- หน้าแรก
- จอมเวทอย่างข้าก็เป็นเช่นนี้แหละ
- บทที่ 266 ไดอารี่ของคนบ้า
บทที่ 266 ไดอารี่ของคนบ้า
บทที่ 266 ไดอารี่ของคนบ้า
บทที่ 266 ไดอารี่ของคนบ้า
"จอมเวทคนนั้นชื่อเอเลียส"
ผู้ใหญ่บ้านรีดแนะนำ "ที่พวกท่านไปดูมาเมื่อกี้คือลานทดลองของเขา ส่วนตรงนี้ก็คือที่พักอาศัยก่อนที่เขาจะตายน่ะ"
กะแล้วเชียว
เซลเลียร์คิดในใจ
ข้างในนี้ก็เละเทะไม่แพ้กันเลย
การตกแต่งภายในห้องนี้ไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย ออกจะดูซอมซ่อด้วยซ้ำ
มีโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่พอประมาณอยู่หนึ่งตัว เก้าอี้โยกเยกใกล้พังสองตัว
ตรงมุมห้องมีตู้หนังสือเก่าๆ ที่เหลือประตูอยู่แค่ครึ่งบานถูกยัดไว้ และเตียงเดี่ยวชิดกำแพงที่สภาพผ้าห่มดูไม่ออกเลยว่าเป็นสีอะไร
สำหรับจอมเวทแล้ว สภาพความเป็นอยู่แบบนี้ถือว่าอัตคัดขัดสนมากเลยล่ะ
บนโต๊ะเต็มไปด้วยกระดาษร่าง ตำราโบราณ และกระดาษหนังแกะกองพะเนิน
แม้แต่บนเก้าอี้ก็ยังมีของวางสุมไว้จนเต็ม
เซลเลียร์เดินเข้าไปเปิดดู
เนื้อหาบนกระดาษร่างส่วนใหญ่ ก็คล้ายๆ กับที่เขาเคยเห็นในห้องทดลองของจอมเวทแฮดลีย์นั่นแหละ
เป็นบันทึกอะไรแปลกๆ ไม่ก็เขียนว่าโครงสร้างเวทมนตร์ตรงนั้นตรงนี้มีปัญหา
จอมเวทแฮดลีย์หยิบหนังสือ "ทฤษฎีโครงสร้างเวทมนตร์ขั้นสูง" ขึ้นมาเล่มหนึ่งด้วยความประหลาดใจ
"โห... พวกนี้ก็ซื้อหนังสือแบบนี้มาอ่านด้วยเหรอเนี่ย ข้านึกว่าดีแต่ทำเรื่องบ้าๆ บอๆ ซะอีก"
"อาจจะเป็นเพราะอยากจะแหกกฎ ก็เลยต้องมาทำความเข้าใจกฎก่อนล่ะมั้ง"
เซลเลียร์เดินสำรวจไปรอบๆ ห้อง
เขายื่นมือออกไปดึงลิ้นชักตรงกลางโต๊ะทำงานอย่างระมัดระวัง
"หืม"
เมื่อลิ้นชักเลื่อนออก คิ้วของเซลเลียร์ก็เลิกขึ้นเล็กน้อย
ในลิ้นชักมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่งวางอยู่ สภาพภายนอกดูประณีตงดงาม เห็นได้ชัดว่าถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี
"นี่คืออะไรน่ะ" จอมเวทแฮดลีย์ชะโงกหน้าเข้ามาดูด้วย
เซลเลียร์เปิดดูหน้าแรก สายตาไล่ไปตามตัวอักษรแต่ละบรรทัดด้วยความรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
นี่มันไดอารี่ของเอเลียสนี่นา
[อาณาจักรเธียร์ ปี 1163. เดือนแห่งการแตกยอด. วันที่ 5]
บ้าเอ๊ย!
พวกเจ้าหน้าที่สมาคมในเมืองซิลเวอร์ไพน์นั่น!
พวกมันก็แค่ซากศพเดินได้ที่เกาะติดอยู่กับกฎเกณฑ์เน่าๆ รอวันตายเท่านั้นแหละ!
เมื่อวานนี้ ผู้ดูแลสมาคมพากองกำลังรักษาความสงบสองคนบุกเข้ามาในที่พักของข้า แล้วโยนข้าวของของข้าออกมาหน้าตาเฉย
แค่เวทมนตร์ที่ข้าทดลองมันดันไปสร้างมลภาวะทางจิตใจให้คนสี่คนเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจเนี่ยนะ
ถึงกับต้องไล่ข้าออกเพราะเรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้... หยามกันเกินไปแล้ว!
พวกมันไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าการก้าวกระโดดของจินตนาการมันคืออะไร!
เอาเถอะ ในเมื่อเมืองซิลเวอร์ไพน์ไม่มีที่ยืนสำหรับอัจฉริยะ ข้าไปก็ได้
ไม่ว่าจะเมืองไหน ถ้ามีพวกสถาบันที่คร่ำครึหัวโบราณพวกนั้นอยู่ ที่นั่นก็จะมีแต่กลิ่นเหม็นอับจนแทบหายใจไม่ออก
ข้าตัดสินใจจะมุ่งหน้าขึ้นเหนือ
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การทดลองของข้าจะหยุดไม่ได้เด็ดขาด
[อาณาจักรเธียร์ ปี 1163. เดือนแห่งการแตกยอด. วันที่ 12]
ออกจากเมืองซิลเวอร์ไพน์มาได้อาทิตย์นึงแล้ว
อากาศแย่มาก ฝนตกตลอดเลย
เสื้อคลุมของข้าเปียกโชกไปหมด หมึกก็โดนน้ำฝนละลายไปครึ่งนึง
เตียงแข็งๆ ในโรงแรมราคาถูกทำเอาข้าปวดหลังไปหมด
ข้าต้องยอมรับเลยว่า เมื่อเทียบกับการแสวงหาทางจิตวิญญาณอันสูงส่งแล้ว ความทรมานทางร่างกายมันทนได้ยากกว่าจริงๆ
เมื่อคืนตอนอยู่ร้านเหล้า ข้าว่าจะจุดไฟผิงให้เสื้อผ้าแห้งสักหน่อย
แต่ดันเผลอทำโต๊ะของเถ้าแก่กลายเป็นลาวากึ่งเหลวไปซะได้ แถมยังลวกแมวสุดที่รักของเขาตายอีก
ถึงข้าจะอธิบายว่านี่คือศิลปะ แต่ไอ้คนเถื่อนนั่นก็ไล่ตะเพิดข้าออกมาอยู่ดี
บนโลกนี้มีแต่พวกโง่เง่า การวิจัยของข้าดำเนินไปได้ยากมากถ้าไม่มีผู้สนับสนุน
ข้าต้องหาสถานที่ที่ห่างไกลกว่านี้ และเป็นที่ที่ผู้คนยำเกรงในพลังอำนาจ
[อาณาจักรเธียร์ ปี 1163. เดือนแห่งแสงอรุณ. วันที่ 14]
เงินเก็บของข้าใกล้จะหมดแล้ว
การนอนกลางดินกินกลางทรายเป็นอุปสรรคต่อการคิดอย่างมาก
เมื่อวานมัวแต่ตั้งใจคิดเรื่องโครงสร้างเวทมนตร์จนเกือบโดนสไลม์กระโดดเกาะหน้าเข้าให้
ข้าต้องการที่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ควรจะอยู่ห่างจากพวกขี้บ่นในสมาคมจอมเวทด้วย
แต่ก็ไกลมากไม่ได้ ไม่งั้นข้าคงอดตายแน่ๆ
ได้ยินมาว่าเมืองแบล็คสโตนทางตอนเหนือเป็นเมืองที่ค่อนข้างห่างไกล อำนาจการควบคุมของสมาคมก็ไปไม่ค่อยถึง
บางทีนั่นอาจจะเป็นจุดหมายปลายทางของข้า
[อาณาจักรเธียร์ ปี 1163. เดือนแห่งตะวันเดือด. วันที่ 2]
โชคดีจังเลย!
ในที่สุดเทพแห่งโชคชะตาและความหวังก็เข้าข้างข้าแล้ว
ข้าเจอหมู่บ้านเล็กๆ ที่ชื่อว่าเคนทาร์อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองแบล็คสโตน
ผู้ใหญ่บ้านที่นี่ชื่อรีด ตาแก่นี่ดูจะยำเกรงในพลังอำนาจเอามากๆ
พอข้าโชว์เวทแสงสว่างง่ายๆ ให้ดู สายตาที่พวกเขามองข้าก็เหมือนกับมองเทพเจ้าที่เดินดินได้เลยล่ะ
พวกเราตกลงกันได้แล้ว
พวกเขาให้ข้าพักอยู่ที่กระท่อมข้างโรงสี แถมยังมีคนคอยส่งข้าวส่งน้ำให้ทุกวันด้วย
แลกกับการที่ข้าจะช่วยไล่พวกสัตว์ป่าที่มาทำลายพืชผลให้เป็นครั้งคราว
ชาวบ้านที่นี่โง่เขลา ล้าหลัง แยกแยะไม่ออกด้วยซ้ำว่าอะไรคือเวทมนตร์ อะไรคือมายากล
แต่นั่นแหละดี มันหมายความว่าจะไม่มีใครมากวนใจข้า จะไม่มีใครมาวิพากษ์วิจารณ์การวิจัยของข้า
ข้าได้ห้องทดลองใหม่แล้ว
ถึงจะซอมซ่อไปหน่อยก็ไม่เป็นไร ประกายแห่งความคิดที่เจิดจรัสอยู่ข้างในต่างหากที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!
ความจริงแท้ที่มีเพียงเอเลียสเท่านั้นที่ค้นพบ จะเริ่มต้นขึ้นที่นี่แหละ!
หลังจากหน้านี้ เนื้อหาในไดอารี่ก็ปะปนไปด้วยบันทึกค่าใช้จ่ายจิปาถะในแต่ละวัน และโครงร่างการทดลองเบื้องต้น
เซลเลียร์พลิกไปอีกหน้า ก็เห็นกระดาษจดหมายสีเหลืองซีดถูกสอดคั่นไว้ตรงกลางอย่างผิดสังเกต
เซลเลียร์ค่อยๆ คลี่จดหมายฉบับนั้นออก ลายมือบนกระดาษดูยุ่งเหยิงราวกับคนสติแตก
ผู้ส่ง: วัลโด ถึง เอเลียสที่รัก
เห็นจดหมายก็เหมือนเห็นหน้า
ได้ยินมาว่าเจ้าไปตั้งรกรากอยู่บ้านนอกแล้วงั้นรึ
อย่าไปสนใจพวกสมาคมที่คอยแต่จะกีดกันเลย นั่นมันก็แค่ความอิจฉาริษยาของพวกไร้พรสวรรค์ที่มีต่ออัจฉริยะเท่านั้นแหละ
ที่ข้าเขียนจดหมายมาก็เพื่อจะบอกเจ้าว่า หัวข้อเรื่อง "การใช้จิตตั้งมั่นเปลี่ยนแปลงสสารโดยตรง" ที่พวกเราเคยถกเถียงกันมาตลอด ข้าค้นพบความก้าวหน้าที่น่าขนลุกแล้ว!
ใช้จิตตั้งมั่นเปลี่ยนแปลงสสาร ช่างเป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยมอะไรอย่างนี้!
นี่มันต้นแบบของมหาเวทแห่งการสร้างสรรค์ที่พวกเราตามหามาตลอดไม่ใช่หรือ
ข้าบังเอิญได้โครงสร้างเวทมนตร์ที่ไม่สมบูรณ์มาส่วนหนึ่ง ผลลัพธ์ของมันมหัศจรรย์มาก ข้าไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือได้หมด
แต่ข้าขอแนะนำอย่างยิ่งให้เจ้าไปลองดู!
ข้าส่งกระดาษหนังแกะที่สลักโครงสร้างเวทมนตร์ไปพร้อมกับจดหมายฉบับนี้แล้ว
แค่เจ้าลองดู เจ้าก็จะรู้ว่าข้าไม่ได้พูดเกินจริงเลยแม้แต่น้อย!
ข้าสังหรณ์ใจว่า พวกเราใกล้จะเปิดประตูสู่ดินแดนของพระผู้สร้างได้ในไม่ช้านี้แล้ว!
อาจารย์ที่สนิทที่สุดของเจ้า: วัลโด
จดหมายฉบับนี้ราวกับกล่องแพนโดร่าที่จุดชนวนความบ้าคลั่งของเอเลียสให้ปะทุขึ้นอย่างสมบูรณ์
บันทึกหลังจากนี้ ลายมือเริ่มหวัดและอ่านยากขึ้นเรื่อยๆ แฝงไปด้วยความตื่นเต้นจนเกินเบอร์
[อาณาจักรเธียร์ ปี 1163. เดือนแห่งการเก็บเกี่ยว. วันที่ 2]
พระเจ้าช่วย——อาจารย์วัลโดนี่มันคนบ้าชัดๆ
แต่ข้าอาจจะบ้าหนักกว่าเขาซะอีก
โครงสร้างเวทมนตร์ที่อาจารย์วัลโดพูดถึง มันช่างเหลือเชื่อเหลือเกิน
ข้าลองไปตั้งหลายสิบครั้ง! ข้าไม่สนหรอกว่าพลังเวทจะคลุ้มคลั่งไหม ข้าดึงดันใช้พลังจิตอัดเข้าไปให้ได้!
และเมื่อกี้เอง! ในการลองครั้งที่สิบแปด! มันสว่างวาบขึ้นมา!
ถึงจะแค่แป๊บเดียวก็เถอะ
ตอนนั้นบนโต๊ะมีแค่ขวดหมึกแก้ววางอยู่ ในเสี้ยววินาทีที่เวทมนตร์ถูกกระตุ้น สติของข้าแทบจะหลุดลอย——
พอลืมตาขึ้นมาอีกที ขวดแก้วนั่นก็ไม่ได้แตก หรือระเบิด
แต่ขวดแก้วกลับนุ่มเหมือนขนนก แล้วน้ำหมึกข้างในที่ยังกระเพื่อมอยู่กลับส่งเสียงดังแกร๊กๆ เหมือนแก้วกระทบกัน!
สลับสับเปลี่ยน! บิดเบือน!
ถึงจะเป็นแค่รัศมีเท่าหัวแม่มือ แต่ข้าก็ทำสำเร็จแล้ว!
นี่ไม่ใช่ภาพลวงตา นี่คือการเปลี่ยนแปลงในระดับความเป็นจริง!
นี่มันบ้าไปแล้ว! มันเหลือเชื่อจริงๆ!