลังฉันจะได้เอาไปให้คุณนายชิวฉี่ดูด้วย” เซี่ยเหยาหยิบกล้องถ่ายรูปของแม่เธอมา ถ่ายรูปประตูหน้าบ้านสกุลชิวไปสองรูป
“ไม่เป็นไรหรอก ประตูบานนี้ผมจะไม่รื้อทิ้ง จะเก็บเอาไว้ อีกสี่สิบปีข้างหน้ามันจะกลายเป็นจุดเช็กอินยอดฮิตเลยล่ะ” โจวเยี่ยนพูดยิ้ม ๆ
“จุดเช็กอินเหรอคะ?” เซี่ยเหยาวางกล้องลง มองเขาด้วยความสงสัยนิดหน่อย
“ก็คือทำที่นี่ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่ง ให้คนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกไงครับ” โจวเยี่ยนอธิบาย
เซี่ยเหยาพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “อ้อ เข้าใจแล้วค่ะ ก็เหมือนกับที่หลาย ๆ คนชอบไปถ่ายรูปกับก้อนหินหน้าโรงเรียนพวกเราใช่ไหมคะ”
ร้านพะโล้ของฉีเหล่าซื่อขนของออกไปหมดแล้ว ตอนนี้กำลังถอดหลอดไฟอยู่ พอเห็นโจวเยี่ยนเดินเข้ามา น้ำเสียงก็เจือไปด้วยความขมขื่น “เถ้าแก่โจว ผมขนของออกไปหมดแล้วนะ คุณจะเข้ามาจัดการต่อเมื่อไหร่ก็ได้เลย”
“ตกลงครับ คุณเอากุญแจให้ผมก็พอแล้ว” โจวเยี่ยนพยักหน้ายิ้ม ๆ
ฉีเหล่าซื่อปลดกุญแจดอกหนึ่งออกจากหูเข็มขัดกางเกงส่งให้โจวเยี่ยน ถือหลอดไฟเดินออกจากร้าน หันกลับไปมองร้านอีกครั้ง แล้วก็หันหลังขึ้นรถแทรกเตอร์จากไป
โจวเยี่ยนเดินออกมา แล้วก็ล็อกประตู
ถึงตรงนี้ ทั้งบ้านเก่าสกุลชิวและตึกสองคูหาด้านหลังที่เพิ่งซื้อมาก็ถูกเคลียร์จนว่างเปล่าหมดแล้ว รอแค่หลังปีใหม่ให้ทีมช่างเข้ามาเริ่มงานก่อสร้างได้เลย
บ้านเก่าสกุลชิวที่มีอายุร่วมร้อยปีกำลังจะปิดฉากลง และที่นี่กำลังจะถูกสร้างขึ้นใหม่เป็นร้านอาหารแห่งใหม่ เพื่อเริ่มต้นเส้นทางแห่งใหม่ต่อไป