- หน้าแรก
- ยอดศิษย์เจี๋ยเจี้ยว: ระบบเทพเจ้าเลือกทางรอดในมหาภัยพิบัติ
- บทที่ 90 พระแม่หนี่วา: จ้าวกงหมิงผู้น่างเป็นคนเก่งกาจเสียจริง!
บทที่ 90 พระแม่หนี่วา: จ้าวกงหมิงผู้น่างเป็นคนเก่งกาจเสียจริง!
บทที่ 90 พระแม่หนี่วา: จ้าวกงหมิงผู้น่างเป็นคนเก่งกาจเสียจริง!
บทที่ 90 พระแม่หนี่วา: จ้าวกงหมิงผู้น่างเป็นคนเก่งกาจเสียจริง!
ความใจกว้างของพระแม่หนี่วา ทำให้จ้าวกงหมิงรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง
ทว่าเมื่อลองตรึกตรองดูอีกที หากตนไม่เป็นผู้ชี้แนะพระแม่หนี่วา เกรงว่าคงจะปล่อยให้จุ่นถีและเจียอิ๋นตีเนียนผ่านไปได้จริงๆ อย่างมากก็แค่ถูกทุบตีสักยก
สำหรับบรรพจารย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองแห่งแดนตะวันตกแล้ว หน้าตาก็เป็นเพียงสิ่งที่มีหรือไม่มีก็ได้
ในยามนี้ที่ต้องควักสุดยอดของวิเศษก่อนกำเนิดระดับสูงสุดออกมาถึงสามชิ้น นี่ต่างหาก ถึงจะทำให้บรรพจารย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองแห่งแดนตะวันตกต้องเจ็บปวดรวดร้าว
พระแม่หนี่วาก็ได้ระบายความโกรธแค้น ซ้ำยังได้รับผลประโยชน์อีกด้วย ในยามที่อารมณ์เบิกบาน การมอบของวิเศษให้แก่ตนสักชิ้น เพื่อเป็นการลบล้างเหตุและผล ย่อมเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อคิดได้ดังนั้น จ้าวกงหมิงก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป เขาเดินตรงเข้าไปหาของวิเศษทั้งสามชิ้น แล้วเริ่มต้นพิจารณาคัดเลือกในทันที
สายตาของเขา ตกไปอยู่ที่ธงสีเขียวบงกชเป็นอันดับแรก สุดยอดของวิเศษก่อนกำเนิดระดับสูงสุด ย่อมมีความแตกต่างกันอยู่
อย่างเช่นธงเบญจทิศก่อนกำเนิด หรือฐานดอกบัวเบญจทิศก่อนกำเนิด ล้วนเป็นสุดยอดของวิเศษก่อนกำเนิดระดับสูงสุดที่อยู่บนจุดสูงสุด หากพูดถึงมูลค่า ย่อมต้องเหนือกว่าสุดยอดของวิเศษก่อนกำเนิดระดับสูงสุดทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
"พระแม่หนี่วา ศิษย์ขอรับธงสีเขียวบงกชผืนนี้ไปก็แล้วกันพ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวกงหมิงเอ่ยปากอย่างไม่ปิดบัง เขาเริ่มต้นแบ่งปันของโจรกับพระแม่หนี่วา ต่อหน้าต่อตาจุ่นถีและเจียอิ๋น
ส่วนจุ่นถีและเจียอิ๋นที่อยู่ด้านข้าง ก็มองไปยังจ้าวกงหมิงด้วยความขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ไม่ต้องคิดเลย การที่หนี่วากระทำการเช่นนี้ ย่อมต้องเกี่ยวข้องกับจ้าวกงหมิงอย่างแน่นอน
สำหรับเรื่องนี้ จ้าวกงหมิงกลับไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ทนดูไม่ได้แล้วจะทำไมล่ะ?
ในค่ายกลหมื่นเซียน เขาขัดขวางจุ่นถีและเจียอิ๋นเอาไว้ ความบาดหมางระหว่างพวกเขาทั้งสองฝ่าย ได้ถูกก่อตัวขึ้นแล้ว ในแดนเซียนปฐพี วันข้างหน้าก็เกรงว่าจะหลีกเลี่ยงข้อพิพาทไม่ได้อีก
หมื่นเซียนแห่งเจี๋ยเจี้ยว สำหรับบรรพจารย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองท่านนี้ ถือเป็นของหวานอันโอชะ พวกเขาย่อมไม่ยอมแพ้ง่ายๆ อย่างแน่นอน
หากเป็นเช่นนั้น การไม่ฉวยโอกาสนี้ปั่นหัวพวกเขาให้สาสม แล้วจะรอให้ถึงเมื่อใดกัน?
ท่ามกลางสายตาของจุ่นถีและเจียอิ๋นที่แทบจะกลายเป็นรูปธรรม จ้าวกงหมิงก็เก็บธงสีเขียวบงกชขึ้นมาอย่างคล่องแคล่วว่องไว ภายในใจรู้สึกเบิกบานยินดีเป็นอย่างยิ่ง
ธงเบญจทิศก่อนกำเนิด เมื่อรวมกับธงสีเหลืองแอปริคอตดินอู้ที่ได้รับมาก่อนหน้านี้ และธงสีเขียวบงกชผืนนี้ ก็ได้รวบรวมมาได้ถึงสามผืนแล้วอย่างน่าอัศจรรย์
เมื่อรวมกับผลจากการรีดไถหยวนสือเทียนจุนก่อนหน้านี้ ในมหาภัยพิบัติผนึกเทพครานี้ เขาจ้าวผู้นี้ เรียกได้ว่ากอบโกยผลประโยชน์ไปอย่างเป็นกอบเป็นกำ
ที่สำคัญที่สุด การได้รับแส้ตีเทพที่ปรมาจารย์เต๋าประทานให้ด้วยตนเอง ในตอนที่จะแต่งตั้งเทพทั้งหลายในลำดับต่อไป นั่นต่างหาก ถึงจะเป็นรางวัลชิ้นใหญ่ที่สุดในมหาภัยพิบัติผนึกเทพครานี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น จ้าวกงหมิงจึงหันไปเอ่ยกับพระแม่หนี่วา "เรื่องราวที่นี่จบสิ้นแล้ว ข้านักพรตยังต้องไปรวบรวมศิษย์สำนักเจี๋ยเจี้ยว ขอตัวลาก่อนพ่ะย่ะค่ะ!"
"อืม! ไปเถิด!" พระแม่หนี่วาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม เห็นได้ชัดว่านางกำลังอารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง
ในครานี้ไม่เพียงแต่จะสามารถค้นหาจุดอ่อนของจุ่นถีและเจียอิ๋นได้อย่างแม่นยำ จนทำให้พวกเขาต้องหลั่งเลือดครั้งใหญ่ ตัวนางเอง ก็ได้รับผลตอบแทนที่ไม่น้อยเลยทีเดียว
สุดยอดของวิเศษก่อนกำเนิดระดับสูงสุดสองชิ้น นับเป็นวาสนาที่ไม่เล็กเลย ต่อให้เป็นนางเอง ภายในมือก็มีเพียงสุดยอดของวิเศษอย่างหม้อตุ๋นเฉียนคุนเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น
จ้าวกงหมิงผู้นี้ ช่างเป็นคนเก่งกาจเสียจริง! แม้วิธีการอาจจะไม่สง่างามนัก ทว่า ผลลัพธ์ที่ได้กลับยอดเยี่ยมจนน่าประหลาดใจ
เมื่อมองดูจุ่นถีและเจียอิ๋นที่มีสภาพราวกับมะเขือม่วงถูกน้ำค้างแข็งกัด อารมณ์ของพระแม่หนี่วาก็ยิ่งเบิกบานขึ้นไปอีก นางนั่งอยู่บนหลังหงส์ทองหลากสี มุ่งหน้ากลับไปยังห้วงมิติแห่งดวงดาวอันโกลาหลในทันที
"ทุกข์ใจนัก! ทุกข์ใจนัก!"
จุ่นถีและเจียอิ๋นมีใบหน้าอมทุกข์ราวกับมะระขี้นก สุดยอดของวิเศษก่อนกำเนิดระดับสูงสุดทั้งสามชิ้นที่พวกเขามอบไปนั้น สองชิ้นเป็นค่าตอบแทนที่หยวนสือเทียนจุนใช้ขอร้องให้พวกเขาลงมือช่วยเหลือ
ในครานี้ไม่เพียงแต่ต้องสูญเสียค่าตอบแทนที่ได้รับมาเท่านั้น กระทั่งธงสีเขียวบงกชของตนเอง ก็ต้องมอบให้ผู้อื่นไปพร้อมกันด้วย ช่างเป็นการเสียทั้งขึ้นทั้งล่อง ขาดทุนป่นปี้เสียจริงๆ!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ จุ่นถีและเจียอิ๋นก็ยิ่งรู้สึกทุกข์ระทม ทว่า เพียงไม่นาน พวกเขาก็เรียกความกระพี้กระเปร่ากลับคืนมาได้อีกครั้ง
อย่างไรเสีย หลังจากผ่านพ้นมหาภัยพิบัติในครานี้ สามนักพรตซานชิงได้กลืนกินโอสถร่วงหล่นศักดิ์สิทธิ์เข้าไปแล้ว ย่อมไม่อาจย่างกรายเข้าสู่แดนเซียนปฐพีได้อีก
แม้ว่าพวกเขาจะถูกปรมาจารย์เต๋าตักเตือนและจำกัดสิทธิเช่นเดียวกัน ทว่า พวกเขาก็ยังมีอิสระมากกว่าสามนักพรตซานชิงอย่างเห็นได้ชัด การลอบวางแผนและใช้เล่ห์เหลี่ยมเพียงเล็กน้อย เกรงว่าคงจะสามารถกอบกู้ความสูญเสียในวันนี้ กลับคืนมาได้ทั้งต้นทั้งดอกเป็นแน่
เมื่อคิดได้ดังนั้น สีหน้าของจุ่นถีและเจียอิ๋นก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย พวกเขานั่งลงบนบัวทองคำแห่งบุญกุศลสิบสองกลีบ และออกเดินทางจาก 'สถานที่อันน่าเศร้าสลด' แห่งนี้ไปในทันที
ส่วนหยวนสือเทียนจุน เมื่อมองดูรถลากเก้ามังกรไม้หอมที่ค่อยๆ ลับสายตาไป ก็เรียกได้ว่ารู้สึกโกรธเคืองอย่างหาที่สุดไม่ได้ นั่นคือสัตว์พาหนะของเขาเชียวนะ! กลับถูกจ้าวกงหมิงแย่งชิงไปเช่นนี้!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หยวนสือเทียนจุนก็อดไม่ได้ที่จะมองไปยังเซียนทองแห่งอวี้ซวี
ชั่วขณะนั้น เบื้องหน้าของเขาก็มืดมิดลง ภายในใจปรากฏความรู้สึกหนาวเหน็บพวยพุ่งขึ้นมา โหดเหี้ยม! ช่างโหดเหี้ยมยิ่งนัก!
สิบสองเซียนทองแห่งอวี้ซวี นอกเหนือจากกว่างเฉิงจื่อที่ขึ้นบัญชีผนึกเทพไปแล้ว ที่เหลือล้วนถูกปิดกั้นปราณทั้งห้าในอก และถูกตัดทอนดอกไม้ทั้งสามบนกระหม่อม พลังบำเพ็ญเพียรร่วงหล่นลงต่ำกว่าระดับต้าหลัวเซียนทองไปเสียสิ้น
ต่อให้เป็นเขา หากต้องการจะนำเอาทรัพยากรมาฟื้นฟูพลังฝึกปรือให้กับเหล่าเซียนทองแห่งอวี้ซวี ก็เกรงว่าจะต้องยอมหลั่งเลือดครั้งใหญ่อีกสักคราเป็นแน่
ชั่วขณะนั้น ความปีติยินดีของหยวนสือเทียนจุน ที่สามารถทำลายค่ายกลหมื่นเซียน และช่วยให้เซียนทองแห่งอวี้ซวีก้าวผ่านเคราะห์กรรมแห่งการเข่นฆ่ามาได้อย่างราบรื่น ก็ได้มลายหายไปในชั่วพริบตา
ทางด้านบรรพจารย์ศักดิ์สิทธิ์ไท่ชิง เมื่อมองดูแผ่นหลังของจ้าวกงหมิงที่นั่งรถลากเก้ามังกรไม้หอมจากไป สีหน้าของเขาก็ดูประหลาดชอบกล ภายในใจก็บังเกิดความสะเทือนใจอยู่บ้าง
ครานี้เกรงว่าคงจะก้าวเดินผิดพลาดไปเสียแล้ว มหาภัยพิบัติผนึกเทพในครานี้ การต่อสู้ระหว่างสำนักฉานเจี้ยวและสำนักเจี๋ยเจี้ยว ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ ต่อให้ตนเองจะทำตัวเป็นกลางไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ก็เกรงว่าจะสามารถยืนหยัดอยู่ในจุดที่ไร้พ่ายได้อย่างแน่นอน
แต่ทว่า เขากลับเลือกที่จะช่วยเหลือสำนักฉานเจี้ยว ถึงขั้นไปขอร้องจุ่นถีและเจียอิ๋น เพื่อให้มาร่วมกันรับมือกับทงเทียน จนทำให้สามนักพรตซานชิงต้องแตกหักกัน และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป
นั่นก็หมายความว่า วันข้างหน้า ต่อให้สำนักเจี๋ยเจี้ยวจะเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาอีกครั้ง ก็ไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับเขาอีกแล้ว กระทั่งยังเป็นภัยคุกคาม ที่อาจจะมาแย่งชิงโชคชะตาบารมีไปจากเขาเสียด้วยซ้ำ
ท้ายที่สุดแล้ว จ้าวกงหมิงเรียกได้ว่าเป็นตัวแปรสำคัญในมหาภัยพิบัติผนึกเทพ เขาอาศัยค่ายกลอันแสนประหลาดเหล่านั้น ถึงขั้นทำให้บรรพจารย์ศักดิ์สิทธิ์ยังต้องสูญเสียหน้าตา
ในแดนเซียนปฐพี บรรพจารย์ศักดิ์สิทธิ์มิอาจปรากฏตัว สำนักเจี๋ยเจี้ยวก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสที่จะเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาได้อีก
ส่วนสำนักฉานเจี้ยวของหยวนสือเทียนจุนนั้น บรรพจารย์ศักดิ์สิทธิ์ไท่ชิงก็มองออกจนทะลุปรุโปร่งแล้ว ล้วนเป็นพวกที่ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน เก่งแต่เรื่องทำลายเสียมากกว่า
หากเป็นเช่นนั้น การให้ความช่วยเหลือสำนักฉานเจี้ยวในครานี้ มิใช่เป็นการตัดแขนตนเองทิ้ง ซ้ำยังเป็นการเปิดโอกาสให้บรรพจารย์ศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองแห่งแดนตะวันตก ได้รับผลประโยชน์ไปอย่างง่ายดายหรอกหรือ
ดูเหมือนว่าเส้นทางนี้ จะตีบตันเสียแล้ว ทว่า ในยามนี้ ก็คงต้องลอบวางแผนดูสักหน่อย ว่าจะสามารถผ่อนปรนความสัมพันธ์กับสำนักเจี๋ยเจี้ยวได้อีกหรือไม่
....................
จ้าวกงหมิงย่อมคร้านที่จะสนใจความคิดของเหล่าบรรพจารย์ศักดิ์สิทธิ์ หลังจากนำพาบรรดาศิษย์สำนักเจี๋ยเจี้ยวกลับมายังเกาะจินอ๋าวแล้ว เขาก็เดินทางมายังแท่นผนึกเทพในทันที
ทว่า เขากลับไม่รีบร้อนที่จะแต่งตั้งตำแหน่งเทพที่แท้จริง ทว่ากลับมองไปยังบรรดาศิษย์สำนักเจี๋ยเจี้ยว แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า
"แม้ศึกครานี้สำนักของเราจะพ่ายแพ้ ทว่า กำลังหลักของสำนักยังคงอยู่ บัญชีผนึกเทพยังคงอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักเรา เคราะห์กรรมครานี้ ก็ถือว่าได้ผ่านพ้นไปอย่างเป็นทางการแล้ว!"
"ทว่า ในยามนี้ดินแดนหงหวงได้แตกสลาย และถูกแบ่งออกเป็นสามภพ วันข้างหน้า เส้นทางการบำเพ็ญเพียรในแดนเซียนปฐพี รังแต่จะยิ่งยากลำบากมากขึ้นเท่านั้น!"
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้ ศิษย์สำนักเจี๋ยเจี้ยวที่อยู่เบื้องล่าง ต่างก็รู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาในทันที นี่มันช่างยากลำบากเกินไปแล้ว กว่าจะผ่านพ้นมหาภัยพิบัติมาได้อย่างยากลำบาก ใครจะไปคิด ว่าสภาพแวดล้อมในการบำเพ็ญเพียร กลับยิ่งทวีความยากลำบากมากขึ้นไปอีก
โชคดีที่ เมื่อเปรียบเทียบกับศิษย์ร่วมสำนักที่ถูกนำไปอุดบัญชีผนึกเทพแล้ว พวกเขาก็ถือว่าโชคดีมากแล้ว หากมิใช่เพราะศิษย์พี่จ้าวกงหมิง กวาดล้างสำนักเจี๋ยเจี้ยว ซ้ำยังสั่งสอนวิธีการสั่งสมวาสนาบารมีคุ้มกายให้แก่พวกเขา เกรงว่ามหาภัยพิบัติครานี้ คงไม่อาจผ่านพ้นไปได้ง่ายดายถึงเพียงนี้แน่
"อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ท่านเจ้าสำนักบรรพจารย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้ค้นพบสุดยอดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งการบำเพ็ญเพียรแห่งหนึ่ง!"
"หลังจากผ่านพ้นมหาภัยพิบัติในครานี้ จะเปิดให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องทุกท่านได้เข้าไปใช้ ทว่ามีเงื่อนไขอยู่อย่างหนึ่ง นั่นก็คือ ต้องพิจารณาจากบุญกุศลของพวกเจ้า!"
"จะทำการตรวจสอบทุกๆ หนึ่งพันปี ผู้ที่มีบุญกุศลมากที่สุดร้อยอันดับแรก จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปบำเพ็ญเพียรในสุดยอดสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งการบำเพ็ญเพียรเป็นเวลาหนึ่งพันปี ผู้ที่มีบุญกุศลมากที่สุดหนึ่งพันอันดับแรก จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปบำเพ็ญเพียรเป็นเวลาหนึ่งร้อยปี! หลังจากผ่านไปหนึ่งพันปี จะทำการคำนวณบุญกุศลใหม่อีกครั้ง!"
ทว่า ยังไม่ทันที่ศิษย์สำนักเจี๋ยเจี้ยว จะได้ขบคิดถึงวิธีการบำเพ็ญเพียรในวันข้างหน้า คำพูดของจ้าวกงหมิง ก็ราวกับสายฟ้าเทพจื่อเซียวที่ฟาดผ่าลงมา ทำเอาผู้บำเพ็ญเพียรแห่งสำนักเจี๋ยเจี้ยวบนเกาะจินอ๋าวทั้งหมด ต่างก็เดือดดาลขึ้นมาในทันที!