- หน้าแรก
- วันนี้มันบรรลุเซียนแล้วหรือยังเนี่ย
- บทที่ 84 วิชาของเจ้านี่มันชั่วร้ายเกินไปแล้ว
บทที่ 84 วิชาของเจ้านี่มันชั่วร้ายเกินไปแล้ว
บทที่ 84 วิชาของเจ้านี่มันชั่วร้ายเกินไปแล้ว
บทที่ 84 วิชาของเจ้านี่มันชั่วร้ายเกินไปแล้ว
ก่อนจะมาถึงเหมืองแร่แห่งนี้ ชายสวมหน้ากากได้สืบข้อมูลมาอย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว เขารู้ดีว่าก้นเหมืองมีผู้บำเพ็ญเพียรขั้นที่สามอยู่สามคน
และหุ่นเชิดศพทองแดงที่เขาหลอมขึ้นมาแต่ละตัว ก็มีพลังเทียบเท่ากับนักสู้ขั้นที่สามระดับสูงที่ไม่รู้จักความเจ็บปวด เขาจึงวางใจทิ้งหุ่นเชิดศพไว้ข้างบนสองตัวเพื่อคุมเชิง แล้วพาลงมาก้นเหมืองด้วยแค่สี่ตัว
อันที่จริง ต่อให้ไม่มีหุ่นเชิดศพ เขาก็มั่นใจว่าสามารถจัดการกับผู้บำเพ็ญเพียรขั้นที่สามทั้งสามคนนี้ได้สบายๆ เพราะเขาคือผู้บำเพ็ญเพียรสายมารระดับปราณคุ้มกายขั้นต้น!
ดังนั้น สำหรับการต่อสู้ครั้งนี้ ในใจเขามีแค่คำว่า 'สบายบรื๋อ'
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่กลัวไฟ อานุภาพดาบเพลิงมารสีแดงของหลิวเหยียนก็ลดฮวบลงทันตา นางถูกซัดกระเด็นไปในหมัดเดียว พอเสิ่นชิงเห็นแฟนสาวบาดเจ็บ ก็คำรามลั่นด้วยความโกรธแค้น นิ้วทั้งห้าเสกเถาวัลย์สีเขียวพันเกลียวเป็นแส้เส้นเขื่อง เตรียมฟาดฟันเข้าใส่
แต่แส้เถาวัลย์เพิ่งจะตวัดไปได้ครึ่งทาง จู่ๆ ก็อ่อนปวกเปียกทิ้งตัวลงซะงั้น
เพราะโดนพิษจากศพเมื่อกี้เล่นงานเข้าให้ ถึงแผลจะไม่หนักมาก แต่ก็ทำให้การรีดเร้นพลังปราณติดขัด พลังโจมตีเลยฮวบลงไปเยอะ
"อ้าวเฮ้ย?" เสิ่นชิงแสดงสีหน้าสิ้นหวังที่สุดในชีวิตลูกผู้ชายออกมา "ข้าไม่ไหวแล้ว!"
แต่หุ่นเชิดศพไม่สนอาการหมดสภาพของเขาหรอก มันพุ่งเข้ามาซัดหมัดเข้าที่หน้าเสิ่นชิงเต็มแรง
เปรี้ยง—
เสิ่นชิงกระเด็นลอยไปกระแทกผนังหิน ร่วงตุ้บลงไปกองอยู่ข้างๆ หลิวเหยียน
"อย่าดิ้นรนไปเลย เดี๋ยวข้าจะใช้เลือดเนื้อของพวกแกเป็นเครื่องสังเวยปลุกทารกวิญญาณให้ตื่นขึ้น แค่นี้ก็ถือเป็นเกียรติสูงสุดของพวกแกแล้ว" ชายสวมหน้ากากแสยะยิ้มอย่างบ้าคลั่ง
แต่ไม่นานเขาก็เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ ทางฝั่งนี้ หุ่นเชิดศพสองตัวที่รุมกินโต๊ะคู่หูหงลวี่ได้เปรียบเห็นๆ
แต่ทางฝั่งนู้น หุ่นเชิดศพสองตัวที่รุมกินโต๊ะไอ้หนุ่มสวมหน้ากากอนามัย ดันโดนซัดกระเด็นกลับมาซะงั้น
เยว่เหวินรัวหมัดเข้าใส่หน้าอกและใบหน้าของหุ่นเชิดศพทองแดงทั้งสองตัวดังปังๆๆ จนพวกมันกระเด็นถอยหลังไป
แต่ดูเหมือนจะแค่ทำให้พวกมันถอยร่นไปได้เท่านั้น ร่างกายของหุ่นเชิดศพพวกนี้แข็งแกร่งมาก หมัดพยัคฆ์อัสนีสะเทือนฟ้าทะลวงพลังป้องกันของพวกมันได้ไม่หมด
พอเห็นหุ่นเชิดศพที่แข็งเป็นหินพวกนี้ เยว่เหวินก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
ก่อนหน้านี้ตอนที่หวังโส่วไฉบอกว่าพรรคเพลิงอเวจีอาจจะมาแก้แค้น เขาก็เลยไปค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับพรรคนี้มาเพียบ
ข้อมูลระบุว่า วิชาของพรรคเพลิงอเวจี ระดับล่างๆ ก็คือการปลุกศพและควบคุมศพ ส่วนระดับสูงๆ คือการหลอมหุ่นเชิดศพที่แข็งแกร่งขึ้นมาเองได้
ดูจากวิธีการของชายสวมหน้ากากคนนี้แล้ว น่าจะใช่เลยแหละ
แถมการที่เขาสามารถควบคุมหุ่นเชิดศพที่มีพลังระดับขั้นที่สามได้พร้อมกันหลายตัวขนาดนี้ แสดงว่าหมอนี่ต้องมีพลังระดับขั้นที่สี่เป็นอย่างน้อย ต่อให้เขาใช้พลังเต็มที่เข้าสู้ ก็ใช่ว่าจะเอาชนะได้ง่ายๆ
เยว่เหวินเลยตัดสินใจตะโกนลั่น "หยุดเดี๋ยวนี้!"
"มีอะไร?" ชายสวมหน้ากากขมวดคิ้วมองเขา
เยว่เหวินล้วงเอาหัวกะโหลกทองคำดำครึ่งซีกออกมาโชว์ "คนกันเองน่า ข้าเป็นศิษย์สายตรงของท่านประมุขพรรคนะเว้ย!"
"หืม?" พอชายสวมหน้ากากเห็นหัวกะโหลกครึ่งซีกนั่น ก็มีสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย "นี่เราเป็นศิษย์ร่วมสำนักกันรึนี่?"
แต่แล้วเขาก็ล้วงเอาหัวกะโหลกทองคำดำครึ่งซีกออกมาโชว์เหมือนกัน "ศิษย์สายตรงแล้วไงวะ? ตำแหน่งศิษย์สายตรงของท่านอาจารย์มันขายกันหัวละแปดแสนหยวน มีคนซื้อไปเป็นร้อยแล้วมั้ง ทารกวิญญาณนี่ข้าเป็นคนเจอก่อน แถมยังวางแผนมาตั้งหลายวัน ต่อให้เป็นศิษย์น้องร่วมสำนัก ก็ไม่มีสิทธิ์มาชุบมือเปิปนะโว้ย!"
"เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว" เยว่เหวินประสานมือคารวะ "ถ้ารู้ว่าศิษย์พี่อยู่ที่นี่ ข้าก็คงไม่มาหรอก น้ำป่าหลากทับศาลเจ้ามังกรแท้ๆ งั้นข้าขอตัวกลับก่อนแล้วกัน"
พูดจบ เขาก็ดึงแขนเสิ่นชิงกับหลิวเหยียนเตรียมจะเดินออกไป
ทั้งสองคนมองเยว่เหวินด้วยสายตาหวาดระแวง แต่เห็นว่าเขากำลังจะพาพวกตนหนีออกไป ก็เลยยอมตามไปเงียบๆ
"หยุดเดี๋ยวนี้!" ชายสวมหน้ากากตวาดลั่น "แกก็รู้ไม่ใช่รึไง ว่าการจะปลุกทารกวิญญาณต้องใช้เลือดเนื้อของผู้บำเพ็ญเพียรหรืออสูรปีศาจ แกจะไปก็ไปสิ แต่จะเอาสองคนนี้ไปด้วยไม่ได้ แล้วข้าจะเอาเลือดที่ไหนมาสังเวยล่ะ? จะให้ใช้เลือดตัวเองรึไง?"
"แหม ศิษย์พี่ ข้ามีเหตุผลที่ต้องพาสองคนนี้ไปด้วยจริงๆ" เยว่เหวินทำทีเป็นครุ่นคิด "รบกวนศิษย์พี่ไปหาเลือดจากที่อื่นเถอะนะ"
"เหตุผลอะไรวะ?" ชายสวมหน้ากากไม่ยอมลดละ
"ผู้หญิงคนนี้ ข้าเล็งมานานแล้ว" เยว่เหวินชี้ไปที่หลิวเหยียน
"อืม... ก็หุ่นเซ็กซี่น่าดูอยู่หรอก" ชายสวมหน้ากากพยักหน้าเห็นด้วย "งั้นแกก็เอาไปได้แค่คนเดียว จะเอาไอ้หมอนี่ไปด้วยทำไมล่ะ?"
"ศิษย์พี่ไม่รู้อะไร ถ้าไม่มีไอ้หมอนี่อยู่ด้วย ข้าก็ไม่เล็งนางหรอก" เยว่เหวินตอบหน้าตาย "เวลาทำกิจกรรมเข้าจังหวะ ข้าชอบให้แฟนเขานั่งดูอยู่ข้างๆ น่ะ"
คู่หูหงลวี่ถึงกับช็อกตาตั้ง
ชายสวมหน้ากากถึงกับคิ้วกระตุก หน้าตาภายใต้หน้ากากคงจะดูไม่ได้เลยทีเดียว ผ่านไปพักใหญ่ถึงเอ่ยปาก "พวกเราถึงจะเป็นสายมาร แต่วิชาของแกนี่มันชั่วร้ายเกินไปแล้ว... เอาเถอะ จะพาพวกมันไปก็ไป แต่ออกไปแล้ว ห้ามเอาเรื่องที่นี่ไปบอกท่านอาจารย์หรือศิษย์คนอื่นๆ เด็ดขาด เข้าใจไหม?"
"ข้ารูดซิปปากเงียบกริบแน่นอน" เยว่เหวินพยักหน้ารับ
"ไปซะ" ชายสวมหน้ากากโบกมือไล่
"ไป!" เยว่เหวินหันไปบอกหลิวเหยียน พร้อมกับส่งซิกทางสายตาอย่างแนบเนียน
หลิวเหยียนรีบพยุงเสิ่นชิงที่บาดเจ็บหนักกว่า เดินตามหลังเขาออกไปทางปากถ้ำ
เยว่เหวินพาทั้งสองคนเดินเลียบกำแพงถ้ำอีกฝั่งออกไป จังหวะที่เดินสวนกับชายสวมหน้ากาก... ทั้งสองฝ่ายก็เปิดฉากโจมตีพร้อมกัน!
"แกนึกว่าข้าจะเชื่อแกจริงๆ เรอะ?!" ชายสวมหน้ากากแสยะยิ้มชั่วร้าย สาดหมอกควันสีดำเข้าครอบคลุมร่างของทั้งสามคนในพริบตา
"แล้วแกนึกว่าข้าจะคิดว่าแกเชื่อข้าจริงๆ เรอะ?" เยว่เหวินสวนกลับอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ใช้วิชาควบคุมกระบี่ผสานเคล็ดกระบี่วายุซวิ่น ส่งประกายแสงสีขาวทะลวงหน้าอกชายสวมหน้ากากในเสี้ยววินาที!
ฉึก—
ชายสวมหน้ากากดูออกตั้งแต่แรกแล้วว่าหัวกะโหลกทองคำดำของเยว่เหวินเป็นของปลอมที่ยึดมาได้ เพราะวิชาที่ไอ้หนุ่มนี่ใช้สู้กับหุ่นเชิดศพเมื่อกี้ ไม่มีเค้าโครงวิชาของพรรคเพลิงอเวจีเลยสักนิด ไม่มีทางเป็นศิษย์ร่วมสำนักแน่นอน
ที่ยอมปล่อยให้เยว่เหวินเดินผ่าน ก็เพราะเห็นว่าไอ้หนุ่มนี่รับมือยาก เลยกะจะซ้อนแผนตลบหลังมันซะ
ส่วนเยว่เหวินเองก็เดาได้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายไม่มีทางเชื่อคำโกหกพรรค์นั้นหรอก พวกสายมารถ้าโง่ขนาดนั้น คงไม่มีชีวิตรอดมาจนถึงป่านนี้หรอก
ที่เขาจงใจเดินเข้าไปใกล้ ก็เพื่อร่นระยะห่างระหว่างเขากับชายสวมหน้ากากนี่แหละ
เหมือนตอนที่เขาจัดการพวกสายมารในสุสานคราวก่อนนั่นแหละ ระยะประชิดแบบนี้ กระบี่บินของเขาเร็วกว่าและแม่นกว่าเยอะ แถมตอนนี้ความเร็วกระบี่ของเยว่เหวินก็เพิ่มขึ้นจากแต่ก่อนไม่รู้ตั้งกี่เท่า!
ประกายแสงสีขาวทะลวงร่างชายสวมหน้ากากจนทะลุ พลังปราณกระบี่อันมหาศาลซัดร่างของมันปลิวไปกระแทกติดผนังหินที่อยู่ห่างออกไปสิบกว่าเมตร ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง!
แต่หมอกควันสีดำที่ชายสวมหน้ากากสาดออกมาก็เหมือนมีชีวิต มันพุ่งเข้ารัดพันร่างของเยว่เหวินและคู่หูหงลวี่อย่างบ้าคลั่ง พยายามมุดเข้าไปทางปากและจมูก พริบตาเดียว ทั้งสามคนก็โดนหมอกควันกลืนกิน ร่วงสลบเหมือดลงไปกองกับพื้นทีละคน...
ก้นเหมืองตกอยู่ในความเงียบงันไปกว่าสิบวินาที ก่อนจะมีเสียงหัวเราะชั่วร้ายดังขึ้น
"หึๆๆๆ—" เสียงหัวเราะนี้ดันมาจากหุ่นเชิดศพตัวหนึ่งที่ยืนนิ่งเป็นสากกะเบืออยู่ จู่ๆ มันก็เอื้อมมือไปถอดหน้ากากของตัวเองออก เผยให้เห็นใบหน้าชายหนุ่มที่ดูตุ้งติ้งนิดๆ "ปราณกระบี่ร้ายกาจไม่เบาเลยนี่หว่า ที่แท้ก็ซ่อนยอดฝีมือขั้นปราณคุ้มกายไว้นี่เอง ดีนะที่ข้าใช้หุ่นเชิดศพเงินดำปลอมเป็นร่างต้นมาตลอด ไม่งั้นคงโดนแกเล่นงานเข้าให้แล้ว"
ที่แท้หุ่นเชิดศพตัวนี้ต่างหากที่เป็นร่างจริงของชายสวมหน้ากาก
ส่วนไอ้ตัวที่ทำเป็นหัวหน้าแล้วโดนกระบี่แทงทะลุร่างไปนั้น พอผิวหนังตรงรอยแผลเปิดออก ก็เผยให้เห็นเนื้อในที่เป็นโลหะสีดำ มันเป็นแค่หุ่นเชิดศพที่พูดได้เท่านั้นเอง
"ไอ้หนุ่มขั้นปราณคุ้มกายคนนี้ เอามาทำเป็นหุ่นเชิดศพเงินดำได้อีกตัวสบายๆ เลย ลำดับของข้าในสำนักต้องพุ่งพรวดแน่ๆ! ส่วนไอ้คู่รักชายหญิงคู่นี้..." ชายสวมหน้ากากมองหลิวเหยียนกับเสิ่นชิง พลางลูบคางอย่างใช้ความคิด "จะให้มันนั่งดูอยู่ข้างๆ อย่างที่มันบอกเมื่อกี้ ก็น่าลองดีเหมือนกันแฮะ..."
เขาเดินเข้าไปใกล้ ก็เห็นร่างของคู่หูหงลวี่ทับอยู่บนตัวชายหนุ่มขั้นปราณคุ้มกาย ทั้งสามคนนอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ตรงนั้น
จังหวะที่ชายสวมหน้ากากกำลังจะสั่งให้หุ่นเชิดศพเข้าไปจับตัวพวกมัน ชายหนุ่มที่โดนทับอยู่ข้างใต้ก็ลืมตาโพลงขึ้นมา นัยน์ตาเบิกโพลงเปล่งประกายเจิดจ้า
มันไม่ได้โดนวิชานี่หว่า!
ชายสวมหน้ากากสัมผัสได้ถึงอันตรายอย่างรุนแรง แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
แสงสีม่วงพุ่งวาบมาเป็นเส้นโค้ง ปักเข้าที่ชายโครงของมันดังฉึก! ถึงร่างกายของมันจะถูกหล่อหลอมจนแข็งแกร่งดั่งเหล็กไหล แต่การโจมตีครั้งนี้ก็คมกริบเหลือเกิน จนสามารถเรียกเลือดจากร่างของมันได้!
"คุ้มกันข้า!" มันรีบถอยกรูด พร้อมกับสั่งให้หุ่นเชิดศพพุ่งเข้าไปรุมโจมตี!
แต่วินาทีต่อมา ร่างของเยว่เหวินที่นอนอยู่บนพื้นก็หายวับไปกับตา
ฟุ่บ—
มาโผล่อีกทีก็คือมีใบหน้าหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าชายสวมหน้ากาก ห่างกันแค่คืบเดียว สัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกันเลยทีเดียว!
เยว่เหวินรู้ตัวตั้งแต่ตอนที่กระบี่บินแทงทะลุร่างของชายสวมหน้ากากตัวปลอมแล้ว ว่ามันรู้สึกทะแม่งๆ ไม่เหมือนแทงโดนคนจริงๆ เขาเลยตัดสินใจในเสี้ยววินาที แกล้งทำเป็นโดนหมอกควันสีดำเล่นงานแล้วสลบไป ให้คู่หูหงลวี่บังร่างเขาไว้
จริงๆ แล้วคราวก่อนตอนที่เขาสู้กับพวกสายมารในสุสาน เขาก็เคยเจอหมอกควันสีดำของพรรคเพลิงอเวจีมาแล้ว ถ้าระดับพลังเท่ากัน หมอกควันพวกนี้ไม่มีทางเจาะทะลุการป้องกันจิตวิญญาณของตำราวิถีมังกรแท้จริงได้หรอก!
แล้วก็เป็นอย่างที่คิด พอชายสวมหน้ากากนึกว่าตัวเองชนะขาดลอย มันก็เลยเผยร่างจริงออกมา
เยว่เหวินลอบโจมตีด้วยอักขระเงาจนอีกฝ่ายบาดเจ็บ พอพวกหุ่นเชิดศพพุ่งเข้ามา เขาก็ใช้อักขระเงาวาร์ปไปประชิดตัวไอ้สายมารนี่แบบแนบเนื้อทันที
ลึกลับดุจภูตผี!
เล่นเอาโผล่มาจ้องตากันในระยะประชิดแบบนี้เลย
ชายสวมหน้ากากไม่เคยเจออะไรน่ากลัวขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เกือบจะกรี๊ดแต๋วแตกออกมาแล้ว!
แต่เยว่เหวินไม่เปิดโอกาสให้มันได้ทำแบบนั้น มือขวาของเขากำอักขระเงาที่คมกริบ อาบไล้ไปด้วยพลังสายฟ้าและสายลม แทงเข้าที่ต้นคอของมันด้วยความเร็วที่ตาเปล่ามองไม่ทัน!
ฉึก—
พวกสายมารพรรคเพลิงอเวจีส่วนใหญ่จะเน้นฝึกวิชาหลอมศพกับควบคุมศพ ร่างกายตัวเองเลยไม่ได้แข็งแกร่งอะไรมากมาย
จริงๆ แล้ว เคล็ดวิชาที่ครบเครื่องทั้งพลังโจมตี พลังป้องกัน และการบำเพ็ญเพียรจิตวิญญาณอย่างตำราวิถีมังกรแท้จริงนั้นหาได้ยากมาก ไม่งั้นคงไม่มีการแบ่งแยกเคล็ดวิชาระดับสุดยอดกับเคล็ดวิชาธรรมดาหรอก
การแทงครั้งนี้ ตัดเส้นลมปราณของสายมารจนขาดสะบั้น ไม่เหลือทางรอดให้มันเลยแม้แต่นิดเดียว
"อ๊ากก—" ชายสวมหน้ากากถูกเยว่เหวินดันไปกระแทกกับผนังหิน หางตาเหลือบไปเห็นร่างของทารกวิญญาณ ดวงตาของมันเบิกโพลงด้วยความแค้นเคือง "ทารกวิญญาณ... ข้าเกือบจะได้มันมาครอบครองแล้วเชียว ไม่นึกเลยว่า... จะมาพลาดท่าให้ไอ้กระจอกอย่างแก... ข้าไม่ยอม... อ๊าก—"
พูดไปพูดมา ความแค้นในดวงตาของมันก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น จู่ๆ ก็มีแสงสีดำระเบิดออกมาจากร่างมัน
เยว่เหวินเห็นท่าไม่ดี รีบกระโดดถอยหลังหนีทันที!
เขาสัมผัสได้ถึงพลังประหลาดที่ปะทุขึ้นมาจากร่างของไอ้สายมารนี่ มันกำลังจะระเบิดตัวเอง!
"ในเมื่อข้าไม่ได้แกมาครอง งั้นแกก็จงตื่นขึ้นมาซะ ทารกวิญญาณ!"
ชายสวมหน้ากากคำรามลั่น แสงสีดำพุ่งทะลักออกมาจากทวารทั้งเจ็ด กลืนกินร่างของมันไปในพริบตา ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะระเบิดตู้มกลายเป็นหมอกเลือดกระจายไปทั่ว!
ตู้ม!
มันวางแผนจะครอบครองทารกวิญญาณที่นี่มาตั้งนานแล้ว ตั้งแต่มีวิญญาณร้ายโผล่มา จนเจ้าของเหมืองจ้างพวกผู้ฝึกตนอิสระมาปราบ ทุกอย่างอยู่ในแผนการของมันหมด กะว่าพอหลอมทารกวิญญาณสำเร็จ ก็จะเอาเลือดเนื้อของพวกผู้ฝึกตนพวกนี้มาเป็นตัวจุดชนวนปลุกมันให้ตื่น
แต่ตอนนี้มันหมดโอกาสแล้ว
มันไม่คาดคิดเลยว่า ในบรรดาผู้ฝึกตนอิสระพวกนี้ จะมียอดฝีมือขั้นปราณคุ้มกายแฝงตัวมาด้วย!
ทำไมกันวะ?
ไอ้หมอนี่มันจะซ่อนพลัง ซ่อนตัวตน มารับค่าจ้างแค่ระดับขั้นที่สาม แล้วมาทำงานเป็นจับกังแบบนี้เพื่ออะไรวะ?
เพื่อมาดักรอซุ่มโจมตีข้าอย่างนั้นเรอะ?
มันไม่เข้าใจเลยจริงๆ!
แถมไอ้หมอนี่ก็ไม่ใช่ผู้ฝึกตนขั้นปราณคุ้มกายธรรมดาๆ ซะด้วย แต่มันมีทั้งเคล็ดวิชาระดับท็อปและวิชาอาคมสุดลึกล้ำ ขนาดมันเองยังสู้ไม่ได้เลย!
อ๊ากก!
ความโกรธแค้นสุมแน่นเต็มอก
แต่ก็ช่างเถอะ เดี๋ยวก็จะได้ตายแล้ว ไม่ต้องมาทนรับความรู้สึกอัปยศอดสูแบบนี้อีกต่อไป
แต่ถึงข้าจะตาย ข้าก็จะไม่ยอมให้แกได้อยู่เป็นสุขหรอก!
ท่ามกลางความเคียดแค้นชิงชังอันไร้ขีดจำกัด ชายสวมหน้ากากก็ระเบิดตัวเองกลายเป็นหมอกเลือดที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้าย อย่าว่าแต่ศพเลย แม้แต่เศษซากก็ไม่เหลือซาก
ตายอนาถสุดๆ
เสี้ยววินาทีก่อนที่มันจะระเบิด เยว่เหวินก็หิ้วปีกคู่หูหงลวี่พุ่งหลบออกมาพ้นรัศมีแรงระเบิดได้ทันท่วงที เลยไม่โดนลูกหลง
หมอกเลือดที่ระเบิดออกมาจากร่างของสายมาร สาดกระเซ็นไปเคลือบผนังหินจนแดงฉาน บดบังแร่หินโบราณจนมิด
พอแน่ใจว่าอีกฝ่ายตายสนิทแล้ว เยว่เหวินก็เก็บอักขระเงา แล้วปลุกคู่หูหงลวี่ให้ตื่น
พอหลิวเหยียนลืมตาขึ้นมาเห็นเยว่เหวิน สิ่งแรกที่นางทำคือสะดุ้งเฮือกแล้วรีบถอยกรูด
เสิ่นชิงกระพริบตาปริบๆ ดูเหมือนจะยังงงๆ อยู่ว่าตัวเองควรจะตื่นหรือแกล้งหลับต่อดี
"พี่ๆ เมื่อกี้ข้าแค่แกล้งหลอกมันเฉยๆ ข้าจะเป็นสายมารพรรคเพลิงอเวจีไปได้ยังไงล่ะ?" เยว่เหวินรีบอธิบาย
"ไม่ใช่ก็ดีแล้ว..." เสิ่นชิงถอนหายใจยาว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกรงขาม "พี่ต้าหู่... ท่านถึงกับล้มยอดฝีมือสายมารขั้นปราณคุ้มกายได้เลยเหรอเนี่ย?"
เยว่เหวินยิ้มบางๆ "ขั้นปราณคุ้มกายแล้วมันจะวิเศษวิโสแค่ไหนกันเชียว"
เสิ่นชิงถึงกับจุกจนพูดไม่ออก
ไม่กล้าแม้แต่จะปริปาก
"เออใช่ แล้วไอ้สายมารนั่นล่ะ?" หลิวเหยียนมองซ้ายมองขวา แล้วถามขึ้น
"ก็กระจายอยู่ทั่วทุกที่นั่นแหละ" เยว่เหวินตอบ พลางชี้ไปที่ผนังหินที่ถูกเลือดสาดกระเซ็นใส่จนแดงเถือก "แต่ส่วนใหญ่อยู่ตรงนั้นนะ"
พูดจบ เยว่เหวินก็ขมวดคิ้วมุ่น
เพราะเขาสังเกตเห็นว่า เลือดพวกนั้นกำลังค่อยๆ ซึมซาบเข้าไปในผนังหิน จนตอนนี้มันค่อยๆ จางหายไปหมดแล้ว เผยให้เห็นภาพภายในอีกครั้ง
แต่ตรงกลางผนังหินนั้น กลับว่างเปล่า